เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 468: เฉียวซางปะทะซ่งซินเยวี่ย

บทที่ 468: เฉียวซางปะทะซ่งซินเยวี่ย

บทที่ 468: เฉียวซางปะทะซ่งซินเยวี่ย


[ภูมิภาคจือเตี้ยน: โจวซ่านเหลียง VS ภูมิภาคจงคง: จูหย่าหลิน]

[ภูมิภาคเป่ยหลุน: เถา หรง VS ภูมิภาคถูเหว่ย: หลี่เจิ้นหยู]

[ภูมิภาคเหลียนเก้อ: จางลู่ VS ภูมิภาคเหลียวซี: ไช่หางเฉิง]

[ภูมิภาคกู่ลู่: หม่าอี้เหวิน VS ภูมิภาคตงเจี่ย: พานห้าว]

……

[ภูมิภาคเย่หัว: เฉียวซางปะทะภูมิภาคเหลียนโป: ซ่งซินเยวี่ย]

ในช่วงที่สองของการแข่งขันผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับมัธยมปลายแห่งชาติ มีทั้งหมด 33 คู่ รวมผู้เข้าแข่งขัน 66 คน

เมื่อเฉียวซางเห็นรายชื่อคู่ต่อสู้ของตัวเอง เธอก็ชะงักไปครู่หนึ่ง

เธอไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้เผชิญหน้ากับซ่งซินเยวี่ยในรอบนี้ ทั้งที่ในใจลึกๆก็เคยจินตนาการถึงความเป็นไปได้นี้ แต่ไม่เคยคิดว่าจะมาเร็วขนาดนี้...

“ซ่งซินเยวี่ย…” ซุ่นปั๋วอวี่ที่เห็นชื่อนี้อยู่ใกล้ๆกัน หันมาเตือนด้วยน้ำเสียงกังวลเล็กน้อย “เฉียวซาง เธอรู้ใช่ไหมว่าจะต้องส่งสัตว์อสูรตัวไหนลงไปก่อน?”

เฉียวซางนึกถึงแววตาของหยาเป่าที่ดูตื่นเต้นอยากสู้กับวิหคเพลิงซ่อน เธอพยักหน้าตอบสั้นๆ “รู้ค่ะ”

ซุ่นปั๋วอวี่สบตากับหลิวเหยา พลางรู้สึกโล่งใจที่เฉียวซางดูจะเข้าใจคำถามในทันที และเมื่อเธอยืนยันแบบนี้ น่าจะหมายความว่าคงไม่ส่งสุนัขเพลิงพร่างพรายลงไปก่อนอีก

ในห้องพักผู้เข้าแข่งขัน ห่างจากเฉียวซางประมาณสิบเมตร ชายวัยกลางคนที่มีผมบางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์นิดหน่อย รอบนี้ให้ส่งวิหคเพลิงซ่อนออกไปก่อน”

“ค่ะ” ซ่งซินเยวี่ยพยักหน้าตอบทันทีเมื่อได้ยินคำสั่งจากอาจารย์ผู้ดูแล

ชายวัยกลางคนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถามขึ้น “เธอจะไม่ถามว่าทำไมเหรอ?”

ซ่งซินเยวี่ยตอบอย่างเรียบง่าย “ทำไมคะ?”

ชายวัยกลางคน: “…”

เขาถอนหายใจเบาๆก่อนอธิบาย “ฉันศึกษาการแข่งขันของเฉียวซางมาบ้าง เธอมักจะใช้สัตว์อสูรตัวเดียวจัดการคู่ต่อสู้ทั้งสองตัวเลย ซึ่งแต่เดิมฉันคิดว่ารอบนี้เฉียวซางจะส่งพรายพิชิตเหมันต์ที่สามารถชนะเธอได้อย่างขาดลอยลงไปก่อน แต่หลังจากที่เธอเคยเจอกับเฉียวซางที่โรงแรมในครั้งก่อน ฉันเดาว่าเฉียวซางจะเปลี่ยนมาส่งสุนัขเพลิงพร่างพรายแทน”

ซ่งซินเยวี่ยชะงักไปเล็กน้อยก่อนถามกลับว่า “ทำไมคะ?”

เมื่อเห็นซ่งซินเยวี่ยเป็นฝ่ายถามขึ้นก่อน ชายวัยกลางคนก็ยิ้มพอใจเล็กน้อย

“อัจฉริยะมักมีความหยิ่งทะนงเป็นธรรมดา โดยเฉพาะอัจฉริยะอย่างเฉียวซาง ตอนนั้นเธอใช้เหตุผลว่าวิหคเพลิงซ่อนไม่มีความท้าทายในการต่อสู้กับสัตว์อสูรประเภทไฟเลยปฏิเสธที่จะสู้กับเธอ”

“ยิ่งพูดแบบนี้ เฉียวซางก็ยิ่งอยากใช้สุนัขเพลิงพร่างพรายของเธอสู้กับวิหคเพลิงซ่อนให้ได้”

“อัจฉริยะมักรู้สึกว่าตัวเองแตกต่างจากคนอื่น ยิ่งคนอื่นคิดว่าเธอทำไม่ได้ เธอก็ยิ่งอยากพิสูจน์ว่าเธอทำได้”

“อีกอย่าง พวกเธอเพิ่งเจอกันไม่กี่วันก่อน ตอนนั้นเฉียวซางอาจจะยังไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร แต่ตอนนี้เมื่อได้เห็นรูปของเธอ เฉียวซางน่าจะจำได้แล้ว”

“ถึงแม้ว่าเดิมทีเฉียวซางอาจไม่ได้คิดจะส่งสุนัขเพลิงพร่างพรายลงไป แต่ทันทีที่รู้ว่าคู่ต่อสู้คือเธอ เฉียวซางก็อาจจะเปลี่ยนใจ”

ซ่งซินเยวี่ยนิ่งคิด แม้จะรู้สึกแปลกใจอยู่บ้างเพราะการแข่งขันระดับประเทศแบบนี้ ใครจะส่งสัตว์อสูรที่ไม่มีความมั่นใจว่าจะชนะลงไปเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ…แต่พอคิดว่าเป็นเฉียวซาง เรื่องแบบนี้ก็อาจจะเป็นไปได้อยู่เหมือนกัน เพราะถึงสุนัขเพลิงพร่างพรายจะแพ้ เธอก็ยังมีสัตว์อสูระดับสูงอีกตัวที่สามารถพลิกเกมได้

ซ่งซินเยวี่ยพยักหน้าช้าๆ “ฉันเข้าใจแล้วค่ะ”

การแข่งขันดำเนินไปอย่างราบรื่นจนกระทั่งใกล้เที่ยง ชายในชุดสูทสีขาวที่ยืนอยู่บนสัตว์อสูรบินได้ที่มีลำตัวสีขาวปรากฏตัวอยู่กลางอากาศ ก่อนจะประกาศเสียงดังว่า

“ต่อไป ขอเชิญเฉียวซางจากภูมิภาคเย่หัว และซ่งซินเยวี่ยจากภูมิภาคเหลียนโปเข้าสู่สนาม!”

เสียงเชียร์สองสายดังสนั่นไปทั่วสนามแข่งขัน

“เฉียวซาง! เฉียวซาง! เฉียวซาง!”

“ซ่งซินเยวี่ย! ซ่งซินเยวี่ย! ซ่งซินเยวี่ย!”

ผู้ชมบางคนที่ยังจำการแข่งขันรอบแรกของเฉียวซางได้เริ่มซุบซิบกัน

“ฉันว่าแล้ว คนที่มาแข่งระดับชาติไม่น่าจะไม่มีทีมเชียร์แบบนั้น นี่ไง มาแล้ว!”

“ดูเหมือนคราวก่อนพวกเขาน่าจะติดปัญหาการเดินทางแหละ”

“หรือว่าครั้งก่อนพวกเขาไม่ได้เดินทางมาจากทางอากาศ?”

“ก็เป็นไปได้ ฉันลองไปหาข้อมูลมานิดหน่อย โรงเรียนของเฉียวซางเพิ่งจะมีนักเรียนเข้าสู่การแข่งขันระดับชาติครั้งแรก แถมยังเป็นครั้งแรกที่มาที่ภูมิภาคจงคง อาจจะไม่รู้ว่าควรจะเดินทางมาโดยใช้ทางอากาศ”

“เฉียวซางกับซ่งซินเยวี่ย พวกนายคิดว่าใครจะชนะ?”

“ต้องถามด้วยเหรอ? แน่นอนว่าเฉียวซางสิ เธอมีสัตว์อสูรระดับสูงตั้งสองตัว ตัวหนึ่งคือพรายพิชิตเหมันต์ที่ชัดเจนว่าเป็นตัวที่แก้ทางวิหคเพลิงซ่อนของซ่งซินเยวี่ยโดยตรง”

“พูดถึงพรายพิชิตเหมันต์ ฉันไปหาข้อมูลมานะ แล้วแทบไม่เชื่อเลยว่านี่มันสัตว์อสูรใกล้สูญพันธุ์! แถมยังเป็นสายสนับสนุนระดับเทพอีก! ทำไมพวกเราถึงเกิดมาไม่เหมือนกันเลยล่ะ? เธอได้ทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรใกล้สูญพันธุ์ ในขณะที่ฉันต้องล้างจานให้แม่หนึ่งปีเต็มกว่าจะได้ทำพันธสัญญากับไข่กลมที่ราคาแค่แปดหมื่น!”

“เอ่อ ถ้านายจะพูดอะไรแบบนั้นก็ควรจะเอาเจ้าไข่กลมกลับเข้าตำราอสูรก่อนนะ…”

ชายหนุ่มที่พูดก่อนหน้านี้หันกลับไปมองสัตว์อสูรตัวเล็กบนเข่าของเขา แล้วจ้องตากับมัน

“ปี่ปี่…”

“…ฉันผิดไปแล้ว”

.......

เสียงนกหวีดที่ใช้เป็นสัญญาณเรียกสัตว์อสูรดังขึ้นในสนาม

เฉียวซางและซ่งซินเยวี่ยซึ่งยืนประจำที่แต่ละฝั่งอยู่แล้ว เริ่มใช้มือทั้งสองขยับอย่างรวดเร็ว

กลุ่มดาวสีเขียวและสีเทาปรากฏขึ้นบนพื้นดินทันที

ในชั่วพริบตา สัตว์อสูรสองตัวที่มีพลังสะกดสายตาผู้ชมได้อย่างสมบูรณ์ปรากฏตัวออกมา

“ย่าห์ ย่าห์!”

“เฮา!”

สายตาของผู้ชมทั้งหมดต่างจับจ้องไปยังสัตว์อสูรตัวหนึ่งที่มีขนงดงามหรูหราอย่างน่าเหลือเชื่อ

“โห! เจ้าสัตว์อสูรตัวนี้ชื่ออะไร? สวยขนาดนี้ทำไมไม่ไปแข่งรายการประสานงานการต่อสู้ของผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับมัธยมปลายแทนล่ะ!”

“ภูมิภาคเย่หัวมีสัตว์อสูรที่ถูกใจฉันขนาดนี้เลยเหรอ! ฉันตัดสินใจแล้ว สัตว์อสูรตัวถัดไปของฉันจะต้องเป็นเจ้าตัวนี้!”

“ฝันไปเถอะ สุนัขเพลิงพร่างพรายเป็นร่างวิวัฒนาการใหม่ ตอนนี้มีแค่ตัวเดียวในโลก แถมเงื่อนไขการวิวัฒนาการยังไม่ถูกค้นพบเลย”

“!!!”

“พูดก็พูดนะ รอบนี้เฉียวซางอาจจะแพ้จริงๆก็ได้ เพราะวิหคเพลิงซ่อนของซ่งซินเยวี่ยมีลักษณะเฉพาะตัวอย่างดึงดูดไฟซึ่งระดับของมันนับว่าสุดยอดมาก มันไม่กลัวทักษะประเภทไฟเลย”

“แพ้ก็แพ้ไปสิ ยังไงก็ไม่ใช่นักเรียนโรงเรียนเราอยู่ดี”

“เออก็จริง”

ห้องพักผู้เข้าแข่งขัน

ซุ่นปั๋วอวี่มองไปยังสนามด้วยสีหน้าตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง “สุนัขเพลิงพร่างพราย?!”

ทั้งที่เขากับรองผู้อำนวยการเตือนไปแล้ว ทำไมเฉียวซางถึงยังส่งสุนัขเพลิงพร่างพรายลงมาอีก?!

หลิวเหยายังคงสงบนิ่งกว่ามาก เขาถอนหายใจเบาๆแล้วพูดว่า “เฉียวซางคงมีเหตุผลของเธอเอง ไว้จบการแข่งขันแล้วค่อยพูดแล้วกัน นายเองก็อย่าไปตำหนิเธอล่ะ”

ตำหนิเหรอ? ซุ่นปั๋วอวี่หัวเราะแห้งๆในใจ เลี้ยงกันแบบยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมขนาดนี้ ถ้าเผลอทำให้เด็กนี่เสียใจขึ้นมามีหวังรองบอสอย่างเอ็งกับบอสใหญ่ได้รวมตัวกันมาฉีกเขาเป็นชิ้นๆแหง… เขาถอนหายใจหนักๆจนดูเหมือนคนที่มีชีวิตผ่านความเหนื่อยล้ามาเป็นเวลานาน

ในสนามแข่ง

ซ่งซินเยวี่ยมองไปยังสุนัขเพลิงพร่างพรายที่ขนฟูฟ่องอย่างงดงามด้วยความตื่นเต้นในใจ อาจารย์ผู้ดูแลของฉันนี่สุดยอดจริง ๆ!

“เฮา…”

วิหคเพลิงซ่อนที่ยืนอยู่ข้างเธอมองดูคู่ต่อสู้ด้วยสีหน้าที่แสดงความเบื่อหน่าย

สัตว์อสูรประเภทไฟอีกแล้วเหรอ…

ตรงข้ามกัน หยาเป่ากลับแสดงสีหน้าตื่นเต้นอย่างสุดขีด

“ย่าห์ ย่าห์!”

มันส่งเสียงคำรามด้วยความดีใจราวกับรอคอยการต่อสู้ครั้งนี้มานานแล้ว

เปลวไฟที่บริเวณไหล่ของหยาเป่าซึ่งดูคล้ายปีกเล็ก ๆ เริ่มขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อย

เฉียวซางสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงความรู้สึกของหยาเป่า

เธอแสดงสีหน้าจริงจังขึ้นมา

รอบนี้… แพ้ไม่ได้เด็ดขาด!

ไม่นานนัก กรรมการก็ประกาศเริ่มการแข่งขัน

“ระบำขนนก!” ซ่งซินเยวี่ยออกคำสั่งทันที

“เฮา!”

วิหคเพลิงซ่อนพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วสูง มันกระพือปีกอย่างแรง ทำให้ขนที่เปล่งแสงสีขาวจางๆจำนวนมากโปรยปรายลงมาที่ตำแหน่งของหยาเป่า

ระบำขนนกเป็นทักษะประเภทบินระดับกลาง มีคุณสมบัติทำให้พลังโจมตีของคู่ต่อสู้ลดลง…

ข้อมูลเกี่ยวกับทักษะนี้แล่นเข้ามาในหัวของเฉียวซาง แต่เธอไม่ได้ออกคำสั่งใดๆ

ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เธอกับหยาเป่าได้ศึกษาและวิเคราะห์วิหคเพลิงซ่อนอย่างละเอียด จนแทบไม่มีอะไรที่ไม่รู้เกี่ยวกับมัน

เธอรู้ดีว่าเหตุการณ์ตรงหน้านี้ หยาเป่ารับมือได้โดยไม่ต้องพึ่งคำสั่งของเธอเลย

“ย่าห์!”

หยาเป่าส่งเสียงคำรามด้วยความตื่นเต้น ขณะที่มองดูขนนกที่โปรยปรายลงมา

วินาทีต่อมา…

สุนัขเพลิงพร่างพรายปรากฏขึ้นทีละตัว! หนึ่งตัว สองตัว… ทั้งบนอากาศและพื้นดิน รวมแล้วกว่าร้อยตัว! ทุกตัวดูเหมือนกันราวกับสำเนากันออกมา

“เฮา…”

วิหคเพลิงซ่อนมองภาพตรงหน้าอย่างตะลึงงัน

ไม่เพียงแต่มันเท่านั้น ผู้ชมทุกคนในสนาม ยกเว้นเฉียวซาง ต่างตกตะลึงจนพูดไม่ออก!

จบบทที่ บทที่ 468: เฉียวซางปะทะซ่งซินเยวี่ย

คัดลอกลิงก์แล้ว