เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 360: การแข่งรอบแบ่งกลุ่มจบลงอย่างสมบูรณ์

บทที่ 360: การแข่งรอบแบ่งกลุ่มจบลงอย่างสมบูรณ์

บทที่ 360: การแข่งรอบแบ่งกลุ่มจบลงอย่างสมบูรณ์


เฉียวซางในตอนนี้ยืนอึ้งอยู่กับที่อย่างสมบูรณ์แบบ

ในขณะที่คนอื่นๆถูกความสนใจดึงดูดไปยังหิมะที่ตกลงมาอย่างกะทันหัน เธอกลับมองแค่แวบเดียวก่อนจะหันกลับไปจ้องที่ลู่เป่าแทน

และนั่นก็ทำให้เธอถึงกับช็อก

เรียกหิมะ?

เมื่อครู่ลู่เป่ามันเพิ่งใช้ทักษะหิมะตกจริงๆน่ะเหรอ?!

ในวินาทีนั้น เฉียวซางเริ่มตั้งคำถามกับเนื้อหาในหนังสือเรียนที่เคยอ่านมา

หรือว่าทักษะระดับสูงมันไม่ได้เรียนยากอย่างที่คิด?

เมื่อลองนึกย้อนกลับไปจริงๆ สัตว์อสูรทั้งสามของเธอที่เคยเรียนทักษะระดับสูง เวลาที่ใช้ไปกับการเรียนทักษะที่ยากที่สุดและเหนื่อยที่สุดก็คงเป็นตอนที่หยาเป่าเรียนฝนดาวตกซึ่งใช้เวลาไปประมาณเดือนเดียวเอง

งั้นทักษะระดับสูงมันเรียนรู้ยากจริงๆเหรอ? หรือจะเป็นแค่ความคิดของคนเขียนหนังสือเรียน...

ความคิดมากมายแล่นผ่านหัวของเฉียวซางราวกับพายุ

ในขณะที่เธอกำลังจมอยู่กับความคิด ลู่เป่าก็เงยหน้าขึ้นมองหิมะที่มันเพิ่งร่ายออกมาเอง ดวงตาของมันเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น แต่ทันใดนั้นมันก็นึกอะไรขึ้นได้ รีบเก็บสีหน้าตื่นเต้นของตัวเองแล้วทำปากอ้าออก

ทันใดนั้น กลุ่มเมฆดำทะมึนก็ปรากฏขึ้นและกดทับลงมา

เสียงฟ้าร้องดังสนั่น สายฝนเย็นเฉียบเริ่มตกลงมาจากฟากฟ้าในทันที

หยดน้ำฝนที่ตกลงมาเรียกความสนใจของผู้ชมที่กำลังพูดคุยกันอยู่ให้หันกลับมาที่สนามแข่งอีกครั้ง ลืมไปหมดสิ้นกับเหตุการณ์ที่หิมะเพิ่งตกไป

ฝนตก?!

ผู้คนส่วนใหญ่นั่งนิ่งงันด้วยความตกใจ

หวังเว่ยโต่วถึงกับตาเป็นประกาย

“นี่…ฝนมันตกจริงๆเหรอ?!”

บนอัฒจันทร์ มีคนพึมพำออกมาเสียงเบา

เวลาผ่านไปเพียงชั่วครู่ ดังนั้นจึึงไม่มีใครลืมคำสั่งที่เฉียวซางเพิ่งให้ไปก่อนหน้านี้เลย

ดังนั้น…พรายเกล็ดน้ำค้างมันเรียกฝนได้จริงๆเหรอ?!

“เป็นสัตว์อสูรหายากก็ว่าเจ๋งแล้ว นี่ยังมีพรสวรรค์ขนาดนี้อีก ทำไมถึงไม่เป็นของฉันกันนะ…” ชายคนหนึ่งข้างๆพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอิจฉา จนแทบจะรู้สึกว่าใจของเขาแตกเป็นเสี่ยงๆ

หญิงสาวที่อยู่ข้างขวาของเขาเหลือบมองด้วยสายตาเฉยชา ก่อนจะถามว่า

“คุณไม่เคยดูการแข่งขันก่อนหน้านี้ของเฉียวซางใช่ไหม?”

ชายคนนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับ

เขาเป็นคนในเขตชนบทเล็กๆ แม้ว่าลูกสาวของเขาจะเรียนอยู่ที่โรงเรียนฝึกอสูรฮุ่ยเฉิง แต่ก็ไม่ได้เป็นสมาชิกของทีมโรงเรียน

ถ้าไม่ใช่เพราะรอบแบ่งกลุ่มของการแข่งขันผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับมัธยมปลายแห่งชาติครั้งนี้จัดขึ้นที่โรงเรียนลูกสาวของเขา เขาคงไม่ได้สนใจการแข่งขันนี้เลยด้วยซ้ำ

ไม่ใช่ว่าการแข่งขันนี้ไม่มีความสำคัญ แต่เขารู้สึกว่ามันไกลตัวเกินไป ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ

หญิงสาวข้างๆเอ่ยต่อ

“พรสวรรค์ของสัตว์อสูรสำคัญก็จริง แต่ต้องดูด้วยว่าผู้ฝึกสัตว์อสูรเป็นใคร ผู้ฝึกสัตว์อสูรที่ดีจะสามารถดึงศักยภาพของสัตว์อสูรออกมาได้เต็มที่ เฉียวซางไม่ได้มีแค่พรายเกล็ดน้ำค้างที่เก่ง สัตว์อสูรอีกตัวของเธออย่างอสูรล่าสมบัติยังเรียนทักษะระดับสูง อย่างควบคุมเงาได้อีกด้วย”

ควบคุมเงามืด?! ชายคนนั้นถึงกับตะลึง

หญิงสาวพูดต่อ

“ดังนั้นต่อให้พรายเกล็ดน้ำค้างเป็นสัตว์อสูรของคุณ คุณก็ไม่แน่ว่าจะทำให้มันเรียนทักษะเรียกฝนได้”

คำพูดนี้ทำให้ชายคนนั้นนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะขมวดคิ้วถามว่า

“คุณเป็นใคร?”

หญิงสาวในชุดโค้ทสีขาวยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย พร้อมรอยยิ้มบางๆ

“ฉันแม่ของเธอไง”

ชายคนนั้น: “???”

ในสนามแข่ง

เฉียวซางที่ไม่รู้เลยว่าแม่ของเธอมาถึงแล้วและกำลังแอบดูการแข่งของเธออยู่ สายตาเธอมองดูสายฝนที่ตกลงมา ก่อนจะเรียกสติกลับมา เธอปรับอารมณ์ให้มั่นคง และออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

“สายน้ำโรมรัน!”

“ลูลู่!”

ลู่เป่าจ้องไปที่เงาที่กำลังบินอยู่บนฟ้า ในนาทีถัดมา กระแสน้ำสีน้ำเงินห่อหุ้มร่างกายของมันเอาไว้ทั้งหมด!

ตูม!

ในชั่วพริบตา ลู่เป่ากลายเป็นกระแสน้ำสีฟ้าที่พุ่งทะยานขึ้นจากพื้นตรงไปยังท้องฟ้า

“ซือซือ!”

นกสายตามหัศจรรย์ที่กำลังบินอยู่เผลอก้มลงมาและเห็นเป็นกระแสน้ำสีฟ้าพุ่งเข้ามาหาตรงๆ จนมันต้องรีบกระพือปีกหลบไปด้านข้างด้วยความตกใจ

ทว่าความหวาดกลัวทำให้มันหลบเร็วเกินไปจนขนปีกหลุดออกมาหนึ่งเส้น

ลู่เป่าหมุนตัวกลับกลางอากาศ ก่อนพุ่งดิ่งลงมาจากที่สูง

ความเร็วของมันที่ว่ารวดเร็วอยู่แล้วกลับเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น จนดูเหมือนหยดน้ำฝนรอบข้างชะลอตัวลงอย่างชัดเจน

นกสายตามหัศจรรย์เพิ่งกระพือปีกได้ครั้งเดียว ลู่เป่าที่ถูกห่อหุ้มด้วยกระแสน้ำก็พุ่งผ่านระยะทางแปดถึงเก้าเมตรเข้าไปชนเข้ากับแผ่นหลังของมัน

“ซือซือ!!!”

แรงปะทะส่งนกสายตามหัศจรรย์กระแทกลงสู่พื้น เกิดเป็นหลุมลึกบนพื้นสนาม

ในตอนนั้น ฝนที่ปะปนด้วยหิมะพลันหยุดลง สัตว์อสูรประเภทจักรกลที่เป็นกรรมการบินเข้ามาจากข้างสนามเพื่อสำรวจหลุมที่เกิดขึ้น

ปรี๊ด!!

หลังจากนั้นเพียงสามวินาที เสียงนกหวีดที่ประกาศจบการแข่งขันก็ดังขึ้น

อัฒจันทร์ระเบิดด้วยเสียงฮือฮา

“พรายเกล็ดน้ำค้างทำไมเร็วขนาดนั้นได้เนี่ย?”

“นั่นสิ! เห็นมันใช้สายน้ำโรมรันอยู่บ่อยๆ แต่ความเร็วที่เห็นวันนี้กับเมื่อวันก่อนต่างกันลิบลับ!”

“อู๋ซางเป็นอะไรไปล่ะนั่น? ตั้งแต่หิมะตกก็ยืนนิ่งเลย ไม่ได้สั่งอะไรอีกเลย!”

“เป็นฉันก็คงยืนงงแบบนั้นเหมือนกันนั่นแหละ! แค่กระพริบตาสองที การแข่งขันก็จบแล้ว?!”

“วันนี้พรายเกล็ดน้ำค้างโคตรเทพเลย!”

จากแถวหน้าของอัฒจันทร์ ซึ่งเป็นที่นั่งของกลุ่มผู้อำนวยการของโรงเรียน ชายวัยกลางคนคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“นั่นคือลักษณะเฉพาะตัวว่ายน้ำเร็็ว”

รองผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมปลายฉงติงหัวเราะพร้อมกล่าว

“คราวนี้โรงเรียนมัธยมเซินซุ่ยของพวกคุณเหมือนจะได้เด็กอัจฉริยะที่เหนือกว่านักเรียนของโรงเรียนหลี่ตันไปเสียแล้ว”

“คนบอกกันว่าหางพฤกษาของติงเหยียนจิ่งแห่งโรงเรียนหลี่ตันมีความทนทานที่เหนือชั้น แต่พอเทียบกันแล้วเหมือนพรายเกล็ดน้ำค้างของเฉียวซางจะเหนือกว่าในหลายด้านจริงๆ”

ชายอีกคนพูดเสริมด้วยน้ำเสียงเจือความอิจฉา

“แสงแห่งการรักษา เรียกฝน ไหนจะลักษณะเฉพาะตัวอย่างว่ายน้ำเร็วอีก... ทั้งฟื้นฟู ความเร็ว และโจมตี ครบทุกด้านแบบนี้ใครจะไปสู้ไหว?”

หวังเว่ยโต่วหัวเราะหึหึ

“เฉียวซางเด็กคนนี้ ฉันเองยังไม่รู้เลยว่าเธอฝึกยังไงบ้าง ถึงได้พัฒนาฝีมือขึ้นมาทีละขั้นใหญ่ๆทุกครั้งที่เจอ!”

“เรื่องเหนือกว่าโรงเรียนหลี่ตันอย่าเพิ่งพูดถึงเลย เธอเพิ่งอยู่แค่มัธยมปลายปีหนึ่งเอง แต่กลับมาลงแข่งกับเด็กปีสาม แค่นี้ก็นับว่าเก่งมากแล้ว เด็กพวกนั้นอายุมากกว่าเธอสองปีทั้งนั้น”

พูดจบหวังเว่ยโต่วก็แหงนหน้าด้วยท่าทางภูมิใจเล็กน้อย

รองผู้อำนวยการโรงเรียนหมู่ติงถึงกับกระตุกมุมปาก

ไอ้เจ้าแก่คนนี้... ฉันพูดว่า ‘เหนือกว่า’ แต่แกพูดว่า ‘เหยียบ’ แบบนี้มันคนละความหมายเลยนะเว้ย!

ในสนามอู๋ซางสูดลมหายใจเข้าลึก ถ้าเขามองไม่ผิดล่ะก็พรายเกล็ดน้ำค้างของเฉียวซางไม่ได้ใช้แค่เรียกฝนแต่มันยังใช้เรียกหิมะตอนก่อนหน้านั้นด้วย…

สัตว์อสูรระดับกลาง แต่กลับน่ากลัวถึงขนาดนี้…

อู๋ซางมองเฉียวซางด้วยสายตาลึกซึ้ง

แม้คนอื่นอาจจะยังไม่รู้ แต่เขาแน่ใจว่าเด็กสาวตรงหน้าคนนี้มีความสามารถเพียงพอที่จะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศของการแข่งขันผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับมัธยมปลายแห่งชาติได้

เมื่อจบรอบแบ่งกลุ่มแล้ว ด้วยความต่างของระดับระหว่างเขากับเธอ เกรงว่าคงไม่มีโอกาสได้เจอกันอีก…

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง อู๋ซางก็ถามขึ้นมา

“เรามาแลกช่องทางติดต่อกันได้ไหม?”

“ได้สิ” เฉียวซางตอบรับอย่างง่ายดาย

...

หนึ่งชั่วโมงกว่าๆ หลังจากนั้น การแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มที่ยาวนานถึงหนึ่งสัปดาห์ก็สิ้นสุดลง

บนจอเสมือนจริงเหนืออัฒจันทร์ได้ประกาศผลการแข่งขันและรายชื่อผู้ที่ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปทันที

ในรายชื่อแถวแรกสุด เฉียวซางเห็นชื่อของตัวเองอยู่เป็นอันดับแรก

“พวกเธอทำได้ดีมาก ทั้งสามคนผ่านเข้ารอบทั้งหมด” ซุ่นปั๋วอวี้ยิ้มพลางกล่าว “แต่การแข่งขันรอบคัดออกในอีกสามวันข้างหน้านี่แหละที่สำคัญ โดยเฉพาะนายเห่อต้าเถากลับไปก็อย่าขี้เกียจล่ะ”

เห่อต้าเถาพึมพำเสียงเบาอยู่ข้างๆ

“ทำไมไม่พูดถึงเฉียว…”

เขาหยุดคำพูดไว้ครู่หนึ่ง เมื่อคิดถึงการวิวัฒนาการของสุนัขเพลิงเร้นลับของเฉียวซาง ก่อนจะเปลี่ยนชื่อ

“…สวี่อี้เสวียน”

“…” สวี่อี้เสวียนถึงกับพูดไม่ออก

ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

“เฉียวซาง มานี่หน่อย มีคนที่ฉันอยากแนะนำให้รู้จัก”

เฉียวซางหันหลังกลับไปมอง ก็พบกับผู้อำนวยการของโรงเรียนที่ดูเปล่งประกายราวด้วยแสงสีทอง และชายวัยกลางคนคนหนึ่ง

“ฉันเป็นรองผู้อำนวยการของโรงเรียนมัธยมปลายฉงติง ยินดีที่ได้รู้จักนะ” ชายวัยกลางคนกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร

จบบทที่ บทที่ 360: การแข่งรอบแบ่งกลุ่มจบลงอย่างสมบูรณ์

คัดลอกลิงก์แล้ว