เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 330: แพลตฟอร์มล่ม

บทที่ 330: แพลตฟอร์มล่ม

บทที่ 330: แพลตฟอร์มล่ม


คลื่นเสียงบำบัดเป็นทักษะที่แค่มีผลช่วยให้ฝ่ายตรงข้ามสงบสติอารมณ์ลงได้ ไม่ได้ทำให้กลายเป็นคนโง่แต่อย่างใด

ดังนั้นเมื่อเผชิญกับการโจมตีที่จู่ๆก็พุ่งเข้ามาสุนัขเพลิงผลาญย่อมรู้ว่าจะต้องรับมืออย่างไร

มันเงยหน้าขึ้นอย่างสง่างาม อ้าปากออกและตั้งท่าจะพ่นเปลวไฟออกไป

ทว่า...ด้วยความที่จิตใจสงบเกินไป การเคลื่อนไหวของมันจึงช้าลงหลายเท่าตัว

ก่อนที่เปลวไฟจะทันได้พุ่งออกมา การโจมตีของลู่เป่าก็ซัดเข้าเป้าเสียก่อน

ตูม!!!

สุนัขเพลิงผลาญโดนแรงปะทะเข้าไปเต็มๆทำให้ตัวมันปลิวกระเด็นออกไปหลายเมตร ม้วนกลิ้งอยู่บนพื้นหลายตลบก่อนจะหยุดนิ่งไปในที่สุด

“ย่าห์...”

ก่อนจะหมดสติ สุนัขเพลิงผลาญคิดอย่างเลือนลาง

อา...โดนตีแล้ว...

อืม...แพ้สินะ...

ขณะเดียวกันสวี่อี้เสวียนที่มองดูสุนัขเพลิงผลาญปลิวกระเด็นจนหมดสติไป ก็ได้แต่คิดภายในใจอย่างสงบ...

ปรี๊ดดด!

ในตอนนั้นเอง เสียงนกหวีดที่บ่งบอกว่าการแข่งขันจบลงก็ดังขึ้น

สวี่อี้เสวียนที่เหมือนเพิ่งตื่นจากภวังค์มองดูสุนัขเพลิงผลาญที่หลับตาลงด้วยสีหน้าสงบสุข ใบหน้าของเธอพลันเปลี่ยนสีและน้ำเสียงเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

“เพลิงผลาญ! ไม่นะ!”

บนอัฒจันทร์เสียงพูดคุยเริ่มดังขึ้นเมื่อทุกคนเหมือนเพิ่งกลับมารู้สึกตัว

“เฮ้ย!? เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นกับฉัน!? เหมือนโดนสะกดจิตเลย!”

“ฉันก็รู้สึกเหมือนกัน! ตอนนั้นฉันไม่รู้สึกอยากกรี๊ดให้พรายเกล็ดน้ำค้างเลยแม้แต่นิดเดียว!”

“เออใช่เลย! ฉันก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน!”

“แล้วทำไมสวี่อี้เสวียนถึงแพ้ได้ล่ะ!?”

ที่บริเวณที่นั่งแถวหน้า ผู้หญิงผมสั้นคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า

“คลื่นเสียงบำบัดของสัตว์อสูรใกล้สูญพันธุ์ตัวนี้ใช้งานได้อย่างชำนาญมาก มันส่งผลกระทบมาถึงพวกเราด้วย”

“การที่สุนัขเพลิงผลาญแพ้ไปไม่ได้ถือว่าแปลกอะไรนักหรอก” ชายคนข้างๆเสริม “ในการต่อสู้จำเป็นต้องระมัดระวังและเตรียมพร้อมรับมืออยู่ตลอดเวลา แต่สัตว์อสูรประเภทไฟมักจะมีแรงผลักดันตามธรรมชาติของมันอยู่แล้ว พอถูกคลื่นเสียงบำบัดเข้าแบบนี้ ความกระตือรือร้นก็หายไป ความระแวดระวังลดลง ส่งผลให้ความเร็วในการตอบสนองช้าลงไปด้วย”

“ยิ่งไปกว่านั้น คลื่นเสียงนี้ยังส่งผลกระทบถึงผู้ฝึกสัตว์อสูรของมันด้วย” หญิงผมสั้นกล่าวเสริม

ชายคนนั้นมองไปที่เธอด้วยความสงสัยก่อนถามขึ้นด้วยท่าทีจริงจัง

“เธอคิดยังไงกับเรื่องนี้บ้าง?”

สายตาของหญิงผมสั้นยังคงจับจ้องไปที่พรายเกล็ดน้ำค้าง เธอเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ฉัน...อยากจะลูบขนมัน”

ชายคนนั้น: “???”

การแข่งขันผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับมัธยมปลายแห่งชาติมีการถ่ายทอดสดตลอดการแข่งขันผ่านแพลตฟอร์มทางการ

อย่างไรก็ตามเนื่องจากยังเป็นช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันยังมีจำนวนมาก และแต่ละระดับชั้นมักจะแข่งพร้อมกัน ทำให้ในแต่ละช่วงมีวิดีโอถ่ายทอดสดหลายรายการ ผู้ชมจึงต้องค้นหาโรงเรียนและระดับชั้นที่ตัวเองสนใจในแพลตฟอร์ม

ในช่วงเวลานี้คนที่เข้ามาดูถ่ายทอดสดรอบแบ่งกลุ่มในแพลตฟอร์มส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นอาจารย์ นักเรียน หรือญาติพี่น้องของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคน

เมืองฮันกัง

ในอพาร์ตเมนต์หรูขนาดใหญ่พื้นที่กว่า 200 ตารางเมตร

นี่คือบ้านของหลิวเจ๋อหรูจากโรงเรียนมัธยมปลายฉงติง

ในห้องนั่งเล่น บนจอเสมือนจริงขนาดยาวกว่า 3 เมตร กำลังถ่ายทอดสดการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มที่จัดขึ้นในเมืองซั่งหลง เขตหงเหรา

“ป๊า! ม๊า! ผู้เข้าแข่งขันที่ชื่อเฉียวซางลงสนามแล้ว!” เด็กสาวที่นั่งอยู่บนโซฟาตะโกนบอกอย่างตื่นเต้น

“คนที่มีสุนัขเพลิงเร้นลับใช่ไหม?” ผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากครัวพร้อมกับตะหลิวในมือ

“ใช่ค่ะ!” เด็กสาวตอบก่อนจะครุ่นคิดขึ้นมา “ไม่รู้ว่าวันนี้พี่ชายของหนูจะได้เจอกับเธอไหมนะ?”

ในตอนนั้นเอง ชายร่างใหญ่ที่ดูสูงและล่ำสันราวกับหมีเดินออกมาจากห้องนอน พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า

“เจอก็เจอไปสิ! พี่ชายของลูกไม่มีทางแพ้อยู่แล้ว!”

หลังจากผ่านรอบคัดเลือกมาได้ ทุกคนที่ติดตามการแข่งขันผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับมัธยมปลายแห่งชาติต่างก็รู้กันดีว่าในกลุ่มระดับชั้นปีสามมีม้ามืดที่โดดเด่นขึ้นมา เธอคือผู้ที่ครอบครองกลุ่มดาวสีเขียวและทำสัญญากับสุนัขเพลิงเร้นลับ

แม้ว่าชายวัยกลางคนจะไม่ได้มั่นใจในตัวลูกชายมากขนาดนั้น แต่เขาก็รู้ว่าก่อนการต่อสู้จะเริ่ม ไม่มีเหตุผลที่จะต้องยกย่องคู่แข่งจนเกินไป หรือดูถูกความสามารถของลูกตัวเอง

อย่างน้อยในฐานะพ่อ การให้กำลังใจลูกแบบนี้ก็ยังถือเป็นเรื่องที่ควรทำ

“คุณนี่โม้เก่งจริงๆ” ผู้หญิงคนนั้นนั่งลงบนโซฟาแล้วเหลือบมองเขาด้วยรอยยิ้ม

“โม้ที่ไหนกัน! ลูกชายฉันเก่งขนาดนั้นเลยต่างหาก!” ชายคนนั้นโต้ทันที

“เห็นด้วยเลยค่ะ! พี่ชายของหนูน่ะเก่งที่สุดอยู่แล้ว!” เด็กสาวรีบพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

ในมุมมองของเธอ ยังไงพี่ชายของตัวเองก็ไม่มีใครเทียบได้

ท่าทีจริงจังของเด็กสาวทำให้ผู้หญิงคนนั้นอดหัวเราะไม่ได้ เธอกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สายตากลับถูกดึงดูดไปยังภาพในหน้าจอ

เธอชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะถามด้วยความสงสัย

“สัตว์อสูรตัวนี้ชื่ออะไรเหรอ? ทำไมมันดูสวยจัง”

“แล้วทำไมไม่ส่งสุนัขเพลิงเร้นลับลงมาล่ะ…” ชายวัยกลางคนพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหยิบเครื่องมือสแกนขึ้นมาส่องไปที่สัตว์อสูรสีฟ้าอ่อนบนจอเสมือนจริงเพื่อดูข้อมูล

เสียงอิเล็กทรอนิกส์แบบหุ่นยนต์ดังขึ้นในห้องนั่งเล่น

[พรายเกล็ดน้ำค้าง]

สัตว์อสูรประเภทน้ำและน้ำแข็ง เป็นสัตว์อสูรระดับกลางจากภูมิภาคกู่หวู่ที่ใกล้สูญพันธุ์ อัญมณีบนหน้าผากสามารถปลดปล่อยแสงรักษาอันน่าอัศจรรย์ออกมาได้

บรรยากาศในห้องนั่งเล่นพลันเงียบลงในทันที

เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา...

เสียงของคนสามคนในน้ำเสียงต่างกันประสานกันร้องลั่นจนแทบจะกลายเป็นเสียงแตก

“สัตว์อสูรใกล้สูญพันธุ์?!!!”

พอดีกับที่พิราบอ้วนตัวหนึ่งบินผ่านหน้าต่างไป มันสะดุ้งจนตัวสั่น เกือบเสียการทรงตัวกลางอากาศ

ในขณะเดียวกัน เหตุการณ์แบบเดียวกันนี้ก็เกิดขึ้นทั่วทั้งมณฑลเจ้อไห่

มีทั้งคนที่รีบโทรศัพท์ ส่งข้อความ และบางคนถึงขั้นพุ่งตัวไปบอกข่าวกับคนรู้จักทันที

“เธอได้ยินไหม? ในการถ่ายทอดสดการแข่งขันผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับมัธยมปลายแห่งชาติมีเด็กคนหนึ่งเรียกสัตว์อสูรใกล้สูญพันธุ์ออกมา!”

“เห็นเขาว่ากันว่ามีเด็กจากโรงเรียนเซินซุ่ยทำสัญญากับสัตว์อสูรใกล้สูญพันธุ์!”

“รู้หรือยัง! สัตว์อสูรใกล้สูญพันธุ์ถูกเด็กตัวน้อยคนหนึ่งจับไปได้แล้ว!”

“รีบไปดูเร็ว! สัตว์อสูรใกล้สูญพันธุ์ปรากฏตัวแล้ว! แถมกำลังแข่งอยู่ด้วย!”

“เฮ้ย! อย่าพูดจบแล้วเดินหนีแบบนี้สิ! แพลตฟอร์มไหนยังไม่ได้บอกฉันเลย!”

ข่าวแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว จากหนึ่งเป็นสิบ จากสิบเป็นร้อย และยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

จำนวนผู้ชมที่หลั่งไหลเข้าสู่แพลตฟอร์มถ่ายทอดสดการแข่งขันผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับมัธยมปลายแห่งชาติเพิ่มขึ้นแบบพุ่งทะยานเหมือนจรวด

แล้ว...ไม่นานหลังจากนั้น

แพลตฟอร์มก็...ล่ม

ในสนามแข่งขันของโรงเรียนมัธยมปลายหุยเฉิง ผู้ชมที่อยู่ในสถานที่ต่างกำลังมองดูการแข่งขันด้วยสายตาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น โดยที่ไม่รู้เลยว่าข่าวสัตว์อสูรใกล้สูญพันธุ์กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างร้อนแรงในโลกออนไลน์

ขณะนี้เฉียวซางและสวี่อี้เสวียนกำลังแข่งกันในรอบที่สอง

ในสนามแข่ง

“อินอิน”

เสียงร้องดังขึ้นจากสัตว์อสูรที่มีร่างกายสีเขียวเข้ม ดวงตากลมโตสีแดงสดพร้อมกับรูม่านตาสีดำเล็กๆ บริเวณรอบดวงตาประดับด้วยกระดูกสีขาวเป็นวง สัตว์อสูรตัวนี้เรียกว่าวิญญาณนำฝัน

ทันทีที่มันร้อง เสียงของมันก็จางหายไปพร้อมกับร่างที่พลันล่องหน

วิญญาณนำฝันเป็นสัตว์อสูรประเภทผี มันมีทักษะซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เรียกว่านำฝัน หากจ้องตามันเกินสองวินาทีจะถูกดึงเข้าสู่ความฝันไป

เฉียวซางนึกถึงข้อมูลในกระทู้วิเคราะห์เกี่ยวกับผู้เข้าแข่งขันระดับแถวหน้าของชั้นปีสาม ซึ่งเคยเห็นในฟอรั่ม ไม่คิดเลยว่าข้อมูลเกี่ยวกับสวี่อี้เสวียนที่โรงเรียนมัธยมหลี่ตันได้เผยแพร่ไว้อย่างเจ้าเล่ห์ จะช่วยให้เธอประหยัดเวลาไปได้มาก

“ลู่”

ลู่เป่ามองไปรอบๆอย่างระแวดระวัง ทว่าด้วยใบหน้าที่เย็นชาและท่าทางสุขุมเกินไป ทำให้ดูเหมือนมันแค่หันมองไปมาเฉยๆ

“เพลิงต้องสาป!”

สวี่อี้เสวียนเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อน

แม้ว่าวิญญาณนำฝันจะยังไม่ปรากฏตัว แต่ทันใดนั้นกลุ่มเปลวไฟสีเขียวหม่นสิบกว่าลูกก็ปรากฏขึ้นรอบตัวลู่เป่า วนล้อมเป็นวงแหวนก่อนพุ่งเข้าใส่มันอย่างรวดเร็ว

จบบทที่ บทที่ 330: แพลตฟอร์มล่ม

คัดลอกลิงก์แล้ว