- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 817: ขายตัว
บทที่ 817: ขายตัว
บทที่ 817: ขายตัว
"แมลงเต่าทองเงียบสงัดล้มลงภายใต้การโจมตีของราชาผีวงแหวนด้วยควบคุมเงาแล้วครับ!"
ผู้บรรยายกล่าวด้วยเสียงเร้าใจ "การต่อสู้ครั้งนี้จะจบลงที่ตรงนี้เลยหรือไม่!?"
กรรมการสัตว์อสูรประเภทจักรกลบินเข้าไปใกล้แมลงเต่าทองเงียบสงัด สังเกตการณ์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเป่านกหวีดเพื่อประกาศจบการแข่งขัน
ทันทีที่เสียงนกหวีดดังขึ้น เสียงผู้บรรยายก็ดังตามมา
"ขอแสดงความยินดีกับเฉียวซางสำหรับชัยชนะในรอบนี้ด้วยครับ!"
"เฉียวซาง! เฉียวซาง!"
"ราชาผีวงแหวน! ราชาผีวงแหวน!"
"อสูรเพลิงพิศวง! อสูรเพลิงพิศวง!"
เสียงเชียร์จากฝูงชนดังขึ้นกึกก้อง บรรยากาศร้อนแรง ราวกับว่าเฉียวซางกลายเป็นผู้แข่งขันยอดนิยมที่มีแฟนคลับหนาแน่นไปแล้ว
"ซุนซุน~"
ซุนเป่าที่ได้ยินเสียงคนตะโกนเรียกชื่อตัวเองเต็มไปหมดก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะโบกอุ้งมือทักทายผู้ชมอย่างกระตือรือร้น
....
เฉียวซางเดินกลับมาทางโซนผู้เข้าแข่งขัน แต่เพิ่งก้าวเข้าไปได้ไม่กี่ก้าวก็เห็นเงาร่างสูงเพรียวที่พิงกำแพงรออยู่
"ยินดีกับชัยชนะด้วยนะครับ" อาโปหลงเดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้ม
เฉียวซางชะงักไปเล็กน้อย "นี่คุณมายืนรอฉันอยู่ตรงนี้ตลอดเวลาเลยเหรอคะ?"
อาโปหลงดูแปลกใจที่เฉียวซางถามออกมาตรงๆขนาดนี้ เขารีบเก็บรอยยิ้มกลับไป สีหน้าจริงจังขึ้นก่อนตอบอย่างตรงไปตรงมา
"ใช่ครับ ผมมีเรื่องอยากขอร้องคุณหน่อย เราหาที่คุยกันดีไหมครับ?"
เฉียวซางหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพูด "ได้ค่ะ แต่ฉันอาจจะต้องพาอีกคนมาด้วยกันนะคะ"
อาโปหลงรีบพยักหน้า "ไม่มีปัญหาครับ!"
....
ยี่สิบนาทีต่อมา
ที่คาเฟ่แห่งหนึ่ง
อาโปหลงนั่งอยู่ที่มุมร้าน สวมหน้ากากอนามัยและหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า
"คุณไม่คิดจะถอดหน้ากากออกหน่อยเหรอคะ?" เฉียวซางถาม
"ผมกลัวว่าจะมีคนมารบกวนน่ะครับ" อาโปหลงตอบอย่างสุภาพ
พูดจบเขาก็มองสาวผมดำที่นั่งอยู่ตรงหน้าอย่างสงสัย
ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากสนามประลอง แถมคนที่มาบริเวณนี้ก็ล้วนเป็นแฟนคลับของรายการแข่งขันดาราผู้ฝึกสัตว์อสูร บางคนถึงกับเดินทางมาจากเมืองอื่นโดยเฉพาะ
ตามหลักแล้ว สาวน้อยตรงหน้าควรเป็นคนที่ได้รับความสนใจมากที่สุด แต่รอบตัวเธอกลับเงียบสงบผิดปกติ ไม่มีใครจำเธอได้เลยสักคน แม้แต่โต๊ะข้างๆ ก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร นี่มันน่าแปลกจริงๆ...
ใบหน้าของเธอโดดเด่นเป็นที่จดจำและสะดุดตาขนาดนั้นแท้ๆ
ในตอนนั้นเอง พิลิทจิบกาแฟไปหนึ่งอึกก่อนพูดขึ้นอย่างสงบ
"ไม่ต้องห่วง ฉันให้สัตว์อสูรของฉันโปรยผงล่องหนลงบนตัวพวกเราเอาไว้แล้ว"
อาโปหลงได้ยินก็เข้าใจทันที
ผงล่องหน เป็นผงที่สัตว์อสูรประเภทพืชบางชนิดมีโดยธรรมชาติ มันสามารถลดตัวตนของเป้าหมายได้ ทำให้แม้จะอยู่ตรงหน้าก็อาจถูกลืมไปในพริบตา
ไม่ทันสังเกตเลยว่าผงพวกนั้นถูกโปรยลงมาตั้งแต่เมื่อไหร่... จิตใจของอาโปหลงพลันตื่นตัวขึ้นโดยสัญชาตญาณ เขาเริ่มระแวงชายวัยกลางคนที่เฉียวซางพามาด้วยกัน
แต่เขาก็รีบกลับเข้าสู่ประเด็นของตัวเอง เขาไม่มีเวลามาเสียไปกับเรื่องอื่น เขาถอดหน้ากากออก มองเฉียวซางด้วยสายตาจริงจัง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ผมอยากให้พรายผืนฟ้านิรันดร์ของคุณช่วยรักษาคนคนหนึ่งให้หน่อยครับ"
...ว่าแล้วเชียว ซื้อหวยขอให้มันแม่นแบบนี้บ้างเถอะ เฉียวซางคิดในใจ เธอรักษาสีหน้าสงบนิ่งก่อนถามออกไป "ใครเหรอคะ?"
"พ่อของฉัน" อาโปหลงตอบด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง "เขาป่วยเป็นมะเร็งตับอ่อนระยะสุดท้ายแล้ว หมอบอกว่าถ้าไม่สามารถหาคนที่มีทักษะรักษาเหนือระดับได้ก็ไม่มีทางรอด ผมหามาหลายที่แล้วจนในที่สุดก็เจอคนหนึ่งที่ยอมรับปากจะช่วย แต่หลังจากเขาฟังอาการของพ่อผม เขากลับบอกว่ารักษาไม่ได้"
"ตอนนั้นผมถึงได้รู้ว่า ต่อให้เป็นทักษะรักษาเหนือระดับ มันก็ยังมีขีดจำกัดของมัน"
พูดถึงตรงนี้ อาโปหลงมองเฉียวซาง สายตาเต็มไปด้วยความหวัง "ผมตรวจสอบมาแล้วแสงแห่งการรักษาของพรายผืนฟ้านิรันดร์สามารถช่วยได้! เฉียวซางถ้าคุณยอมช่วยผม ผมจะยอมทำทุกอย่างเพื่อคุณเลย!"
เฉียวซางนิ่งคิดไปชั่วครู่ ก่อนพยักหน้า
"ได้ค่ะ..."
ยังไม่ทันที่เธอจะพูดถึงเงื่อนไข อาโปหลงก็ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ สีหน้าตื่นเต้นสุดขีด "จริงเหรอ! ขอบคุณมาก! ขอบคุณจริงๆ!"
เสียงของเขาดังไปเล็กน้อยจนคนรอบข้างหันมามอง แต่ก็ไม่มีใครใส่ใจ ก่อนจะหันกลับไปทำธุระของตัวเองต่อ
อาโปหลงรู้ตัวว่าตัวเองเสียมารยาท รีบนั่งลง แล้วลดเสียงให้สงบ "คุณอยากให้ผมทำอะไรงั้นเหรอ?"
"ฉันอยากให้คุณเข้าร่วมสโมสรผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งหนึ่งค่ะ" เฉียวซางตอบ
"???"
พิลิทที่นั่งอยู่ข้างๆ ขมวดคิ้วมองเฉียวซางด้วยความงุนงง
สโมสรผู้ฝึกสัตว์อสูร?
เฉียวซางไปเกี่ยวข้องกับสโมสรพวกนั้นได้ยังไง?
แต่สีหน้าของเฉียวซางยังคงนิ่งสงบ...
เธอคิดเรื่องนี้มาดีแล้ว ถึงแม้ว่ายูนะให้หุ้นกับเธอเพียงเพื่อให้เธอเข้าร่วมสโมสรผู้ฝึกสัตว์อสูรในฐานะสมาชิกทีม แต่ความจริงแล้ว ถ้าเธออยากไปให้ถึงผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับราชาและเข้าร่วมการแข่งขันศึกชิงถ้วยอวกาศ เธอก็ยังไม่รู้เลยว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน
ตอนนี้สโมสรผู้ฝึกสัตว์อสูรยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น สิ่งที่ขาดแคลนที่สุดก็คือสมาชิกทีมที่มีชื่อเสียงและฝีมือดี อาโปหลงเป็นถึงแชมป์สี่สมัยของศึกประลองสัตว์อสูร เขามีทั้งชื่อเสียงและความแข็งแกร่ง อีกทั้งยังเป็นชาวอัลติเมทสตาร์ ในอนาคตก็คงปักหลักพัฒนาอาชีพของตัวเองที่นี่ หากเขาเข้าร่วมสโมสรผู้ฝึกสัตว์อสูร มันจะช่วยให้สโมสรเหนือขีดจำกัดกลายเป็นที่รู้จักในวงการได้อย่างรวดเร็ว
"ได้เลย!" อาโปหลงตอบรับทันทีโดยไม่ต้องคิด
พูดจบเขาก็รีบถามอย่างร้อนใจ "คุณช่วยไปช่วยรักษาพ่อของผมวันนี้ได้ไหม? เขาอยู่ที่โรงพยาบาลใกล้ๆนี้เอง ผมพร้อมเซ็นสัญญาเข้าร่วมสโมสรผู้ฝึกสัตว์อสูรตอนนี้เลย!"
"ไม่ต้องรีบขนาดนั้นหรอก" เฉียวซางยิ้ม "ฉันจะให้ช่องทางติดต่อไป คุณแค่ไปคุยเรื่องสัญญากับทางนั้นเองก็พอ"
"แล้วพ่อของผมล่ะ..." อาโปหลงรู้สึกกังวลขึ้นมาอีกครั้ง
"เรื่องการรักษา ฉันจะไปช่วยเดี๋ยวนี้เลย" เฉียวซางเสริม
"ขอบคุณมาก! ขอบคุณจริงๆ!" อาโปหลงลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความดีใจอีกครั้ง
....
โรงพยาบาลอยู่ห่างออกไปเพียงสามกิโลเมตร
หลังจากเดินทางไป ทำการรักษา และกลับออกมา ทั้งหมดใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น
....
บนท้องฟ้า
พิลิทอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมา "ทำไมเธอถึงไปเกี่ยวข้องกับสโมสรผู้ฝึกสัตว์อสูรด้วย?"
"เพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมของฉันเป็นคนก่อตั้งขึ้นมาค่ะ ฉันถือว่าเป็นหุ้นส่วนอยู่ด้วย" เฉียวซางตอบตามตรง "ฉันคิดว่าอีกไม่นานตัวเองก็คงต้องกลับไปที่บลูสตาร์ คงช่วยอะไรได้ไม่มาก เลยอยากแนะนำคนที่มีฝีมือให้เข้าร่วมสโมสรนี้"
เพื่อนสมัยมัธยม...?
สโมสรผู้ฝึกสัตว์อสูรนี่มันจริงจังแค่ไหนกัน?
อย่าบอกนะว่าเปิดมาไม่นานก็ล้มละลาย...
เอาแชมป์สี่สมัยของศึกประลองสัตว์อสูรมาร่วมสโมสรแบบนี้มันไม่เสียของไปหน่อยเหรอ...?
แต่เอาเถอะ ถ้าสโมสรนี้จะล้มละลายในเร็ววัน อย่างน้อยการ "ขายตัว" ชั่วคราวเพื่อแลกกับการรักษาพ่อให้หายดี ก็นับว่าคุ้มค่า... พิลิทเลิกคิดเรื่องนี้แล้วเปลี่ยนไปถามสิ่งที่ถามเป็นประจำทุกวันแทน
"การแข่งขันวันนี้ มีอะไรที่ได้เรียนรู้บ้างไหม?"
เฉียวซางคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ
"ฉันคิดว่าควรลองคิดค้นคำสั่งแบบใช้สัญญาณมือเพิ่มเติมดูค่ะ เผื่อในกรณีที่สัตว์อสูรไม่ได้ยินคำสั่งจากเสียง ก็ยังสามารถใช้มือส่งสัญญาณให้เข้าใจได้"
พูดไปเธอก็เหมือนจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงถามต่อ
“ว่าแต่ลายสลักบนตัวกระดิ่งมนตรากับแมลงเต่าทองเงียบสงัดมีผลยังไงเหรอคะ? ฉันรู้สึกว่าระหว่างต่อสู้มันไม่ได้แสดงผลอะไรออกมาเลย”
พิลิทเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบว่า
"มันช่วยให้สัตว์อสูรสามารถระเบิดพลังออกมาได้สูงกว่าปกติ"
...เป็นแบบนี้เองสินะ เฉียวซางพยักหน้าเข้าใจ
พิลิทเสริมขึ้นมาอีกว่า "ราชาผีวงแหวนของเธอไม่มีทักษะโจมตีที่เด็ดขาด ส่วนใหญ่พึ่งพาแต่ควบคุมเงาซึ่งเน้นการกดดันฝ่ายตรงข้ามมากกว่าการโจมตีโดยตรง"
เขาหยุดนิดหนึ่ง ก่อนจะเสนอว่า
"ฉันแนะนำว่าในช่วงเวลาต่อจากนี้ เธอควรให้ราชาผีวงแหวนฝึกฝนทักษะโจมตีมากขึ้น หรือไม่ก็พัฒนาให้เงามืดอสูรรวมเข้ากับทักษะโจมตีบางอย่างเพื่อสร้างทักษะผสาน เหมือนที่ก่อนหน้านี้เธอใช้ทักษะผสานระหว่างเงามืดอสูรและควบคุมเงา ซึ่งตอนนั้นทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว"
เฉียวซางฟังแล้วคิดตาม รู้สึกว่านี่เป็นคำแนะนำที่สมเหตุสมผล จึงพยักหน้าเห็นด้วย
"เข้าใจแล้วค่ะ"