- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 781: เทพแปรฝัน
บทที่ 781: เทพแปรฝัน
บทที่ 781: เทพแปรฝัน
12:00 น.
เฉียวซางเคาะประตูห้องทำงานแห่งหนึ่ง
“เชิญเข้ามา” เสียงตอบรับดังขึ้นจากด้านใน
เฉียวซางอุ้มหยาเป่าเข้ามาในห้อง
หลี่ตงตงเห็นเธอเข้ามาก็อดไม่ได้ที่จะแสดงรอยยิ้มออกมา “ว่าไง? มาหาฉันเร็วขนาดนี้ คิดตัดสินใจได้แล้วเหรอ?”
เฉียวซางยิ้มแห้งๆ ก่อนจะตอบ “ไม่ใช่ค่ะ… ฉันแค่อยากขอให้ท่านช่วยวาดลายสลักให้สัตว์อสูรตัวอื่นๆ ของฉันด้วยได้ไหมคะ?”
รอยยิ้มของหลี่ตงตงแข็งค้างไปทันที
“ลายสลักของท่าน ได้ผลแบบไม่คาดคิดสุดๆไปเลยค่ะ” เฉียวซางรีบเสริม “เมื่อวานคุณเพิ่งวาดลายสลักเพิ่มความเข้าใจให้ราชาผีวงแหวนไปใช่ไหมคะ? แค่คืนเดียวมันก็เรียนรู้ปิดกั้นมิติได้แล้ว”
หา?!
ว่าไงนะ?!
สีหน้าแข็งค้างของหลี่ตงตงค่อยๆ เปลี่ยนเป็นอาการงงสุดขีด…
ลายสลักของเขาทำให้ราชาผีวงแหวนเรียนรู้ปิดกั้นมิติได้ในคืนเดียว?!
ลายสลักมันเทพขนาดนี้เลยเหรอ?!
ไหงเขาที่แก่มาปูนนี้แล้วถึงไม่เคยรู้มาก่อนเลยล่ะ!
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะคิดถึงความเป็นไปได้บางอย่างแล้วเลือกตอบอย่างถ่อมตัวว่า
“ราชาผีวงแหวนของเธอน่าจะฝึกทักษะนี้มาสักระยะแล้วล่ะ ลายสลักของฉันแค่ช่วยเร่งความเข้าใจให้มันเร็วขึ้นเท่านั้นเอง”
“ไม่ใช่ค่ะ” เฉียวซางตอบอย่างจริงใจ “มันเพิ่งฝึกมาแค่สามวันเต็มๆเท่านั้นเองค่ะ เป็นเพราะลายสลักของท่านให้ผลลัพธ์สุดยอดต่างหาก”
“อะไรนะ?! สามวัน?!”
หลี่ตงตงถึงกับ ลุกพรวดขึ้นมาจากเก้าอี้ เสียงดังสนั่น น้ำเสียงสูงขึ้นมาทันที
แต่พอรู้ตัวว่าเสียอาการ เขาก็รีบกลับไปนั่งลงใหม่ ทำเป็นรักษาภาพลักษณ์ผู้ใหญ่สุขุม ก่อนจะพูดเสียงเรียบๆ
“ขอโทษที แค่ตกใจนิดหน่อย เพราะคราวก่อนตอนฉันวาดลายสลัก ฉันไม่ได้ใช้วัสดุที่ดีที่สุด ผลลัพธ์ไม่น่าจะออกมาดีขนาดนี้”
“ท่านถ่อมตัวเกินไปค่ะ” เฉียวซางกล่าว
จากมุมมองของเธอ ซุนเป่าต่อให้ฉลาดแค่ไหน แต่การที่มันใช้เวลาแค่สามวันในการเรียนรู้ปิดกั้นมิติต้องเป็นเพราะลายสลักมีผลแน่นอน
ถ่อมตัวบ้าอะไรล่ะ! ฉันกำลังพูดให้ดูดีต่างหาก!
หลี่ตงตงอยากพูดแบบนั้น แต่สุดท้ายก็เลือกเงียบไป
ถึงแม้ว่าลายสลักที่ใช้วัสดุระดับสูงสุดก็ไม่อาจช่วยให้สัตว์อสูรเรียนรู้ทักษะระดับสูงได้ภายในสามวัน ถ้ามีของแบบนั้นคณะช่างสลักอสูรคงกลายเป็นคณะที่โด่งดังที่สุดในมหาวิทยาลัยไปแล้ว!
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเปลี่ยนเรื่อง
“เธออยากให้ฉันวาดลายสลักแบบไหนให้สัตว์อสูรของเธอ?”
“พรายผืนฟ้านิรันดร์ค่ะ”
ทันทีที่เฉียวซางพูดออกมา ลู่เป่า ก็กระโดดออกจากกระเป๋าของเธอ พร้อมส่งเสียงร้องออกมา
มันต้องการลายสลักที่ช่วยดูดซับพลังงานเร็วขึ้น!
เฉียวซางกลืนคำพูดที่เตรียมจะพูดไว้ แล้วแปลให้ฟังแทน
“พรายผืนฟ้านิรันดร์ต้องการลายสลักที่ช่วยดูดซับพลังงานเร็วขึ้นค่ะ”
“ไม่มีปัญหา” หลี่ตงตงพยักหน้า
ลายสลักที่ช่วยเร่งการดูดซับพลังงาน เป็นหนึ่งในลายสลักยอดนิยมสำหรับผู้ฝึกสัตว์อสูรอยู่แล้ว
“ย่าห์!”
หยาเป่า ส่งเสียงเรียกบ้าง
มันต้องการลายสลักเพิ่มพลังโจมตี!
เฉียวซาง: “……”
เธอถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะพูดต่อ “อสูรเพลิงพิศวง ก็ต้องการลายสลักช่วยดูดซับพลังงานเร็วขึ้นค่ะ”
“ย่าห์!!”
หยาเป่าหันขวับไปมองผู้ฝึกสัตว์อสูรของมันด้วยสีหน้าไม่พอใจ
ผิดแล้ว! มันต้องการ ลายสลักเพิ่มพลังโจมตี!
เฉียวซางเหลือบมองมันเล็กน้อย แล้วพูดเสียงเรียบ
“การแข่งขันทางการระดับใหญ่ๆ น่ะ ห้ามใช้ลายสลักนะ”
“ย่าห์……”
หยาเป่าถึงกับตัวสั่นสะท้าน หันไปมองหลี่ตงตงทันที
เอาล่ะ… งั้นขอเป็นลายสลักช่วยดูดซับพลังงานเร็วขึ้นแทนก็ได้…
“ยังมีตัวไหนอีกไหม?” หลี่ตงตงถาม
ซุนเป่าเพิ่งได้รับลายสลักเพิ่มสติปัญญามา ผลลัพธ์ยังคงอยู่ ดังนั้นตอนนี้ตัวที่ยังเหลือก็คือ…
เฉียวซางยกมือขึ้น สร้างกลุ่มดาวสีส้มเหลืองขึ้นมา
เพียงไม่นานกงเป่าก็ปรากฏตัวขึ้นภายในกลุ่มดาว
มันสวมกำไลปรับขนาดอยู่ จึงไม่ได้กินพื้นที่ภายในห้องมากนัก
เฉียวซางหันไปถามมัน “แกอยากได้ลายสลักแบบไหน?”
กงเป่าเคยเดินทางจากสิบเขตล่างขึ้นมาสิบเขตบนด้วยตัวเอง มันเจออะไรมามากมาย และเข้าใจดีว่าลายสลักคืออะไร
มันคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งเสียงตอบกลับมา
“กงจั้น”
มันต้องการ ลายสลักเพิ่มความเข้าใจ!
กงเป่าจำได้ดีว่าเป้าหมายระยะสั้นของมันคือการปลุกและฝึกทักษะแยกเงาให้ชำนาญ
เฉียวซางแปลความหมายออกมา “เหยี่ยวยักษ์เฉือนเหล็กต้องการลายสลักเพิ่มความเข้าใจค่ะ”
หลี่ตงตงมองดูสัตว์อสูรที่มี ขนสีม่วง ตรงหน้าอย่างพิจารณา
นี่ก็คือเหยี่ยวยักษ์เฉือนเหล็กสินะ…
ในฐานะที่เป็นหนึ่งใน คณบดีของเก้าคณะชั้นนำของยูเลียนทัน ถ้าเขาต้องการสืบเรื่องอะไร มันก็จะมีประสิทธิภาพและละเอียดถี่ถ้วนเสมอ
เขารู้ว่าสัตว์อสูรตรงหน้าคือ ร่างวิวัฒนาการของเหยี่ยวเกราะพิทักษ์และมันไม่ใช่การวิวัฒนาการชั่วคราวด้วย…
หลี่ตงตงตั้งสติคืนกลับมา ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นจริงจังเหมือนอาจารย์ที่เข้มงวด
“ฉันต้องรู้ขนาดร่างกายโดยละเอียดของสัตว์อสูรพวกนี้ก่อน ลายสลักต้องถูกวาดตามขนาดร่างกายที่แท้จริงของพวกมัน ไม่อย่างนั้นมันจะไม่สามารถแสดงประสิทธิภาพสูงสุดออกมาได้”
ซุนเป่า… อืม ไม่นับละกัน มันตัวเท่านั้นอยู่แล้ว…
เฉียวซางคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรายงานข้อมูลที่บันทึกไว้ตอนตรวจร่างกายที่ศูนย์ผู้ฝึกสัตว์อสูร
“อสูรเพลิงพิศวง 6.2 เมตร พรายผืนฟ้านิรันดร์ 5.9 เมตร เหยี่ยวยักษ์เฉือนเหล็ก 7.6 เมตร”
หลี่ตงตงจดบันทึกลงในหน้าจอเสมือน “เข้าใจแล้ว พรุ่งนี้ตอนบ่ายหลังเลิกเรียนกลับมาหาฉันอีกที ฉันต้องเตรียมวัสดุสำหรับวาดลายสลักให้พวกมันก่อน”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
มหาวิทยาลัยยูเลียนทัน - ห้องสมุด
เฉียวซางนำ [สัตว์อสูรหายาก ฉบับสมบูรณ์] มาคืน พร้อมกับเตรียมหยิบเล่มอื่นกลับไปอ่าน
ตอนนี้ความจำของเธอพัฒนาขึ้นมาก แค่มองผ่านๆ ก็ดูดซับข้อมูลได้ทันที ใช้เวลาเพียงคืนเดียวก็อ่านจบทั้งเล่มแล้ว
แต่ข้อมูลในเล่มนี้ยังไม่ครบสมบูรณ์ บันทึกเฉพาะสัตว์อสูรหายากในอัลติเมทสตาร์เท่านั้น ไม่มีข้อมูลของสัตว์อสูรจากดาวอื่นเลย…
เธอเดินไปที่หน้าจอแสดงผล เปิดระบบค้นหาด้วยคีย์เวิร์ด [สัตว์อสูรหายาก]
รายการหนังสือที่เกี่ยวข้องปรากฏขึ้นมา เธอกวาดสายตามองผ่านอย่างรวดเร็ว แล้วกดเลือก [สารานุกรมภาพสัตว์อสูรหายาก]
หนึ่งนาทีต่อมา
สัตว์อสูรจักรกลที่ทำหน้าที่ส่งหนังสือบินมาพร้อมกับหนังสือที่เธอเลือก
เฉียวซางกำลังจะหยิบมันขึ้นมา แต่แล้ว…
เธอก็เห็นบัตรแบล็กโกลด์ที่คุ้นเคยวางอยู่บนถาดส่งของ
“…?!”
เธอหยิบขึ้นมาดูแล้วตาเบิกกว้างทันที
นี่มันบัตรแบล็กโกลด์ของธนาคารพันธมิตรติ่งซื่อเหรอ?!
ทำไมมันมาอยู่ที่นี่?!
เธอสะดุ้งเฮือก รีบจะเก็บมันไว้ แต่แล้วก็พบสิ่งผิดปกติ—
บัตรใบนี้… เธอเก็บไว้ในแหวนของซุนเป่าตลอด มันไม่มีทางโผล่มาที่นี่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น เลขบัตรยังไม่ตรงกับของเธอ…
ใครกันนะ? คนที่โคตรรวยถึงขั้นขนาดทำบัตรแบล็กโกลด์หายแบบนี้…
เฉียวซางอดชื่นชมในใจไม่ได้ กำลังจะวางบัตรคืนลงบนถาด แต่สัตว์อสูรจักรกลที่ส่งหนังสือกลับ บินจากไปโดยไม่หันหลังกลับ
“เมิ่งเมิ่ง~”
จู่ๆ ก็มีเสียงสัตว์อสูรตัวหนึ่งดังขึ้น
เธอก้มลงมอง แล้วเห็นสัตว์อสูรตัวเล็กสูงราว 30 เซนติเมตร สีชมพูทั่วตัว หัวเป็นรูปวงรี และมีเส้นโค้งโอบไปรอบหลังของมัน
เธอจำได้ทันทีว่าเคยเห็นมันใน [สัตว์อสูรหายาก ฉบับสมบูรณ์]
เทพแปรฝัน สัตว์อสูรประเภทพลังจิตระดับจักรพรรดิ หากมีใครนอนหลับภายในระยะ 100 เมตรของมัน พวกเขาจะฝันดีทั้งคืน
ให้ตายเถอะ มหาวิทยาลัยยูเลียนทันโหดขนาดนี้เลยเหรอ? แค่เดินผ่านๆ ก็เจอสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิแล้ว?!
เธอเหม่อไปชั่วขณะ
“เมิ่งเมิ่ง~”
เทพแปรฝันชี้ไปที่บัตรแบล็กโกลด์แล้วส่งเสียงเรียกอีกครั้ง
“ย่าห์!”
หยาเป่าที่อยู่ข้างๆ รับบทล่ามแปลความหมาย
มันบอกว่าบัตรใบนี้เป็นของผู้ฝึกสัตว์อสูรของมัน
….
อืม ก็สมเหตุสมผลดี
เจ้าของเทพแปรฝันมีบัตรแบล็กโกลด์แบบนี้ ก็ไม่แปลกอะไร…
บางครั้งสัตว์อสูรก็ น่าเชื่อถือกว่ามนุษย์ เฉียวซางไม่ได้คิดมาก เธอยื่นบัตรคืนให้มัน
“นี่ค่ะ”
“เมิ่งเมิ่ง~”
เทพแปรฝันรับบัตรไปแล้ว แต่ไม่ได้จากไป มันชี้ไปทางห้องอ่านหนังสือเดี่ยวพร้อมส่งเสียงเรียกอีกครั้ง
“ย่าห์!”
หยาเป่าแปลความหมายอีกครั้ง
เจ้าของของมันเชิญเธอไปพบ อยากขอบคุณเป็นการส่วนตัว
เฉียวซางนิ่งไปครู่หนึ่ง
มันสามารถสื่อสารกับผู้ฝึกสัตว์อสูรผ่านจิตสำนึกได้เหมือนกงเป่าเลยเหรอ?
เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบปฏิเสธ
“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องขอบคุณก็ได้”
“เมิ่งเมิ่ง~”
แต่เทพแปรฝันไม่ได้ยอมแพ้ มันจ้องเธอเขม็ง เหมือนกำลังบอกว่า ถ้าไม่ตอบรับมันจะไม่เลิกจ้องเด็ดขาด
“….”
เฉียวซางเงียบไปสองวินาที ก่อนจะถอนหายใจ
“โอเค นำทางเลย”
“เมิ่งเมิ่ง~”
เทพแปรฝันโค้งดวงตาเป็นรอยยิ้ม แล้วออกเดินนำทาง
ไม่นานต่อมา
มันพาเธอไปหยุดอยู่หน้าห้องอ่านหนังสือเดี่ยวห้องหนึ่ง แล้วผลักประตูเข้าไป
ทันทีที่เธอเห็นคนที่อยู่ข้างใน เธอถึงกับชะงักไป
ชายชราผมขาวแซมดำหันกลับมามองเธอ
“มาถึงแล้วสินะ”
…จิลเบิร์ต คณบดีสาขาผู้ฝึกสัตว์อสูร?!
เฉียวซางอึ้งไปทันที
ไม่ว่าเธอจะคิดยังไง เธอไม่เคยนึกเลยว่าคนที่อยู่ข้างในจะเป็นคณบดีคณะผู้ฝึกสัตว์อสูร!
เธอยืนนิ่งไปหลายวินาที ก่อนที่บางอย่างจะผุดขึ้นมาในหัว
เดี๋ยวนะ…
อย่าบอกนะว่า…
เขาก็มา "จีบ" เธอให้เข้าคณะอีกคน?!