เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 787: คณะจักรพรรดิ

บทที่ 787: คณะจักรพรรดิ

บทที่ 787: คณะจักรพรรดิ


ดึกดื่นป่านนี้ใครกัน นี่มันน่าขนลุกจริงๆ... เฉียวซางรู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลัง แต่ร่างกายของเธอขยับเร็วกว่าสมองไปก้าวหนึ่งโดยอัตโนมัติ หันขวับกลับไปมองทันที

ในความมืดของยามค่ำคืน เธอเห็นร่างของใครบางคนสูงประมาณ 170 เซนติเมตร สวมเสื้อโค้ทยาวสีดำ ใส่หมวกแก๊ปและหน้ากากอนามัย ยืนอยู่ในเงาของต้นไม้

เมื่ออีกฝ่ายเห็นเธอหันกลับมา ก็ยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ไม่ได้ก้าวออกมาจากเงามืด

โห บรรยากาศเหมือนหนังสยองขวัญเลยแฮะ... ตั้งแต่ผ่านประสบการณ์แข่งขันรวบรวมพลังด้านลบของสัตว์อสูรประเภทผีมาในตอนนั้น เฉียวซางก็ใจกล้าขึ้นไม่น้อย

จากรูปร่างของอีกฝ่าย เธอมั่นใจว่าไม่ใช่คนที่เธอรู้จักแน่ๆ

เฉียวซางเหลือบมองไปทางที่ซุนเป่าซ่อนตัวอยู่อย่างแนบเนียน โดยไม่ให้ผิดสังเกต

ในเวลาเดียวกัน โทรศัพท์ของเธอก็สั่นขึ้นมาอีกครั้ง

เมื่อหยิบขึ้นมาดู ปรากฏว่ามีข้อความใหม่เข้ามา

[ฉันเป็นอาจารย์จากสถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิ]

ดวงตาของเฉียวซางหดแคบลงอย่างฉับพลัน ก่อนเงยหน้าขึ้นทันทีแล้วตะโกนออกไปว่า

"ซุนเป่า! เดี๋ยวก่อน!"

แต่ก็สายไปเสียแล้ว

"ซุนซุน!"

ซุนเป่าเทเลพอร์ตไปอยู่ตรงหน้าร่างที่สวมหมวกแก๊ป ดวงตาส่องประกายเป็นสีม่วง

จบเห่ล่ะ... เจอหน้าครั้งแรกก็เล่นสะกดจิตใส่อาจารย์จากสถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิซะแล้ว... เฉียวซางยกมือขึ้นปิดหน้าโดยอัตโนมัติ ไม่กล้ามองเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้

ผ่านไปประมาณสามวินาที แต่เสียงร่างล้มฟุบลงไปกลับไม่ดังขึ้นตามที่คาด

เฉียวซางลดมือลง ก่อนมองกลับไปที่เงาใต้ต้นไม้อีกครั้ง

ร่างที่สวมหมวกแก๊ปยังคงยืนอยู่ตรงนั้น

"ซุนซุน!"

ซุนเป่าเทเลพอร์ตกลับมาหาเธอ ก่อนชี้ไปที่ร่างนั้นแล้วส่งเสียงร้องออกมา

...เจ้านั่นใส่แว่นกันแดด!

ไม่ทันขาดคำ ร่างที่สวมหมวกแก๊ปเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นแว่นตาดำที่ปกปิดครึ่งบนของใบหน้าไว้อย่างมิดชิด

เฉียวซาง: "..."

ทันใดนั้น โทรศัพท์ของเธอสั่นขึ้นมาอีกครั้ง

เฉียวซางกดเปิดหน้าจอขึ้นดู พบว่ามีข้อความใหม่อีกข้อความ

[มีความระแวดระวังตัวมันก็ดีอยู่หรอก แต่ฉันเป็นอาจารย์จากสถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิจริงๆนะ ฉันมาหาเธอเพราะมีเรื่องจะคุย]

อาจารย์คนนี้ก็เหลือเกิน ทำไมต้องส่งข้อความแยกเป็นหลายๆข้อความด้วยล่ะ จะคุยก็เดินมาหากันตรงๆเลยไม่ดีกว่าหรือไง ทำตัวลึกลับชะมัด... เฉียวซางบ่นในใจ ก่อนจะยกมือขึ้นตบหลังของหยาเป่าเบาๆ

"เราไปกันเถอะ"

"ย่าห์!"

หยาเป่าร้องตอบรับ

วินาทีถัดมา เฉียวซางก็ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าร่างที่สวมหมวกแก๊ปแล้ว

แม้ว่าหยาเป่าจะไม่มีความสามารถข้ามพิกัดมิติ แต่เทเลพอร์ตระดับขั้นสมบูรณ์ก็เพียงพอที่จะพาเฉียวซางเคลื่อนที่ไปในที่ที่ไม่มีสิ่งกีดขวางได้อย่างง่ายดาย

เฉียวซางกระโดดลงจากหลังของหยาเป่า

ในขณะเดียวกัน บนต้นไม้ก็มีเสียง "จางจาง" ดังขึ้น

ทันใดนั้น กำแพงพลังที่มองไม่เห็นก็แผ่ปกคลุมบริเวณโดยรอบ

จากมุมมองแบบเต็มพื้นที่ ยามค่ำคืนยังคงมืดมิด ใบไม้ไหวเอนเบาๆ ทว่าภายใต้เงาของต้นไม้นั้นกลับไม่มีร่างของใครเลย

เฉียวซางเคยเห็นพื้นที่ที่ถูกปิดกั้นมิติมาบ้างแล้ว เธอรับรู้ได้ทันทีว่ากำแพงพลังนี้แตกต่างจากปกติเล็กน้อย

โดยทั่วไปแล้ว กำแพงพลังของการปิดกั้นมิติ หากมองใกล้ๆจะเห็นเป็นเยื่อบางๆล้อมรอบอยู่ แต่กำแพงพลังนี้กลับมีระลอกคลื่นแผ่กระจายออกมาอย่างชัดเจน

"นี่คือการปิดกั้นการรับรู้ จะทำให้คนนอกมองไม่เห็นและไม่ได้ยินเสียงของเรา"

ร่างที่สวมหมวกแก๊ปพูดขึ้นพร้อมกับยกมือถอดหมวกแก๊ป หน้ากากอนามัย และแว่นตากันแดดออก เผยให้เห็นเส้นผมสีทองเรียบลื่น และใบหน้าที่ดูเรียบง่ายไม่มีจุดโดดเด่นมากนัก

"คุณเป็นอาจารย์จากสถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิจริงๆใช่ไหมคะ?" เฉียวซางถามเพื่อยืนยัน

หญิงสาวเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีน้ำเงินเข้มจับจ้องไปที่เฉียวซาง ก่อนจะยิ้มมุมปากเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า

"ขอแนะนำตัว ฉันชื่อไฮดี้ ตอนนี้ถูกสถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิส่งตัวมาทำภารกิจที่อัลติเมทสตาร์"

"คุณมาหาฉันเพราะมีเรื่องอะไรหรือคะ?" เฉียวซางถามต่อ

ไฮดี้จ้องมองเธออยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา

"เรื่องของเธอ ฉันรู้หมดแล้ว"

"ไม่คิดเลยว่าเธอจะกล้าปฏิเสธข้อเสนอจากมหาวิทยาลัยยูเลียนทันได้"

อะไรนะ! เรื่องนี้รู้ไปไกลถึงขนาดนี้แล้วเหรอ...?!

เฉียวซางตกตะลึงจนพูดไม่ออก

ไฮดี้พูดต่อ

"จริงๆแล้ว ฉันควรจะติดต่อเธอตั้งนานแล้ว แต่ด้วยสถานะของฉันในตอนนี้ทำให้ไม่สะดวกนัก อีกทั้งช่วงนี้เธอก็ตกเป็นเป้าสายตาของคณบดีมหาวิทยาลัยยูเลียนทันอยู่ตลอด ฉันเลยหาโอกาสไม่ได้เลยน่ะ"

หา? ฉันเป็นนักศึกษาของ สถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิ ส่วนคุณเป็นอาจารย์ของสถาบันเดียวกัน พวกเราเจอกันต่อหน้าแบบเปิดเผยก็น่าจะเป็นเรื่องปกติ แล้วมันมีอะไรที่ไม่สะดวกตรงไหน...

เฉียวซางไม่เข้าใจ จึงถามออกไปตรงๆ

"แล้วตอนนี้คุณอยู่ในสถานะอะไรเหรอคะ?"

ไฮดี้เงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบว่า

"อาจารย์ของมหาวิทยาลัยยูเลียนทัน"

"คุณเป็นสายลับเหรอ?!"

เฉียวซางเบิกตากว้าง เอ่ยถามออกไปทันทีโดยไม่ทันคิด

ไฮดี้กระแอมเล็กน้อยก่อนตอบเสียงเรียบ

"ฉันแค่รับผิดชอบในส่วนของข่าวกรองเท่านั้น"

พูดจบ เธอก็เสริมต่อว่า

"มหาวิทยาลัยระดับท็อปแทบทุกแห่งล้วนแฝงคนของตัวเองเข้าไปในสถาบันอื่นๆอยู่แล้ว นี่เป็นเรื่องปกติที่พวกเราทำกัน"

ไม่แปลกใจเลยที่รู้เรื่องที่เธอปฏิเสธคณบดีจิลเบิร์ต ... ตอนนี้การแข่งกันของมหาวิทยาลัยชั้นนำ มันไปไกลถึงขั้นนี้แล้วเหรอเนี่ย ถึงกับมีการส่งสายลับเข้ามาแฝงตัวด้วย...

เฉียวซางเผลอเหม่อไปชั่วขณะ แต่ก็พลันนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงถามว่า

"แบบนี้ก็แปลว่าในสถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิเองก็มีสายลับของมหาวิทยาลัยอื่นด้วยงั้นเหรอคะ?"

ไฮดี้พยักหน้าเล็กน้อย

"มี และพวกเราก็จับตาดูบางคนอยู่แล้ว คนประเภทนี้ถ้ารู้ตัวก็แค่รู้ไป เราไม่จำเป็นต้องลากตัวพวกเขาออกมา"

เฉียวซางไม่เข้าใจ "ทำไมล่ะคะ?"

"คนที่สามารถสัมภาษณ์ผ่านและเข้าไปทำงานในสถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิได้ล้วนเป็นยอดฝีมือ" ไฮดี้อธิบาย "ต่อให้ไม่มีพวกเขา สุดท้ายก็ต้องมีคนอื่นมาแทนอยู่ดี ดังนั้นแทนที่จะเสียเวลาขุดรากถอนโคนให้วุ่นวาย เราแค่ต้องควบคุมไม่ให้พวกเขาเข้าถึงโครงการวิจัยระดับแกนกลางหรือสิ่งที่เป็นความลับของทางสถาบันก็พอแล้ว"

เฉียวซางได้ยินดังนั้นก็คิดตาม ก่อนถามต่อว่า

"แล้วทางยูเลียนทันรู้ตัวตนของคุณหรือเปล่าคะ?"

ไฮดี้นึกถึงสวัสดิการที่เธอได้รับตลอดช่วงเวลาที่อยู่ที่นั่น ก่อนจะหยุดคิดไปชั่วครู่แล้วตอบเสียงแผ่วเบา

"...บอกไม่ถูกเหมือนกันแฮะ"

ขณะที่พูดมาถึงจุดนี้ เธอก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองเผลอออกนอกเรื่องไปไกลเกิน ควรจะรีบกลับเข้าสู่ประเด็นหลัก จึงรีบพูดต่อ

"ฉันมาหาเธอเพราะคณบดีเทเรซา ดไวท์ ให้ฉันมาบอกเธอว่าการที่เธอมาที่ยูเลียนทันในฐานะนักศึกษาแลกเปลี่ยนครั้งนี้ มีอยู่สองเหตุผลหลักๆ"

"หนึ่งคือเพราะเธออยู่ที่อัลติเมทสตาร์อยู่แล้ว และยังเหลือเวลาอีกครึ่งปีของการแลกเปลี่ยน"

"สองคือคณบดีอยากให้เธอได้พบเจอเหล่าอัจฉริยะจากดาวอื่นๆบ้าง"

"แต่จากที่เห็นตอนนี้ ดูเหมือนว่าเธอจะพัฒนาตัวเองได้เร็วกว่าที่เธอคาดไว้มาก เพราะแม้แต่นักศึกษาสาขาผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับปริญญาตรีของยูเลียนทัน ก็ยังไม่มีใครที่เก่งกว่าเธอเลยสักคน"

"ตอนนี้ระดับของเธออยู่ในระดับเดียวกับนักศึกษาปริญญาโทของสถาบันชั้นนำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว"

"เดิมที ถ้าเธอไม่ได้รีบปฏิเสธมหาวิทยาลัยยูเลียนทัน พวกเขาคงจะเสนอทรัพยากรและคำแนะนำให้เหมาะสมกับระดับของเธอ แต่ตอนนี้เธอปฏิเสธพวกเขาไปแล้ว ดังนั้นต่อจากนี้เธอก็น่าจะต้องใช้ชีวิตเหมือนนักศึกษาแลกเปลี่ยนปีหนึ่งทั่วไป เรียนวิชาในหลักสูตรปีหนึ่งตามปกติ"

"คณบดีเทเรซา ดไวท์มองว่ามันเสียเวลาเกินไป เธอเลยอยากให้เธอเข้าสู่คณะจักรพรรดิล่วงหน้า"

ที่จริงแล้ว สถานะของไฮดี้ในอัลติเมทสตาร์ไม่ใช่เรื่องที่ควรพูดออกมาง่ายๆ แต่ถ้าเฉียวซางถูกกำหนดให้เป็นสมาชิกของคณะจักรพรรดิแล้ว ก็ไม่มีอะไรต้องปิดบังอีก

เฉียวซางใช้เวลาครู่หนึ่งในการประมวลผล ก่อนจะถามขึ้นว่า

"คณะจักรพรรดิคืออะไรเหรอคะ?"

ไฮดี้อธิบาย "ฉันเชื่อว่าเธอน่าจะเคยได้ยินชั้นเรียนผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับสูงที่ยูเลียนทันกันมาบ้างแล้วใช่ไหม?"

"คณะจักรพรรดิก็คือกลุ่มที่มีสถานะเทียบเท่ากับชั้นเรียนผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับสูงในสถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิ"

ชั้นเรียนผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับสูง...

เฉียวซางนึกย้อนถึงตอนที่คณบดีอันมาเรียของสาขาช่างอุปกรณ์สัตว์อสูรพูดถึงเรื่องนี้ให้เธอฟัง

เธอจำได้ว่าคณบดีเคยบอกว่า กลุ่มนี้สามารถเข้าถึงทรัพยากรหายากที่คนทั่วไปไม่มีวันมีโอกาสแตะต้องได้เลย...

ไฮดี้พูดต่อ

"พวกเรามองว่าผู้ที่สามารถเข้าคณะจักรพรรดิได้ จะเป็นผู้ที่มีศักยภาพพอจะเข้าร่วมศึกชิงถ้วยอวกาศได้ในอนาคต"

"ตามปกติแล้ว ไม่ว่าอัจฉริยะขนาดไหน ก็ต้องรอให้ขีดจำกัดสมองพัฒนาไปถึง 50% และผ่านเกณฑ์กลายเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ B ที่ได้การรับรองจากพันธมิตรเสียก่อน"

"เพราะ 50% เป็นเส้นแบ่งที่สำคัญ อัจฉริยะส่วนใหญ่พัฒนา 40% กว่าๆได้อย่างราบรื่น และสามารถทำได้ก่อนอายุ 30 ปี แต่จาก 49% ไปถึง 50% กลับเป็นอุปสรรคที่ยากเกินไป หลายคนอาจติดอยู่ตรงนี้ไปตลอดชีวิต"

"ดังนั้น เงื่อนไขขั้นต่ำของคณะจักรพรรดิคือการพัฒนาขีดจำกัดสมองให้ถึง 50% ก่อนอายุ 30 ปี และกลายเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ B”

"แต่กรณีของเธอนั้นพิเศษมาก เธอพัฒนาขีดจำกัดสมองได้เร็วที่สุดเท่าที่เราเคยพบมา"

จบบทที่ บทที่ 787: คณะจักรพรรดิ

คัดลอกลิงก์แล้ว