เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 685: ข้อเรียกร้อง

บทที่ 685: ข้อเรียกร้อง

บทที่ 685: ข้อเรียกร้อง


"ต้องมีพื้นที่กว้างอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยยูเลียนทันมากพอและที่สำคัญที่สุดต้องมีสนามฝึกกลางแจ้งส่วนตัวที่สามารถฝึกทักษะที่มีพลังโจมตีรุนแรงและระยะกว้างได้"

เฉียวซางหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะเสริมว่า

"ฉันก็อยากให้ห่างจากบ้านคนอื่นด้วยไม่อย่างนั้นเสียงจากฝั่งฉันคงไปทำให้เพื่อนบ้านเดือดร้อนแน่ๆ"

ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์หญิงนิ่งไปชั่วขณะหลังจากฟังข้อเรียกร้อง

นี่กำลังหาบ้านเดี่ยวส่วนตัวอยู่ใช่ไหม?

เธอแอบมองสัตว์อสูรที่ดูเหมือนนกขนาดราวหนึ่งเมตรตัวนั้นอย่างแนบเนียนก่อนจะกล่าวอย่างสุภาพว่า

"คุณลูกค้ารับได้ไหมถ้าจะเป็นบ้านที่มีแค่สนามฝึกในร่ม? สนามฝึกในร่มมีระบบเก็บเสียงดีไม่ว่าจะฝึกทักษะอะไรก็ไม่รบกวนเพื่อนบ้านแน่นอน"

แต่สนามฝึกในร่มมีข้อจำกัดเยอะมากไม่เหมือนสนามกลางแจ้งที่สามารถฝึกทักษะที่ทรงพลังได้ทุกประเภท ไม่ต้องพูดถึงหยาเป่าลำพังแค่ลู่เป่าที่มีทักษะเกี่ยวกับสภาพอากาศก็ใช้ฝึกไม่ได้แล้ว เฉียวซางจึงปฏิเสธทันที

เธอส่ายหน้าพร้อมตอบกลับไปว่า

"สนามฝึกกลางแจ้งเป็นสิ่งที่ต้องมีค่ะ"

เมื่อได้ยินดังนั้นตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ก็ยิ้มขอโทษก่อนจะกล่าวว่า

"บ้านที่ตรงตามข้อเรียกร้องของคุณได้ต้องเป็นบ้านเดี่ยวเท่านั้นซึ่งเจ้าของบ้านแบบนี้ไม่ค่อยปล่อยให้เช่าเลยค่ะ ตอนนี้ฉันไม่มีรายการบ้านแบบที่คุณต้องการอยู่ในมือเลย"

"แต่ฉันมีบ้านแบบทาวน์โฮมสองหลังนะคะนอกจากจะอยู่ไกลจากมหาวิทยาลัยยูเลียนทันไปหน่อยและมีระยะห่างกับเพื่อนบ้านค่อนข้างใกล้แล้วข้อกำหนดอื่นๆ ก็ค่อนข้างตรงกับที่คุณต้องการคุณอยากลองไปดูไหม?"

แค่เสียงตอนที่หยาเป่าฝึกก็คงทำให้เพื่อนบ้านร้องเรียนทุกวันแล้ว…เฉียวซางปฏิเสธทันที

"ไม่เป็นไรค่ะ"

พูดจบเธอก็หันหลังเตรียมเดินออกไป

ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์รีบก้าวไปขวางหน้าเธอพร้อมควักมือถือออกมาพูดอย่างร้อนรนว่า

"งั้นคุณทิ้งข้อมูลติดต่อไว้หน่อยได้ไหมคะ? ถ้ามีบ้านที่ตรงกับที่คุณลูกค้าต้องการฉันจะติดต่อไป"

"ได้ค่ะ"

เฉียวซางแลกเปลี่ยนข้อมูลติดต่อกับเธอเสร็จก็เดินออกจากสำนักงานอสังหาริมทรัพย์

จากนั้นเฉียวซางก็ไปหาตามสำนักงานนายหน้าอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ อีกหลายแห่ง

แม้พนักงานแต่ละที่จะแสดงความกระตือรือร้นดีมากแต่ก็ไม่มีที่ไหนมีบ้านที่ตรงตามข้อเรียกร้องของเธอเลย

สุดท้ายเฉียวซางทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องหาที่พักชั่วคราวที่มีสนามฝึกกลางแจ้งก่อนซึ่งเป็นโรงแรมระดับห้าดาว

เวลา 19:00 น.

โรงแรมเวฟเวอร์ลีย์

ห้อง 3406

เฉียวซางนั่งพิงหัวเตียงพลางใช้มือถือส่งคำขอสมัครขอรับกำไลปรับขนาดอีกครั้ง

"ซุนซุน~"

ซุนเป่าปีนขึ้นไปเกาะกระจกหน้าต่างบานใหญ่ชื่นชมทิวทัศน์ของเขตที่ 1 ที่ถูกปกคลุมด้วยม่านราตรี

ทางด้านกงเป่านั้นกำลังฝึกใช้ทักษะกำแพงเหล็ก

ส่วนลู่เป่าอยู่ในห้องน้ำควบคุมพลังให้ใช้ลมเยือกแข็งแช่แข็งพื้นจากนั้นก็ใช้หางน้ำฟาดพื้นน้ำแข็งจนแตกเป็นชิ้นแล้วทำซ้ำไปมา

หลังจากส่งคำขอเรียบร้อยเฉียวซางก็วางมือถือลง

ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือของเธอสั่นขึ้นมาเมื่อหยิบขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นสายวิดีโอคอลจากแม่

เธอกดรับก่อนจะปรับหน้าจอให้หันเข้าหาตัวเอง

ทันทีที่เชื่อมต่อภาพของแม่ที่มีแก้มแดงจัดอย่างเห็นได้ชัดก็ปรากฏขึ้นดูจากสภาพแล้วคงดื่มหนักไม่น้อย

"ลูกสาวสุดที่รัก~พี่ชายของแม่เขาอยากเห็นหน้าหนูหน่อยมาทักทายพี่เขาก่อนเร็ว!" เย่เซียงถิงพูดพลางยิ้มกว้าง

พูดจบภาพหน้าจอก็เปลี่ยนไป

ปรากฏเป็นใบหน้าขนาดใหญ่ของคุณลุงหนึ่งที่โผล่เข้ามาใกล้กล้อง

"ซาง! ได้ยินว่าเธอได้โควตาเข้าเรียนที่สถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิจริงรึเปล่า?"

"จริงค่ะ" เฉียวซางตอบพร้อมรอยยิ้ม

"เซียงถิงเลี้ยงฉลองมาตั้งหลายวันแล้วคงไม่มีทางเป็นเรื่องโกหกหรอก"

จากนั้นมือถือก็ถูกใครบางคนแย่งไปแล้วปรากฏใบหน้าผู้หญิงที่ดูคุ้นๆ เล็กน้อยขึ้นแทน

"ซาง ป้าเป็นภรรยาของลุงหนึ่งจำป้าได้ไหม?"

เฉียวซางกำลังจะพูดแต่จู่ๆ หน้าจอก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง

"ซาง! ฉันยังไม่เคยเห็นใบรับรองเข้าศึกษาของสถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิเลยนะ! เธอกลับมาเมื่อไหร่ให้ฉันดูหน่อยสิ! ดูแค่รูปไม่พอหรอกอย่างน้อยขอให้ฉันได้สัมผัสมันหน่อย!"

"พอแล้วๆ เธอต้องอยู่ที่นั่นอีกตั้งครึ่งปีแน่ะ" เย่เซียงถิงดึงมือถือกลับมา

เธอมองลูกสาวบนหน้าจอด้วยรอยยิ้มที่หยุดไม่อยู่

จากนั้นก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้เธอหันไปพูดกับคนที่อยู่อีกฝั่งของโต๊ะ

"พวกเธอกินกันไปก่อนนะฉันขอไปคุยทางนั้นแป๊บนึง"

"ไปเถอะ ไปเถอะ!"

"เดี๋ยวสิ! พวกเรายังไม่ได้ทักทายเฉียวซางเลยนะ!"

"ค่าโทรศัพท์ทางไกลมันแพงมากเลยนะ! เธอจะจ่ายเองเหรอ!?"

ฉากหลังในหน้าจอเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เสียงพูดคุยอึกทึกจากลำโพงก็ค่อยๆ เบาลงเฉียวซางมองออกว่าแม่เดินไปหาที่เงียบๆแล้ว

"แม่ค่ะ ทำไมหนูถึงรู้สึกว่าช่วงนี้แม่ตั้งโต๊ะฉลองแทบทุกวันเลย?" พอเห็นว่ารอบข้างไม่มีคนแล้วเฉียวซางก็อดบ่นไม่ได้

"ลูกสอบติดสถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิได้นะ ถ้าแม่จะฉลองไปทั้งปีก็ยังไม่นับว่าเกินไปเลย" เย่เซียงถิงหัวเราะ" พอลูกกลับมาแม่ก็ต้องตั้งโต๊ะฉลองอีก"

"ไม่เอาดีกว่ามั้ง..." เฉียวซางรู้สึกต่อต้านนิดหน่อย

"ช่างเถอะไม่พูดเรื่องนี้แล้ว" เย่เซียงถิงยิ้มพลางพูดขึ้น "วันนี้แม่โอนเงินไปให้ลูกแล้วนะเห็นหรือยัง?"

เฉียวซางนิ่งไปครู่หนึ่ง "โอนเงินให้หนูทำไมกันคะ? ตอนนี้หนูยังมีบัตรใบไม่จำกัดวงเงินอยู่นะ"

เย่เซียงถิงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ก็ไม่ใช่ว่าทุกที่ที่ลูกไปจะใช้บัตรเครดิตได้นี่นา ถ้าบัญชีธนาคารของลูกมีเงินอยู่แม่ก็สบายใจขึ้นอีกนิดลูกเอาไปใช้ตามสบายเลยนะ แม่ทำธุรกิจไปได้สวยยังไงก็เลี้ยงลูกไหวถ้าเงินไม่พอก็บอกแม่ได้เสมอ"

ถ้าแม่รู้ว่าแค่ค่าอาหารของหยาเป่าในแต่ละวันต้องใช้เงินเท่าไหร่ละก็...คงไม่พูดแบบนี้แน่...

เฉียวซางถอนหายใจในใจนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้บอกแม่เรื่องที่หยาเป่าพัฒนาแล้วเธออ้าปากเตรียมจะพูด

แต่ใครจะคิดว่าแม่กลับพูดขึ้นมาก่อน

"เอาไว้คุยกันวันหลังนะคุยสายแบบนี้มันเปลืองค่าโทร"

พูดจบก็ตัดสายทันที

เฉียวซาง: "..."

เมื่อกี้ยังพูดอยู่เลยว่าตัวเองมีเงินเยอะทำธุรกิจไปได้สวยแต่กลับเสียดายค่าโทรศัพท์เนี่ยนะ...

เธออดบ่นในใจไม่ได้ขณะเดียวกันก็กดเปิดดูข้อความที่ยังไม่ได้อ่าน

พอเห็นยอดเงินที่ถูกโอนเข้ามาเฉียวซางก็เงียบไป

หนึ่งล้าน...

พูดตามตรงตอนนี้บัตรที่เธอถืออยู่ยังไม่หมดอายุเงินล้านเดียวก็เป็นแค่ตัวเลขสำหรับเธอไม่ได้มีความหมายอะไรเลย

แต่พอคิดว่านี่เป็นเงินที่แม่หามาเองมันก็ให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป

เฉียวซางรู้สึกจมูกแสบๆขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกอยู่ดีๆก็รู้สึกมีแรงฮึดขึ้นมา

เธอปิดกล่องข้อความก่อนจะนั่งขัดสมาธิเริ่มทำสมาธิ

เช้าวันต่อมา

เสียงมือถือสั่นสะเทือนกะทันหันดังไปทั่วห้อง

เฉียวซางที่ยังงัวเงียคลำหามือถืออยู่พักหนึ่งก่อนจะกดรับสาย

"ฮัลโหล?"

"เอ๋? คุณยังนอนอยู่เหรอคะ? งั้นฉันโทรหาคุณทีหลังดีกว่า"

เสียงจากลำโพงเป็นเสียงของผู้หญิงฟังดูคุ้นหูเล็กน้อย

เฉียวซางลืมตาขึ้นครึ่งหนึ่งพอเห็นชื่อบนหน้าจอก็จำได้ว่าเป็นตัวแทนอสังหาริมทรัพย์จากสำนักงานแห่งแรกที่เธอไปเมื่อวาน

เธอสะลึมสะลือขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับไปว่า

"ไม่เป็นไรค่ะ คุณพูดต่อเลย"

จังหวะนั้นเองแสงสีฟ้าส่องลงมาบนร่างของเธอ

เฉียวซางรู้สึกเหมือนสมองปลอดโปร่งขึ้นมาทันทีอาการง่วงหายเป็นปลิดทิ้ง

พอแสงสีฟ้าจางลงเฉียวซางหันไปมองด้านข้างด้วยความประหลาดใจ

ตามคาดเธอเห็นลู่เป่าอยู่ตรงนั้น

"ปิงลู่"

เห็นผู้ฝึกสัตว์อสูรของตัวเองตื่นเต็มตาลู่เป่าสะบัดหางหนึ่งครั้งก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำที่มีกระจกกั้นแล้วเริ่มฝึกทักษะของตัวเองต่อ

"ฮัลโหล? คุณเฉียวคุณยังฟังอยู่ไหมคะ?"

เสียงจากปลายสายทำให้เฉียวซางกลับมาตั้งสติอีกครั้ง

เธอพูดออกไปด้วยความเก้อเขินเล็กน้อย

"ช่วยพูดอีกทีได้ไหมคะ?"

"ไม่มีปัญหาค่ะ" ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ตอบ "พอดีฉันเจอบ้านที่ตรงตามที่คุณต้องการพอดีเลยคุณสะดวกมาดูเมื่อไหร่คะ? ฉันจะพาคุณไปชมบ้าน"

เฉียวซางมองดูเวลาในโทรศัพท์ก่อนจะพูดว่า

"งั้นนัดสิบโมงครึ่งก็แล้วกันค่ะ"

"ได้เลยค่ะ" ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ตอบพร้อมรอยยิ้ม "เดี๋ยวฉันจะส่งพิกัดให้คุณแค่ไปตามที่โลเคชันนี้ก็พอ"

"โอเค"

เฉียวซางวางสายก่อนจะเหลือบมองสีฟ้ารางๆที่เห็นผ่านกระจกจากนั้นก็ลุกขึ้นเดินไปยังหน้าห้องน้ำ

แค่เข้าใกล้ก็รู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกมา

"เมื่อคืนนี้แกไม่นอนเลยใช่ไหม? ฝึกทั้งคืนเลยเหรอ?" เฉียวซางถาม

"ปิงลู่"

ลู่เป่าตอบกลับทั้งที่ยังฝึกเกราะหนามน้ำแข็งอยู่พร้อมส่งเสียงแสดงความหมายว่า มันมีแสงแห่งการรักษาอยู่แล้วไม่ต้องนอนก็ไม่เป็นไร

เฉียวซางเผยสีหน้าอ่อนใจ

เธอรู้ดีว่าทำไมลู่เป่าถึงฝึกหนักขนาดนี้เพราะมันอยากแข็งแกร่งขึ้นไวๆ เพื่อพัฒนาให้ทันหยาเป่า

แต่การพัฒนาของลู่เป่าถือว่ายากที่สุดในบรรดาสัตว์อสูรทั้งหมดของเธอ ถ้าไม่ใช้แต้มช่วยแล้วต้องพัฒนาไปตามกระบวนการปกติของสายพันธุ์พรายน้ำคราม เธอยังไม่มีเงื่อนงำเลยด้วยซ้ำว่าควรทำยังไง...

ดูท่าว่าลู่เป่าอาจจะต้องอยู่ในสภาพนี้ไปอีกนาน...

"ซุนซุน~"

ขณะที่เฉียวซางกำลังครุ่นคิดซุนเป่าก็ลอยเข้ามาพร้อมร้องเสียงใสแสดงออกว่ามันก็ไม่ต้องนอนเหมือนกัน

เฉียวซาง: "..."

คนอื่นไม่นอนเพราะฝึก!

แล้วแกล่ะ?!

เฉียวซางเหลือบมองไปที่จอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะที่ยังคงสว่างอยู่ก่อนจะชะงักคำพูดไปแล้วตัดสินใจเลี่ยงมองไปทางอื่นแทน

สองชั่วโมงต่อมา

ที่สนามฝึกกลางแจ้งเฉียวซางเก็บหยาเป่าที่เพิ่งกินเม็ดพลังงานเสร็จเข้าไปในตำราอสูรก่อนจะเปิดแผนที่นำทางและกระโดดขึ้นไปบนหลังกงเป่า

ที่ไม่ได้ขี่หยาเป่าไปก็เพราะว่าเธอไม่อยากให้มันไปปรากฏตัวต่อหน้าตัวแทนอสังหาริมทรัพย์กลัวว่าถ้าคนอื่นเห็นแล้วเกิดเปลี่ยนใจขึ้นราคาค่าเช่ากระทันหันคงไม่ใช่เรื่องดีนัก

ถึงเธอจะมีบัตรวงเงินไม่จำกัดแต่ก็ไม่ได้อยากเป็นเป้าหมายให้โดนโก่งราคา

กลางอากาศกงเป่าบินด้วยความมั่นคง

"ฉันตัวหนักไหม?" เฉียวซางถาม

เอาตามจริงแล้วตอนนี้ตัวกงเป่ายังสูงไม่เท่าเธอเลยแต่พลังของสัตว์อสูรกับมนุษย์มันต่างกันอยู่แล้วสัตว์อสูรประเภทบินที่มีขนาดแค่เมตรกว่าๆ ก็สามารถบรรทุกคนบินได้สบาย

"กงเว่ย"

กงเป่าส่งเสียงตอบว่าไม่หนัก

เฉียวซางได้ยินก็ดีใจนั่นแปลว่าพลังของกงเป่าก็แข็งแกร่งดีอยู่

ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงกงเป่าก็บินมาถึงหน้าคฤหาสน์ริมทะเลสาบแห่งหนึ่ง

ผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับต้นหลิวถูกปลูกเป็นแนวเรียงรายริมทะเลสาบบรรยากาศดูร่มรื่นสบายตา

สัตว์อสูรขนาดกลางถึงใหญ่หลายตัวกำลังแบกเจ้าของของพวกมันเดินไปมาบนถนนรอบๆ คฤหาสน์

"ทางนี้ค่ะ!"

จากที่ไกลๆ ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์หญิงผิวดำโบกมือเรียก

เฉียวซางเดินเข้าไปหาก่อนจะสังเกตเห็นว่าข้างๆเธอยังมีหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่สวมเดรสยาวสีเขียวอ่อนท่าทางน่าจะอายุราวยี่สิบต้นๆ ผมสีน้ำตาล

"ขอแนะนำให้รู้จักค่ะ ท่านนี้คือคุณมิเวอร์นาคฤหาสน์หลังนี้เป็นของพ่อแม่เธอแต่เธอเป็นคนดูแลจัดการทั้งหมด"ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ยิ้มแนะนำ

"สวัสดีค่ะ" มิเวอร์นายื่นมือออกมา

"ฉันชื่อเฉียวซางค่ะ"

เฉียวซางจับมือเธอเบาๆ

มิเวอร์นาเหลือบมองเหยี่ยวเกราะพิทักษ์ที่อยู่ข้างๆอย่างแนบเนียนก่อนจะถามขึ้น

"คุณตั้งใจจะเช่านานแค่ไหน?"

"หกเดือนค่ะ" เฉียวซางตอบ

"โอเคค่ะตามฉันมาเลย" มิเวอร์นายิ้มขณะเดินนำทางไป "คฤหาสน์หลังนี้พ่อแม่ฉันซื้อไว้เมื่อห้าปีก่อนตอนนั้นพวกเขาซื้อบ้านที่นี่ก็เพราะอยากให้ฉันได้สัมผัสบรรยากาศของมหาวิทยาลัยยูเลียนทันคิดว่าถ้าได้อยู่ใกล้ๆ อาจจะมีโอกาสรู้จักกับคนจากมหาวิทยาลัยพอถึงเวลาก็อาจจะสอบเข้าไปเรียนได้"

"แต่สุดท้ายก็สอบไม่ติดบ้านหลังนี้เลยปล่อยร้างอยู่แบบนี้มาตลอด"

จบบทที่ บทที่ 685: ข้อเรียกร้อง

คัดลอกลิงก์แล้ว