เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 703: ตอนกลางคืนมีเรื่องสำคัญต้องทำ

บทที่ 703: ตอนกลางคืนมีเรื่องสำคัญต้องทำ

บทที่ 703: ตอนกลางคืนมีเรื่องสำคัญต้องทำ


เช้าวันรุ่งขึ้น เวลาประมาณแปดโมง

เฉียวซางตื่นนอน ล้างหน้าล้างตาอย่างง่ายๆ แล้วเดินออกไปที่ห้องนั่งเล่น

ทันทีที่ออกมาก็เห็นซุนเป่ายังคงนั่งเล่นคอมพิวเตอร์อยู่ ข้างๆมีขวดเปล่าของน้ำยาฟื้นฟูพลังงานกองอยู่เต็มไปหมด

ตื่นมาแล้วเห็นซุนเป่าโหมฝึกซ้อมข้ามคืนแบบนี้... เฉียวซางถึงกับรู้สึกตาลายไปชั่วขณะ

“ซุนซุน……”

ซุนเป่าได้ยินเสียงก็เงยหน้าขึ้น พอเห็นว่าเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรของตัวเอง ก็รีบสะบัดควบคุมเงาออกไปโดยอัตโนมัติ แล้วทำท่าจะปิดคอมพิวเตอร์

“ไม่ต้องปิด!” เฉียวซางรีบห้ามไว้ “เล่นต่อไปเถอะ!”

“ซุนซุน!”

ซุนเป่าอึ้งไปนิดหน่อย แต่ก็ร้องเสียงใสอย่างดีใจ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาใช้ควบคุมเงาต่อ

ฝึกแบบนี้ไปเรื่อยๆ อีกไม่กี่วันก็น่าจะฝึกควบคุมเงาจนถึงระดับไร้ที่ติได้แล้วสินะ… เฉียวซางคิดเล็กน้อย แล้วก็ตัดสินใจยกเลิกแผนที่จะไปฝึกที่สโมสรหลังอาหารเช้า

ในเมื่อซุนเป่าหายากนักที่จะตั้งใจฝึกขนาดนี้ ก็คงไม่ต้องไปขัดมัน รอให้มันเหนื่อยเองก่อนค่อยว่ากัน…

เวลาค่อยๆ ผ่านไปจนถึงสิบเอ็ดโมง ซุนเป่ายังนั่งเล่นคอมพิวเตอร์พลางใช้ควบคุมเงาไม่หยุด

เฉียวซางเห็นแล้วก็อดรู้สึกทึ่งไม่ได้

หลิวเหยาหิ้วถาดที่มีเม็ดพลังงานที่ตัวเองยุ่งอยู่กับการทำมาตลอดเช้าออกมา พร้อมพูดขึ้นว่า

“ใกล้เที่ยงแล้ว เรียกผีวงแหวนอาคมมากินข้าวก่อนเถอะ”

เฉียวซางพยักหน้า ก่อนจะหันไปเรียก

“ซุนเป่ามากินก่อน ค่อยเล่นต่อ”

ซุนเป่าไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา แค่ยกนิ้วมือสั้นๆขึ้นมานิดเดียว เงาดำก็พุ่งออกไปพันจานที่วางเม็ดพลังงานไว้ แล้วกระชากเข้ามาหาตัว

“ซุนซุน~”

มันร้องเสียงสดใส ราวกับจะบอกว่าไม่เป็นไร มันกินไปเล่นไปได้

พูดจบ มือหนึ่งของมันก็ใช้ควบคุมเงาพิมพ์แป้นพิมพ์ ขณะที่อีกข้างใช้ควบคุมเงาคีบเม็ดพลังงานเข้าปากตัวเอง

เฉียวซาง: “……”

สุดยอด…

หลิวเหยาอ้าปากเหมือนอยากพูดอะไร แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเงียบแล้วเดินกลับไปที่ห้องครัว หยิบถาดที่มีเม็ดพลังงานของลู่เป่ากับตัวอื่นๆออกมา

หยาเป่าตื่นเต้นรออยู่ตั้งนาน กว่าจะได้เห็นถาดของตัวเองถูกยกมา มันก็ก้มลงไปดมอย่างดีใจ แต่พอได้กลิ่นมันก็รู้ได้ทันทีว่ายังคงเป็นเม็ดพลังงานแบบเดียวกับที่มันกินมาตลอดช่วงนี้ ทันใดนั้นหางของมันก็ตกลงอย่างหงอยเหงา

“ย่าห์ ย่าห์……”

คราวนี้ หลิวเหยาเข้าใจอารมณ์ของหยาเป่าทันที เขาหัวเราะพลางพูดว่า

“เม็ดพลังงานของสัตว์อสูรระดับขั้นนายพลมันไม่ได้ทำเสร็จในวันเดียวหรอก ไม่ต้องห่วง อีกไม่เกินสามวัน ฉันจะทำเม็ดพลังงานที่ถูกใจแกออกมาให้เอง”

“ย่าห์!”

พอหยาเป่าได้ยินแบบนั้น มันก็กลับมาดีใจอีกครั้งทันที

เฉียวซางที่ยืนมองอยู่ข้างๆ เห็นแล้วก็อดคิดไม่ได้ ว่าทำไมผู้ฝึกสัตว์อสูรที่ระดับสูงขึ้นถึงได้รับความนิยมจากสัตว์อสูรขนาดนี้…

ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้มีเรื่องต้องทำเยอะเกินไปละก็ เธอคงอยากจะไปฝึกเรียนรู้วิชานักพัฒนาสัตว์อสูรจากรองผู้อำนวยการสักหน่อย

บ่ายสามโมง

เฉียวซางทำสมาธิเสร็จเรียบร้อย หันไปมองซุนเป่าที่ยังคงเล่นคอมพิวเตอร์แบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เธอถึงกับกระตุกมุมปาก แล้วคิดจะบอกมันว่าฝึกเสร็จแล้วค่อยกลับมาเล่นต่อ...

“ติ๊งต่อง~”

แต่พอดีกับตอนนั้น กริ่งประตูก็ดังขึ้น

เฉียวซางเดินไปที่ประตู มองผ่านกล้องวงจรปิด เห็นว่าเป็นถังอี้จึงเปิดประตูให้

ทันทีที่ถังอี้เข้ามา เขาก็พูดขึ้นอย่างตื่นเต้นตรงประเด็นเลยว่า

“มาเริ่มการต่อสู้กันเถอะ!”

เฉียวซางเหลือบมองเวลาบนโทรศัพท์ ก่อนจะพูดขอโทษ

“เอาไว้ตอนเย็นเถอะนะ พอดีฉันต้องออกไปข้างนอกก่อน”

ถังอี้ได้ยินแบบนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นผิดหวัง “เธอจะไปไหนเหรอ?”

“ฉันหาโค้ชได้แล้ว จะไปฝึกฝนเพิ่มความสามารถในการป้องกันของตัวเองน่ะ” เฉียวซางตอบ

พอถังอี้ได้ยิน เขาก็นึกออกทันทีว่าเฉียวซางกำลังฝึกเพื่ออะไร เนื่องจากตัวเขาเองก็เคยมีประสบการณ์เรื่องสายสัมพันธ์สัตว์อสูรวิวัฒนาการมาก่อน

“งั้นฉันไปกับเธอด้วยแล้วกัน” ถังอี้พูดขึ้น “พอดีฉันก็อยากฝึกฝนความสามารถในการป้องกันอยู่เหมือนกัน”

“ได้สิ” เฉียวซางตอบรับ แล้วหันไปมองซุนเป่า

“ซุนเป่าพอได้แล้ว พวกเราจะไปฝึกกันก่อน”

“ซุนซุน!”

ซุนเป่ากำลังเล่นเกมลงดันเจี้ยนอยู่ แถมยังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญพอดี มันเลยร้องขึ้นเสียงดัง

รอเดี๋ยว!

เฉียวซาง: “…”

ถ้าไม่ติดว่าซุนเป่ามันกำลังทำตามที่เธอสั่งนั่่นคือการใช้ควบคุมเงาทุกนาทีละก็ เธอคงจับมันส่งศูนย์บำบัดอาการติดเกมไปแล้ว…

ถังอี้มองตามสายตาของเฉียวซางไป แล้วก็ต้องตะลึง

“?!!”

ผีวงแหวนอาคม… เล่นคอมพิวเตอร์?!

เขาตกตะลึงไปชั่วขณะ สงสัยว่าตัวเองดูผิดไปรึเปล่า

ปกติสัตว์อสูรที่สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้ไม่ใช่พวกประเภทจักรกลเหรอ?!

“ผีวงแหวนอาคมของเธอเล่นคอมเป็นด้วยเหรอ?” ถังอี้กลั้นความสงสัยเอาไว้ไม่ไหวจนต้องเอ่ยถามออกมา

เฉียวซางถอนหายใจ ก่อนจะพูดว่า “ฉันก็เพิ่งรู้เหมือนกัน…”

บ้าชะมัด! มันเล่นเป็นจริงๆ ด้วย… ถังอี้อึ้งไปหมด

“ซุนซุน……”

แต่แล้วซุนเป่าก็ชะงักไปเหมือนรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง มันหยุดพิมพ์แป้นพิมพ์ทันที

มันก้มลงไปมองนิ้วมือสั้นๆของตัวเองที่กำลังใช้ควบคุมเงาอยู่

จากนั้น… นิ้วมือของมันกระดิกเบาๆ

วินาทีต่อมาควบคุมเงาที่แต่เดิมเหมือนเศษผ้าสีดำพลันยืดยาวอย่างบ้าคลั่ง บิดเบี้ยว แยกตัวออกไปทั่ว

ในชั่วพริบตา เส้นเงาสีดำบางเฉียบก็พุ่งออกไปจนปกคลุมเกือบทั้งห้องนั่งเล่น ราวกับเส้นผมสีดำจำนวนนับไม่ถ้วน

ถังอี้ถึงกับช็อก ตกตะลึงจนสมองตามไม่ทัน

เดี๋ยวๆๆ ไม่ใช่ว่ากำลังเล่นคอมอยู่เหรอ?!

แล้วทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นแบบนี้?!

นี่มัน… ควบคุมเงาเหรอ?!

ควบคุมเงามันสามารถละเอียดได้ขนาดนี้เลยเหรอ?!

เฉียวซางก็มองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง ก่อนจะเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอรีบหลับตาลงแล้วจดจ่อสติไปยังตำราอสูร

หน้าสัญญาเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็มาถึงหน้าของซุนเป่า

เฉียวซางกวาดตามองลงไป จนกระทั่งสายตาหยุดอยู่ที่ข้อมูลบรรทัดหนึ่ง

[ควบคุมเงา (ไร้ที่ติ 20000/20000)]

เฉียวซาง: “!!!”

ถึงจุดสูงสุดแล้วเหรอ?!

นี่มันฝึกจนถึงจุดสูงสุดแล้วจริงๆงั้นเหรอ?!

เฉียวซางตกใจแทบพูดไม่ออก

ทั้งที่เมื่อคืนเธอเพิ่งดูข้อมูลไปอยู่เลยว่าควบคุมเงาของซุนเป่ายังห่างจากจุดสูงสุดของขั้นไร้ที่ติอีกตั้ง… เดี๋ยวนะ…

จู่ๆ เฉียวซางก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ สีหน้ากลายเป็นซับซ้อนขึ้นมาทันที…

ถ้าซุนเป่าทำตามที่เธอบอกมาตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ใช้ควบคุมเงาทุกนาทีอย่างต่อเนื่อง มันก็คงจะสามารถฝึกจนถึงจุดสูงสุดได้จริงๆ…

แต่เดิม เฉียวซางคิดว่าถ้าตัวเองไม่ได้อยู่คอยจับตามอง ซุนเป่าต้องมีแอบอู้แหงๆ คงเล่นแต่เกมโดยไม่ใช้ควบคุมเงาทุกนาทีตามที่เธอสั่งแน่ๆ

แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า… ซุนเป่าไม่ได้อู้เลยแม้แต่นิดเดียว แม้ว่าเธอจะไม่อยู่เฝ้ามันก็ตาม…

เฉียวซางถอนจิตสำนึกออกจากตำราอสูรแล้วกลับมาสู่ความเป็นจริง

ในตอนนี้ ซุนเป่าได้เก็บควบคุมเงากลับไปหมดแล้ว

“ซุนซุน……”

มันยื่นอุ้งมือของตัวเองออกมาหาเธอ สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย

เฉียวซางยิ้มบางๆ แล้วพูดด้วยเสียงอ่อนโยน “ไม่เป็นไรหรอก แค่จะบอกว่าแกฝึกควบคุมเงาถึงระดับที่ฉันต้องการแล้ว”

“ซุนซุน~”

ซุนเป่าได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มกว้างออกมาทันทีด้วยความดีใจ

จากนั้นมันก็ก้มลงไป เตรียมจะกลับไปเล่นดันเจี้ยนต่อให้จบ

“พอได้แล้ว” เฉียวซางพูดขึ้น “พักผ่อนให้ดี ตอนกลางคืนมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำ”

ซุนเป่าที่ยิ้มอยู่เมื่อกี้ ปากหุบลงในพริบตา สีหน้าหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด

เฉียวซางหันไปมองถังอี้แล้วพูดว่า

“งั้นเรามาสู้กันสักรอบเลยไหม?”

“หา?” ถังอี้อึ้งไป “ไม่ใช่ว่าเธอบอกว่าจะออกไปฝึกการป้องกันเหรอ?”

“วันนี้ไม่ไปแล้ว” เฉียวซางยิ้ม “ซุนเป่าต้องพักเอาแรงไว้ทำเรื่องอื่น”

ถังอี้ถึงแม้จะไม่เข้าใจว่าผีวงแหวนอาคมเกี่ยวอะไรกับการฝึกป้องกันของเฉียวซาง แต่พอรู้ว่าตัวเองกำลังจะได้สู้กับเฉียวซาง เขาก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที

“ฉันบอกเลยนะ ตอนนี้ฉันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว! ฉันฝึกหนักมาตลอดช่วงนี้…”

“ย่าห์!”

ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ หยาเป่าก็เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นอย่างช้าๆ

ถังอี้เงยหน้าขึ้นมองสัตว์อสูรที่เดินเข้ามา แล้วเสียงของเขาก็ขาดหายไปทันที

จบบทที่ บทที่ 703: ตอนกลางคืนมีเรื่องสำคัญต้องทำ

คัดลอกลิงก์แล้ว