- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 763: วิวัฒนาการแล้วงั้นเหรอ?
บทที่ 763: วิวัฒนาการแล้วงั้นเหรอ?
บทที่ 763: วิวัฒนาการแล้วงั้นเหรอ?
สรุปง่ายๆก็คือ…ลู่เป่าครั้งนี้วิวัฒนาการแล้วปลุกทักษะเหนือระดับ....ขึ้นมาทีเดียวสองทักษะ...
ลูกแก้วปลุกพลังมันยอดเยี่ยมขนาดนี้เลยเหรอ…? เฉียวซางยืนอึ้งอยู่กับที่ อารมณ์ยังคงไม่สงบลงง่ายๆ
"กงจั้น…"
กงเป่าร้องออกมาเสียงเหนื่อยหน่ายเล็กน้อย
อ้อ…เกือบลืมเลยว่ากงเป่ามีอะไรของเสียติดอยู่บนหัว… เฉียวซางได้สติกลับมา ก่อนจะพูดขึ้นว่า
"ลู่เป่าช่วยกงเป่าทำความสะอาดหน่อย"
"ปิงอ้าย"
ลู่เป่าพยักหน้ารับ ก่อนจะอ้าปากยิงกระแสน้ำขึ้นไปที่หัวของกงเป่า
"ซุนซุน~"
หลังจากสายน้ำจบลง ซุนเป่าที่ไม่รู้ว่าไปหากระดาษทิชชูมาจากไหนแล้วช่วยซับให้อย่างใส่ใจ
เฉียวซางหันกลับไปสนใจลู่เป่าอีกครั้ง
ทักษะยิ่งหายากก็ยิ่งล้ำค่า การมีชำระล้างอยู่ด้วย ต่อให้ในอนาคตตัวเธอไม่ได้เป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรอาชีพ ก็ยังพอไปหางานทำในกระทรวงการทูตของสัตว์อสูรได้เลยทีเดียว…
ลู่เป่านี่เก่งจริงๆ… เฉียวซางรู้สึกฮึกเหิมจนอยากกระโดดโลดเต้นดีใจที่ตรงนั้นเลย แต่ติดที่สัตว์อสูรตัวอื่นๆ กำลังจ้องมองกันอยู่ จึงต้องกลั้นอารมณ์เอาไว้
แล้วเธอก็หันไปหาลู่เป่าอีกครั้งแล้วพูดว่า
"ลองใช้อาณาเขตสวรรค์นิรันดร์กาลดูหน่อยสิ"
"ปิงอ้าย~"
ลู่เป่าคิดถึงชื่อทักษะอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า
มันอ้าปาก เริ่มรวบรวมพลังงานขึ้นมา และกำลังจะใช้ทักษะ—
"เดี๋ยวก่อน!"
เฉียวซางนึกอะไรขึ้นมาได้ก็รีบร้องห้ามเสียงดัง
"ปิงอ้าย?"
ลู่เป่าหยุดการรวบรวมพลังงาน หันมามองผู้ฝึกสัตว์อสูรของตัวเองด้วยสีหน้าสงสัย
"เรากลับไปลองที่บ้านกันเถอะ" เฉียวซางบอก
สำหรับทักษะเหนือระดับแล้ว พูดตรงๆก็คือจนถึงตอนนี้เธอเคยเห็นกับตาจริงๆแค่สองทักษะ และหากรวมกับชำระล้างที่ลู่เป่าเพิ่งปลุกขึ้นมาเมื่อกี้ก็เป็นสาม
สองทักษะก่อนหน้านี้คือแสงแห่งการรักษาของลู่เป่า กับนรกหลอมละลายของหยาเป่า
แต่ถ้านับเฉพาะทักษะโจมตี ที่เธอเคยเห็นกับตาก็มีแค่นรกหลอมละลายเท่านั้น
พลังของทักษะนั้นยังตราตรึงในความทรงจำของเธอไม่จางหาย
อาณาเขตสวรรค์นิรันดร์กาลฟังจากชื่อก็รู้ว่าเป็นทักษะโจมตี และพอคิดว่ามันเป็นทักษะระดับเดียวกับนรกหลอมละลายแล้ว พลังของมันก็คงไม่น่าจะต่างกันมาก
พอคิดแบบนั้น เฉียวซางก็มองไปรอบๆ สนามเล็กๆตรงนี้… ไม่เหมาะจะใช้แน่ๆ
ว่าแล้วเธอก็หันไปหาซุนเป่า "กลับบ้านกันเถอะ"
"ซุนซุน~"
ซุนเป่าวางกระดาษทิชชูไว้บนหัวของกงเป่า จากนั้นดวงตาก็ส่องประกายแสงสีฟ้า
สายตาของเฉียวซางพลันมืดลง
วินาทีถัดมา เธอก็พบว่าตัวเองมายืนอยู่กลางห้องรับแขกของคฤหาสน์หลังเดิมที่เธอเช่าเอาไว้
รองผู้อำนวยการไม่ได้อยู่ที่นี่ในตอนนี้
"กงจั้น…"
กงเป่าก้มหน้าลงเบาๆ ทำให้กระดาษทิชชูที่อยู่บนหัวร่วงลงมา
ตอนนี้ขนาดตัวของกงเป่าดูเหมือนจะใหญ่เกินไป ทำให้การเคลื่อนไหวภายในบ้านนี้ค่อนข้างลำบากพอสมควร…
เฉียวซางกะระยะระหว่างตัวของกงเป่ากับเพดานบ้านคร่าวๆ แล้วนึกขึ้นได้ว่า ก่อนหน้านี้เธอเคยสั่งซื้อกำไลปรับขนาดให้หยาเป่าผ่านเว็บไซต์ทางการ เลยหันไปถามซุนเป่าว่า
"ของที่ส่งมาทางพัสดุครั้งก่อน ยังอยู่ในวงแหวนของแกรึเปล่า?"
"ซุนซุน~"
เหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน ซุนเป่าจึงนึกออกทันที
"เอามาให้ฉันหน่อยสิ" เฉียวซางบอก
"ซุนซุน~"
ซุนเป่าถอดวงแหวนออก ก่อนควานหาของด้านในอย่างคุ้นชิน ไม่นานนักมันก็หยิบกำไลปรับขนาดออกมา
กำไลเส้นนี้เป็นสีแดง เรียบง่าย ไม่มีลวดลายใดๆ
กำไลปรับขนาดที่มีวางจำหน่ายในท้องตลาดจะใช้ได้กับสัตว์อสูรทุกประเภทโดยไม่จำกัดคุณสมบัติ และที่เฉียวซางซื้อมา สามารถรองรับขนาดตัวสูงสุดได้ถึง 15 เมตร ซึ่งเพียงพอสำหรับสัตว์อสูรส่วนใหญ่จนถึงระดับราชา
แน่นอนว่ากงเป่าเองก็สามารถใช้ได้เช่นกัน
เฉียวซางรับกำไลมาสวมให้กับขากรงเล็บของกงเป่า พร้อมสอนวิธีใช้ว่า
"กงเป่า แกลองกดปุ่มตรงด้านข้างดูสิ"
"กงจั้น"
กงเป่าเคยเห็นหยาเป่าใช้ของแบบนี้มาก่อนแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องให้ผู้ฝึกของมันสอนให้เสียเวลา
มันใช้ปีกกดปุ่มลงไป
ทันใดนั้น คลื่นพลังที่มองไม่เห็นก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างของกงเป่า
ร่างของกงเป่าค่อยๆ หดเล็กลงเรื่อยๆ และไม่นานก็กลับไปอยู่ในขนาดเท่ากับตอนที่ยังเป็นเหยี่ยวเกราะเหล็ก
"กงจั้น"
กงเป่ากางปีกออก มองดูขนาดตัวของตัวเองที่เล็กลงอย่างพิจารณา
ระหว่างที่กำลังสำรวจรูปร่างใหม่ของตัวเอง มันเหลือบไปเห็นกระดาษทิชชูที่อยู่ไม่ไกล ด้วยความเคยชินจึงเดินไปใช้ปีกหยิบมันขึ้นมาโยนลงถังขยะ
ถังขยะในห้องรับแขกถูกวางไว้ตรงข้ามกับบริเวณทางเข้า ทั้งสองจุดสามารถมองเห็นกันและกันได้พอดี
ขณะที่กงเป่ากำลังทิ้งขยะนั้น ก็มีเสียงเปิดประตูดังขึ้นที่ทางเข้า
หลิวเหยาเพิ่งถอดรองเท้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาเห็นภาพของกงเป่ากำลังโยนขยะเข้าถังพอดี
"กงจั้น"
พอกงเป่าเห็นว่าเป็นคนคุ้นเคย ก็ส่งเสียงทักทาย
"รองผู้อำนวยการ กลับมาแล้วเหรอคะ" เฉียวซางได้ยินเสียง จึงเดินออกไปต้อนรับที่หน้าประตู
หลิวเหยาจ้องมองกงเป่าด้วยความลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามว่า
"สัตว์อสูรตัวนี้คือ…?"
"อ๋อ กงเป่าไงคะ พอดีมันวิวัฒนาการแล้ว" เฉียวซางตอบ
หลิวเหยาชะงักค้างไปทันที
เขามองสัตว์อสูรที่ไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยความสับสน พลางพึมพำกับตัวเองว่า
“วิวัฒนาการแล้วงั้นเหรอ…”
แต่… เหยี่ยวเกราะพิทักษ์เป็นร่างวิวัฒนาการใหม่ของเหยี่ยวเกราะเหล็กไม่ใช่เหรอ…?
หลิวเหยาทั้งตกใจและงุนงง
เขารู้ดีว่าเฉียวซางมีพรสวรรค์ด้านการฝึกสัตว์อสูรที่น่ากลัวสุดๆ สัตว์อสูรทุกตัวที่เธอทำสัญญาด้วยต่างวิวัฒนาการได้เร็วเป็นพิเศษ แต่… เหยี่ยวเกราะพิทักษ์เป็นสัตว์อสูรของอัลติเมทสตาร์และเป็นร่างวิวัฒนาการใหม่ล่าสุด
ตามหลักแล้วเฉียวซางไม่น่าจะมีข้อมูลเกี่ยวกับมันเลยไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมเธอถึงสามารถทำให้มันพัฒนาได้ง่ายดายขนาดนี้?
นี่มันง่ายกว่าสัตว์อสูรประเภทแมลงที่มีวงจรวิวัฒนาการสั้นๆอีกนะ!
หลิวเหยาสงบสติอารมณ์อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามว่า
"มันวิวัฒนาการได้ยังไง?"
"วิวัฒนาการสายสัมพันธ์น่ะค่ะ" เฉียวซางตอบแบบไม่ใส่ใจนัก
ตั้งแต่ตอนที่กงเป่าวิวัฒนาการชั่วคราวระหว่างการทดสอบของนักเรียนใหม่ ก่อนจะกลับไปเป็นเหยี่ยวเกราะพิทักษ์อีกครั้ง มันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องเป็นวิวัฒนาการสายสัมพันธ์
ในเวลาแค่นี้… ความสัมพันธ์ของพวกเธอแข็งแกร่งถึงขนาดนี้แล้วเหรอ…?
หลิวเหยาใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนมองเฉียวซาง สลับกับมองกงเป่า ก่อนจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้แล้วถามต่อว่า
"ครั้งนี้ยังเป็นแค่วิวัฒนการชั่วคราวอยู่รึเปล่า?"
"ไม่ใช่ค่ะ ครั้งนี้มันวิวัฒนาการอย่างสมบูรณ์แล้ว" เฉียวซางตอบ
วิวัฒนาการอย่างสมบูรณ์… หมายความว่าพลังงานถึงระดับที่กำหนดแล้วสินะ? ทำไมถึงเร็วขนาดนี้…
หลิวเหยารู้สึกตะลึงอีกครั้ง
ทั้งที่ก่อนหน้านี้เหยี่ยวเกราะพิทักษ์กินแต่เม็ดเพิ่มพลังงานที่เขาทำเองเท่านั้น…
หรือว่า… เม็ดพลังงงานที่เขาผสมขึ้นมามันส่งผลดีต่อเหยี่ยวเกราะพิทักษ์มากกว่าที่คิด?
เขารวบรวมความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า เฉียวซางบอกว่าออกไปข้างนอกเป็นเวลาสามวัน แต่ตอนนี้เพิ่งผ่านไปแค่วันเดียวเอง
หลิวเหยาอ้าปากทำท่าจะถามอะไรบางอย่าง
แต่ยังไม่ทันได้พูด ก็มีเสียงของลู่เป่าดังขึ้นมาจากด้านในห้องรับแขก
"ปิงอ้าย?"
เมื่อไหร่จะลองใช้อาณาเขตสวรรค์นิรันดร์กาลสักที?
ทันทีที่เสียงของมันดังขึ้น ลู่เป่าก็เดินออกมาจากด้านใน
หลิวเหยาเผลอหันไปมองตามเสียง และทันใดนั้น… สีหน้าของเขาก็ชะงักค้าง
พะ…พรายพิชิตเหมันต์…ก็วิวัฒนาการแล้วงั้นเหรอ?!
กงเป่าในร่างปัจจุบันเขาไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ลู่เป่านั้นไม่ใช่
ตั้งแต่อยู่ที่บลูสตาร์ เขาเคยศึกษาข้อมูลสายวิวัฒนาการของพรายน้ำครามจนครบหมดแล้ว!
สัตว์อสูรที่อยู่ตรงหน้าคือพรายผืนฟ้านิรันดร์อย่างแน่นอน
ไม่ได้เจอหน้ากันแค่วันเดียว เหยี่ยวเกราะพิทักษ์วิวัฒนาการไปแล้วไม่พอ พรายพิชิตเหมันต์ก็วิวัฒนาการแล้วด้วยงั้นเหรอ!?