- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 661: ฉันก็ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้
บทที่ 661: ฉันก็ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้
บทที่ 661: ฉันก็ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้
การโจมตีมาโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าเลยแม้แต่นิดเดียว
สีหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนไปอย่างมาก รีบตะโกนออกมาโดยสัญชาตญาณ
“หลบเร็ว!”
ฝนดาวตกรีบพลิกตัวบินหลบไปด้านข้าง หลบการโจมตีของคมมีดปีกเหล็กที่พุ่งเข้ามาตรงๆได้ทัน
ทว่าเพียงชั่วพริบตาเดียว คมมีดปีกเหล็กกลับหมุนตัวกลางอากาศอย่างรวดเร็ว พุ่งกลับมาโจมตีต่อจากด้านหลัง
ในขณะที่ขนนกเหล่านั้นกำลังจะปะทะเข้ากับฝนดาวตก จู่ๆร่างของมันกลับถูกพลังลึกลับดึงขึ้นไปด้านบนราวสิบกว่าเมตรโดยไม่ทราบสาเหตุ
เฉียวซางรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง เธอหันไปมองทางขวาด้านหน้า
ตรงจุดที่เคยว่างเปล่า กลับปรากฏร่างของชายวัยกลางคนผมดำดวงตาสีน้ำเงิน ผิวซีดขาว และสัตว์อสูรประเภทแมวที่มีขนาดราวๆสองเมตร ลำตัวเป็นสีขาวเกือบทั้งหมด ตรงกลางหน้าผากมีเครื่องหมายรูปพระจันทร์
สัตว์อสูรตัวนั้นกำลังแบกร่างของชายคนนั้นไว้ ดวงตาส่องประกายแสงสีน้ำเงิน เป็นลักษณะของสัตว์อสูรประเภทพลังจิตที่กำลังใช้ทักษะอยู่
มีคนอยู่อีกคนหนึ่งงั้นเหรอ… เฉียวซางรู้สึกเย็นวาบในใจ แต่ก็ไม่ได้ตื่นตระหนกมากนัก
ไม่ได้กลัวศัตรูที่มากมาย แต่กลัวศัตรูที่แอบซ่อนตัวอยู่ในเงามืดต่างหาก
ดูเหมือนว่าสัตว์อสูรที่ใช้ทักษะปิดผนึกมิติน่าจะเป็นเจ้าตัวนี้… เฉียวซางจ้องไปที่สัตว์อสูรแมวสีขาวตัวนั้น
ราวกับเป็นการยืนยันความคิดของเธอ เสียงที่คล้ายกับเสียงของซุนเป่าดังขึ้นอีกครั้ง
ขอมันดูหน่อยซิ… พรายจันทราสัตว์อสูรประเภทพลังจิตระดับสูง วัฏจักรของพระจันทร์มีผลต่อสภาพร่างกายและพลังของมัน ในคืนพระจันทร์เต็มดวง มันจะคึกคักเป็นพิเศษ แต่ในตอนกลางวันเมื่อมองไม่เห็นพระจันทร์ พลังของมันจะลดลง แถมยังหดหู่และชอบหลบซ่อนตัวอีกด้วย
เพราะพรายจันทรามักจะเคลื่อนไหวได้ดีที่สุดในเวลากลางคืน ผู้ฝึกสัตว์อสูรที่ทำพันธสัญญากับมันก็น่าจะสามารถดึงพลังของมันออกมาได้มากที่สุดในช่วงนั้น
ไม่เลวๆ ตอนนี้เป็นเวลากลางวัน การจัดการกับมันน่าจะไม่ใช่เรื่องยาก
“มูน…”
พรายจันทราที่อยู่ไกลออกไปหรี่ตาจับจ้องไปที่ซุนเป่า ซึ่งกำลังใช้เครื่องระบุข้อมูลสัตว์อสูรด้วยท่าทางไม่เป็นมิตร
“ซุนซุน~”
ซุนเป่าสังเกตเห็นสายตาของพรายจันทรา มันแสยะยิ้มยั่ว แต่ร่างกายกลับซื่อตรงเก็บเครื่องตรวจสอบสัตว์อสูรใส่กลับเข้าวงแหวนอย่างเรียบร้อย
ของเพิ่งได้มาใหม่ เดี๋ยวตอนสู้พังขึ้นมาจะไม่คุ้ม…
“ไม่น่าเชื่อว่าเธอเกือบจะเสียท่าให้เด็กคนหนึ่ง” ชายคนนั้นหัวเราะเยาะ
หญิงสาวทรงตัวให้มั่น สีหน้าเคร่งเครียดก่อนเอ่ยขึ้น “นายคิดว่านี่เป็นเด็กธรรมดางั้นเหรอ”
ชายคนนั้นเงียบไปทันที
เขาหรี่ตาจ้องเฉียวซางก่อนจะพูดขึ้นว่า
“ยังไม่ทันได้พูดกันสักสองประโยคก็ลงมือเลย แบบนี้ไม่ใช่นิสัยที่ดีนะ”
เฉียวซางถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“พื้นที่ถูกปิดกั้นโดยพรายจันทราใช่ไหม?”
ชายคนนั้นไม่คาดคิดว่าเด็กสาวตรงหน้าจะไม่ต่อบทสนทนากับเขาเลยแม้แต่น้อย เขาควบคุมสีหน้าตัวเองก่อนจะแสยะยิ้มจอมปลอมแล้วตอบ
“ถูกต้อง พวกเรามีตั้งสองคน เธอไม่มีทาง…”
“โจมตีพร้อมกัน!” เฉียวซางสั่งตัดบททันที
สิ้นเสียงเธอ เปลวเพลิงร้อนระอุพลันหมุนวนพุ่งออกจากปากของหยาเป่าอย่างรุนแรง!
ซุนเป่ายกนิ้วมือสั้นๆ สองข้างขึ้นข้างละนิ้ว เงามืดสองสายดำสนิทราวกับแพรไหมพุ่งออกจากปลายนิ้ว ก่อนจะแยกออกเป็นสี่ เป็นแปด…
เงามืดจำนวนมากพุ่งเข้าพัวพันราวกับอสรพิษคลั่ง!
กงเป่าตัวสั่นเล็กน้อย ขนที่กลับคืนสู่ร่างเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นคมมีดสีม่วงอีกครั้ง ก่อนจะยิงออกไปพร้อมกันเป็นสาย
เปลวเพลิง เงามืด คมมีดสีม่วง—การโจมตีสามสีสามชนิดพุ่งเข้าหาพรายจันทราและชายคนนั้นในคราวเดียว!
ชายคนนั้น: "!!!"
บัดซบ! ดวงตาของเขาหดเล็กลงอย่างรุนแรง ไม่มีเวลาให้คิดอะไรมากนัก รีบตะโกนออกมา
“บาเรีย!”
“มูน”
ดวงตาของพรายจันทราส่องประกายแสงสีฟ้า
บาเรียโปร่งแสงกว้างราวสามเมตรปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
เปลวเพลิงและคมมีดสีม่วงพุ่งเข้าปะทะกับบาเรียราวกับกระแทกเข้ากับกำแพงแข็งแกร่ง ทำให้เกิดระลอกคลื่นสะท้อนออกมาราวกับน้ำกระเพื่อม แต่กลับไม่เกิดรอยแตกร้าวแม้แต่น้อย
หญิงสาวที่อยู่ไม่ไกลจ้องมองภาพนั้นก่อนจะหัวเราะเยาะ
“ไม่น่าเชื่อว่านายเกือบเสียท่าให้เด็กคนหนึ่ง”
สีหน้าของชายคนนั้นมืดมนยิ่งกว่าเดิม
เขาสูดหายใจเข้าลึก กำลังจะเอ่ยปากพูด ทว่าเงามืดหลายสายกลับพุ่งอ้อมบาเรียมาจากด้านข้างและจู่โจมเข้าหาเขา!
ความเร็วสูงเกินไป เพียงพริบตาเดียวเงามืดก็รัดพันร่างเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าแน่นหนา!
พรายจันทราตอบสนองอย่างรวดเร็ว ใช้หางของมันพันขารับร่างผู้ฝึกสัตว์อสูรของตนเอาไว้ ป้องกันไม่ให้เขาถูกเงามืดดึงขึ้นไปกลางอากาศ
ทว่า หยาเป่าและกงเป่ายังคงโจมตีอย่างต่อเนื่อง ทำให้พรายจันทราต้องคงบาเรียไว้ตลอดเวลา ไม่สามารถทำอย่างอื่นได้
“ยังไม่รีบมาช่วยอีก?!” ชายคนนั้นตะโกนลั่น
“ไม่ต้องให้มาสั่งหรอกน่า หญิงสาวพูดพลางยกมือขึ้นประกบทำการอัญเชิญ
เฉียวซางเหลือบเห็นการกระทำนั้นผ่านหางตา ก่อนจะตะโกนทันที
“ลู่เป่า!”
ลู่เป่าพุ่งออกจากกระเป๋าทันที กระโดดขึ้นไปเกาะบนศีรษะเฉียวซางแล้วพ่นลมหายใจเย็นเยียบเข้าใส่หญิงสาวโดยไม่รอช้า
อุณหภูมิลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว!
ไอเย็นสีขาวปรากฏให้เห็นได้ด้วยตาเปล่า
ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้างขึ้น รีบเร่งการประสานมืออัญเชิญให้เร็วขึ้น
กลุ่มดาวสีเขียวส่องประกายขึ้นกลางอากาศ
สัตว์อสูรตัวหนึ่งปรากฏขึ้น มันมีรูปร่างค่อนข้างกลม ลำตัวเป็นสีม่วงเกือบทั้งหมด
ทว่าทันทีที่มันปรากฏตัว ลมหายใจเย็นเยียบก็ซัดกระหน่ำเข้าใส่ร่างของมัน!
ยังไม่ทันได้เผยตัวอย่างเต็มที่ ผิวหนังของมันก็ถูกเคลือบด้วยน้ำแข็งหนาทันที!
กระแสลมเย็นยังคงพัดเข้าหามันต่อไปเป็นรูปพัด
ฝนดาวตกสัมผัสถึงอันตราย รีบบินลดระดับหลบลมเย็นลงไปด้านล่างเต็มกำลัง
ส่วนสัตว์อสูรสีม่วงถูกแช่แข็งกลายเป็นน้ำแข็งก้อนใหญ่ก่อนจะร่วงลงสู่พื้น
หญิงสาวไม่มีทางเลือก จำต้องสะบัดมือ เก็บสัตว์อสูรตัวนั้นกลับเข้าไปในตำราอสูร!
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จ หญิงสาวมองไปที่สัตว์อสูรสีน้ำเงินตัวเล็กที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยสีหน้าตะลึง
มันมีขนาดเท่ากับสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นทั่วไป แต่กลับสามารถแช่แข็งสัตว์อสูรระดับสูงของเธอได้อย่างสมบูรณ์?!
เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ทำไมลมเยือกแข็งของมันถึงแข็งแกร่งขนาดนี้?!
หญิงสาวตกตะลึงเพียง 0.1 วินาที ก่อนที่สายตาของเธอจะตกไปยังอุปกรณ์เล็กๆสีฟ้าที่ลู่เป่าสวมใส่
แล้วเธอก็เข้าใจทุกอย่างในทันที
นี่ไม่ใช่สัตว์อสูรระดับเริ่มต้น แต่เพราะใส่กำไลปรับขนาดทำให้ร่างของมันเล็กลงเท่านั้น!
ทำยังไงดี…?
เธอยังมีสัตว์อสูรระดับสูงเหลืออยู่อีกตัวก็จริง แต่เป็นประเภทพิษและไม่ได้กำไลปรับขนาด ทำให้ไม่สามารถต่อสู้ในอากาศได้…
ส่วนดิกซ์ยังมีสัตว์อสูรระดับนายพลประเภทผีที่สามารถเคลื่อนที่ในอากาศได้อยู่ แต่ว่าตอนนี้มือเท้าของเขาถูกพันธนาการไว้หมดสิ้น ไม่สามารถเรียกสัตว์อสูรออกมาได้เลย…
ต้องหาทางช่วยเขาให้ได้…!
ให้ตายสิ ทำไมถึงมีคนที่เรียกสัตว์อสูรทั้งหมดออกมาอยู่ข้างตัวได้ตลอดกันนะ…?
สมองของหญิงสาวหมุนเร็วขึ้น ก่อนที่สายตาของเธอจะจับจ้องไปที่สัตว์อสูรประเภทผีที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
ควบคุมเงาแบบสามมิติ…
แม้ว่าร่างกายของมันจะเล็กและไม่ได้ใส่กำไลปรับขนาด แต่มันก็ไม่ใช่สัตว์อสูรประเภทผีระดับเริ่มต้นแน่ๆ…
แต่ไม่มีทางเลือกแล้ว ดูเหมือนว่าต้องโจมตีมันก่อน!
ถ้าทำลายพันธนาการของเงามืดได้ ดิกซ์ก็จะสามารถขยับมือเพื่อเรียกสัตว์อสูรออกมาได้!
ขณะที่หญิงสาวกำลังวางแผน เฉียวซางก็มองไปรอบๆ
ตั้งแต่ที่พรายจันทราใช้บาเรียขึ้นมา ปิดกั้นมิติก็หายไปแล้ว…
ตอนนี้ซุนเป่าสามารถใช้ข้ามพิกัดมิติได้แล้ว…
แต่ฝ่ายตรงข้ามมีวิธีระบุตำแหน่งของเธอ
หากเคลื่อนย้ายไปโดยไม่รู้วิธีการของพวกมัน และมีคนอื่นมาไล่ตามอีก ก็คงเป็นปัญหาไม่น้อย
คนสองคนตรงนี้—หนึ่งคนถูกเงามืดของซุนเป่าพันธนาการไว้แล้ว ไม่สามารถเรียกสัตว์อสูรตัวอื่นออกมาได้ มีแค่สัตว์อสูรประเภทพลังจิตระดับสูงที่ยังต่อสู้ได้เท่านั้น…
อีกคนดูเหมือนจะไม่เก่งมากกลุ่มดาวของเธอเป็นแค่สีเขียว…
หลังจากสัตว์อสูรสีม่วงของเธอถูกกำจัดไป เธอก็ไม่ได้เรียกตัวอื่นออกมาอีก
ถ้าสัตว์อสูรสุดท้ายของเธอไม่สามารถต่อสู้บนอากาศได้…
แทนที่จะใช้ข้ามพิกัดมิติเพื่อหลบหนีแล้วปล่อยให้สองคนนี้สื่อสารกับคนอื่นในองค์กรเพื่อตามล่าตัวเธอ
สู้จัดการพวกมันไปเลย แล้วลากไปส่งที่สถานีตำรวจดีกว่า!
คิดได้ดังนั้น เฉียวซางเก็บความคิด ฟื้นสติกลับมา ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ
"ฉันก็ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้หรอกนะ… แต่ใครใช้ให้พวกแกมาปรากฏตัวต่อหน้าฉันเองล่ะ? แล้วยังไม่บอกอีกว่าหาตัวฉันเจอได้ยังไง…"
พูดจบ เธอสะบัดมือขึ้นแล้วดีดนิ้วดัง เป๊าะ!