เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 619: แผนการช่วยเหลือ

บทที่ 619: แผนการช่วยเหลือ

บทที่ 619: แผนการช่วยเหลือ


ในห้องเรียนชั้นปีสามห้องหก

ทันทีที่เฉียวซางก้าวเท้าเข้ามาในห้องเรียนและหย่อนตัวนั่งลงที่โต๊ะของเธอเอง กลุ่มเพื่อนร่วมห้องก็รีบกรูกันเข้ามาล้อมรอบเธอทันที

“การทดสอบเป็นยังไงบ้าง?”

“สอบเข้ามหาวิทยาลัยจงคงบนบลูสตาร์เหรอ?”

“ทำไมไม่ลองไปสมัครที่มหาวิทยาลัยไมเออร์ตันดูล่ะ? ที่นั่นก็ชื่อดังมากเลยนะ”

“หรือจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่นี่เลยก็ดีนะ สะดวกสบายจะตายไป”

ตั้งแต่ตอนที่เฉียวซางช่วยโรงเรียนมัธยมปลายไซแนนท์คว้าชัยอันดับหนึ่งในการแข่งขันกระชับมิตรการต่อสู้แบบทีม ความสนใจที่เพื่อนๆมีต่อเธอก็เพิ่มสูงขึ้นจนเห็นได้ชัด ราวกับบรรยากาศในตอนนั้นกลับมาคล้ายกับช่วงเวลาที่เธอเคยเป็นดาวเด่นที่โรงเรียนมัธยมเซินซุ่ยอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม เฉียวซางไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองถูกรบกวนเลยสักนิด เธอเพียงแค่ยิ้มและพูดคุยกับเพื่อนๆ อย่างเป็นกันเองตามปกติ

จู่ๆ เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งก็ถามขึ้นมาด้วยความอยากรู้

“เขตที่ 25 อันตรายไหม?”

เรื่องการไปสอบในเขตที่ 25 นั้น ถังอี้เคยพูดไว้ในกลุ่มแชทของห้องเรียนตอนที่มีคนถามถึงแล้ว มันเลยไม่ใช่เรื่องลับอะไร

เฉียวซางนึกถึงภาพของอาจารย์คุมสอบที่ดูเหมือนมัมมี่ แล้วพยักหน้าเบาๆ พลางตอบว่า

“ค่อนข้างอันตรายเลยล่ะ”

เมื่อได้ยินคำตอบแบบนั้น เพื่อนๆที่ยืนล้อมรอบอยู่ก็เริ่มฮือฮากันขึ้นมาทันที

“ดูท่าว่าตอนที่ต้องไปเรียนภาคสนามในคาบสุดท้าย คงต้องให้ที่บ้านหาคนเก่งๆ มาคอยคุ้มกันให้สักสองสามคนแล้วล่ะ”

“ถ้าคอยให้คนอื่นมาคุ้มกันแบบนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการพึ่งพาคนอื่นตลอดเวลาเลยนะ”

“นายจะไม่ให้คนมาคุ้มกันก็เรื่องของนาย แต่ฉันต้องหาเพิ่มอีกแน่ๆ เพราะได้ยินมาว่าสถานที่เรียนภาคสนามคาบสุดท้ายมันถูกกำหนดแล้วว่าเป็นเขตที่ 27 ซึ่งอันตรายกว่าเขตที่ 25 ซะอีกนะ”

เขตในช่วงตัวเลขต่ำๆ มักจะเป็นพื้นที่ที่อันตรายทั้งนั้น แต่ถ้าจะให้จัดอันดับกันจริงๆ คนส่วนใหญ่ก็มักจะเชื่อว่าพื้นที่ที่มีหมายเลขสูงกว่ามักจะอันตรายยิ่งกว่า

“เขตที่ 27…” เฉียวซางชะงักไปเล็กน้อย

นั่นมันไม่ใช่ที่ที่กงเป่าจากมาเหรอ?

ในตอนนั้นเอง เสียงกริ่งบอกเวลาเริ่มคาบเรียนก็ดังขึ้นเฉียวซางจึงละความคิดเรื่องนี้ไป แล้วตั้งสมาธิกับการเรียนแทน

ระหว่างที่กำลังเรียนอยู่ถังอี้เอาแต่ก้มหน้ากดโทรศัพท์ไม่หยุด จนกระทั่งหมดคาบเรียน จู่ๆเขาก็เอามือตบไหล่เฉียวซาง

เฉียวซางหันกลับไปมองอย่างงุนงง ก่อนที่เขาจะยื่นโทรศัพท์มาให้พร้อมพูดว่า

“สุดสัปดาห์นี้มีงานกิจกรรมคู่สัตว์อสูรแบบฝ่าด่าน อยากไปด้วยกันไหม?”

“กิจกรรมฝ่าด่านเหรอ?”เฉียวซางถามด้วยความสงสัย

“ก็พวกกิจกรรมที่จัดโดยสถานีโทรทัศน์ไง ถ้าฝ่าด่านได้ก็มีของรางวัลด้วยนะ” ถังอี้อธิบาย

“ไม่สนใจ”เฉียวซางตอบกลับทันที ก่อนจะหันกลับไปทำเรื่องของตัวเองต่อ แต่พอผ่านไปแค่เสี้ยววินาที เธอก็หันกลับมาถามใหม่

“ว่าแต่อย่าบอกนะว่า...นายสนใจ?”

ถังอี้พูดด้วยน้ำเสียงเบาๆ และสีหน้าที่ดูเขินๆ

“ฉันไม่ได้อยากได้ของรางวัลอะไรหรอกนะ แค่คิดว่าถ้าได้ลองฝ่าด่านนี้ อาจจะช่วยให้ฉันกับเจ้าสิงโตพิษน้ำมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นก็ได้…”

เฉียวซางมองถังอี้ด้วยความงุนงงเล็กน้อย พร้อมเอียงศีรษะอย่างสงสัย

“การฝ่าด่านมันช่วยให้ความสัมพันธ์กับสัตว์อสูรดีขึ้นได้จริงเหรอ?”

ถังอี้หัวเราะเบาๆ ก่อนจะเริ่มอธิบาย

“สัตว์อสูรบนอัลติเมทสตาร์น่ะ ส่วนใหญ่แทบจะไม่มีตัวอย่างที่สามารถวิวัฒนาการด้วยสายสัมพันธ์ได้เลย แต่ถึงอย่างนั้นคนที่นี่ก็ยังไม่ยอมละความพยายาม พวกเขาเลยจัดกิจกรรมพวกนี้ขึ้นมาเพื่อหวังว่าสักวันจะสามารถสร้างสายสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งระหว่างสัตว์อสูรกับผู้ฝึกได้”

เฉียวซาง จ้องมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

“แต่ฉันว่า...นายไม่น่าจะต้องพึ่งกิจกรรมแบบนี้นี่นา”

“แค่อยากลองดูน่ะ” ถังอี้ เกาท้ายทอยของตัวเองด้วยความเขินอาย

“อยู่ที่ไหนก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมของที่นั่น อีกอย่างสิงโตพิษน้ำของฉันยังไม่มีตัวอย่างที่วิวัฒนาการด้วยสายสัมพันธ์มาก่อนเลย ฉันก็เลยคิดว่า...ถ้าฉันลองทำ บางทีฉันอาจจะเป็นคนแรกที่ทำสำเร็จก็ได้”

คำพูดของเขาทำให้เฉียวซางแปลกใจไม่น้อย เธอมองเขาด้วยสายตาที่มีความทึ่งปนอยู่

“ไม่คิดเลยว่านายจะมีความมุ่งมั่นแบบนี้”

ถังอี้หัวเราะแห้งๆ พลางพูดต่อ

“ที่จริงแล้วก็มีตัวอย่างจากคนที่มาจากดาวดวงอื่นนะ พวกเขาทำให้สัตว์อสูรจากอัลติเมทสตาร์วิวัฒนาการด้วยสายสัมพันธ์สำเร็จมาแล้วหลายครั้ง”

พูดจบ เขาก็ดูเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ทันที ก่อนจะหันไปถามเธอด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น

“ว่าแต่...เธอเองก็มีเหยี่ยวเกราะเหล็กอยู่ใช่ไหม? ไม่อยากลองดูบ้างเหรอว่ามันจะวิวัฒนาการด้วยสายสัมพันธ์ได้หรือเปล่า?”

เฉียวซางฟังแล้วก็เกิดความลังเลขึ้นมาชั่วครู่ แต่สุดท้ายเธอก็พยายามระงับความอยากรู้อยากเห็นของตัวเอง

“การวิวัฒนาการด้วยสายสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ”

ตามที่เธอคำนวณไว้จากการเพิ่มคะแนนในแต่ละวัน กงเป่าน่าจะสามารถวิวัฒนาการได้ในอีกประมาณ 20 วัน ไม่ว่าสายพันธุ์ของเหยี่ยวเกราะเหล็กจะมีเส้นทางวิวัฒนาการด้วยสายสัมพันธ์หรือไม่ การจะสร้างสายสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งพอที่จะทำให้มันวิวัฒนาการในช่วงเวลาสั้นๆ แบบนี้เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงสัตว์อสูรที่มีความฉลาดสูงอย่างกงเป่า ความเป็นไปได้นั้นก็ยิ่งลดน้อยลงไปอีก

...

แม้ว่าเธอจะพูดแบบนั้น แต่ทุกครั้งที่เห็นกงเป่าเธอก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา

การที่สัตว์อสูรบนอัลติเมทสตาร์วิวัฒนาการด้วยสายสัมพันธ์ได้ยาก เป็นผลมาจากความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับสัตว์อสูรที่สะสมมาอย่างยาวนาน จนกลายเป็นปัญหาที่ฝังลึก แม้ว่าจะมีคนพยายามศึกษาวิธีการวิวัฒนาการด้วยสายสัมพันธ์ แต่เพราะจุดประสงค์ที่ไม่บริสุทธิ์และเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว สิ่งเหล่านั้นก็เลยล้มเหลวในที่สุด

ดังนั้นสัตว์อสูรที่สามารถวิวัฒนาการด้วยสายสัมพันธ์บนอัลติเมทสตาร์ได้จึงมีจำนวนน้อยมาก แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าสัตว์อสูรที่นี่จะไม่มีเส้นทางวิวัฒนาการแบบนี้เลย

อย่างที่ถังอี้พูด ตัวอย่างจากคนที่มาจากดาวดวงอื่นที่ทำให้สัตว์อสูรบนอัลติเมทสตาร์วิวัฒนาการด้วยสายสัมพันธ์สำเร็จมีให้เห็นอยู่จริง

ตัวอย่างที่โด่งดังที่สุดก็คือพิตตี้ ไนท์ลีย์ นักแสดงชื่อดังระดับโลกจากบลูสตาร์ เธอเคยทำให้สัตว์อสูรจากอัลติเมทสตาร์วิวัฒนาการด้วยสายสัมพันธ์สำเร็จเป็นครั้งแรก และนั่นก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอโด่งดังระดับนานาชาติ

ในหอพัก กงเป่ากำลังก้มหน้าก้มตาอย่างตั้งอกตั้งใจ ป้อนพริกพิเศษที่เผ็ดร้อนสุดๆให้กับเจ้าอสูรกำเนิดแร่ซึ่งกำลังกินอย่างเพลิดเพลิน ทันใดนั้นเอง มันก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมาจากผู้ฝึกสัตว์อสูรของมัน สายตานั้นชวนให้รู้สึกแปลกประหลาดจน กงเป่า อดไม่ได้ที่จะหันหัวกลับไปมองขนของตัวเอง

“กงกง?”

หรือว่า... มันเริ่มตัวโกร๋นไปแล้วจริงๆ?

ในขณะที่กงเป่ากำลังจมอยู่ในความสับสนและกังวลอยู่นั้น จู่ๆเฉียวซางก็เอ่ยถามขึ้นมา

“แกคิดว่าฉันเป็นคนยังไง?”

“กงกง”

กงเป่าหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งเหมือนกำลังคิด ก่อนจะส่งเสียงตอบเบาๆ ราวกับบอกว่า “เป็นคนดี”

คำตอบนี้อีกล่ะ... มันเหมือนปิดประตูความหวังเรื่องวิวัฒนาการด้วยสายสัมพันธ์ของเธอไปได้เลยทีเดียว คำว่า “คนดี” เป็นเพียงคำชมแบบกว้างๆ ที่ไม่ได้บ่งบอกอะไรเป็นพิเศษเลยสักนิด มันเป็นคำที่คลุมเครือและไม่ได้แสดงถึงความประทับใจที่ชัดเจนในใจของสัตว์อสูรเลยแม้แต่น้อยเฉียวซางเลยตัดสินใจเลิกคิดเรื่องวิวัฒนาการด้วยสายสัมพันธ์ไปอีกครั้ง แล้วก้มหน้ากลับไปทำโจทย์ที่ค้างไว้อยู่ต่อ

“กงกง...”

กงเป่าหยุดการขยับปีกของมัน ก่อนจะมองไปที่เฉียวซางด้วยสายตาครุ่นคิด

มันรู้สึกว่าผู้ฝึกสัตว์อสูรของมันวันนี้ดูแปลกๆไปจากปกติ...

“ย่าห์!”

จู่ๆหยาเป่าที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ก็หันไปจ้องนอกหน้าต่าง พร้อมกับส่งเสียงคำรามขึ้นมาอย่างดุดัน

เฉียวซางสะดุ้งจนเธอวางปากกาลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบเดินตรงไปที่หน้าต่าง มองออกไปข้างนอกอย่างระมัดระวังและรอบคอบ

ด้วยประสาทการฟังที่ยอดเยี่ยมของหยาเป่าถ้ามันบอกว่าข้างนอกมีอะไรบางอย่าง แปลว่ามันต้องได้ยินอะไรบางอย่างจริงๆ แน่นอน

แม้ว่าที่นี่จะเป็นโรงเรียน แต่บนอัลติเมทสตาร์ก็เต็มไปด้วยสัตว์อสูรป่ามากมาย แม้กระทั่งในเขตบนๆที่มีการควบคุมสัตว์อสูรป่าอย่างเข้มงวดก็ไม่ได้หมายความว่าสัตว์อสูรป่าจะปลอดภัยเสมอไป

“คงเป็นสัตว์อสูรป่าตัวไหนผ่านมาเมื่อกี้มั้ง” เฉียวซางหันกลับมาพูดหลังจากมองออกไปข้างนอกแล้วไม่เห็นอะไรผิดปกติ

“ย่าห์ ย่าห์”

หยาเป่าฟังแล้วพยักหน้ารับเบาๆ มันมั่นใจว่าผู้ฝึกสัตว์อสูรของมันไม่มีทางผิดพลาดแน่นอน จึงผ่อนคลายตัวเองและกลับไปกินเม็ดพลังงานของมันต่ออย่างสบายใจ

...

ในเวลาเดียวกัน

ที่ขอบหน้าต่างชั้นสี่ด้านนอก มีสัตว์อสูรป่าตัวหนึ่งที่ตัวดำสนิท มันกำลังยกมือขึ้นเช็ดผลึกที่โผล่ออกมาจากหน้าผากของตัวเอง

สองชั่วโมงต่อมา

ไฟในห้องบนชั้นสี่ดับลง

สัตว์อสูรตัวนั้นเมื่อเห็นว่าไฟดับแล้วก็ยื่นแขนทั้งสองข้างออกมาอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็เริ่มปีนขึ้นไปยังชั้นห้า

เมื่อปีนมาถึงชั้นห้า มันมองเห็นไฟในห้องยังคงเปิดสว่างอยู่ มันถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจ และรีบปีนกลับลงไปอย่างรวดเร็ว

แต่หลังจากปีนลงไปได้สักพัก มันเริ่มรู้สึกว่าเหมือนจะไม่มีใครสังเกตเห็นมันเลย มันจึงปีนกลับขึ้นมาอีกครั้งด้วยความระมัดระวังมากกว่าเดิม

คราวนี้สัตว์อสูรตัวนั้นรวบรวมความกล้าทั้งหมดของมัน ก่อนจะสอดสายตาเข้าไปมองในห้องอย่างระวัง

มันเห็นว่า สัตว์อสูรที่น่ากลัวตัวนั้นหลับไปแล้ว

“ชานชาน...”

สัตว์อสูรป่าตัวนั้นถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความโล่งอก จากนั้นก็ตั้งหน้าตั้งตารออย่างอดทน

จากนี้มันต้องรอให้มนุษย์คนนั้นหลับสนิทก่อน แล้วค่อยเริ่มแผนการช่วยเหลือทันที!

และการรอคอยครั้งนี้ก็ยาวนานจนกระทั่งรุ่งเช้า...

จบบทที่ บทที่ 619: แผนการช่วยเหลือ

คัดลอกลิงก์แล้ว