เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 739: ความถี่การสั่นสะเทือนของพลังงานอารมณ์

บทที่ 739: ความถี่การสั่นสะเทือนของพลังงานอารมณ์

บทที่ 739: ความถี่การสั่นสะเทือนของพลังงานอารมณ์


วันรุ่งขึ้น

เมื่อท้องฟ้าเริ่มสว่าง เฉียวซางก็ตื่นขึ้นตรงเวลา หลังจากล้างหน้าล้างตาอย่างง่ายๆ และรับประทานอาหารเช้าเสร็จ เธอก็ใช้ข้ามพิกัดมิติของซุนเป่าเพื่อมาถึงมหาวิทยาลัยยูเลียนทัน

แต่เมื่อมองไปโดยรอบกลับพบว่าสถานที่ที่เธออยู่ไม่ใช่ตึกเรียนของสาขาผู้ฝึกสัตว์อสูร เฉียวซางจึงหันไปมองซุนเป่าแล้วพูดว่า

"ช่วยจำพิกัดอาคารในโรงเรียนให้ละเอียดหน่อยนะ ครั้งหน้าจะได้ย้ายมิติมาโผล่ตรงห้องเรียนเลย"

"ซุนซุน~"

ซุนเป่าไม่ได้ตอบกลับในทันที มันนิ่งไปสองวินาที ก่อนจะส่งเสียงร้องราวกับเพิ่งได้สติ

อย่าบอกนะว่าเล่นคอมพิวเตอร์มากไปจนสมองช้าลงแล้ว... เฉียวซางเห็นอาการของซุนเป่าแล้วอดเป็นกังวลไม่ได้ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าอีกแค่วันเดียว ทักษะตัวตายตัวแทนก็จะฝึกถึงขั้นไร้ที่ติแล้ว เธอจึงผ่อนคลายลง

อีกแค่วันเดียวเท่านั้นเอง…

เธอโอบกอดหยาเป่าไว้ในอ้อมแขนแล้วเดินไปทางอาคารเรียน

ยังไม่ทันเดินไปได้กี่ก้าว ก็มีสัตว์อสูรตัวหนึ่งเดินเข้ามาหาด้วยขาสั้นๆ ของมัน ร่างกายของมันแทบจะเป็นสีขาวนวลทั้งหมด ผิวหนังดูเหมือนบอลลูนยืดหยุ่นได้ ดวงตากลมโตจนกินพื้นที่ใบหน้าไปเกือบสองในสาม มันดูน่ารักจนแทบจะทำให้คนหัวใจละลายได้เลย มันเดินดุ๊กดิ๊กเข้ามาแล้วยื่นขนมปังในมือออกมาให้

"หยวนหยวน~"

สัตว์อสูรที่มีผิวหนังคล้ายบอลลูนสีขาวนวลกระพริบตาปริบๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง

เฉียวซางชะงักไปครู่หนึ่ง "นี่ให้ฉันเหรอ?"

"หยวนหยวน~"

สัตว์อสูรตัวนั้นพยักหน้าด้วยท่าทีเขินอาย

น่ารักชะมัด... เฉียวซางแทบจะละลายไปกับความน่ารักของมัน เธอเผลอจะเอื้อมมือจะไปรับขนมปังโดยไม่รู้ตัว

แต่ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมา

"อย่าหยิบมันขึ้นมานะ!"

เฉียวซางหันไปตามเสียง แล้วพบว่าเป็นหญิงสาวผมบลอนด์ที่เคยนั่งข้างๆ เธอที่วันรับน้อง

ไลล่าวิ่งเข้ามาหาพร้อมกับหอบเล็กน้อย แล้วพูดว่า

"อย่ารับมันนะ ถ้ารับไปแล้วต้องเสีย 1 แต้มคะแนน!"

หา? ขนมปังชิ้นเดียวคิดตั้ง 1 แต้มเลยเหรอ? เฉียวซางหันไปมองสัตว์อสูรตัวนั้นด้วยความตกใจ

"หยวนหยวน"

สัตว์อสูรที่มีผิวหนังคล้ายบอลลูนสีขาวนวลเห็นปฏิกิริยาของเธอก็รู้แล้วว่าธุรกิจล่มอีกแล้ว มันทำสีหน้าเหมือนรู้สึกว่าเวลาของมันถูกเสียเปล่า ก่อนจะเก็บขนมปังแล้วหันหลังเดินจากไป

เฉียวซาง: "……"

ไลล่าเห็นมันจากไปก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนจะพูดว่า

"เธอไม่ได้อยู่หอในเลยอาจจะยังไม่ค่อยรู้ โรงเรียนนี้มีหลายคนที่ทำทุกวิถีทางเพื่อหาแต้มคะแนน เจ้าพองฝันนั่นเป็นหนึ่งในพวกนั้น มันมักจะยืนดักคนช่วงเวลากินข้าว แล้วยื่นของกินให้ ถ้าเผลอแกะซองมันเมื่อไหร่ มันจะมาทวงแต้มคะแนนทันที"

พูดจบ เธอก็ทำสีหน้าขุ่นเคืองเล็กน้อย

"ไม่รู้ว่าเป็นสัตว์อสูรของใคร ได้ยินมาว่าจับเจ้าของไม่ได้เลยสักที"

ร้ายกาจมาก! นี่มันไม่ต่างจากการถ่ายรูปกับ "พี่ลิง" แล้วโดนเรียกเก็บค่าถ่ายรูปเลยนี่นา... เฉียวซางแอบบ่นในใจ ก่อนจะหันไปมองไลล่าแล้วกล่าวขอบคุณ

"ขอบใจนะที่เตือน ฉันไม่คิดเลยว่าพอเปิดเทอมมาวันแรก เธอจะรู้เรื่องพวกนี้หมดแล้ว"

ไลล่านิ่งเงียบไปทันที

เฉียวซางเห็นท่าทางของเธอก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงถามอย่างระมัดระวังว่า

"อย่าบอกนะว่า..."

ไลล่ารู้ว่าเธอกำลังจะถามอะไร จึงขัดขึ้นก่อนว่า

"ใช่ ฉันเพิ่งโดนเจ้าพองฝันนั่นหลอกไปเมื่อวาน เสียไป 1 แต้มเต็มๆ"

เฉียวซางรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที เลยรีบเปลี่ยนเรื่อง

"เธออยู่ห้องไหนเหรอ?"

"ห้องสามน่ะ" ไลล่าตอบ แล้วเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอมองเฉียวซางด้วยสายตาเต็มไปด้วยความชื่นชม

"ไม่นึกเลยว่าเธอจะเก่งขนาดนี้ เมื่อวานตอนการประเมินนักศึกษาใหม่คือเธอเล่นงานทุกคนแบบขาดลอยไปเลย!"

เฉียวซางรู้สึกกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อยแล้วพูดขึ้นว่า

"ฉันแค่อยากสะสมแต้มคะแนนให้ได้เร็วๆ เท่านั้นเอง ไม่ได้ตั้งใจจะท้าทายใครหรอก"

"คนทั่วไปต่อให้คิดออก ก็คงทำไม่ได้อยู่ดี" ไลล่าแซวกลับ

เธอไม่ได้มีท่าทีต่อต้านพฤติกรรมของเฉียวซางในระหว่างการประเมินนักศึกษาใหม่

ในคณะสาขาผู้ฝึกสัตว์อสูร ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความสามารถล้วนๆ

ถ้าเธอมีฝีมือแบบเฉียวซาง เธอก็คงทำแบบเดียวกันแน่ๆ

ไลล่าหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วพูดว่า

"มาแลกช่องทางติดต่อกันเถอะ"

"โอเค" เฉียวซางไม่ปฏิเสธ

ขณะที่พวกเธอกำลังแลกช่องทางติดต่อกันอยู่นั้น เฉียวซางก็เหลือบไปเห็นข้อความจาก ดร.โดซาลิรา

[หลังเลิกเรียนช่วงเช้า มาหาฉันหน่อย]

....

หลังจากเรียนภาคเช้าเสร็จ เฉียวซางใช้เวลาไม่น้อยกว่าจะเดินทางไปถึงศูนย์วิจัยของ ดร.โดซาลิรา

มหาวิทยาลัยยูเลียนทันมีศูนย์วิจัยอยู่หลายแห่ง ส่วน ดร.โดซาลิราประจำอยู่ที่ศูนย์วิจัยที่เจ็ด

ภายในศูนย์วิจัยแต่ละแห่งก็ยังมีสถาบันวิจัยย่อยอีกหลายแห่ง

ต่างจากพื้นที่อื่นในมหาวิทยาลัย ตรงทางเข้าศูนย์วิจัยมีสัตว์อสูรประเภทจักรกลเฝ้ารักษาความปลอดภัยอยู่ และไม่ใช่นักศึกษาทุกคนที่จะสามารถเข้าไปได้

แต่เฉียวซางในตอนนี้ถือเป็นนักศึกษาในสังกัดของดร.โดซาลิราแล้ว เธอจึงยื่นบัตรนักศึกษาให้สัตว์อสูรจักรกลสแกน หลังจากตรวจสอบแล้ว มันก็เปิดทางให้เธอผ่านไป

หลังจากเข้าไปแล้ว เธอใช้เวลาราวห้านาทีจึงหาทางไปถึงศูนย์วิจัยของดร.โดซาลิราได้

ตอนนั้น ประตูปิดสนิท

เธอหยิบบัตรนักศึกษาออกมา เตรียมจะสแกนเพื่อเปิดประตู แต่ในจังหวะนั้นเอง ประตูก็เปิดออกโดยอัตโนมัติ

"เข้ามาสิ" เสียงของดร.โดซาลิราดังมาจากด้านใน

เฉียวซางอุ้มหยาเป้าแล้วก้าวเข้าไป

ภายในสว่างไสวไปหมด มีจอแสดงผลขนาดใหญ่ รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนตั้งเรียงรายอยู่

"ย่าห์!"

หยาเป่าจ้องมองไปรอบๆ ด้วยความสนใจ

"มาแล้วสินะ" ดร.โดซาลิราเดินออกมาจากด้านใน สวมเสื้อกาวน์สีขาว

สายตาของเธอไล่มองไปที่หยาเป่า จากนั้นก็มองเฉียวซาง แววตาแตกต่างจากเมื่อวาน

"ฉันดูข้อมูลของเธอแล้ว ไม่คิดเลยว่าเธอจะอายุแค่ 16"

เฉียวซางยิ้มเขินๆ

"ก็แค่กระโดดข้ามชั้นเรียนมานิดหน่อยน่ะค่ะ"

ดร.โดซาลิราพาเฉียวซางเดินเข้าไปในโซนด้านในของศูนย์วิจัย พลางพูดว่า

"กระโดดข้ามชั้นเรียนไม่ใช่เรื่องแปลกหรอก แต่การข้ามชั้นมาเรียนที่สถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิ แล้วข้ามดาวมายังยูเลียนทันในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยนระหว่างดวงดาวแบบนี้ ฉันเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรกเลยนะ"

พูดจบ เธอเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้แล้วหัวเราะเล็กน้อย

"เมื่อวานหลังจากลงทะเบียนให้เธอเป็นนักศึกษาของฉันแล้ว มีอาจารย์จากสาขาผู้ฝึกสัตว์อสูรของเธอหลายคนมาหาฉันเลยล่ะ ฟังจากที่พูดก็รู้เลยว่าพวกเขารู้สึกว่าฉันดึงตัวเธอมาจนเสียเวลาเรียนไป"

เฉียวซางอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบพูดว่า

"เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ!"

พร้อมกับถือโอกาสกล่าวคำเยินยอไปด้วย

"การได้เป็นนักเรียนของอาจารย์ถือเป็นเกียรติของฉันเลยนะคะ"

ดร.โดซาลิรามีความเชี่ยวชาญด้านพลังงานอารมณ์ของสัตว์อสูร การที่ลู่เป่าจะสามารถสร้างอารมณ์สิ้นหวัง ได้หรือไม่นั้น อาจต้องพึ่งเธอเป็นหลัก ดังนั้นเฉียวซางจะยอมให้เธอหมดความสนใจในตัวเองไม่ได้เด็ดขาด

เมื่อได้ยินแบบนั้น ดร.โดซาลิราดูพอใจไม่น้อย รอยยิ้มของเธอขยายกว้างออกโดยไม่รู้ตัว

จริงๆ แล้ว ตอนที่เธอได้รู้ถึงอายุและความสามารถของเฉียวซางเมื่อวาน เธอเองก็แอบรู้สึกว่านี่อาจจะเป็นการถ่วงเวลาของเด็กคนนี้

แต่พอนึกขึ้นได้ว่าเฉียวซางจะอยู่ที่ยูเลียนทันแค่เทอมเดียว เธอก็รู้สึกโล่งใจขึ้น ไม่ต้องสนใจเหล่าอาจารย์จากสาขาผู้ฝึกสัตว์อสูรที่พากันมาโวยวายอีก

พูดตรงๆอันที่จริงมันก็รู้สึกดีเหมือนกัน ที่ได้เป็นอาจารย์ของอัจฉริยะระดับนี้

ดร.โดซาลิราเดินไปนั่งลงบนโซฟาในโซนพักผ่อน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

"พรสวรรค์ด้านการฝึกสัตว์อสูรของเธอไม่ต้องสงสัยเลย ฉันยังไปค้นดูข้อมูลมา แล้วพบว่าเธอเคยเข้าร่วมการวิจัยเกี่ยวกับวิวัฒนาการรูปแบบใหม่ของสัตว์อสูร แถมยังประสบความสำเร็จจนได้รับตำแหน่งนักวิจัยฝึกหัดด้วย"

เฉียวซางนั่งลงบนโซฟาเดี่ยวข้างๆ พลางเหลือบมองหยาเป่าที่ยังคงเดินสำรวจรอบๆห้อง ก่อนจะตอบว่า

"ฉันแค่บังเอิญทำให้สัตว์อสูรของตัวเองวิวัฒนาการเป็นรูปแบบใหม่ได้น่ะค่ะ ก็เลยได้เข้าร่วมการวิจัย"

ดร.โดซาลิราทำหน้าชื่นชม

"เธอเพิ่งเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรได้ไม่นาน แต่กลับมีผลงานขนาดนี้ ถือว่าน่าทึ่งมากเลยนะ ตอนนี้ที่นี่กำลังมีงานวิจัยเกี่ยวกับการเปลี่ยนความถี่การสั่นสะเทือนของพลังงานอารมณ์ของสัตว์อสูรอยู่ เธอสนใจจะเข้าร่วมไหม?"

ฉันยุ่งจนหัวหมุนทุกวัน จะเอาเวลาที่ไหนไปทำวิจัยอีก… เฉียวซางบ่นในใจ แต่ภายนอกก็ยังปฏิเสธอย่างสุภาพ

"ฉันเข้าใจเรื่องพลังงานอารมณ์แค่ผิวเผินเองค่ะ ไม่อย่างนั้นเมื่อวานคงไม่ต้องถามคำถามแบบนั้น"

"ทุกคนก็เริ่มจากไม่รู้กันทั้งนั้นแหละ" ดร.โดซาลิรายิ้ม "ยิ่งไปกว่านั้น เธอมีสัตว์อสูรที่ต้องพึ่งพาพลังงานอารมณ์ตลอดทั้งสายวิวัฒนาการเลยนะ มาทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้น่าจะเหมาะที่สุดแล้ว"

"อีกอย่าง เธออยากให้พรายพิชิตเหมันต์วิวัฒนาการไม่ใช่เหรอ?"

เฉียวซางชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะถามว่า

"งานวิจัยนี้เกี่ยวข้องกับวิวัฒนาการของพรายพิชิตเหมันต์เหรอคะ?"

"แน่นอน" ดร.โดซาลิราอธิบาย

"พลังงานอารมณ์ทุกชนิดล้วนมีความถี่การสั่นสะเทือนของมัน"

"ถ้าสามารถปรับความถี่นี้ได้ อารมณ์ของสัตว์อสูรก็จะเปลี่ยนแปลงไปด้วย"

"อธิบายง่ายๆ ถ้าการวิจัยนี้สำเร็จ สัตว์อสูรที่มีความสุขแค่นิดเดียว อาจเปลี่ยนเป็นมีความสุขสุดขีดได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ และในทางกลับกัน สัตว์อสูรที่รู้สึกสิ้นหวังแค่เล็กน้อย ก็อาจจะจมดิ่งไปสู่ความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุดได้เช่นกัน"

เธอยิ้มก่อนจะกล่าวต่อ

"พรายพิชิตเหมันต์ของเธอ น่าจะต้องรู้สึกสิ้นหวังถึงระดับหนึ่งถึงจะกระตุ้นพลังงานในตัวได้ใช่ไหม?"

หัวใจของเฉียวซางเต้นแรงขึ้น แต่เธอก็ยังลังเลอยู่

"งานวิจัยปกติต้องใช้เวลานานมากเลยใช่ไหมคะ ตอนนั้นฉันอาจจะออกจากมหาวิทยาลัยยูเลียนทันไปแล้วก็ได้ค่ะ"

"เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา" ดร.โดซาลิราโบกมือ "เราสามารถติดต่อกันผ่านเครือข่ายดวงดาวไม่ก็สตาร์เน็ตได้ตลอดเวลา และต่อให้พรายพิชิตเหมันต์ของเธอวิวัฒนาการไปก่อนที่งานวิจัยนี้จะเสร็จสมบูรณ์ มันก็ยังมีขั้นต่อไปให้ศึกษาต่ออยู่ดี"

"ฉันจำได้ว่า พรายศีตละอำพันจะต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิต่ำกว่าลบ 60 องศา และต้องมีอารมณ์ที่พลุ่งพล่านถึงจะวิวัฒนาการได้ใช่ไหม?"

"แต่ถ้างานวิจัยนี้สำเร็จ ต่อให้พรายศีตละอำพันรู้สึกตื่นเต้นแค่เพียงเล็กน้อย เราก็สามารถขยายพลังงานอารมณ์นั้นผ่านการสั่นสะเทือนของพลังงานได้"

เธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ

"และถ้างานวิจัยนี้สำเร็จ เธอก็จะได้เป็นนักวิจัยระดับต้นด้วย"

ต้องยอมรับเลยว่า เฉียวซางเริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมาแล้ว

เธอเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะถามว่า

"เงินเดือนของนักวิจัยระดับต้นอยู่ที่เท่าไหร่เหรอคะ?"

....

TL: ศีตละ แปลว่า ความเย็น ความเยือกเย็น หนาวเหน็บ นะครับ

จบบทที่ บทที่ 739: ความถี่การสั่นสะเทือนของพลังงานอารมณ์

คัดลอกลิงก์แล้ว