- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 889: ตื่นเต้น
บทที่ 889: ตื่นเต้น
บทที่ 889: ตื่นเต้น
“ซุนซุน...”
ซุนเป่าถอดวงแหวนออกมา แล้วค่อยๆขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้น ก่อนจะยื่นอุ้งมือเข้าไปด้านใน คว้าภูติขลุ่ยประกายแสงที่ยังคงก้มหน้าก้มตายัดขนมใส่ปากลากออกมาอย่างช้าๆ
หลิวเหยามองสัตว์อสูรอ้วนกลมที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยความมึนงงตกตะลึงอยู่พักใหญ่ จากนั้นเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ รีบมือไม้สั่นล้วงเครื่องตรวจสอบสัตว์อสูรที่พึ่งได้รับเมื่อตอนมาอยู่อัลติเมตท์สตาร์แล้วนำไปเล็งยังสัตว์อสูรตรงหน้า
“ตี๊ตี๊...”
ภูติขลุ่ยประกายแสงไม่สนใจโลกภายนอก ยังคงก้มหน้าก้มตากินของต่อไปอย่างเฉยชา
เสียงกลไกดังขึ้นในห้องรับแขก
[กำลังระบุข้อมูล กรุณารอสักครู่… ขออภัย ไม่สามารถระบุได้ กรุณาอัปเดตข้อมูลล่าสุด]
“ซุนซุน~”
ซุนเป่ารีบส่งเครื่องตรวจสอบสัตว์อสูรของตัวเองให้หลิวเหยาอย่างเอาใจใส่
“ขอบใจนะ...” หลิวเหยารับเครื่องมาแล้วนำไปเล็งที่สัตว์อสูรที่ยังคงกินอย่างตั้งใจ
[ขอดูก่อน ขอดูก่อน...] เสียงของเครื่องที่เหมือนกับเสียงของซุนเป่าดังขึ้นอย่างรวดเร็ว
[ภูติขลุ่ยประกายแสงสัตว์อสูรมายาที่ตื่นขึ้นมาครั้งเดียวในรอบร้อยปี ว่ากันว่าเสียงขลุ่ยของมันสามารถทำนายสถานที่วิวัฒนาการขั้นต่อไปของสัตว์อสูรได้... โอ้พระเจ้า นี่มันภูติขลุ่ยประกายแสงจริงๆ! ถึงแม้ภาพลักษณ์จะอ้วนกลมไปหน่อยจากข้อมูลต้นฉบับก็เถอะ แต่ขลุ่ยสีแดงของมันมีหนึ่งเดียวในจักรวาล! เจ้านาย ท่านช่างยอดเยี่ยมจริงๆ! นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ตรวจสอบสัตว์อสูรมายาเช่นนี้!]
“ตี๊...เอิ๊บ~”
ภูติขลุ่ยประกายแสงปรายตามองเครื่องตรวจสอบสัตว์อสูรแวบหนึ่ง ก่อนจะเรอเบาๆ แล้วหันกลับไปกินของต่อ
อะ...ภูติขลุ่ยประกายแสง... เป็นสัตว์อสูรมายาจริงๆเหรอ? หลิวเหยาม่านตาหดตัวสมองสั่นสะท้านเหมือนจะดับวูบไปชั่วครู่ ราวกับว่าระบบภายในสมองค้างไปชั่วขณะ ไม่สามารถประมวลผลต่อได้
ในฐานะนักพัฒนาสัตว์อสูรที่มีประสบการณ์ รวมถึงการเป็นนักวิจัย เขาเคยเห็นสัตว์อสูรหายากมากมาย
แต่สัตว์อสูรมายานี่มัน... มันเหนือกว่าคำว่า “หายาก” ไปมาก
เขาไม่เคยแม้แต่จะฝันว่าชีวิตนี้จะได้เห็นสัตว์อสูรมายากับตาตัวเอง!
แถมยังเป็นสัตว์อสูรมายาจากดาวดวงอื่นซึ่งตอนนี้ยืนอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงสามเมตร!
หลิวเหยารู้สึกสมองมึนงงตื้อไปหมด ตัวแข็งทื่อยืนเอ๋อเหมือนคนบ้า
เขาไม่เข้าใจจริงๆว่าเฉียวซางไปเจอกับภูติขลุ่ยประกายแสงได้ยังไงในเวลาอันสั้น แถมยังสามารถพามันกลับบ้านได้อีก
ความรู้สึกนี้มันเกินจริงเสียยิ่งกว่า จู่ๆจะมีคนพาเทพหยาเข้ามาบ้าน แล้วบอกว่านี่คือเพื่อนสนิทเสียอีก
ยังไงเทพหยาต่อให้ได้รับฉายาว่าเป็นเทพ แต่เนื้อแท้ก็ยังเป็นคน สามารถพูดคุยกันได้ มีเส้นทางการเดินทางที่เปิดเผยและคาดเดาได้ ไม่เหมือนกับสัตว์อสูรมายาที่มีแต่ในเรื่องเล่าขานอย่างสิ้นเชิง
หลิวเหยาจ้องภูติขลุ่ยประกายแสงอยู่นาน ในที่สุดก็พึมพำเบาๆ
“สัตว์อสูรมายาจริงๆด้วย...”
เขาหันไปมองเฉียวซาง
สายตานั้นเหมือนกับว่ากำลังมองคนประหลาดอยู่ยังไงยังงั้น
“รองผู้อำนวยการคะ ภูติขลุ่ยประกายแสงกินเม็ดพลังงานของหยาเป่าพวกมันไปหมดเลยค่ะ สงสัยคงต้องรบกวนให้ท่านรองทำใหม่อีกสักชุดแล้วล่ะค่ะ” เฉียวซางกล่าวอย่างเกรงใจเล็กน้อย
“เธอปล่อยให้ภูติขลุ่ยประกายแสงเม็ดพลังงานของหยาเป่าพวกนั้นได้ยังไงกัน!” หลิวเหยาเปลี่ยนสีหน้าทันที น้ำเสียงแฝงไปด้วยความกังวลสุดขีด
นี่มันสัตว์อสูรมายานะ!
บนโลกนี้อาจมีเพียงตัวเดียวก็ได้!
เม็ดพลังงานของหยาเป่ากับพรรคพวกเป็นสูตรเฉพาะที่ปรับตามร่างกายของพวกมันโดยตรง
ถ้าภูติขลุ่ยประกายแสงกินเข้าไปแล้วเกิดมีปัญหาขึ้นมาจะทำยังไง!
เฉียวซางโบกมือเบาๆ อย่างจนปัญญา
“ฉันก็ไม่ได้อยากให้กินหรอกค่ะ แต่ภูติขลุ่ยประกายแสงเข้าไปในวงแหวนของซุนเป่าแล้วก็แอบกินอาหารที่เก็บไว้ในนั้นจนหมดเลยน่ะค่ะ”
“ตี๊ตี๊...”
ภูติขลุ่ยประกายแสงได้ยินเฉียวซางพูดแบบนั้น ก็รีบตอบกลับทันทีด้วยท่าทีสบายๆ ในขณะที่ยังเคี้ยวอาหารอยู่
มันไม่ได้กินเปล่าเสียหน่อย นี่คือค่าดอกเบี้ยจากการเป่าขลุ่ยต่างหาก
ซุนเป่าส่งเสียงฮึดฮัดเบาๆ อย่างไม่พอใจและไม่ยอมแปลให้
ทั้งที่ก่อนหน้านี้มันเองก็ยกของกินมากมายให้อีกฝ่ายแล้วแท้ๆ
หลิวเหยาในตอนนี้เริ่มใจเย็นลงบ้าง เขาสูดหายใจลึก แล้วถามเฉียวซางด้วยความสงสัยที่สุดในใจออกมา
“เธอไปเจอภูติขลุ่ยประกายแสงได้ยังไงกันแน่?”
“คือแบบนี้ค่ะ พอฉันไปถึงเขต 30 ...” เฉียวซางเริ่มเล่าเรื่องด้วยสีหน้าตื่นเต้นมีชีวิตชีวา พร้อมบรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดอย่างละเอียด
ยิ่งหลิวเหยาได้ฟังมากเท่าไหร่ สีหน้าก็ยิ่งดูจริงจังมากขึ้นเท่านั้น
เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าภายในเวลาไม่กี่วันนี้ เฉียวซางจะไปเจอกับเหตุการณ์มากมายขนาดนี้ได้
“ถ้ารู้ว่ามันอันตรายขนาดนี้ฉันคงไปด้วยแล้วล่ะ ยังไงก็ตามกลับมาได้อย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว...” หลิวเหยาฟังเรื่องทั้งหมดแล้วก็เผลอถอนใจออกมาเบาๆ
หลังจากนั้นเขาก็เหลือบมองไปที่ภูติขลุ่ยประกายแสงที่กำลังกินของไม่หยุดอยู่ข้างๆ พลันเงียบไปอีกครั้ง
ถ้าหากว่าได้เจอเรื่องแบบนี้แล้วสามารถพาสัตว์อสูรมายากลับมาได้ด้วยละก็... คงไม่มีใครปฏิเสธหรอกมั้ง?
หลิวเหยาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากถามขึ้นมาอีกครั้งว่า
“แล้วทำไมภูติขลุ่ยประกายแสงถึงได้กลับมากับเธอล่ะ?”
เฉียวซางนิ่งคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบว่า “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ มันอยากจะตามฉันกลับมาเองน่ะ”
พอพูดถึงตรงนี้ เธอก็แอบเหลือบมองภูติขลุ่ยประกายแสง ก่อนจะเสริมขึ้นอีกนิดว่า
“อาจเป็นเพราะฉันช่วยเหลือมันครั้งหนึ่ง มันเลยค่อนข้างไว้ใจฉันล่ะมั้ง”
เอาจริงๆ แล้วในใจเธอมีข้อสันนิษฐานของตัวเองอยู่เหมือนกัน
เพราะดูจากท่าทางแล้ว ภูติขลุ่ยประกายแสงเป็นพวกที่ชอบกินอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่แค่กินอาหารในวงแหวนของซุนเป่าหมดเกลี้ยง แต่ตั้งแต่กลับมานี่ ปากของมันก็แทบจะไม่ได้หยุดเคี้ยวเลยสักวินาทีเดียว เธอจึงแอบสงสัยหนักมากว่าแท้จริงแล้วภูติขลุ่ยประกายแสงอาจจะตามเธอกลับมาเพียงเพื่อของกิน
แต่พอเจ้าตัวนั่งอยู่ข้างๆแบบนี้ เธอก็เลยไม่กล้าพูดออกไปตรงๆ
“ตี๊ตี๊...”
ภูติขลุ่ยประกายแสงที่ยังเคี้ยวอยู่ พยักหน้าหงึกหงักเหมือนเห็นด้วยสุดๆ ว่ามันเป็นแบบนี้จริงๆ
หลิวเหยาเห็นท่าทางของภูติขลุ่ยประกายแสงแล้ว อดทนอดกลั้นอยู่นาน ในที่สุดก็ทนไม่ไหว เอ่ยปากเตือนออกมาด้วยความหวังดีว่า
“อย่ากินอย่างบ้าคลั่งแบบนี้สิ เดี๋ยวจะไม่ดีต่อร่างกายนะ”
ภูติขลุ่ยประกายแสงไม่ได้สนใจคำพูดของเขาแม้แต่น้อย
เฉียวซางรีบผสมโรงทันทีว่า
“เขาเป็นนักพัฒนาสัตว์อสูรนะ เม็ดพลังงานที่แกกินในวงแหวนของซุนเป่าก่อนหน้านี้ก็ล้วนเป็นฝีมือเขาทั้งนั้น ถ้าแกชอบกินเม็ดพลังงานพวกนั้นจริงๆ ก็บอกเขาได้เลยนะว่าแกชอบรสชาติแบบไหน เขาสามารถปรับสูตรทำตามที่แกชอบได้เลย”
หลิวเหยาได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปพักหนึ่ง ก่อนจะถามออกมาด้วยความระมัดระวังอีกครั้ง
“ภูติขลุ่ยประกายแสงจะอยู่ที่นี่แบบระยะยาวเลยเหรอ?”
“ไม่แน่ใจนะคะ แต่ดูจากตอนนี้ก็น่าจะใช่” เฉียวซางตอบ “ฉันขอให้ภูติขลุ่ยประกายแสงช่วยทำนายสถานที่วิวัฒนาการขั้นต่อไปของหยาเป่าพรรคพวกของมัน แต่มันเพิ่งจะทำนายไปเมื่อไม่นานนี้เอง ต้องใช้เวลาพักสักระยะถึงจะทำนายได้อีกครั้ง ดังนั้นช่วงนี้ภูติขลุ่ยประกายแสงก็น่าจะอยู่ที่นี่ไปก่อนค่ะ”
อะ อะไรกัน? นี่จะได้อยู่ร่วมชายคาเดียวกับสัตว์อสูรมายาระยะยาวเลยเหรอเนี่ย!? หลิวเหยาทำหน้าตาเหม่อลอยไปอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่ใบหน้าจะแดงก่ำด้วยความตื่นเต้นสุดขีด ดวงตาเป็นประกายเหมือนยิงเลเซอร์ขณะมองไปที่ภูติขลุ่ยประกายแสง พร้อมพูดออกมาอย่างตั้งใจว่า
“ฉันไหวนะ! แกชอบรสชาติเม็ดพลังงานแบบไหนก็บอกมาได้เลย เดี๋ยวฉันจะทำให้แกกินเอง!”
“ตี๊ตี๊”
ภูติขลุ่ยประกายแสงกินมาตลอดทางจนถึงตอนนี้ อันที่จริงก็อิ่มอยู่บ้างแล้ว ความกระหายอาหารไม่รุนแรงเหมือนตอนแรกๆ
มันมองไปที่มนุษย์ตรงหน้าคนหนึ่ง จากนั้นก็เหลือบมองไปยังมนุษย์อีกคนที่พามันกลับมาจากเขต 30 สุดท้ายก็พยักหน้าลงเบาๆ แสดงความเห็นด้วยว่าจะเอาแบบนั้นก็ได้
หลิวเหยาที่ปกติสุขุมเยือกเย็นถึงขั้นหลุดแสดงสีหน้าดีใจอย่างบ้าคลั่งออกมา แม้แต่ร่างกายยังดูเหมือนจะสั่นไปด้วยความตื่นเต้นเสียด้วยซ้ำ
ได้ปรับสูตรเม็ดพลังงานให้สัตว์อสูรมายาแบบนี้ เขียนลงประวัติชีวิตตัวเองก็ยังได้เลยนะเนี่ย!
“งั้นเดี๋ยวฉันขอช่วยตรวจร่างกายแกสักหน่อย แล้วก็ถามคำถามอีกสักนิดหน่อยได้ไหม?” หลิวเหยาถามอย่างระมัดระวัง
“ตี๊ตี๊” ภูติขลุ่ยประกายแสงพยักหน้า
หลิวเหยาเห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งขึ้นบันไดไปที่ห้องตัวเองทันที แล้วนำอุปกรณ์ตรวจวัดต่างๆลงมา ตั้งใจตรวจสอบร่างกายภูติขลุ่ยประกายแสงอย่างละเอียดถี่ถ้วน
เฉียวซางที่ยืนดูอยู่ข้างๆได้พักใหญ่ก็พลันนึกขึ้นมาได้ว่างานที่เธอกำลังทำอยู่ยังไม่เสร็จดี เลยกลับเข้าไปในห้องตัวเองจัดการอัปโหลดข้อมูลสัตว์อสูรที่เธอตั้งใจจะว่าจ้างให้เรียบร้อย