- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 895: ข่าวหลุด
บทที่ 895: ข่าวหลุด
บทที่ 895: ข่าวหลุด
ภูติขลุ่ยประกายแสงได้ยินแบบนั้นแล้วใจก็กระตุกไปแวบหนึ่ง แต่มันก็แกล้งทำเป็นฟังไม่รู้เรื่อง เดินกลับมานั่งบนโซฟาแล้วกินขนมดูทีวีต่ออย่างสบายใจ
เฉียวซางพยายามคาดเดาออกมาว่า “ภูติขลุ่ยประกายแสงเป็นสัตว์อสูรมายาอาจจะมีเงื่อนไขอะไรที่ต่างออกไปมั้งคะ”
ภูติขลุ่ยประกายแสงหูผึ่งขึ้นมาทันที ฟังแล้วก็รู้สึกพึงพอใจมาก
พิลิทเงียบไปสักพักก่อนตอบ “ก็คงงั้นแหละ”
สัตว์อสูรมายามีความพิเศษหลายอย่างที่ไม่เหมือนสัตว์อสูรทั่วไปจริงๆ เขาเองก็ไม่เคยมีโอกาสได้ใกล้ชิดหรือศึกษาสัตว์อสูรประเภทนี้มาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น นี่คือสัตว์อสูรมายาจากอัลติเมทสตาร์ แม้แต่สถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิก็ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย
นอกจากเหตุผลที่ว่าภูติขลุ่ยประกายแสงจำเป็นต้องเว้นช่วงเวลาก่อนจะทำนายครั้งต่อไป เขาก็นึกไม่ออกจริงๆ ว่าทำไมภูติขลุ่ยประกายแสงถึงตกลงยอมอยู่ที่นี่ต่ออีกพักหนึ่ง
เมื่อภูติขลุ่ยประกายแสงได้ยินมนุษย์ที่เพิ่งกลับมาเลิกสงสัยแล้ว มันก็แอบโล่งใจไปเงียบๆ ในใจก่อนจะเหลือบไปมองมนุษย์อีกคนด้วยความพอใจมากขึ้นอีกหน่อย
ต้องขอบคุณเธอจริงๆ...
เฉียวซางถามขึ้นต่อว่า “อาจารย์คะ แล้วมันมีไอเทมหรือวัสดุพลังงานอะไรไหม ที่จะช่วยลดเวลาคูลดาวน์ในการทำนายของภูติขลุ่ยประกายแสงลงได้?”
จริงๆ เธอก็ไม่ได้ติดขัดที่จะให้ภูติขลุ่ยประกายแสงอาศัยอยู่ด้วยกัน กลับรู้สึกดีเสียอีกที่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตกับสัตว์อสูรมายา แต่ตัวเธอเองอีกไม่นานก็ต้องกลับไปที่บลูสตาร์ ถ้าเวลานั้นภูติขลุ่ยประกายแสงยังอยู่ในช่วงคูลดาวน์ทำนายไม่ได้ก็คงไม่ดีนัก
จะให้ฉันรู้ได้ไง ขนาดที่ว่าภูติขลุ่ยประกายแสงต้องเว้นระยะเวลาถึงจะทำนายอีกครั้งได้ ฉันยังเพิ่งรู้เมื่อกี้เอง... พิลิททำท่าเป็นจริงเป็นจังตอบไปว่า “ข้อมูลอะไรที่เกี่ยวข้องกับสัตว์อสูรมายา มันไม่ได้หามาง่ายๆ ขนาดนั้นหรอก สิ่งสำคัญที่สุดของเธอตอนนี้คือการฝึกฝนและเรียนให้ดี ภูติขลุ่ยประกายแสงฉันจะช่วยดูแลเอง ถ้ามันกลับมาทำนายได้เมื่อไร ฉันจะแจ้งให้เธอรู้ทันที”
เขาหยุดไปเล็กน้อยก่อนพูดต่อว่า “ช่วงนี้ฉันคิดว่าจะขอมาอยู่ที่นี่ด้วยจะได้สะดวกในการดูแลภูติขลุ่ยประกายแสง แล้วก็ฉันกังวลว่าคนพวกนั้นอาจกลับมาก่อเรื่องอีก”
เฉียวซางได้ยินประโยคสุดท้ายก็รีบบอกทันที “ห้องว่างฉันมีเยอะแยะค่ะ อาจารย์เลือกได้เลย”
เมื่อพิลิทเห็นเธอตอบตกลงแล้วก็ไม่รอช้า รีบเรียกให้จักรพรรดิร้อยจิตทำการข้ามพิกัดมิติกลับไปเช็คเอาท์จากโรงแรมทันที
“ตี๊ตี๊...”
ภูติขลุ่ยประกายแสงมีอารมณ์ที่ซับซ้อนอยู่บ้าง ถึงแม้ว่ามนุษย์คนนั้นจะเคยช่วยมันไว้จริงๆ แต่มันก็รู้สึกว่าหมอนั่นดูหัวไวไปหน่อย ชอบควบคุมนู่นนี่นั่น มันก็ไม่ค่อยอยากอยู่กับเขาเท่าไหร่
หรือเป่าขลุ่ยทำนายให้จบๆแล้วหนีไปเลยดีนะ...
ระหว่างที่กำลังคิด เฉียวซางเปิดตู้เย็นแล้วหยิบผลไม้สีเหลืองใส่จานเดินเข้ามาหา “นี่คือผลไม้ย่อยอาหาร ช่วยเรื่องการย่อย กินสักหน่อยนะ”
ภูติขลุ่ยประกายแสงก้มลงมอง ก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ
เฉียวซางจึงหันตัวกลับไปที่ห้อง
“ตี๊ตี๊...”
ภูติขลุ่ยประกายแสงวางมันฝรั่งทอดลง ก่อนจะหยิบผลไม้ย่อยอาหารขึ้นมากัดไปคำหนึ่ง
ช่างเถอะ...อยู่ที่นี่ต่ออีกหน่อยก็ได้...
……
ภายในห้อง
เฉียวซางนั่งขัดสมาธิบนเตียง เริ่มเข้าสู่สมาธิอีกครั้ง
“ซุนซุน!”
ซุนเป่าตัวน้อยที่กำลังมั่นอกมั่นใจสุดๆ เห็นผู้ฝึกสัตว์อสูรของตัวเองกลับมาแล้ว ความรู้สึกมั่นใจก็พุ่งพรวดขึ้นมาอีกครั้ง รีบไปท้าลู่เป่าต่อสู้ทันที
เฉียวซางได้ยินแบบนั้นก็อดไม่ได้ต้องลืมตาขึ้นมาบอกเตือนว่า “แกต้องคิดดีๆนะ ครั้งหน้าลู่เป่าอาจจะไม่ยอมช่วยรักษาให้แกแล้วก็ได้”
“ซุนซุน...”
ซุนเป่าหงอยลงทันที ส่งเสียงอ่อยๆ บอกว่าเรื่องเมื่อกี้ถือว่ามันไม่ได้พูดเลยแล้วกัน
“ปิงอ้าย...”
ลู่เป่าเหลือบมองซุนเป่าตัวน้อย ก่อนจะสะบัดหางแล้วเดินออกจากห้องไป
“ย่าห์ ย่าห์?”
หยาเป่าจ้องซุนเป่าตัวน้อยตาเขม็ง ส่งเสียงถามว่าจะลองปลดปล่อยแรงกดดันมาให้ดูสักหน่อยได้ไหม
เห็นว่ายังไม่จบง่ายๆ เฉียวซางจึงต้องหยุดการทำสมาธิไปก่อน เฝ้าดูพวกมันต่อ
ซุนเป่าตัวที่เพิ่งจะกลับมามีความมั่นใจเมื่อกี้ พอเจอสายตากดดันจากพี่ใหญ่หยาเป่าเข้าไป ความมั่นใจที่เพิ่งฟื้นก็เริ่มหายไปเกือบหมดทันที
มันหันมองผู้ฝึกสัตว์อสูรของตัวเอง ก่อนจะรวบรวมความกล้าทั้งหมดปล่อยแรงกดดันออกมาเบาๆ
“ซุนซุน...”
สายตาของซุนเป่าเริ่มดุดันขึ้น
ถึงหน้าต่างด้านหลังจะปิดสนิท แต่จู่ๆ ผ้าม่านกลับพลิ้วขึ้นราวกับมีลมพัดผ่าน
“ย่าห์ ย่าห์...”
หยาเป่าตั้งใจสัมผัสอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะผ่อนคลายทันที สะบัดหางเดินออกจากห้องไป
อ๋อ แบบนี้เองเหรอแรงกดดัน นึกว่าจะมีอะไรน่ากลัวกว่านี้เสียอีก
“ซุนซุน!”
เห็นหยาเป่าแสดงท่าทีแบบนี้ ซุนเป่าตัวน้อยจึงโผเข้ามาในอ้อมกอดเฉียวซางอย่างน่าสงสาร มันร้องไห้ด้วยความรู้สึกน้อยใจสุดๆ
เฉียวซางลูบหัวมันเบาๆ อดไม่ได้ต้องปลอบโยนว่า “นั่นเพราะแรงกดดันของแกยังอยู่ขั้นต้นไง ถ้านายเลื่อนขั้นขึ้นไปอีก หยาเป่าต้องรู้สึกกดดันแน่ๆ”
ซุนเป่าเงยหน้าถามกลับมา “ซุนซุน?” (จริงเหรอ?)
เฉียวซางยิ้มรับ “จริงสิ” ก่อนจะนึกได้ว่ามีเรื่องที่สงสัยอยู่ เลยถามต่อว่า “แกรู้สึกว่าตัวเองมีอะไรเปลี่ยนไปไหม?”
“ซุนซุน...”
ซุนเป่าตัวน้อยรีบตั้งใจสัมผัสอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า
ไม่เห็นจะรู้สึกอะไรเลย...
เฉียวซางนิ่งคิดสักพักก่อนจะพูดขึ้นว่า “จริงๆ แล้ว หลังจากที่นายท้าประลองกับหยาเป่าครั้งล่าสุด แรงกดดันของแกมันก็เพิ่มขึ้นจริงๆนะ เพียงแต่มันอาจเพิ่มไม่เยอะมาก แกก็เลยยังรู้สึกไม่ได้”
พอซุนเป่าได้ยินแบบนี้ ดวงตาของมันก็เป็นประกายขึ้นมาแวบหนึ่ง ก่อนจะเหมือนนึกอะไรบางอย่างออก จึงกลับไปห่อเหี่ยวลงทันที
“ซุนซุน...”
ถ้าหากว่าต่อไปต้องไปท้าประลองกับพี่ใหญ่หยาเป่าตลอดถึงจะเพิ่มแรงกดดันได้ล่ะก็ งั้นก็ไม่ต้องฝึกลักษณะเฉพาะตัวนี้ดีกว่า...
เฉียวซาง “...”
“แกจำได้ไหม ตอนที่อยู่ในป่า สัตว์อสูรมอธขนพิศดารของอาจารย์พิลิทแค่ยืนนิ่งๆ ก็สามารถทำให้สัตว์อสูรป่าทั้งหมดสลบไปได้โดยไม่ต้องขยับเลย?”
“ซุนซุน!” ซุนเป่าตัวน้อยรีบพยักหน้ารัวๆ
แน่นอนว่าจำได้สิ ท่านั้นมันเท่สุดยอดไปเลยนี่นา!
“นั่นแหละคือแรงกดดันล่ะ” เฉียวซางอธิบายต่อ
“ซุนซุน?!” ซุนเป่าตาเบิกกว้างทันที ไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ ว่าลักษณะเฉพาะตัวเจ๋งๆ แบบนั้นจะเป็นแบบเดียวกันกับที่ตัวเองกำลังฝึกอยู่
เฉียวซางเห็นท่าทางของซุนเป่าก็รู้ทันทีว่ามันเริ่มกลับมามีแรงบันดาลใจในการฝึกแล้ว ก็เลยหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนพูดต่อว่า “รอให้แกฝึกแรงกดดันไปถึงขั้นสูงๆ มันก็จะมีผลแบบนั้นเองนั่นแหละ”
“ซุนซุน!” ซุนเป่าตัวน้อยนึกย้อนถึงภาพในวันนั้นทันที พอคิดว่าตัวเองจะทำแบบนั้นได้บ้างในอนาคตก็รู้สึกมีไฟขึ้นมาใหม่ กำมือแน่นแล้วร้องออกมาเสียงหนักแน่นสุดๆ
ไม่ได้การล่ะ! ต้องรีบไปท้าพี่ใหญ่หยาเป่าอีกสักรอบแล้ว!
“เดี๋ยวก่อน...” เฉียวซางพูดยังไม่ทันจบ ซุนเป่าก็หายวับออกจากห้องไปแล้วเรียบร้อย
เฉียวซาง “...”
ช่างเถอะ อย่างน้อยความกล้าของมันก็เพิ่มขึ้นจริงๆ... เฉียวซางหลับตาลงอีกครั้ง เตรียมเข้าสู่การทำสมาธิ
จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ก็สั่นขึ้นมาเบาๆ
เฉียวซางลืมตาขึ้น หยิบมือถือมาดู ก็เห็นว่าเป็นกลุ่มแชทห้องเรียนที่มีคนแท็กชื่อเธอโดยเฉพนาะ
[ผู้นำพาความรุ่งโรจน์: พบสัตว์อสูรภาพมายาภูติขลุ่ยประกายแสงที่สนามบินเขต 30]
[ผู้นำพาความรุ่งโรจน์: เฉียวซางแชมป์การแข่งขันดาราผู้ฝึกสัตว์อสูรปรากฏตัวที่สนามบินเขต 30]
[ผู้นำพาความรุ่งโรจน์: อ๊ากกก ฉันเพิ่งเห็นสองข่าวนี้ เวลาตรงกันเป๊ะเลย ตอนนั้นเธอเจอภูติขลุ่ยประกายแสงที่สนามบินจริงๆ เหรอ! @เฉียวซาง]