- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 643: ความฝันและความจริง
บทที่ 643: ความฝันและความจริง
บทที่ 643: ความฝันและความจริง
เฉียวซางมองไปทางซุนเป่าด้วยสายตาชื่นชมทันที
อัจฉริยะจริงๆ!
เรียนได้ไม่นานก็อ่านออกเขียนได้แล้ว ไม่เพียงแต่เข้าใจคำศัพท์ แต่ยังเชื่อมโยงคำพูดให้เป็นความหมายได้อีกด้วย!
ก็ไม่รู้ว่าสัตว์อสูรมีเส้นทางศึกษาต่อหรือเปล่า แต่รู้สึกว่าซุนเป่าน่าจะสามารถเรียนรู้สิ่งที่ลึกซึ้งกว่านี้ได้...
“ซุนซุน…”
ซุนเป่าสะดุ้งขึ้นมาอย่างงงๆ
เฉียวซางดึงตัวเองกลับจากความคิด ฟื้นสติคืนมาเต็มที่
สมองของซุนเป่าฉลาดขนาดนี้ เมื่อครู่ก็ลองฝึกการสะกดจิตไปแล้ว แม้จะไม่รู้ว่าประสบความสำเร็จหรือเปล่า แต่ดูจากอสูรกำเนิดแร่สองตัวที่เหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ การสะกดจิตสัตว์อสูรตัวอื่นก็คงไม่น่ามีปัญหา
ต่อให้ภารกิจล้มเหลว เธอก็แค่ต้องควักเงินตัวเองให้ผู้ว่าจ้างภารกิจใช้ดูดซับความฝันสักรอบ เธอมีบัตรเครดิตแบบไม่จำกัดวงเงินอยู่แล้ว ไหนจะแสงแห่งการรักษาของลู่เป่า เธอไม่เชื่อว่าผู้ว่าจ้างจะไม่ตอบตกลง
คิดได้แบบนั้น เฉียวซางจึงตั้งใจจะจับอสูรกำเนิดแร่เก็บใส่กระเป๋ากลับไปที่รถบ้านทันที
แต่จังหวะที่เธอกำลังขยับมือ ก็เหมือนคิดอะไรบางอย่างได้ มองอสูรกำเนิดแร่สองตัวอย่างสงสัย
“ชานชาน?”
อสูรกำเนิดแร่สองตัวมองมาด้วยความไม่เข้าใจ
ทันใดนั้น เฉียวซางยังคงทำท่าอุ้มอสูรกำเนิดแร่สองตัวไว้ในมือ แต่เดินไปที่ห้องน้ำแทน เธอล้างพวกมันที่อ่างล้างมือจนสะอาดเรียบร้อย ก่อนจะใส่กลับเข้าไปในกระเป๋า
เกือบไปแล้ว! ลืมไปเลยว่าอสูรกำเนิดแร่เพิ่งถูกเลียไปเมื่อกี้…
ขณะนั้น หญิงสาวชาวตะวันตกสองคนที่แต่งหน้าอย่างพิถีพิถันเดินออกมาจากห้องน้ำด้านในขณะพูดคุยกัน
“ฉันว่าจะขอเปลี่ยนผีเสื้อเร็วเป็นตัวใหม่ ตัวที่มีอยู่ตอนนี้โง่มากๆ นอกจากละอองจากตัวมันที่ช่วยขยายอารมณ์เวลาพวกเราแสดง ก็แทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย”
“อย่าคิดเลยที่นี่ผีเสื้อเร็วแต่ละตัวก็ไม่ได้มีไว้ให้ทุกคนอยู่แล้ว พวกเขาแค่ให้เธอใช้ชั่วคราวเพราะช่วงนี้มีบทแสดง ถ้าบทเธอถ่ายเสร็จเมื่อไหร่ ผีเสื้อเร็วก็จะถูกย้ายไปให้คนอื่น”
“แต่เมื่อไม่กี่วันก่อน ฉันได้ยินมาว่านักแสดงหญิงอันดับสี่ของกองถ่ายได้เปลี่ยนตัวไปใช้ผีเสื้อเร็วตัวใหม่สำเร็จนะ”
“นั่นก็เพราะ…”
แต่เมื่อทั้งคู่เห็นเฉียวซางก็หยุดพูดทันที และเปลี่ยนไปใช้ภาษาที่เฉียวซางไม่รู้จัก
ทำไมต้องมีเรื่องนินทาที่ฉันฟังไม่ได้ด้วย…
เฉียวซางบ่นในใจ แม้สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง เธอก้าวเท้าออกจากห้องน้ำมุ่งหน้าไปยังรถบ้านของผู้ว่าจ้าง
หลังจากได้ยินเรื่องเม้าท์เมื่อครู่ เฉียวซางสังเกตดูรอบๆอย่างตั้งใจและก็เห็นผีเสื้อเร็วหลายตัวระหว่างทางสิ่งที่เธอสังเกตได้คือ ผีเสื้อเร็วเหล่านี้ไม่มีตัวไหนสวมสายรัดข้อมือระบุตัวตน
ดูเหมือนว่าผีเสื้อเร็วที่นี่จะเป็นสัตว์อสูรป่าเหมือนกับอสูรกำเนิดแร่ที่ต้อวออกมาทำงาน ละอองจากพวกมันสามารถขยายอารมณ์ได้ซึ่งตรงกับสิ่งที่นักแสดงต้องการ...
เฉียวซางคาดเดาในใจ
ไม่นานเธอก็กลับมาถึงรถบ้านของผู้ว่าจ้าง
ภายในรถมีผีเสื้อเร็วตัวหนึ่งเพิ่มเข้ามา มันกำลังแสดงสีหน้ากระวนกระวายใจอยู่
“ตัวนี้แหละ”
ซิลเวียส่งสายตาบอกเฉียวซาง ก่อนพูดตรงประเด็นทันที
ถึงแม้จะมีผีเสื้อเร็วอยู่สองตัวในรถ แต่สีหน้าท่าทางต่างกันมากจนแยกแยะได้ไม่ยาก
“ตอนนี้เลยเหรอ?” เฉียวซางถาม
ซิลเวียพยักหน้า “ตอนนี้”
เมื่อได้ยิน เฉียวซางพยักหน้าให้กับอากาศตรงหน้าเล็กน้อย
“ซุนซุน~”
ซุนเป่าปรากฏตัวในทิศทางที่เฉียวซางพยักหน้า ดวงตาส่องประกายแสงสีม่วงจ้องมองไปที่ผีเสื้อเร็วตัวที่แสดงความกระวนกระวายใจ
ผีเสื้อเร็วยังคงจ้องไปที่ผู้ว่าจ้าง ไม่ได้สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นด้านข้างเลย
แต่ในวินาทีถัดมา หัวของมันก็หันไปหาซุนเป่าอย่างไม่อาจควบคุมได้
“ซุนซุน…”
ก่อนที่มันจะทันได้ตอบสนอง ก็สบกับดวงตาสีม่วงคู่นั้นทันที จากนั้นเปลือกตาของมันก็ค่อยๆปิดลง และร่างของมันก็ล้มฟุบลงไปในสภาพหลับสนิท
“เรียบร้อย” เฉียวซางมองไปที่ผู้ว่าจ้างก่อนจะถามขึ้นว่า “ฉันต้องออกไปข้างนอกไหมค่ะ?”
การที่ผู้ว่าจ้างสามารถเสนอดูดซับความฝันเป็นรางวัลได้ แสดงว่าเธอต้องมีสัตว์อสูรที่มีความสามารถนี้
หลายคนที่ว่าจ้างภารกิจมักระบุชัดเจนในสัญญาเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ไม่เพียงแต่ห้ามผู้รับงานเปิดเผยเนื้อหาภารกิจ แต่บางครั้งก็ไม่ให้ข้อมูลใดๆเกี่ยวกับภารกิจเลย ขอเพียงแค่ทำตามคำสั่ง
แม้ผู้ว่าจ้างตรงหน้านี้จะไม่ได้ระบุในสัญญาว่าห้ามเปิดเผยอะไร แต่จากการที่เธอเป็นนักแสดง และไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับภารกิจมาก่อน เฉียวซางจึงถามอย่างใส่ใจเผื่อว่าหากการสะกดจิตล้มเหลวจะได้คุยเรื่องวิธีแลกเปลี่ยนกับเขาสำหรับโอกาสใช้ ดูดซับความฝัน
มิฉะนั้นหากเนื้อหาในฝันที่แสดงออกมามีความเป็นส่วนตัว การพูดคุยต่ออาจไม่ราบรื่นนัก
“อ๋อ…” ซิลเวียเหมือนจะเพิ่งได้สติ “เธอว่าอะไรนะ?”
ระหว่างพูด เธอก็อดมองไปยังสัตว์อสูรสองตัวที่ไม่คุ้นตาในรถบ้านไม่ได้
เธอคาดไม่ถึงเลยว่าจะมีสัตว์อสูรประเภทผีอยู่ในรถบ้านนี้…
ยิ่งไปกว่านั้นสัตว์อสูรที่เด็กสาวคนนี้อุ้มไว้ในอ้อมแขนน่าจะเป็นประเภทพลังจิต...
เมื่อครู่เธอเห็นมันใช้พลังจิตอย่างชัดเจน ไม่ผิดแน่ว่ามันเป็นสัตว์อสูรประเภทพลังจิต
เป็นที่รู้กันว่ากำไลปรับขนาดของสัตว์อสูรนั้นสงวนไว้สำหรับสัตว์อสูรที่มีขนาดเกิน 6 เมตรเท่านั้น
สัตว์อสูรประเภทพลังจิต ประเภทผีและประเภทแฟรี่ มักจะมีขนาดเล็กกว่าสัตว์อสูรประเภทอื่นในระดับเดียวกัน
สัตว์อสูรประเภทอื่นที่มีขนาดเกิน 6 เมตร มักจะอยู่ในระดับนายพลเป็นอย่างต่ำ
ถ้าสัตว์อสูรประเภทพลังจิตมีขนาดเกิน 6 เมตร ระดับของมันมีโอกาสสูงมากที่จะเกินนายพลไปแล้ว...
ในขณะที่เธอกำลังคิด เธอก็ได้ยินเสียงของเฉียวซางถามขึ้นอีกครั้ง “ฉันต้องออกไปข้างนอกไหมค่ะ?”
“ไม่ต้องหรอก ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร” ซิลเวียยิ้มอย่างเป็นมิตรครั้งแรก
ว่าแล้ว เธอก็ประสานมืออัญเชิญ
แสงจากกลุ่มดาวสีขาวสว่างขึ้น
สัตว์อสูรตัวหนึ่งปรากฏขึ้น มันมีร่างกายท่อนบนเป็นสีขาว มีผมเป็นเส้นหนวดสีฟ้าชมพู และท่อนล่างที่เหมือนหนวดปลาหมึก
“ดูฝันของมันหน่อย” ซิลเวียชี้ไปที่ผีเสื้อเร็วที่กำลังหลับสนิท
สัตว์อสูรตัวนั้นพยักหน้าก่อนจะยื่นหนวดเส้นหนึ่งไปแตะบนร่างผีเสื้อเร็วแล้วหลับตาลง
สองวินาทีต่อมา ฟองน้ำใสที่มีภาพอยู่ภายในเริ่มปรากฏขึ้นจากบริเวณศีรษะของผีเสื้อเร็ว
ฟองนั้นค่อยๆ ลอยขึ้นและขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อฟองมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 20 เซนติเมตร มันก็หยุดขยายและลอยอยู่กลางอากาศ
เฉียวซางที่มีสายตาดีมองเห็นภาพในฟองนั้นอย่างชัดเจน
ในภาพมีผีเสื้อเร็วกลุ่มหนึ่งกำลังต่อแถว และที่ด้านหน้ามีชายผิวดำคนหนึ่งกำลังแจกของที่ดูเหมือนข้าวกล่อง
มุมมองในฝันเป็นมุมมองบุคคลที่หนึ่ง เธอมองไม่เห็นสีหน้าของเจ้าของฝัน แต่จากท่าทางของผีเสื้อเร็วตัวอื่นๆดูเหมือนพวกมันกำลังมีความสุข
“ไม่ใช่ฝันนี้” ซิลเวียพูดขึ้นทันที
“ถ้าฉันบอกภาพเหตุการณ์เฉพาะ เธอช่วยให้สัตว์อสูรของเธอสร้างฝันที่เกี่ยวข้องได้ไหม หรือฉันบอกช่วงเวลา เธอสามารถสะกดจิตให้ย้อนความทรงจำไปช่วงนั้นได้หรือเปล่า?”
เฉียวซางคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “ได้ค่ะ”
ตอนที่เธอสอนแมวมงกุฎเรียนรู้เทเลพอร์ต ซุนเป่าก็ใช้การสะกดจิตสร้างฝันเพื่อให้มันเรียนรู้เหมือนกัน
แต่ตอนนั้นแมวมงกุฎรู้ตัวดีว่าตัวเองอยู่ในฝัน
เมื่อจะสร้างฝันก็ต้องเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น ซิลเวียจึงเล่าออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ผีเสื้อเร็วตัวนี้เคยเป็นผู้ช่วยของฉัน พวกเราทำงานเข้าขากันดีมาก แต่วันหนึ่งมันก็ย้ายไปที่อื่น บอกกับฉันว่ามันไม่อยากทำงานกับฉันอีก แม้ว่าค่าแรงของมันจะเป็นเงินที่กองถ่ายจ่ายให้ แต่ฉันไม่เคยทำให้มันลำบากเลย อาหารที่อสูรล่าฝันกินของฉัน ฉันก็ให้อาหารมันแบบเดียวกัน”
พูดถึงตรงนี้ ซิลเวียหยุดไปครู่หนึ่งเหมือนรู้ตัวว่าหลุดประเด็น ก่อนจะเล่าต่อ
“วันนั้นฉันอยู่ในห้องแต่งหน้า แล้วก็เห็นว่าตัวที่เข้ามาไม่ใช่ผีเสื้อเร็วตัวเดิม ฉันเลยไปถามจนรู้ว่ามันไปอยู่กับนักแสดงอีกคนในกองถ่าย ฉันคิดว่าคงเป็นกองถ่ายที่จัดสรรใหม่ แต่เมื่อฉันไปเจอมันและได้คุยผ่านอสูรล่าฝัน ฉันถึงรู้ว่ามันเป็นคนตัดสินใจเองที่จะไม่ตามฉันอีก”
“ฉันอยากให้เธอช่วยสร้างฝันในตอนที่ฉันถามมันวันนั้น เพื่อดูว่าคำตอบในจิตใต้สำนึกของมันตรงกับที่มันบอกฉันครั้งก่อนหรือเปล่า”
คำพูดนี้ทำให้เฉียวซางรู้สึกซับซ้อนในใจอย่างมาก
เธอไม่คิดว่าจุดประสงค์ของผู้ว่าจ้างจะเป็นเรื่องนี้
คนทั่วไปมักพูดกันว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์อสูรในอัลติเมทสตาร์ไม่ค่อยดี แต่พอมาคิดดู เฉียวซางก็รู้สึกว่านั่นอาจเป็นอคติ เพราะจำนวนประชากรในอัลติเมทสตาร์มีมากเกินกว่าจะให้ทุกคนมีความคิดเหมือนกันได้
เธอมองไปที่ซุนเป่ากำลังจะให้มันเริ่มสร้างฝัน
“เดี๋ยว!” ซิลเวียพูดขึ้น น้ำเสียงเคร่งขรึมขณะมองไปที่ภาพในฟอง
หรือฝันนั้นจะเป็นสิ่งที่เธออยากเห็นพอดี?
เฉียวซางมองไปที่ฟองด้วยความสงสัย
ภาพในฟองไม่ใช่เหตุการณ์แจกข้าวกล่องอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นภาพจากมุมมองบุคคลที่หนึ่ง หญิงผมยาวสีแดงไวน์กำลังพูดคุยอย่างกระตือรือร้น
“ฉันไปตรวจสอบมาแล้ว ความสามารถด้านอารมณ์ของแกสูงกว่าผีเสื้อเร็วตัวอื่น ถ้าแกติดตามฉัน สิ่งที่ซิลเวียให้แก ฉันให้ได้ดีกว่านั้นอีก”
“อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธ ฉันรู้ว่าแกทำงานกับเธอในฐานะผู้ช่วยที่นี่สองปีแล้ว ผ่านงานมาแล้วสี่กองถ่ายและแกได้รับการดูแลดีกว่าตัวอื่นๆแต่ถึงแม้จะกินเยอะกว่า แกก็ยังไม่ได้วิวัฒนาการเลย”
“ขั้นต่อไปของแกต้องการพลังงานจากอารมณ์ถึงจะวิวัฒนาการได้ แต่ที่นี่มีกฎห้ามผีเสื้อเร็วกินอารมณ์ของคนในกองถ่าย ถ้ามีตัวไหนวิวัฒนาการกองถ่ายจะเลิกใช้งานพวกแก”
“ข้างนอกก็ยิ่งไม่ได้ใหญ่ ถ้าแกไปกินอารมณ์ของคนอื่น แกจะถูกไล่ออกจากเขตนี้ทันที”
“แกคงไม่อยากไปที่อื่นใช่ไหม? ตามฉันสิ ฉันจะให้แกกินอารมณ์พอจนวิวัฒนาการได้”
“ไม่ต้องห่วงเรื่องไม่มีงานหลังวิวัฒนาการ ฉันเพิ่งพัฒนาพลังสมองได้ 10% ทำให้ฉันทำสัญญากับสัตว์อสูรได้อีกหนึ่งตัว”
“ช่วยฉันแสดงละคร หลังจากวิวัฒนาการ ฉันจะทำสัญญากับแกเอง”
มุมมองบุคคลที่หนึ่งทำให้ไม่เห็นสีหน้าของผีเสื้อเร็วแต่เมื่อหญิงสาวพูดจบ มันก็ร้องออกมาอย่างตื่นเต้น
จากนั้นภาพก็ขาวโพลนไป เมื่อสีขาวจางลง มุมมองเปลี่ยนไปขนาดเล็กลงอย่างชัดเจน
“ซุนซุน!”
ผีเสื้อเร็ว ร้องออกมาอีกครั้ง
“ซุนซุน~”
ซุนเป่าที่ฟังการสนทนาอยู่แปลออกมาด้วยท่าทางสนุกสนาน
“มันบอกว่า ถ้ามันอยากวิวัฒนาการ มันก็วิวัฒนาการเองได้ จะไม่ยอมถูกล่อลวง”
เฉียวซางมองผีเสื้อเร็วที่ยังหลับสนิทอยู่ในฝัน พร้อมคิดในใจ...
ในฝันมันวิวัฒนาการได้ตามใจจริงๆ...แต่ในความเป็นจริงมันกลับไม่ง่ายขนาดนั้น
ถ้าภาพนี้คือสิ่งที่ผู้ว่าจ้างอยากเห็น บวกกับคำพูดของเธอเมื่อครู่ นั่นหมายความว่าผีเสื้อเร็วยังไม่ได้วิวัฒนาการและอาจยอมจำนนในที่สุด…