เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 889: ตื่นเต้น

บทที่ 889: ตื่นเต้น

บทที่ 889: ตื่นเต้น


“ซุนซุน...”

ซุนเป่าถอดวงแหวนออกมา แล้วค่อยๆขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้น ก่อนจะยื่นอุ้งมือเข้าไปด้านใน คว้าภูติขลุ่ยประกายแสงที่ยังคงก้มหน้าก้มตายัดขนมใส่ปากลากออกมาอย่างช้าๆ

หลิวเหยามองสัตว์อสูรอ้วนกลมที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยความมึนงงตกตะลึงอยู่พักใหญ่ จากนั้นเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ รีบมือไม้สั่นล้วงเครื่องตรวจสอบสัตว์อสูรที่พึ่งได้รับเมื่อตอนมาอยู่อัลติเมตท์สตาร์แล้วนำไปเล็งยังสัตว์อสูรตรงหน้า

“ตี๊ตี๊...”

ภูติขลุ่ยประกายแสงไม่สนใจโลกภายนอก ยังคงก้มหน้าก้มตากินของต่อไปอย่างเฉยชา

เสียงกลไกดังขึ้นในห้องรับแขก

[กำลังระบุข้อมูล กรุณารอสักครู่… ขออภัย ไม่สามารถระบุได้ กรุณาอัปเดตข้อมูลล่าสุด]

“ซุนซุน~”

ซุนเป่ารีบส่งเครื่องตรวจสอบสัตว์อสูรของตัวเองให้หลิวเหยาอย่างเอาใจใส่

“ขอบใจนะ...” หลิวเหยารับเครื่องมาแล้วนำไปเล็งที่สัตว์อสูรที่ยังคงกินอย่างตั้งใจ

[ขอดูก่อน ขอดูก่อน...] เสียงของเครื่องที่เหมือนกับเสียงของซุนเป่าดังขึ้นอย่างรวดเร็ว

[ภูติขลุ่ยประกายแสงสัตว์อสูรมายาที่ตื่นขึ้นมาครั้งเดียวในรอบร้อยปี ว่ากันว่าเสียงขลุ่ยของมันสามารถทำนายสถานที่วิวัฒนาการขั้นต่อไปของสัตว์อสูรได้... โอ้พระเจ้า นี่มันภูติขลุ่ยประกายแสงจริงๆ! ถึงแม้ภาพลักษณ์จะอ้วนกลมไปหน่อยจากข้อมูลต้นฉบับก็เถอะ แต่ขลุ่ยสีแดงของมันมีหนึ่งเดียวในจักรวาล! เจ้านาย ท่านช่างยอดเยี่ยมจริงๆ! นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ตรวจสอบสัตว์อสูรมายาเช่นนี้!]

“ตี๊...เอิ๊บ~”

ภูติขลุ่ยประกายแสงปรายตามองเครื่องตรวจสอบสัตว์อสูรแวบหนึ่ง ก่อนจะเรอเบาๆ แล้วหันกลับไปกินของต่อ

อะ...ภูติขลุ่ยประกายแสง... เป็นสัตว์อสูรมายาจริงๆเหรอ? หลิวเหยาม่านตาหดตัวสมองสั่นสะท้านเหมือนจะดับวูบไปชั่วครู่ ราวกับว่าระบบภายในสมองค้างไปชั่วขณะ ไม่สามารถประมวลผลต่อได้

ในฐานะนักพัฒนาสัตว์อสูรที่มีประสบการณ์ รวมถึงการเป็นนักวิจัย เขาเคยเห็นสัตว์อสูรหายากมากมาย

แต่สัตว์อสูรมายานี่มัน... มันเหนือกว่าคำว่า “หายาก” ไปมาก

เขาไม่เคยแม้แต่จะฝันว่าชีวิตนี้จะได้เห็นสัตว์อสูรมายากับตาตัวเอง!

แถมยังเป็นสัตว์อสูรมายาจากดาวดวงอื่นซึ่งตอนนี้ยืนอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงสามเมตร!

หลิวเหยารู้สึกสมองมึนงงตื้อไปหมด ตัวแข็งทื่อยืนเอ๋อเหมือนคนบ้า

เขาไม่เข้าใจจริงๆว่าเฉียวซางไปเจอกับภูติขลุ่ยประกายแสงได้ยังไงในเวลาอันสั้น แถมยังสามารถพามันกลับบ้านได้อีก

ความรู้สึกนี้มันเกินจริงเสียยิ่งกว่า จู่ๆจะมีคนพาเทพหยาเข้ามาบ้าน แล้วบอกว่านี่คือเพื่อนสนิทเสียอีก

ยังไงเทพหยาต่อให้ได้รับฉายาว่าเป็นเทพ แต่เนื้อแท้ก็ยังเป็นคน สามารถพูดคุยกันได้ มีเส้นทางการเดินทางที่เปิดเผยและคาดเดาได้ ไม่เหมือนกับสัตว์อสูรมายาที่มีแต่ในเรื่องเล่าขานอย่างสิ้นเชิง

หลิวเหยาจ้องภูติขลุ่ยประกายแสงอยู่นาน ในที่สุดก็พึมพำเบาๆ

“สัตว์อสูรมายาจริงๆด้วย...”

เขาหันไปมองเฉียวซาง

สายตานั้นเหมือนกับว่ากำลังมองคนประหลาดอยู่ยังไงยังงั้น

“รองผู้อำนวยการคะ ภูติขลุ่ยประกายแสงกินเม็ดพลังงานของหยาเป่าพวกมันไปหมดเลยค่ะ สงสัยคงต้องรบกวนให้ท่านรองทำใหม่อีกสักชุดแล้วล่ะค่ะ” เฉียวซางกล่าวอย่างเกรงใจเล็กน้อย

“เธอปล่อยให้ภูติขลุ่ยประกายแสงเม็ดพลังงานของหยาเป่าพวกนั้นได้ยังไงกัน!” หลิวเหยาเปลี่ยนสีหน้าทันที น้ำเสียงแฝงไปด้วยความกังวลสุดขีด

นี่มันสัตว์อสูรมายานะ!

บนโลกนี้อาจมีเพียงตัวเดียวก็ได้!

เม็ดพลังงานของหยาเป่ากับพรรคพวกเป็นสูตรเฉพาะที่ปรับตามร่างกายของพวกมันโดยตรง

ถ้าภูติขลุ่ยประกายแสงกินเข้าไปแล้วเกิดมีปัญหาขึ้นมาจะทำยังไง!

เฉียวซางโบกมือเบาๆ อย่างจนปัญญา

“ฉันก็ไม่ได้อยากให้กินหรอกค่ะ แต่ภูติขลุ่ยประกายแสงเข้าไปในวงแหวนของซุนเป่าแล้วก็แอบกินอาหารที่เก็บไว้ในนั้นจนหมดเลยน่ะค่ะ”

“ตี๊ตี๊...”

ภูติขลุ่ยประกายแสงได้ยินเฉียวซางพูดแบบนั้น ก็รีบตอบกลับทันทีด้วยท่าทีสบายๆ ในขณะที่ยังเคี้ยวอาหารอยู่

มันไม่ได้กินเปล่าเสียหน่อย นี่คือค่าดอกเบี้ยจากการเป่าขลุ่ยต่างหาก

ซุนเป่าส่งเสียงฮึดฮัดเบาๆ อย่างไม่พอใจและไม่ยอมแปลให้

ทั้งที่ก่อนหน้านี้มันเองก็ยกของกินมากมายให้อีกฝ่ายแล้วแท้ๆ

หลิวเหยาในตอนนี้เริ่มใจเย็นลงบ้าง เขาสูดหายใจลึก แล้วถามเฉียวซางด้วยความสงสัยที่สุดในใจออกมา

“เธอไปเจอภูติขลุ่ยประกายแสงได้ยังไงกันแน่?”

“คือแบบนี้ค่ะ พอฉันไปถึงเขต 30 ...” เฉียวซางเริ่มเล่าเรื่องด้วยสีหน้าตื่นเต้นมีชีวิตชีวา พร้อมบรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดอย่างละเอียด

ยิ่งหลิวเหยาได้ฟังมากเท่าไหร่ สีหน้าก็ยิ่งดูจริงจังมากขึ้นเท่านั้น

เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าภายในเวลาไม่กี่วันนี้ เฉียวซางจะไปเจอกับเหตุการณ์มากมายขนาดนี้ได้

“ถ้ารู้ว่ามันอันตรายขนาดนี้ฉันคงไปด้วยแล้วล่ะ ยังไงก็ตามกลับมาได้อย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว...” หลิวเหยาฟังเรื่องทั้งหมดแล้วก็เผลอถอนใจออกมาเบาๆ

หลังจากนั้นเขาก็เหลือบมองไปที่ภูติขลุ่ยประกายแสงที่กำลังกินของไม่หยุดอยู่ข้างๆ พลันเงียบไปอีกครั้ง

ถ้าหากว่าได้เจอเรื่องแบบนี้แล้วสามารถพาสัตว์อสูรมายากลับมาได้ด้วยละก็... คงไม่มีใครปฏิเสธหรอกมั้ง?

หลิวเหยาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากถามขึ้นมาอีกครั้งว่า

“แล้วทำไมภูติขลุ่ยประกายแสงถึงได้กลับมากับเธอล่ะ?”

เฉียวซางนิ่งคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบว่า “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ มันอยากจะตามฉันกลับมาเองน่ะ”

พอพูดถึงตรงนี้ เธอก็แอบเหลือบมองภูติขลุ่ยประกายแสง ก่อนจะเสริมขึ้นอีกนิดว่า

“อาจเป็นเพราะฉันช่วยเหลือมันครั้งหนึ่ง มันเลยค่อนข้างไว้ใจฉันล่ะมั้ง”

เอาจริงๆ แล้วในใจเธอมีข้อสันนิษฐานของตัวเองอยู่เหมือนกัน

เพราะดูจากท่าทางแล้ว ภูติขลุ่ยประกายแสงเป็นพวกที่ชอบกินอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่แค่กินอาหารในวงแหวนของซุนเป่าหมดเกลี้ยง แต่ตั้งแต่กลับมานี่ ปากของมันก็แทบจะไม่ได้หยุดเคี้ยวเลยสักวินาทีเดียว เธอจึงแอบสงสัยหนักมากว่าแท้จริงแล้วภูติขลุ่ยประกายแสงอาจจะตามเธอกลับมาเพียงเพื่อของกิน

แต่พอเจ้าตัวนั่งอยู่ข้างๆแบบนี้ เธอก็เลยไม่กล้าพูดออกไปตรงๆ

“ตี๊ตี๊...”

ภูติขลุ่ยประกายแสงที่ยังเคี้ยวอยู่ พยักหน้าหงึกหงักเหมือนเห็นด้วยสุดๆ ว่ามันเป็นแบบนี้จริงๆ

หลิวเหยาเห็นท่าทางของภูติขลุ่ยประกายแสงแล้ว อดทนอดกลั้นอยู่นาน ในที่สุดก็ทนไม่ไหว เอ่ยปากเตือนออกมาด้วยความหวังดีว่า

“อย่ากินอย่างบ้าคลั่งแบบนี้สิ เดี๋ยวจะไม่ดีต่อร่างกายนะ”

ภูติขลุ่ยประกายแสงไม่ได้สนใจคำพูดของเขาแม้แต่น้อย

เฉียวซางรีบผสมโรงทันทีว่า

“เขาเป็นนักพัฒนาสัตว์อสูรนะ เม็ดพลังงานที่แกกินในวงแหวนของซุนเป่าก่อนหน้านี้ก็ล้วนเป็นฝีมือเขาทั้งนั้น ถ้าแกชอบกินเม็ดพลังงานพวกนั้นจริงๆ ก็บอกเขาได้เลยนะว่าแกชอบรสชาติแบบไหน เขาสามารถปรับสูตรทำตามที่แกชอบได้เลย”

หลิวเหยาได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปพักหนึ่ง ก่อนจะถามออกมาด้วยความระมัดระวังอีกครั้ง

“ภูติขลุ่ยประกายแสงจะอยู่ที่นี่แบบระยะยาวเลยเหรอ?”

“ไม่แน่ใจนะคะ แต่ดูจากตอนนี้ก็น่าจะใช่” เฉียวซางตอบ “ฉันขอให้ภูติขลุ่ยประกายแสงช่วยทำนายสถานที่วิวัฒนาการขั้นต่อไปของหยาเป่าพรรคพวกของมัน แต่มันเพิ่งจะทำนายไปเมื่อไม่นานนี้เอง ต้องใช้เวลาพักสักระยะถึงจะทำนายได้อีกครั้ง ดังนั้นช่วงนี้ภูติขลุ่ยประกายแสงก็น่าจะอยู่ที่นี่ไปก่อนค่ะ”

อะ อะไรกัน? นี่จะได้อยู่ร่วมชายคาเดียวกับสัตว์อสูรมายาระยะยาวเลยเหรอเนี่ย!? หลิวเหยาทำหน้าตาเหม่อลอยไปอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่ใบหน้าจะแดงก่ำด้วยความตื่นเต้นสุดขีด ดวงตาเป็นประกายเหมือนยิงเลเซอร์ขณะมองไปที่ภูติขลุ่ยประกายแสง พร้อมพูดออกมาอย่างตั้งใจว่า

“ฉันไหวนะ! แกชอบรสชาติเม็ดพลังงานแบบไหนก็บอกมาได้เลย เดี๋ยวฉันจะทำให้แกกินเอง!”

“ตี๊ตี๊”

ภูติขลุ่ยประกายแสงกินมาตลอดทางจนถึงตอนนี้ อันที่จริงก็อิ่มอยู่บ้างแล้ว ความกระหายอาหารไม่รุนแรงเหมือนตอนแรกๆ

มันมองไปที่มนุษย์ตรงหน้าคนหนึ่ง จากนั้นก็เหลือบมองไปยังมนุษย์อีกคนที่พามันกลับมาจากเขต 30 สุดท้ายก็พยักหน้าลงเบาๆ แสดงความเห็นด้วยว่าจะเอาแบบนั้นก็ได้

หลิวเหยาที่ปกติสุขุมเยือกเย็นถึงขั้นหลุดแสดงสีหน้าดีใจอย่างบ้าคลั่งออกมา แม้แต่ร่างกายยังดูเหมือนจะสั่นไปด้วยความตื่นเต้นเสียด้วยซ้ำ

ได้ปรับสูตรเม็ดพลังงานให้สัตว์อสูรมายาแบบนี้ เขียนลงประวัติชีวิตตัวเองก็ยังได้เลยนะเนี่ย!

“งั้นเดี๋ยวฉันขอช่วยตรวจร่างกายแกสักหน่อย แล้วก็ถามคำถามอีกสักนิดหน่อยได้ไหม?” หลิวเหยาถามอย่างระมัดระวัง

“ตี๊ตี๊” ภูติขลุ่ยประกายแสงพยักหน้า

หลิวเหยาเห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งขึ้นบันไดไปที่ห้องตัวเองทันที แล้วนำอุปกรณ์ตรวจวัดต่างๆลงมา ตั้งใจตรวจสอบร่างกายภูติขลุ่ยประกายแสงอย่างละเอียดถี่ถ้วน

เฉียวซางที่ยืนดูอยู่ข้างๆได้พักใหญ่ก็พลันนึกขึ้นมาได้ว่างานที่เธอกำลังทำอยู่ยังไม่เสร็จดี เลยกลับเข้าไปในห้องตัวเองจัดการอัปโหลดข้อมูลสัตว์อสูรที่เธอตั้งใจจะว่าจ้างให้เรียบร้อย

จบบทที่ บทที่ 889: ตื่นเต้น

คัดลอกลิงก์แล้ว