- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 829: พรายผืนฟ้านิรันดร์หายไปไหนกัน
บทที่ 829: พรายผืนฟ้านิรันดร์หายไปไหนกัน
บทที่ 829: พรายผืนฟ้านิรันดร์หายไปไหนกัน
"ขอแสดงความยินดีกับผู้เข้าแข่งขันเฉียวซางที่คว้าชัยชนะในการแข่งขันครั้งนี้ไปได้ครับ!" เสียงของผู้บรรยายดังขึ้นทันที
ทั่วทั้งสนามยังคงเงียบงัน
ผ่านไปชั่วอึดใจ เสียงเชียร์และเสียงพูดคุยก็ดังขึ้นพร้อมกัน
"เจ้าหมีดีดเด้งนี่น่าสงสารจริงๆ..."
"เออ เถียงไม่ออกเลยว่ะ..."
"เอาแค่ไม่พูดถึงว่าหัวมันเจ็บรึเปล่านะ แค่เห็นมันโดนสะกดจิตแล้วโดนชนจนตื่น โดนสะกดจิตอีกแล้วก็โดนชนอีก วนไปแบบนี้...แค่คิดว่าถ้าเป็นตัวเองกำลังจะหลับแล้วถูกนาฬิกาปลุกดังใส่แบบนี้ซ้ำๆหลายรอบ ก็จะบ้าตายแล้ว..."
"เวรเอ๊ย! ตอนแรกก็ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่พอแกพูดแบบนี้ ฉันก็เริ่มสงสารเจ้าหมีดีดเด้งขึ้นมาเลย..."
"ราชาผีวงแหวนนี่เคลื่อนที่เร็วมากเลยนะ แถมระดับความชำนาญของทักษะแต่ละอย่างก็สูงมาก ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีทักษะโจมตีที่รุนแรงเป็นพิเศษ แต่ให้ความรู้สึกว่าแค่โดนมันควบคุมตัวได้สักครั้งก็คือจบเห่แล้ว..."
"แต่หมีดีดเด้งเองก็โคตรเก่งนะ มันเป็นสัตว์อสูรตัวแรกเลยที่สามารถฝ่าการควบคุมเงาของราชาผีวงแหวนมาได้สำเร็จ!"
"ว่าแต่ราชาผีวงแหวนแข็งแกร่งขนาดนี้ แต่ทำไมมันถึงทำรูปลักษณ์ฮาๆแบบนี้กันนะ?"
"ไม่รู้ดิ อาจจะเป็นรสนิยมของเฉียวซางมั้ง? แต่เอาเข้าจริง ดูไปดูมามันก็แอบเหมาะอยู่นะ..."
ท่ามกลางเสียงพูดคุยรอบสนาม เฉียวซางสะบัดมือเบาๆ แล้วเก็บซุนเป่าที่กำลังโบกมือทักทายผู้ชมอย่างกระตือรือร้นกลับเข้าไปในตำราอสูร
การแข่งขันรอบที่สองกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ความเร็วในการทำสัญลักษณ์มืออัญเชิญต้องเร็วขึ้นให้ได้...
ขณะที่ความคิดแวบเข้ามา เสียงกลไกก็ดังขึ้นทันที
"3... 2... 1... เริ่มการแข่งขัน!"
เฉียวซางยกมือขึ้นแล้วทำสัญลักษณ์อัญเชิญขึ้นอย่างรวดเร็ว
เพียงชั่วพริบตา กลุ่มดาวสีส้มเหลืองก็เปล่งแสงขึ้นตรงหน้า
เมื่อกลุ่มดาวปรากฏขึ้นบนสนาม ผู้ชมก็พากันฮือฮา
"มือเฉียวซางเร็วขึ้นเยอะเลยนะ!"
"จริง! ตอนนี้ความเร็วเธอแทบจะเทียบกับผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆได้แล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันยังถือว่าช้าอยู่เลย"
"ตอนแข่งรอบแรก ฉันยังคิดว่าเธอแค่ฟลุ๊กเลยทำได้ดีเป็นพิเศษ แต่พอเห็นรอบนี้แล้วก็ยังเร็วเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย"
"ฉันเห็นตอนเธอนั่งอยู่ในโซนผู้เข้าแข่งขันเมื่อกี้ เธอก็ฝึกทำสัญลักษณ์มืออยู่ตลอดเวลาเลยนะ"
"แต่นี่มันแค่ไม่กี่วันเองนะ...ความเร็วมือของเธอกลับตามทันพวกที่ฝึกมากว่าสิบปีได้แล้วเหรอ..."
“จะไปคิดมากทำไม นี่มันเฉียวซางนะ เราเอาตรรกะปกติไปคิดกับเฉียวซางไม่ได้หรอก”
บนสนามประลอง
สองกลุ่มดาวสีส้มเหลืองส่องสว่างขึ้นพร้อมกัน
เมื่อเงาร่างขนาดราวหกเมตรสองสายปรากฏขึ้น เกล็ดหิมะสีขาวก็ค่อยๆ ร่วงหล่นจากฟากฟ้า
พรายผืนฟ้านิรันดร์...
วาคเคอร์มองไปยังสัตว์อสูรลึกลับที่แผ่ประกายระยิบระยับภายใต้แสงไฟอยู่ไกลออกไป พลันกลั้นลมหายใจโดยไม่รู้ตัว
รูปร่างภายนอกของมันยังคงเหมือนเดิม แต่ชัดเจนว่าสะเก็ดเกล็ดทุกชิ้นบนตัวของพรายผืนฟ้านิรันดร์ได้รับการดูแลและขัดเงาอย่างดี อัญมณีบนหน้าผากเปล่งประกายราวกับไข่มุกส่องแสง เกล็ดรอบกายใสกระจ่าง ประกายแสงเจิดจรัสจับตา ลึกลับและสง่างาม
ให้ความรู้สึกเหมือนเทพธิดาที่ได้รับการแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างประณีต
แม้ว่าโดยปกติแล้วเขาจะไม่สนใจรูปลักษณ์ของสัตว์อสูรเท่าไร แต่ครั้งนี้ก็ต้องยอมรับว่า พรายผืนฟ้านิรันดร์งดงามอย่างแท้จริง...
ในขณะเดียวกัน บนอัฒจันทร์เสียงฮือฮาดังกระหึ่มขึ้นมาอีกระลอก ทุกคนต่างเผยสีหน้าตื่นตะลึง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพสัตว์อสูรสีน้ำเงินที่เปล่งประกายเจิดจรัสบนสนามประลอง
แม้แต่ผู้ชมที่เคยเห็นพรายผืนฟ้านิรันดร์มาก่อนในช่วงหลายวันที่ผ่านมาก็ยังอดไม่ได้ที่จะร้องอุทานด้วยความตกตะลึง
"ทำไมฉันรู้สึกว่าพรายผืนฟ้านิรันดร์ดูหรูหรากว่าเดิมอีกล่ะ..."
"พระเจ้า! นี่มันความแตกต่างระหว่างวิดีโอกับของจริงสินะ! มันสวยเกินไปแล้ว!"
"พรายผืนฟ้านิรันดร์ต้องแอบไปเข้าร้านเสริมสวยสัตว์อสูรมาชัวร์! ไม่เห็นเหมือนเมื่อไม่กี่วันก่อนเลยสักนิด!"
"ฉันสงสัยมากเลยนะว่าอสูรเพลิงพิศวง ราชาผีวงแหวน แล้วก็พรายผืนฟ้านิรันดร์เนี่ย ไปใช้บริการร้านเสริมสวยสัตว์อสูรร้านเดียวกันรึเปล่า? ทำไมผลลัพธ์มันต่างกันขนาดนี้?"
ภายใต้สายตาที่จับจ้องมาที่ตนเอง ลู่เป่าก็อ้าปากออกเบาๆ
ท้องฟ้าที่มีหิมะโปรยปรายอยู่แล้วพลันกลายเป็นสีหม่นลง ลมหนาวที่แผ่พัดมาพร้อมกับหิมะเริ่มพัดแรงขึ้นจนแทงผิว เสียงหวีดหวิวกึกก้อง ขณะเดียวกันเกล็ดหิมะที่ร่วงหล่นก็หนาขึ้นอย่างฉับพลัน
ในวินาทีนั้น สัตว์อสูรร่างหมีที่มีขนดำขาวปกคลุมหนาจนแทบปิดดวงตา ยืนสองขา พลันสั่นไหวไปมา ก่อนจะพุ่งตัวออกไปในพริบตาราวกับแสงสีขาวที่พุ่งทะยาน
ขณะที่มันพุ่งไปข้างหน้า ร่างกายแยกออกเป็นสาม จากสามกลายเป็นหก
เงาร่างสีขาวหกสายพุ่งไปมาสลับตำแหน่งกันอย่างรวดเร็ว พุ่งตรงไปยังตำแหน่งที่ลู่เป่ายืนอยู่
ก่อนที่เกล็ดหิมะหนาทึบจะร่วงหล่นลงมา วาคเคอร์รีบกล่าวออกมาอย่างฉับไว
"รวม!"
ชั่วพริบตาเงาสีขาวทั้งหกพลันรวมตัวเข้าหากันโดยพร้อมเพรียง เงาทุกสายกระโดดขึ้นไปทับกันเป็นชั้นๆ
แม้ว่าน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทว่าเงาแสงสีขาวทั้งสามที่อยู่ด้านบนสุดกลับไม่มีท่าทีว่าจะลดความเร็วลงเลยแม้แต่น้อย
หิมะโปรยปรายลงมา
ร่างที่อยู่ด้านบนสุดทั้งสามสายยังคงไร้ซึ่งการเปลี่ยนแปลง
ไม่ใช่บุปผาเยือกแข็งหรอกเหรอ...
วาคเคอถอนหายใจอย่างโล่งอกในชั่วขณะ
พรายผืนฟ้านิรันดร์มีทักษะที่รับมือได้ยากอยู่หลายอย่าง นอกจากทักษะเหนือระดับอย่างอาณาเขตสวรรค์นิรันดร์กาลและแสงแห่งการรักษาแล้ว ทักษะที่น่าปวดหัวที่สุดก็คือบุปผาเยือกแข็ง...
หากระดับความชำนาญของทักษะไม่สูงก็คงไม่ใช่ปัญหาอะไร แต่จากที่ดูการแข่งในรอบก่อนๆ บุปผาเยือกแข็งของพรายผืนฟ้านิรันดร์นั้นชัดเจนว่ามีระดับความชำนาญถึงขั้นไร้ที่ติแล้ว
ถึงแม้ว่าเขาจะมั่นใจในพลังของหมีพุ่งตรงของเขามาก แต่เขาเองก็ยังไม่เคยเผชิญหน้ากับบุปผาเยือกแข็งขั้นไร้ที่ติในการต่อสู้จริงมาก่อนเลย ทำให้ไม่กล้าให้หมีพุ่งตรงเข้าไปสัมผัสกับมันโดยตรง
ตอนแรกเขาคิดว่าพรายผืนฟ้านิรันดร์ใช้บุปผาเยือกแข็งไปแล้ว แต่ปรากฏว่าไม่ใช่...
แสดงว่าพรายผืนฟ้านิรันดร์มีทักษะที่ทำให้หิมะตกได้ด้วยสินะ...
หมีพุ่งตรงเป็นสัตว์อสูรที่มีสองประเภทในตัว คือประเภทต่อสู้และประเภททั่วไป มันชอบการวิ่งพุ่งเป็นเส้นตรง แม้ว่าจะมีสิ่งกีดขวางอยู่ตรงหน้าก็จะใช้วิธีเลี้ยวฉับพลันเป็นเส้นตรงแทนการค่อยๆหมุนโค้ง เรียกได้ว่าไม่ถนัดการเลี้ยวแบบช้าๆ เอาเสียเลย แถมทุกวันมันยังเต็มไปด้วยความฮึกเหิมและมีพลังระเบิดอันยอดเยี่ยม...
ขณะที่มองไปยังหมีพุ่งตรงทั้งหกเงาที่พุ่งเข้ามาตรงหน้า ข้อมูลที่เกี่ยวกับมันก็แวบขึ้นมาในหัวของเฉียวซาง
ถ้าจำไม่ผิด หมีพุ่งตรงทุกตัวน่าจะมีลักษณะเฉพาะตัวที่เรียกว่าขาไว ซึ่งเมื่อมันอยู่ในสภาวะผิดปกติ ความเร็วจะเพิ่มขึ้นทันที และยังสามารถเพิกเฉยต่อสถานะอย่างอัมพาตได้อีกด้วย...
ความคิดมากมายผุดขึ้นในหัวของเฉียวซาง แต่ใบหน้าของเธอยังคงเรียบเฉย
ดูเหมือนว่าหมีพุ่งตรงจะเข้าใจแล้วว่าหิมะโปรยปรายไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร เงาสีขาวทั้งหกก็แยกออกจากกันอีกครั้ง พุ่งตรงเข้าหาลู่เป่า!
ปัง!
ในจังหวะที่พุ่งเข้าปะทะ เงาทั้งหกพลันแยกออกจากกันอย่างฉับพลัน สองเงาจากในบรรดาพวกนั้นถึงกับกระโจนขึ้นไปในอากาศ จัดการโอบล้อมลู่เป่าจากทุกทิศทาง กรงเล็บหกอันที่อาบแสงสีขาววาววับตะปบลงมาอย่างแรง!
แต่แล้ว…
พายุหิมะขนาดมหึมาก็พัดกระหน่ำทั่วสนามประลอง ราวกับจะกลืนกินทุกอย่างลงสู่ทะเลแห่งสีขาวไร้สิ้นสุด
ร่างของลู่เป่าพลันถูกปกคลุมด้วยแสงสีขาวจากหิมะหนาทึบ
แม้ว่าหมีพุ่งตรงจะมองไม่เห็นเป้าหมายแล้ว แต่กรงเล็บของมันก็ยังคงตะปบลงมาเต็มแรง!
เสียงแตกของพื้นดังขึ้นอย่างรุนแรง พื้นสนามพลันแตกร้าวเป็นทางยาว และเมื่อลงไปถึงจุดที่ลึกที่สุด สนามก็เกิดการระเบิดออกเป็นหลุมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าหลายสิบเมตร!
แต่แรงระเบิดนั้นกลับถูกพายุหิมะบดบังจนแทบไม่เหลือร่องรอย
เมื่อกี้... เป็นพายุหิมะงั้นเหรอ...?
ทำไมพรายผืนฟ้านิรันดร์ไม่ส่งเสียงร้องเลยล่ะ? หรือว่ามันไม่ได้โดนโจมตี?
เป็นไปไม่ได้! กรงเล็บบดขยี้ของหมีพุ่งตรงครอบคลุมพื้นที่รัศมีตั้ง 13 เมตร ไม่ว่าจะหลบไปทางไหนก็ต้องโดนสักจุดนั่นแหละ...
ทว่าพายุหิมะทำให้วาคเคอไม่สามารถมองเห็นสถานการณ์ได้ถนัด ทำได้เพียงคาดเดาสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าเท่านั้น
“พรายผืนฟ้านิรันดร์ใช้พายุหิมะออกมาปกคลุมทั่วทั้งสนามประลอง! และเมื่อกี้นี้หมีพุ่งตรงโจมตีได้ผลหรือไม่!?”
ทันทีที่เสียงของผู้บรรยายดังขึ้น ไฟสปอร์ตไลท์หลายดวงรอบสนามก็เริ่มส่องเข้ามาเพื่อส่องให้เห็นสถานการณ์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ม่านพายุหิมะ
และเมื่อภาพของสนามปรากฏขึ้นต่อสายตาผู้ชม ทุกคนต่างตกตะลึง
หมีพุ่งตรงทั้งหกตัว... ตอนนี้เหลือเพียงตัวเดียว
ส่วนพรายผืนฟ้านิรันดร์... หายไปแล้ว!?
"ดูเหมือนว่าการโจมตีของหมีพุ่งตรงจะพลาดเป้า! แล้วพรายผืนฟ้านิรันดร์ล่ะ? หายไปไหน?"
ผู้บรรยายกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด ดูเหมือนเขาเองก็รู้สึกประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกัน
"พรายผืนฟ้านิรันดร์อยู่ไหน?"
"ตัวตั้งใหญ่ขนาดนั้น อยู่ดีๆหายไปได้ไง!?"
"ฉันจำได้นะว่าพรายผืนฟ้านิรันดร์มีลักษณะเฉพาะตัวหนึ่งเดียวกับสายน้ำ แต่ตอนนี้พื้นสนามไม่มีน้ำสักหยด แถมฝนก็ไม่ได้ตกนี่?"
"พรายผืนฟ้านิรันดร์หายไปไหนกันแน่!?"
ผู้ชมบนอัฒจันทร์พากันมองไปรอบสนามด้วยความตกตะลึง ต่างพากันคาดเดาว่าเมื่อครู่ลู่เป่าใช้ทักษะอะไร และตอนนี้มันอยู่ที่ไหน
...ก็อยู่บนตัวหมีพุ่งตรงนั่นแหละ... เฉียวซางที่ได้ยินสิ่งที่คนอื่นพูดก็ได้แต่คิดอยู่ภายในใจ