เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 829: พรายผืนฟ้านิรันดร์หายไปไหนกัน

บทที่ 829: พรายผืนฟ้านิรันดร์หายไปไหนกัน

บทที่ 829: พรายผืนฟ้านิรันดร์หายไปไหนกัน


"ขอแสดงความยินดีกับผู้เข้าแข่งขันเฉียวซางที่คว้าชัยชนะในการแข่งขันครั้งนี้ไปได้ครับ!" เสียงของผู้บรรยายดังขึ้นทันที

ทั่วทั้งสนามยังคงเงียบงัน

ผ่านไปชั่วอึดใจ เสียงเชียร์และเสียงพูดคุยก็ดังขึ้นพร้อมกัน

"เจ้าหมีดีดเด้งนี่น่าสงสารจริงๆ..."

"เออ เถียงไม่ออกเลยว่ะ..."

"เอาแค่ไม่พูดถึงว่าหัวมันเจ็บรึเปล่านะ แค่เห็นมันโดนสะกดจิตแล้วโดนชนจนตื่น โดนสะกดจิตอีกแล้วก็โดนชนอีก วนไปแบบนี้...แค่คิดว่าถ้าเป็นตัวเองกำลังจะหลับแล้วถูกนาฬิกาปลุกดังใส่แบบนี้ซ้ำๆหลายรอบ ก็จะบ้าตายแล้ว..."

"เวรเอ๊ย! ตอนแรกก็ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่พอแกพูดแบบนี้ ฉันก็เริ่มสงสารเจ้าหมีดีดเด้งขึ้นมาเลย..."

"ราชาผีวงแหวนนี่เคลื่อนที่เร็วมากเลยนะ แถมระดับความชำนาญของทักษะแต่ละอย่างก็สูงมาก ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีทักษะโจมตีที่รุนแรงเป็นพิเศษ แต่ให้ความรู้สึกว่าแค่โดนมันควบคุมตัวได้สักครั้งก็คือจบเห่แล้ว..."

"แต่หมีดีดเด้งเองก็โคตรเก่งนะ มันเป็นสัตว์อสูรตัวแรกเลยที่สามารถฝ่าการควบคุมเงาของราชาผีวงแหวนมาได้สำเร็จ!"

"ว่าแต่ราชาผีวงแหวนแข็งแกร่งขนาดนี้ แต่ทำไมมันถึงทำรูปลักษณ์ฮาๆแบบนี้กันนะ?"

"ไม่รู้ดิ อาจจะเป็นรสนิยมของเฉียวซางมั้ง? แต่เอาเข้าจริง ดูไปดูมามันก็แอบเหมาะอยู่นะ..."

ท่ามกลางเสียงพูดคุยรอบสนาม เฉียวซางสะบัดมือเบาๆ แล้วเก็บซุนเป่าที่กำลังโบกมือทักทายผู้ชมอย่างกระตือรือร้นกลับเข้าไปในตำราอสูร

การแข่งขันรอบที่สองกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ความเร็วในการทำสัญลักษณ์มืออัญเชิญต้องเร็วขึ้นให้ได้...

ขณะที่ความคิดแวบเข้ามา เสียงกลไกก็ดังขึ้นทันที

"3... 2... 1... เริ่มการแข่งขัน!"

เฉียวซางยกมือขึ้นแล้วทำสัญลักษณ์อัญเชิญขึ้นอย่างรวดเร็ว

เพียงชั่วพริบตา กลุ่มดาวสีส้มเหลืองก็เปล่งแสงขึ้นตรงหน้า

เมื่อกลุ่มดาวปรากฏขึ้นบนสนาม ผู้ชมก็พากันฮือฮา

"มือเฉียวซางเร็วขึ้นเยอะเลยนะ!"

"จริง! ตอนนี้ความเร็วเธอแทบจะเทียบกับผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆได้แล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันยังถือว่าช้าอยู่เลย"

"ตอนแข่งรอบแรก ฉันยังคิดว่าเธอแค่ฟลุ๊กเลยทำได้ดีเป็นพิเศษ แต่พอเห็นรอบนี้แล้วก็ยังเร็วเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย"

"ฉันเห็นตอนเธอนั่งอยู่ในโซนผู้เข้าแข่งขันเมื่อกี้ เธอก็ฝึกทำสัญลักษณ์มืออยู่ตลอดเวลาเลยนะ"

"แต่นี่มันแค่ไม่กี่วันเองนะ...ความเร็วมือของเธอกลับตามทันพวกที่ฝึกมากว่าสิบปีได้แล้วเหรอ..."

“จะไปคิดมากทำไม นี่มันเฉียวซางนะ เราเอาตรรกะปกติไปคิดกับเฉียวซางไม่ได้หรอก”

บนสนามประลอง

สองกลุ่มดาวสีส้มเหลืองส่องสว่างขึ้นพร้อมกัน

เมื่อเงาร่างขนาดราวหกเมตรสองสายปรากฏขึ้น เกล็ดหิมะสีขาวก็ค่อยๆ ร่วงหล่นจากฟากฟ้า

พรายผืนฟ้านิรันดร์...

วาคเคอร์มองไปยังสัตว์อสูรลึกลับที่แผ่ประกายระยิบระยับภายใต้แสงไฟอยู่ไกลออกไป พลันกลั้นลมหายใจโดยไม่รู้ตัว

รูปร่างภายนอกของมันยังคงเหมือนเดิม แต่ชัดเจนว่าสะเก็ดเกล็ดทุกชิ้นบนตัวของพรายผืนฟ้านิรันดร์ได้รับการดูแลและขัดเงาอย่างดี อัญมณีบนหน้าผากเปล่งประกายราวกับไข่มุกส่องแสง เกล็ดรอบกายใสกระจ่าง ประกายแสงเจิดจรัสจับตา ลึกลับและสง่างาม

ให้ความรู้สึกเหมือนเทพธิดาที่ได้รับการแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างประณีต

แม้ว่าโดยปกติแล้วเขาจะไม่สนใจรูปลักษณ์ของสัตว์อสูรเท่าไร แต่ครั้งนี้ก็ต้องยอมรับว่า พรายผืนฟ้านิรันดร์งดงามอย่างแท้จริง...

ในขณะเดียวกัน บนอัฒจันทร์เสียงฮือฮาดังกระหึ่มขึ้นมาอีกระลอก ทุกคนต่างเผยสีหน้าตื่นตะลึง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพสัตว์อสูรสีน้ำเงินที่เปล่งประกายเจิดจรัสบนสนามประลอง

แม้แต่ผู้ชมที่เคยเห็นพรายผืนฟ้านิรันดร์มาก่อนในช่วงหลายวันที่ผ่านมาก็ยังอดไม่ได้ที่จะร้องอุทานด้วยความตกตะลึง

"ทำไมฉันรู้สึกว่าพรายผืนฟ้านิรันดร์ดูหรูหรากว่าเดิมอีกล่ะ..."

"พระเจ้า! นี่มันความแตกต่างระหว่างวิดีโอกับของจริงสินะ! มันสวยเกินไปแล้ว!"

"พรายผืนฟ้านิรันดร์ต้องแอบไปเข้าร้านเสริมสวยสัตว์อสูรมาชัวร์! ไม่เห็นเหมือนเมื่อไม่กี่วันก่อนเลยสักนิด!"

"ฉันสงสัยมากเลยนะว่าอสูรเพลิงพิศวง ราชาผีวงแหวน แล้วก็พรายผืนฟ้านิรันดร์เนี่ย ไปใช้บริการร้านเสริมสวยสัตว์อสูรร้านเดียวกันรึเปล่า? ทำไมผลลัพธ์มันต่างกันขนาดนี้?"

ภายใต้สายตาที่จับจ้องมาที่ตนเอง ลู่เป่าก็อ้าปากออกเบาๆ

ท้องฟ้าที่มีหิมะโปรยปรายอยู่แล้วพลันกลายเป็นสีหม่นลง ลมหนาวที่แผ่พัดมาพร้อมกับหิมะเริ่มพัดแรงขึ้นจนแทงผิว เสียงหวีดหวิวกึกก้อง ขณะเดียวกันเกล็ดหิมะที่ร่วงหล่นก็หนาขึ้นอย่างฉับพลัน

ในวินาทีนั้น สัตว์อสูรร่างหมีที่มีขนดำขาวปกคลุมหนาจนแทบปิดดวงตา ยืนสองขา พลันสั่นไหวไปมา ก่อนจะพุ่งตัวออกไปในพริบตาราวกับแสงสีขาวที่พุ่งทะยาน

ขณะที่มันพุ่งไปข้างหน้า ร่างกายแยกออกเป็นสาม จากสามกลายเป็นหก

เงาร่างสีขาวหกสายพุ่งไปมาสลับตำแหน่งกันอย่างรวดเร็ว พุ่งตรงไปยังตำแหน่งที่ลู่เป่ายืนอยู่

ก่อนที่เกล็ดหิมะหนาทึบจะร่วงหล่นลงมา วาคเคอร์รีบกล่าวออกมาอย่างฉับไว

"รวม!"

ชั่วพริบตาเงาสีขาวทั้งหกพลันรวมตัวเข้าหากันโดยพร้อมเพรียง เงาทุกสายกระโดดขึ้นไปทับกันเป็นชั้นๆ

แม้ว่าน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทว่าเงาแสงสีขาวทั้งสามที่อยู่ด้านบนสุดกลับไม่มีท่าทีว่าจะลดความเร็วลงเลยแม้แต่น้อย

หิมะโปรยปรายลงมา

ร่างที่อยู่ด้านบนสุดทั้งสามสายยังคงไร้ซึ่งการเปลี่ยนแปลง

ไม่ใช่บุปผาเยือกแข็งหรอกเหรอ...

วาคเคอถอนหายใจอย่างโล่งอกในชั่วขณะ

พรายผืนฟ้านิรันดร์มีทักษะที่รับมือได้ยากอยู่หลายอย่าง นอกจากทักษะเหนือระดับอย่างอาณาเขตสวรรค์นิรันดร์กาลและแสงแห่งการรักษาแล้ว ทักษะที่น่าปวดหัวที่สุดก็คือบุปผาเยือกแข็ง...

หากระดับความชำนาญของทักษะไม่สูงก็คงไม่ใช่ปัญหาอะไร แต่จากที่ดูการแข่งในรอบก่อนๆ บุปผาเยือกแข็งของพรายผืนฟ้านิรันดร์นั้นชัดเจนว่ามีระดับความชำนาญถึงขั้นไร้ที่ติแล้ว

ถึงแม้ว่าเขาจะมั่นใจในพลังของหมีพุ่งตรงของเขามาก แต่เขาเองก็ยังไม่เคยเผชิญหน้ากับบุปผาเยือกแข็งขั้นไร้ที่ติในการต่อสู้จริงมาก่อนเลย ทำให้ไม่กล้าให้หมีพุ่งตรงเข้าไปสัมผัสกับมันโดยตรง

ตอนแรกเขาคิดว่าพรายผืนฟ้านิรันดร์ใช้บุปผาเยือกแข็งไปแล้ว แต่ปรากฏว่าไม่ใช่...

แสดงว่าพรายผืนฟ้านิรันดร์มีทักษะที่ทำให้หิมะตกได้ด้วยสินะ...

หมีพุ่งตรงเป็นสัตว์อสูรที่มีสองประเภทในตัว คือประเภทต่อสู้และประเภททั่วไป มันชอบการวิ่งพุ่งเป็นเส้นตรง แม้ว่าจะมีสิ่งกีดขวางอยู่ตรงหน้าก็จะใช้วิธีเลี้ยวฉับพลันเป็นเส้นตรงแทนการค่อยๆหมุนโค้ง เรียกได้ว่าไม่ถนัดการเลี้ยวแบบช้าๆ เอาเสียเลย แถมทุกวันมันยังเต็มไปด้วยความฮึกเหิมและมีพลังระเบิดอันยอดเยี่ยม...

ขณะที่มองไปยังหมีพุ่งตรงทั้งหกเงาที่พุ่งเข้ามาตรงหน้า ข้อมูลที่เกี่ยวกับมันก็แวบขึ้นมาในหัวของเฉียวซาง

ถ้าจำไม่ผิด หมีพุ่งตรงทุกตัวน่าจะมีลักษณะเฉพาะตัวที่เรียกว่าขาไว ซึ่งเมื่อมันอยู่ในสภาวะผิดปกติ ความเร็วจะเพิ่มขึ้นทันที และยังสามารถเพิกเฉยต่อสถานะอย่างอัมพาตได้อีกด้วย...

ความคิดมากมายผุดขึ้นในหัวของเฉียวซาง แต่ใบหน้าของเธอยังคงเรียบเฉย

ดูเหมือนว่าหมีพุ่งตรงจะเข้าใจแล้วว่าหิมะโปรยปรายไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร เงาสีขาวทั้งหกก็แยกออกจากกันอีกครั้ง พุ่งตรงเข้าหาลู่เป่า!

ปัง!

ในจังหวะที่พุ่งเข้าปะทะ เงาทั้งหกพลันแยกออกจากกันอย่างฉับพลัน สองเงาจากในบรรดาพวกนั้นถึงกับกระโจนขึ้นไปในอากาศ จัดการโอบล้อมลู่เป่าจากทุกทิศทาง กรงเล็บหกอันที่อาบแสงสีขาววาววับตะปบลงมาอย่างแรง!

แต่แล้ว…

พายุหิมะขนาดมหึมาก็พัดกระหน่ำทั่วสนามประลอง ราวกับจะกลืนกินทุกอย่างลงสู่ทะเลแห่งสีขาวไร้สิ้นสุด

ร่างของลู่เป่าพลันถูกปกคลุมด้วยแสงสีขาวจากหิมะหนาทึบ

แม้ว่าหมีพุ่งตรงจะมองไม่เห็นเป้าหมายแล้ว แต่กรงเล็บของมันก็ยังคงตะปบลงมาเต็มแรง!

เสียงแตกของพื้นดังขึ้นอย่างรุนแรง พื้นสนามพลันแตกร้าวเป็นทางยาว และเมื่อลงไปถึงจุดที่ลึกที่สุด สนามก็เกิดการระเบิดออกเป็นหลุมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าหลายสิบเมตร!

แต่แรงระเบิดนั้นกลับถูกพายุหิมะบดบังจนแทบไม่เหลือร่องรอย

เมื่อกี้... เป็นพายุหิมะงั้นเหรอ...?

ทำไมพรายผืนฟ้านิรันดร์ไม่ส่งเสียงร้องเลยล่ะ? หรือว่ามันไม่ได้โดนโจมตี?

เป็นไปไม่ได้! กรงเล็บบดขยี้ของหมีพุ่งตรงครอบคลุมพื้นที่รัศมีตั้ง 13 เมตร ไม่ว่าจะหลบไปทางไหนก็ต้องโดนสักจุดนั่นแหละ...

ทว่าพายุหิมะทำให้วาคเคอไม่สามารถมองเห็นสถานการณ์ได้ถนัด ทำได้เพียงคาดเดาสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าเท่านั้น

“พรายผืนฟ้านิรันดร์ใช้พายุหิมะออกมาปกคลุมทั่วทั้งสนามประลอง! และเมื่อกี้นี้หมีพุ่งตรงโจมตีได้ผลหรือไม่!?”

ทันทีที่เสียงของผู้บรรยายดังขึ้น ไฟสปอร์ตไลท์หลายดวงรอบสนามก็เริ่มส่องเข้ามาเพื่อส่องให้เห็นสถานการณ์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ม่านพายุหิมะ

และเมื่อภาพของสนามปรากฏขึ้นต่อสายตาผู้ชม ทุกคนต่างตกตะลึง

หมีพุ่งตรงทั้งหกตัว... ตอนนี้เหลือเพียงตัวเดียว

ส่วนพรายผืนฟ้านิรันดร์... หายไปแล้ว!?

"ดูเหมือนว่าการโจมตีของหมีพุ่งตรงจะพลาดเป้า! แล้วพรายผืนฟ้านิรันดร์ล่ะ? หายไปไหน?"

ผู้บรรยายกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด ดูเหมือนเขาเองก็รู้สึกประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกัน

"พรายผืนฟ้านิรันดร์อยู่ไหน?"

"ตัวตั้งใหญ่ขนาดนั้น อยู่ดีๆหายไปได้ไง!?"

"ฉันจำได้นะว่าพรายผืนฟ้านิรันดร์มีลักษณะเฉพาะตัวหนึ่งเดียวกับสายน้ำ แต่ตอนนี้พื้นสนามไม่มีน้ำสักหยด แถมฝนก็ไม่ได้ตกนี่?"

"พรายผืนฟ้านิรันดร์หายไปไหนกันแน่!?"

ผู้ชมบนอัฒจันทร์พากันมองไปรอบสนามด้วยความตกตะลึง ต่างพากันคาดเดาว่าเมื่อครู่ลู่เป่าใช้ทักษะอะไร และตอนนี้มันอยู่ที่ไหน

...ก็อยู่บนตัวหมีพุ่งตรงนั่นแหละ... เฉียวซางที่ได้ยินสิ่งที่คนอื่นพูดก็ได้แต่คิดอยู่ภายในใจ

จบบทที่ บทที่ 829: พรายผืนฟ้านิรันดร์หายไปไหนกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว