- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 823: ช่วยยกตำแหน่งหัวหน้าให้มันได้ไหม?
บทที่ 823: ช่วยยกตำแหน่งหัวหน้าให้มันได้ไหม?
บทที่ 823: ช่วยยกตำแหน่งหัวหน้าให้มันได้ไหม?
"ขอแสดงความยินดีกับเฉียวซางที่สามารถผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ!" เสียงของผู้ดำเนินรายการประกาศขึ้นอย่างเปี่ยมไปด้วยพลัง
เสียงเชียร์ดังกึกก้องไปทั่วสนาม ตามมาด้วยเสียงพูดคุยที่พุ่งสูงขึ้นในทันที บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงอื้ออึง
"ฉันรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเฉียวซางต้องชนะ!"
"พรายผืนฟ้านิรันดร์มีทักษะเหนือระดับอย่างอาณาเขตสวรรค์นิรันดร์กาล ส่วนอสูรเพลิงพิศวงก็มีฝนดาวตกที่เป็นทักษะระดับสูงและความชำนาญถึงขั้นไร้ที่ติแล้ว แค่สองตัวนี้ก็พอจะเดาได้แล้วว่าต้องเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศแน่ๆ อย่าลืมนะว่าพรายผืนฟ้านิรันดร์ยังมีแสงแห่งการรักษาที่เป็นทักษะเหนือระดับอยู่อีกด้วย"
"ฉันว่าตลอดการแข่งขันที่ผ่านมา เฉียวซางแทบไม่ค่อยใช้ทักษะเหนือระดับเลยนะ อาณาเขตสวรรค์นิรันดร์กาลใช้ไปแค่ครั้งเดียว ส่วนแสงแห่งการรักษาก็ใช้ตอนจบการแข่งขันเท่านั้นเอง"
"ไม่แปลกหรอก ทักษะเหนือระดับยังใช้พลังงานมากเกินไปสำหรับสัตว์อสูรระดับนายพล"
"พูดตรงๆนะ ต่อให้ไม่มีพรายผืนฟ้านิรันดร์ แค่อสูรเพลิงพิศวงตัวเดียวก็น่าจะพาเฉียวซางเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้แล้ว ดูมันสิ เพิ่งใช้ทักษะไปตั้งหลายอย่าง แต่พลังงานยังเหลือเฟือ ดูเหมือนจะสู้ต่อได้อีกหลายรอบเลย"
"ฝนดาวตกที่เป็นความชำนาญขั้นไร้ที่ตินี่มันทรงพลังเกินไปจริงๆ …ว่าแต่หมวกกันน็อกของเจ้า"วิหคเพลิงแห่งท่วงทำนองนั่นมันยี่ห้ออะไรนะ? ฉันต้องจดไว้กันพลาด"
...
ยี่สิบนาทีต่อมา
เหนือท้องฟ้าด้านนอกสนามประลองสัตว์อสูรกลางแจ้ง
"วันนี้ดูการแข่งขันมาสองรอบแล้ว มีอะไรอยากถามไหม?" พิลิทถามตามปกติ
เฉียวซางครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนเอ่ยถาม "ท่าที่นักสู้เป็ดวารีใช้พุ่งออกมาจากใต้ดินเพื่อโจมตีลู่เป่านั่นคืออะไรเหรอคะ?"
พิลิทตอบว่า "มันเป็นการใช้ทักษะสายน้ำโรมรัน กับทักษะเสริมพลังร่างกาย และหมุนตัวเตะผสานเข้าด้วยกันน่ะ"
ทักษะผสานสามท่าเลยเหรอเนี่ย… ถึงว่าทำไมมันถึงได้ทรงพลังขนาดนั้น! เฉียวซางเข้าใจขึ้นมาทันที
เสริมพลังร่างกาย เป็นทักษะระดับกลางของประเภทต่อสู้ ใช้แรงทั้งหมดในร่างกายเพื่อทำให้กล้ามเนื้อตึงแข็ง เพิ่มทั้งพลังโจมตีและพลังป้องกัน
หมุนตัวเตะ เป็นทักษะระดับกลางของประเภทต่อสู้ หมุนตัวอย่างรวดเร็วก่อนจะเตะโจมตีศัตรู บางครั้งอาจทำให้ศัตรูติดสถานะหวาดกลัวจนไม่สามารถตอบโต้ได้
เมื่อเอาทั้งสองทักษะนี้มารวมกับสายน้ำโรมรันที่ช่วยเพิ่มความเร็วและแรงกระแทกเข้าไปอีก พลังทำลายล้างจึงไม่ได้เพิ่มขึ้นแค่สองเท่า แต่มันพุ่งสูงยิ่งกว่านั้น!
ยังดีที่ตอนนั้นตนสั่งให้ลู่เป่าใช้ม่านแสงออโรร่าได้ทันเวลา…
ขณะที่เฉียวซางกำลังรู้สึกโชคดี พิลิทก็ถามขึ้นมาอีกว่า
"คิดไว้หรือยัง ว่าจะให้ราชาผีวงแหวนฝึกทักษะโจมตีอะไรต่อไป?"
เฉียวซางไม่ได้ปิดบังอะไร ตอบไปตรงๆ ว่า "ฉันคิดว่าจะให้มันฝึกผสานทักษะระหว่าง เงามืดอสูร เพลิงต้องสาป และแรงกดดันค่ะ ฉันว่าถ้าผสานสามทักษะนี้เข้าด้วยกันน่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดี"
พิลิทได้ยินแล้วหัวเราะออกมา "ความคิดใช้ได้นะ แต่แรงกดดันเป็นแค่ลักษณะเฉพาะตัวเท่านั้นนะ ปกติแล้วลักษณะเฉพาะตัวของสัตว์อสูรจะพัฒนาเพิ่มขึ้นได้ยากมาก ส่วนใหญ่แล้วระดับของมันจะถูกกำหนดมาตั้งแต่เกิด ฉันสังเกตว่าราชาผีวงแหวนของเธอก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกกดดันอะไรเลย ดูแล้วระดับของลักษณะเฉพาะตัวของมันนี้คงไม่สูงเท่าไหร่"
ซุนเป่าที่ซ่อนตัวอยู่ได้ยินคำพูดนั้นถึงกับไม่พอใจ
มันปรากฏตัวออกมา ขมวดคิ้วแน่น จ้องมองมนุษย์ที่บังอาจพูดว่ามันไม่มีแรงกดดัน!
"ซุน…!"
แรงกดดันของมัน…!
พิลิทมองซุนเป่าที่โผล่ออกมากะทันหัน ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยแล้วหัวเราะ "พูดความจริงแค่นี้ก็ไม่พอใจซะแล้ว?"
"ซุนซุน…"
ซุนเป่าทำหน้ามุ่ย ริมฝีปากสั่น ก่อนจะหายตัวไปอีกครั้ง
น่าอายชะมัด… มนุษย์คนนี้กลับไม่รู้สึกถึงแรงกดดันของมันเลย…!
เฉียวซางกระตุกมุมปาก ก่อนจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วถามต่อ "มีวิธีไหนที่สามารถเพิ่มแรงกดดันได้เร็วๆบ้างไหมคะ?"
พิลิทพยักหน้าเล็กน้อย "มี"
เฉียวซางตาเป็นประกาย "วิธีไหนล่ะ?"
พิลิทยิ้มมุมปาก "ให้มันได้ขึ้นเป็นหัวหน้าฝูง"
"ซุนซุน!"
ซุนเป่าที่หายตัวไปเมื่อกี้โผล่ออกมาอีกครั้ง สีหน้าดูตื่นเต้นมาก ส่งเสียงออกมารัวๆ เป็นเชิงว่า รีบพูดต่อสิ!
เฉียวซาง: "……"
พิลิทอธิบายต่อ "โดยปกติแล้วแรงกดดันเป็นลักษณะเฉพาะตัวที่มักจะพบในราชาของสายพันธุ์นั้นๆ จากผลการวิจัยพบว่า ยิ่งสัตว์อสูรที่มีลักษณะเฉพาะตัวนี้สามารถรวบรวมพรรคพวกได้มากเท่าไร ระดับของแรงกดดันก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย"
เฉียวซางตกอยู่ในภวังค์ความคิด
สัตว์อสูรที่อยู่รอบตัวมันมีอยู่แค่ไม่กี่ตัว แถมด้วยนิสัยของหยาเป่าและลู่เป่า พวกมันไม่มีทางยอมให้ซุนเป่าขึ้นเป็นหัวหน้าแน่ๆ ส่วนกงเป่าน่ะเหรอ… อาจจะยอมเล่นละครให้ได้หน่อย แต่คงไม่ได้จริงจังนักหรอก…
หรือต้องปล่อยซุนเป่าออกไปอยู่ข้างนอก ให้มันไปหาสัตว์อสูรป่ามาเป็นลูกน้องเองดีนะ?
"ซุนซุน…"
ซุนเป่าเองก็มีสีหน้าครุ่นคิดคล้ายกัน
เวลา 21:20 น.
ที่คฤหาสน์
เฉียวซางเรียกกงเป่าออกมา จากนั้นก็กลับเข้าไปในห้องเพื่อหยิบมือถือ ติดต่อไปหาผู้ฝึกสัตว์อสูรของหนอนเสริมกาย รอให้อีกฝ่ายมาหาถึงที่
ภายในห้องรับแขก
ซุนเป่ามองไปที่หยาเป่า ลู่เป่า และกงเป่าอย่างละนิด สุดท้ายสายตาของมันก็มาหยุดอยู่ที่แผ่นหลังของหยาเป่า
"ซุนซุน~"
ซุนเป่าถอดวงแหวนออก แล้วยื่นกรงเล็บควานหาอะไรบางอย่างจากข้างใน มันหยิบเอาถุงมือเพชรที่เคยเป็นของรักของหวงลอยไปตรงหน้าหยาเป่า ก่อนจะยกกรงเล็บขึ้นปิดปากกระแอมสองที เหมือนจะบอกว่ามีเรื่องอยากเจรจา
"ย่าห์?"
หยาเป่าที่กำลังจะไปยังสนามฝึกกลางแจ้งชะงัก หันกลับมามองด้วยความสงสัย
มีอะไร?
"ซุนซุน~"
"ซุนซุน~"
ซุนเป่ากระซิบกระซาบเบาๆ คล้ายจอมโจรที่กำลังวางแผนแอบทำอะไร มันเข้าไปใกล้ๆ หยาเป่าก่อนจะพูดอย่างจริงจัง
หลังจากนี้ช่วยยกตำแหน่งหัวหน้าให้มันได้ไหม? ถ้าตกลงล่ะก็…ถุงมือเพชรนี่เป็นของพี่ใหญ่เลย!
พูดจบ มันก็ยื่นถุงมือเพชรไปตรงหน้าหยาเป่า ใบหน้าเต็มไปด้วยความเสียดายอย่างสุดขีด
"ย่าห์!"
หยาเป่าพอได้ยินก็เบิกตาขึ้นเล็กน้อย แววตาคมเข้มขึ้นมาทันที
มันกระโดดถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เว้นระยะห่างจากซุนเป่า พร้อมแสดงสีหน้าจริงจัง
อยากเป็นหัวหน้าก็ได้นะ…แต่ต้องชนะมันให้ได้ก่อน!
"ซุนซุน!"
ซุนเป่าตกใจสะดุ้ง รีบส่ายมือเป็นพัลวัน
ไม่เอาๆ ไม่สู้แล้ว! ตำแหน่งหัวหน้านี่มันไม่อยากเป็นแล้ว!
"ย่าห์!"
หยาเป่าหรี่ตามองซุนเป่าแวบหนึ่ง เหมือนจะเป็นเชิงเตือน ก่อนจะหันหลังเดินไปยังสนามฝึกกลางแจ้ง
"ซุนซุน……"
ซุนเป่ามองแผ่นหลังของหยาเป่า ถอนหายใจยาวอย่างอ่อนล้า
จากนั้นมันก็นึกอะไรขึ้นมาได้ รีบลอยตัวไปทางสระว่ายน้ำในร่ม
ตอนนี้ลู่เป่ากำลังฝึกซ้อมอยู่ที่นั่นพอดี
"ซุนซุน……"
ทันทีที่ซุนเป่าเข้ามาในห้อง มันก็รู้สึกถึงไอเย็นที่เสียดแทงจนสั่นสะท้านไปทั้งตัว จนต้องกอดตัวเองไว้ด้วยความหนาวสั่น
"ปิงอ้าย?"
ลู่เป่าหันมามองมัน สีหน้าดูสงบนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คล้ายถามว่า มีธุระอะไร?
เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา ความเย็นยะเยือกเมื่อครู่ก็หายไปจนหมด
"ซุนซุน~"
ซุนเป่ากลับมาร่าเริงอีกครั้ง รีบลอยไปตรงหน้าลู่เป่า ส่งเสียงออดอ้อน ก่อนจะเสนอข้อแลกเปลี่ยน
หลังจากนี้ยอมรับมันเป็นหัวหน้าได้ไหม?
แต่ก่อนที่มันจะทันได้หยิบถุงมือเพชรออกมา ความหนาวเย็นที่รุนแรงกว่าครั้งก่อนก็พุ่งเข้าโจมตีอีกครั้ง ไอเย็นนี่ซึมเข้าไปยังกระดูกจนมันต้องสะดุ้งตัวโหยง
"ซุนซุน……"
ซุนเป่ามองไปที่ลู่เป่าที่ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมาเลย ก่อนจะรู้ตัวว่า ซวยแล้ว…
มันกลืนน้ำลาย รีบส่งเสียงกลบเกลื่อน ขอโทษที เหมือนมันจะมาผิดที่…
พูดจบ มันก็รีบเทเลพอร์ตหายตัวออกจากสระว่ายน้ำในร่มทันที
"ซุนซุน……"
ซุนเป่าปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในห้องรับแขก สีหน้าของมันดูหมดอาลัยตายอยาก
การฝึกแรงกดดันมันยากขนาดนี้เลยเหรอ…
ขณะนั้นเอง กงเป่าก็เดินผ่านมา
"ซุนซุน!"
ดวงตาของซุนเป่าเป็นประกาย รีบเทเลพอร์ตไปโผล่ข้างๆ กงเป่า แล้วยื่นถุงมือเพชรออกมาโบกไปมา
หากยอมรับมันเป็นพี่ใหญ่ ถุงมือนี่เป็นของแกเลย!
"กงจั้น"
กงเป่านิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ไม่สนใจ
พูดจบ มันก็หันหลังจะเดินจากไป
"ซุนซุน?"
ซุนเป่าตกใจ รีบพุ่งไปขวางหน้า ส่งเสียงถาม ทำไมล่ะ?
หยาเป่ากับลู่เป่าไม่ยอมให้มันเป็นหัวหน้าก็พอเข้าใจอยู่… แต่มันไม่คิดเลยว่าตัวเองจะโน้มน้าวแม้แต่เจ้าสี่ไม่ได้!
"กงจั้น?"
กงเป่าหยุดเดิน หันกลับมามองซุนเป่าด้วยสีหน้าสงสัย
ทำไมจู่ๆ ถึงอยากเป็นหัวหน้าล่ะ?
"ซุนซุน……"
เพราะมันดูน่าสนุก… ซุนเป่าไม่ได้พูดความจริง แต่ทำหน้าปั้นยาก คล้ายจะบอกว่า มันก็ไม่มีทางเลือกเหมือนกัน
จากนั้น มันก็เล่าถึงเรื่องที่มันอยากฝึก ลักษณะเฉพาะตัวอย่างแรงกดดันและการเป็นหัวหน้าจะช่วยเพิ่มระดับของมันได้
"กงจั้น"
กงเป่าฟังจบ สีหน้าของมันยังคงสงบนิ่งเหมือนเดิม ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า ถ้าอยากฝึกท่านี้ให้แข็งแกร่งขึ้น แค่มีมันเป็นลูกน้องตัวเดียวมันไม่มีประโยชน์หรอก ออกไปข้างนอกบ่อยๆ แล้วหาลูกน้องเพิ่มดีกว่า
"ซุนซุน……"
ซุนเป่าถอนหายใจหนักๆ
เจ้านายของมันไม่มีทางอนุญาตให้มันออกไปหาลูกน้องข้างนอกแน่ๆ
"กงจั้น"
กงเป่ายังคงสงบนิ่งเช่นเคย
ยังไม่ได้ไปขอเลย จะรู้ได้ไงว่าเธอจะไม่อนุญาต?
"ซุนซุน……"
ซุนเป่าถึงกับชะงักค้างไป
....