เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

SC:บทที่ 22 การสนทนายามค่ำคืน

SC:บทที่ 22 การสนทนายามค่ำคืน

 SC:บทที่ 22 การสนทนายามค่ำคืน


SC:บทที่ 22 การสนทนายามค่ำคืน

ในขณะที่หิมะยังคงตกอยู่ด้านนอก หลินเฉิง หันมามองเห็นและพบว่าเธอกำลังมองเขาอยู่เหมือนกัน ในมือของเธอถือชามข้าวและมองมาที่เขา

“อาหารอย่างนั้นหรอ? คุณไม่เป็นคนดีเกินไปหน่อยหรอ?”

หลังจากได้สูดดมกลิ่นข้าวที่ไม่ได้กินมานานทำให้ หลินเฉิง กลืนน้ำลายด้วยความอยากและมองเข้าไปในดวงตาอันซับซ้อนของ เกาหยู

เกาหยู ไม่สนใจชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเธอหัวเราะได้ส่งข้าวให้กับเขาจากนั้นพูดว่า

“คุณเข้าใจผิด ...ตอนนี้พวกเราเหลือข้าวกับน้ำเท่านั้น ส่วนเสบียงอื่นๆถูกกินไปหมดแล้ว!”

“คุณมีโรงอาหารอยู่ที่ชั้นแรกอย่างนั้นหรอเป็นไปได้ไหมว่ามีการเก็บเสบียงเอาไว้?”

หลินเฉิง หยิบข้าวมาจากมือของเกาหยูและถามอย่างคลุมเครือ เมื่อได้ยินคำพูดของ หลินเฉิง คิ้วของ เกาหยู ขมวดแน่น

“ไม่รู้สิ….สถานการณ์ในตอนนั้นเร่งด่วนมาก เวลานั้นทุกคนยุ่งอยู่กับการหลบหนีและผู้กำกับก็พาฉันออกมาจากชั้น 3 จากนั้นเขาก็เสียสละตัวเองและกลายเป็นซอมบี้ที่น่าขยะแขยง...เมื่อเราตระหนักถึงปัญหาอาหารเราก็พบว่ามีอาหารสำรองอยู่ในคลังโรงอาหารแต่ดูเหมือนว่าพ่อครัวจะขี้เกียจเกินไปที่จะเติมเต็มคลังอาหารให้เต็มอยู่ตลอดเวลา!”

เริ่มมองเห็นการแสดงออกอย่างหงุดหงิดของเกาหยูทำให้ หลินเฉิง ส่ายหัวและหยิบข้าวขึ้นมาหลังจากที่เขากินข้าวเพียงไม่กี่คำเข้าไปในปากเขาก็ส่งชามเปล่ากลับมาให้เธอ

“เมื่อผู้กำกับของคุณได้ช่วยชีวิตคุณแล้วทำไมเขาถึงตาย”

เมื่อได้ยินคำพูดของ หลินเฉิง ถึงผู้กำกับดวงตาของ เกาหยู จ้องมองกลับไปและพูดว่า

“ไม่มีใครรู้ว่ามีปีศาจกินคนอยู่บนชั้น 3 .. เมื่อผู้กำกับได้ล็อคประตูที่ชั้น 1 แล้วเขาไม่คิดว่าพวกมันจะรอคอยพวกเราอยู่ที่ชั้น 3 ….”

เมื่อพูดถึงตรงนี้การแสดงออกของ เกาหยู โศกเศร้ามากยิ่งขึ้น

“สุดท้ายผู้กำกับก็เสียสละตัวเองโดยการวิ่งขึ้นไปชั้นบนและล็อคประตูเหล็กบนชั้น 3 แต่เขาก็ถูกสัตว์ประะหลาดเหล่านั้นกัด...ในไม่ช้าเขาก็…. เขาช่วยฉันก่อนที่เขาจะหมดสติไป”

เมื่อฟังเรื่องราวของ เกาหยู หลินเฉิง อดไม่ได้ที่จะยกนิ้วให้กับผู้กำกับคนนี้! เขาคิดเพียงว่าผู้กำกับคนนี้เป็นแค่พ่อที่รักลูกสาวแต่เขาไม่คิดว่าชายคนนี้จะเป็นผู้เสียสละตัวเองเช่นกัน

ช่วงเวลาที่สำคัญเช่นนี้คนส่วนใหญ่หรือแม้กระทั่ง หลินเฉิง อาจไม่สามารถเสียสละตัวเองแบบนี้ได้...หัวใจของ หลินเฉิง นับถือผู้กำกับคนนี้มากยิ่งขึ้นจากนั้น หลินเฉิง มองไปที่ เกาหยู อีกครั้งและพูดว่า

“เราคุยกันมาตั้งนานแต่ผมยังไม่รู้ชื่อของคุณเลย…”

“เกาหยู เกาหยู ที่แปลว่ามีความสุขมากๆ แล้วคุณล่ะ?”

“หลินเฉิง หลินเฉิง ที่แปลว่าเมืองป่า !ขอบคุณอีกครั้งสำหรับการช่วยชีวิตผมแม้ว่าภายหลังคุณต้องการฆ่าผมก็ตาม”

เมื่อได้ยินคำพูดของ หลินเฉิง  เกาหยู หัวเราะอย่างข่มขืนอีกครั้ง

“แม้คุณจะขอบคุณฉันแต่มันก็ไม่จำเป็น ฉันสิควรที่จะขอโทษคุณ”

เมื่อพูดถึงตรงนี้ เกาหยู พูดตรงๆอย่างเป็นทางการมากขึ้น

เมื่อได้ยินคำขอโทษอย่างเป็นทางการของ เกาหยู หลินเฉิง โบกมือเพื่อเป็นสัญญาณว่าเขาไม่ได้ใส่ใจมากนักจากนั้นเองก็พูดขึ้นว่า

“ทำไมร่างกายของคุณถึงมีพลังมาก คุณบอกฉันได้ไหม และฉันยังไม่รู้เลยว่าทำไมคุณถึงต้องการปืน? ซอมบี้ เหล่านั้นไวต่อเสียงคุณไม่รู้หรอ?”

เมื่อมองดูหญิงสาวที่มีจิตใจบริสุทธิ์ราวกับดอกบัว หลินเฉิง ไม่รู้จะอธิบายให้เธอฟังยังไง

“เอิ่ม.. อย่างไรก็ตามผมต้องการปืนจริงๆนอกจากนี้ ใครจะแคร์เรื่องนั้นกันขอเพียงแค่มีมันผมก็มีความสุขแล้ว คุณคิดว่างั้นมั้ย?”

นี่เป็นอีกคำตอบที่คลุมเครือ

เกาหยู มองดู หลินเฉิง ดูเหมือนว่าชายหนุ่มไม่ต้องการที่จะตอบสิ่งใดเมื่อคิดได้ดังนั้นเธอจึงยืนอยู่กับ หลินเฉิง เงียบๆที่ขอบหน้าต่างเป็นเวลานาน เธอไม่รู้ว่าเธอควรที่จะเปิดปากพูดอย่างไร

แต่เมื่อ หลินเฉิง หันหลังกลับแล้วบอกเธอว่าราตรีสวัสดิ์ จากนั้นเขากลับไปยังห้องสอบสวน  เกาหยู มองตามไปยังประตูห้องที่ปิดอย่างขมขื่นจากนั้นส่ายหัวกับตัวเองและพูดว่า

“ช่างมันเถอะ”แล้วเธอก็จากไป

หลินเฉิง กลับมาที่ห้องสอบสวนและกำลังขบคิดถึงพฤติกรรมของหญิงสาว เขาได้แต่ยิ้มเขารู้อย่างแน่นอนว่า เกาหยู ต้องการทำอะไรบางอย่างและต้องการให้เขาช่วย หรือมีปัญหาอะไรที่เธอไม่สามารถแก้ไขได้?

เขาไม่รู้ว่าผู้รอดชีวิตพูดถึงเขาอย่างไรบ้างแต่เห็นได้ชัดว่ามันไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ดีแต่ตราบใดที่เขาได้ปืนในคืนนี้ทุกอย่างที่นี่ก็จะไม่เกี่ยวข้องกับตัวเองอีกต่อไป

หลังจากคิดได้ดังนั้น หลินเฉิงขึ้นนอนบนโต๊ะและหลับตาเตรียมความพร้อมที่จะรอให้ผู้รอดชีวิตเหล่านั้นนอนหลับ

2:00 น…

หลินเฉิง ยกข้อมือขึ้นมาเพื่อดูเวลาอีกครั้งจากนั้นเขาเดินไปที่ประตูและฟังอย่างระมัดระวังอยู่สักพักหลังจากนั้นเขาเปิดประตูออกไปเบาๆ

ทางเดินค่อนข้างสว่างด้วยแสงสะท้อนจากเงาของหิมะ เขาเดินลงไปทางซ้ายและผ่านประตูค่อยๆก้าวเข้าไป

หลินเฉิงไม่รู้ว่าคนเหล่านี้ จะมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อพบว่าเขาพยายามขโมยปืนและเมื่อมองตามทัศนคติของ เกาหยู เขาคาดว่าผลลัพธ์คงไม่ค่อยดีนัก

เขาเดินคลำทางไปเรื่อยๆทางด้านซ้ายครู่หนึ่งเขาก็เห็นประตู แต่ประตูนั้นไม่ได้ถูกล็อคด้วยรหัสผ่านเขาสงบใจลงเล็กน้อยและเดินเข้าหาต่อไปทางขวา

อย่างไรก็ตามดูเหมือนคืนนี้จะเงียบเป็นพิเศษแม้แต่เสียงคํารามของซอมบี้ที่อยู่ด้านล่างยังคงได้ยินเป็นระยะ แม้แต่เสียงหัวใจเต้นก็ยังชัดเจน ยิ่งทำให้สภาพแวดล้อมดูแปลกและน่ากลัวมากยิ่งขึ้น

หลินเฉิง ให้กำลังใจตัวเองอย่างลับๆว่าปลายทางที่เขาเดินไปนั้นจะต้องพบบางอย่างอยากแน่นอน  หลินเฉิง เดินไปพบว่ามีมุมอยู่ปลายทางเดิน

บัดซบการออกแบบอะไรวะ!

หลินเฉิง สาปแช่งในใจเขาเดินเข้าไปตรงมุมและพบว่าเป็นทางเดินที่มืดมิดและไม่มีหน้าต่างอยู่ใกล้แม้แต่บานเดียว หลินเฉิง รู้สึกหงุดหงิดจึงนำไฟแช็คออกมาและจุดขึ้น ถ้าเขาไม่ใช้แสงไฟช่วยในตอนนี้เขาคงต้องสะดุดเก้าอี้หรือไม่ก็มุมโต๊ะโดยไม่ตั้งใจ

หลังจากเดินเข้าไปตามทางเดินที่มืดมิด หลินเฉิง ก็พบประตูที่ต้องใส่รหัสผ่านในใจของเขาส่งเสียงโห่ร้องด้วยความยินดี….

---------------------------------------

จบบทที่ SC:บทที่ 22 การสนทนายามค่ำคืน

คัดลอกลิงก์แล้ว