เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 865: เจอตัวแล้ว

บทที่ 865: เจอตัวแล้ว

บทที่ 865: เจอตัวแล้ว


คิดได้แบบนั้น มันก็หลับตาลงทันที เตรียมใช้พลังสัมผัสหาตำแหน่งของผู้ฝึกสัตว์อสูรของตัวเอง แล้วเทเลพอร์ตไปปรากฏตัวตรงหน้าพร้อมมอบเซอร์ไพรส์

“ตี๊ตี๊”

ภูติขลุ่ยประกายแสงร้องเรียกอีกครั้ง สีหน้ายังคงสงบนิ่ง แต่ครั้งนี้มันบอกว่า มีมนุษย์อยู่สี่คน

“ซุนซุน~”

ซุนเป่าเพิ่งสัมผัสได้ถึงตำแหน่งของผู้ฝึกสัตว์อสูรของมันพอดี

มนุษย์จะมากี่คนก็ช่าง ขอแค่ไปหาผู้ฝึกสัตว์อสูรของมันได้ก็พอแล้ว!

คิดได้ดังนั้น ตาของซุนเป่าก็ส่องประกายสีฟ้าขึ้น เตรียมจะใช้เทเลพอร์ต

ปัง!

ทว่า…

ในวินาทีต่อมา มันกลับกระแทกเข้ากับกำแพงล่องหนเข้าเต็มแรงจนล้มลงไปกองกับพื้น

“ซุนซุน?”

ซุนเป่าทำหน้ามึนงง หันไปมองภูติขลุ่ยประกายแสงอย่างไม่เข้าใจ

“ตี๊ตี๊”

ภูติขลุ่ยประกายแสงปรายตามองมัน สีหน้าทรงอำนาจและเคร่งขรึม ไม่มีทีท่าใจดีเหมือนเมื่อครู่แม้แต่น้อย

แกยังไปไม่ได้

“ซุนซุน?”

ซุนเป่ารู้สึกกระวนกระวายขึ้นมาทันที

ทำไมล่ะ?

“ตี๊ตี๊”

ภูติขลุ่ยประกายแสงมองไปที่วงแหวนที่อยู่บนหัวและใบหูของซุนเป่าแวบหนึ่ง ก่อนจะหันสายตากลับมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

มนุษย์พวกนั้นมาหามัน ถ้าผู้ฝึกสัตว์อสูรของแกอยู่ในนั้น นั่นแปลว่าเธอเป็นพวกไม่ดี เพราะฉะนั้นมันปล่อยให้มันกลับไปหาเธอไม่ได้

“ตี๊ตี๊”

พูดจบภูติขลุ่ยประกายแสงก็ยกอุ้งมือขึ้น แล้วส่งเสียงออกมาอีกครั้ง

เว้นเสียแต่ว่า แกจะเอาสิ่งที่อยู่ในวงแหวนนั่นออกมาให้มัน

ในเงามืด ดวงตาสีแดงของภูติขลุ่ยประกายแสงฉายประกายวาวโรจน์ ดูน่ากลัวขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

“ซุนซุน!!!”

ซุนเป่าร้องลั่น

นี่มันปล้นกันชัดๆ!!!

....

เมื่อมาถึงแยกในถ้ำ อาร์กอฟหยุดเดินแล้วหันไปมองชายชรา ถามขึ้นว่า “ต้องไปทางไหน?”

ยังไม่ทันที่รูชูมาลจะตอบ เฉียวซางก็เสนอขึ้นมาก่อน

“พวกเราแยกกันไปสำรวจดีไหม แล้วค่อยกลับมารวมกัน?”

“ไม่จำเป็นต้องยุ่งยากขนาดนั้น” รูชูมาลพูดก่อนจะหันไปมองอากาศข้างๆ แล้วสั่งว่า “ลองสัมผัสดู”

“คงคง”

ทันใดนั้น ร่างโปร่งแสงรางๆ ก็ปรากฏขึ้นข้างๆ เขา แม้จะมองไม่เห็นรูปร่างที่แน่ชัด แต่พอมองออกว่าเป็นสัตว์อสูร

ผ่านไปสิบกว่าวินาที สัตว์อสูรโปร่งแสงตัวนั้นก็ยกอุ้งมือขึ้น แล้วชี้ไปยังถ้ำทางขวา

มันสัมผัสได้จริงๆ สินะ… เฉียวซางได้แต่ถอนหายใจในใจ

สมแล้วที่เป็นสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิ ความสามารถขนาดนี้ไม่ธรรมดาเลย

เธอเองก็สัมผัสได้ว่าซุนเป่าอยู่ในถ้ำทางขวานั่น

ถ้าซุนเป่าอยู่กับภูติขลุ่ยประกายแสง งั้นแปลว่าพวกมันสัมผัสไม่ผิดพลาดแน่

พิลิทหันมามองเธอ สายตาเหมือนจะถามว่า จริงไหม?

เฉียวซางใช้สายตาตอบกลับไปว่า จริง

จากนั้นทั้งสี่คนก็มุ่งหน้าไปยังถ้ำทางขวา

จู่ๆ รูชูมาลก็หันไปมองเฉียวซาง แล้วถามขึ้นว่า

“ราชาผีวงแหวนของเธอล่ะ?”

อยู่ๆถามเรื่องนี้ขึ้นมาทำไม…

เฉียวซางสะดุ้งเล็กน้อย เตรียมจะตอบอะไรบางอย่าง แต่พอดีกับที่ลู่เป่ายื่นหัวออกมาจากกระเป๋าเป้ของเธอ

รูชูมาลกวาดตามองไปอย่างไม่ตั้งใจ พอเห็นว่าเป็นพรายผืนฟ้านิรันดร์ เขาก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะแสดงสีหน้าลังเล

“เมื่อกี้ฉันเหมือนจะได้ยินเสียงของราชาผีวงแหวน”

เดิมทีรูชูมาลไม่ได้รู้จักราชาผีวงแหวน แต่เพราะเขาเคยได้ยินมาว่าพรายผืนฟ้านิรันดร์ของเฉียวซางมีพลังแสงแห่งการรักษา เขาจึงตั้งใจไปดูรอบชิงชนะเลิศของการแข่งขันดาราผู้ฝึกสัตว์อสูร

การต่อสู้ระหว่างราชาผีวงแหวนกับจิ้งจอกมั่งคั่งในตอนนั้นทำให้เขาประทับใจมาก จนจดจำเสียงร้องของมันได้

ซุนเป่า…!

เฉียวซางใจหายวาบ รีบสัมผัสถึงสถานะของซุนเป่า

พอพบว่ามันไม่ได้รับบาดเจ็บ เธอก็แอบถอนหายใจโล่งอก

ดูเหมือนว่ายังไงก็คงสลัดสองคนนี้ไม่พ้นแน่ ถ้าหาเจอภูติขลุ่ยประกายแสง พวกเขาก็ต้องเห็นซุนเป่าอยู่ดี… ถ้างั้นบอกไปก่อนเลยจะดีกว่า…

เมื่อคิดได้ดังนั้น เธอก็ถอนหายใจแล้วพูดว่า

“ราชาผีวงแหวนของฉันหายไปแถวนี้ พวกเราเลยตามร่องรอยพลังของมันมาจนถึงถ้ำนี้ แต่พอถึงปากถ้ำกลับสัมผัสพลังของมันไม่ได้แล้ว จากนั้นก็เจอพวกคุณ”

พูดจบ เธอก็จ้องรูชูมาลด้วยสายตาเต็มไปด้วยความหวัง

“คุณบอกว่าได้ยินเสียงของมัน งั้นคุณรู้ไหมว่ามันมาจากทิศไหน?”

ทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้ กงเป่าที่อยู่เงียบๆ ไม่มีตัวตนมานาน ก็เหลือบมองผู้ฝึกสัตว์อสูรของตัวเองแวบหนึ่ง

การแสดงนี้… ถ้าฉันไม่ได้อยู่ข้างๆ คงเกือบเชื่อไปแล้ว…

ฉันยังไม่ได้ยินเสียงของราชาผีวงแหวนเลย แต่หมอนี่กลับได้ยิน? แสดงว่าพลังของเขาน่าจะเหนือกว่าฉัน…

พิลิทคิดอย่างเงียบๆ และยิ่งระมัดระวังมากขึ้นกว่าเดิม แต่เขายังคงเดินหน้าต่อไป สีหน้าและท่าทางไม่ได้เปลี่ยนไปแม้แต่นิดเดียว เหมือนกับว่าไม่ได้ยินการสนทนานี้เลย

“อยู่ข้างหน้า” รูชูมาลตอบเรียบๆ สีหน้าไม่ได้แสดงความประหลาดใจหรือสงสัยอะไร

อีกด้านหนึ่ง

“ตี๊ตี๊!”

ภูติขลุ่ยประกายแสงเห็นท่าทางของซุนเป่าแล้วก็เริ่มร้อนรน มันรีบส่งเสียงเรียกอีกรอบ พร้อมอธิบายทันที

มันไม่ได้ปล้น! มันแค่กำลังเจรจาเท่านั้นเอง!

“ซุนซุน!”

ซุนเป่าจ้องมันตาเขียว สีหน้าทั้งโกรธทั้งน้อยใจ

ปล้นชัดๆ!

ผู้ฝึกสัตว์อสูรของฉันก็คือผู้ฝึกสัตว์อสูรของฉัน ไม่ใช่พวกไม่ดีอะไรทั้งนั้น! เธอมาหาฉันเป็นหลัก ส่วนที่เธอมาหาแก นั่นเป็นแค่เรื่องรองต่างหาก!

ภูติขลุ่ยประกายแสงอึ้งไปทันที ดวงตาเต็มไปด้วยความสับสน

…เรื่องรอง?

“ซุนซุน!”

ซุนเป่าพอได้พูดก็ยิ่งพูดใหญ่

ใช่แล้ว! เธอมาหาแกก็แค่แวะมาเฉยๆ ที่จริงก็แค่อยากฟังแกเป่าขลุ่ยเท่านั้นเอง!

“ซุนซุน!”

ภูติขลุ่ยประกายแสงเตรียมจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ซุนเป่าก็ร้องแทรกขึ้นมาอีก

อย่าลืมนะ! ว่าแกกินของๆฉันไปตั้งเยอะ แล้วก่อนหน้านี้ก็บอกว่าจะคิดดูก่อน!

“ตี๊ตี๊……”

ภูติขลุ่ยประกายแสงมองขนมที่ยังไม่ได้กินที่กองอยู่เต็มพื้น มันลังเลไปครู่หนึ่งก่อนจะหันไปมองซุนเป่าอีกครั้ง

แต่ว่ามีมนุษย์ตั้งสี่คน… มากขนาดนี้มันไม่ชอบเลย

“ซุนซุน!”

ซุนเป่าทำหน้าตาเหมือนจะบอกว่า เรื่องแค่นี้ง่ายจะตาย!

"แกไม่ต้องไปสนใจมนุษย์อีกสามคนก็พอ เป่าขลุ่ยให้ผู้ฝึกสัตว์อสูรของฉันกับพวกเราเท่านั้นก็พอแล้ว!"

“ตี๊ตี๊……”

ภูติขลุ่ยประกายแสงทำท่าครุ่นคิด แต่ทันใดนั้นเอง หูของมันก็ขยับเล็กน้อย ราวกับว่าได้ยินอะไรบางอย่าง ดวงตาของมันเปล่งประกายสีน้ำเงินวาบขึ้นมา

ทันใดนั้นเอง ภายในถ้ำภูติขลุ่ยประกายแสง ซุนเป่า และขนมทั้งหมดก็หายวับไปจากที่เดิม

....

พลังของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิทั้งสองตัวทำให้ไม่มีสัตว์อสูรป่าตัวไหนกล้าเข้าใกล้ ทำให้พวกเขาเดินทางผ่านอุโมงค์ไปได้อย่างราบรื่น

สุดท้ายทั้งสี่คนก็มาถึงปลายสุดของอุโมงค์ฝั่งขวา

ภายในถ้ำข้างหน้าเต็มไปด้วยความมืดมิด เงียบสงัดจนชวนขนลุก

ไม่ต้องพูดถึงสัตว์อสูรป่าเลย แม้แต่สิ่งมีชีวิตธรรมดาสักตัวก็ยังไม่มี

“ดูเหมือนว่าภูติขลุ่ยประกายแสงกับราชาผีวงแหวนจะไม่ได้อยู่ที่นี่” พิลิทมองไปรอบๆ ก่อนที่สายตาของเขาจะหยุดลงที่จุดหนึ่ง แล้วพูดขึ้น

…ไม่ใช่หรอก ซุนเป่าอยู่ที่นี่…

เฉียวซางสัมผัสถึงพลังของซุนเป่าได้ชัดเจน แต่เพราะข้างๆ เธอยังมีสองคนที่สนใจภูติขลุ่ยประกายแสงอยู่ เธอจึงแกล้งทำเป็นเหมือนไม่รู้อะไร แล้วแสดงสีหน้าผิดหวังออกมา

“กลับไปทางเดิม แล้วไปลองอีกเส้นทางกันเถอะ” อาร์กอฟเสนอ

“ไม่”

จู่ๆ รูชูมาลก็หัวเราะขึ้นมา ก่อนจะออกคำสั่งเสียงดังฟังชัด

“กระชากมิติ! แก้ไขพื้นที่!”

ทันทีที่เขาพูดจบ ร่างของกระชากมิติก็ปรากฏขึ้นมาอย่างสมบูรณ์

ใบหน้าสีม่วงแดง สามหางที่ปลายหางแต่ละเส้นประดับด้วยอัญมณีสีขาว

“คงคง!”

มันส่งเสียงร้องออกมา ดวงตาเปล่งประกายสีน้ำเงินวาบ

บรรยากาศภายในถ้ำพลันบิดเบี้ยวราวกับผิวน้ำที่โดนลมพัดกระเพื่อม

ผ่านไปเพียงชั่วอึดใจ ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพเดิม

แต่ครั้งนี้กลางถ้ำปรากฏร่างของสัตว์อสูรตัวหนึ่งที่ถือขลุ่ยสีแดงในอุ้งมือ มันมีรูปร่างกลม ขนาดตัวประมาณ 50 เซนติเมตร สีตัวโดยรวมเป็นสีครีม หัวกลมมน มีเส้นริบบิ้นเป็นเสาอากาศ ดวงตาเป็นสีแดงสด บนหน้าผากมีลายสีแดงเป็นรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด

ข้างๆมันคือซุนเป่าที่กำลังถูกปิดปากไว้ สีหน้าของมันเหมือนถูกจับตัวมาโดยไม่เต็มใจ ดวงตากลมโตของมันเต็มไปด้วยน้ำตา มองมาที่เฉียวซางอย่างน่าสงสาร

“เจอพวกแกแล้ว”

รูชูมาลจ้องภูติขลุ่ยประกายแสงแน่วแน่ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความยินดีสุดขีด

จบบทที่ บทที่ 865: เจอตัวแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว