เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 306: ขอร้องเถอะ พวกเราเป็นคู่แข่งกันนะ!

บทที่ 306: ขอร้องเถอะ พวกเราเป็นคู่แข่งกันนะ!

บทที่ 306: ขอร้องเถอะ พวกเราเป็นคู่แข่งกันนะ!


การแข่งขันผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับมัธยมปลายแห่งชาติในหลายปีที่ผ่านมา มีครั้งไหนบ้างที่แกสนใจนอกจากตอนแข่งกับโรงเรียนฝึกสัตว์อสูรหลี่ตัน? ถ้านับเฉพาะสิบอันดับแรกในระดับมณฑลก็ไม่เคยเห็นแกมาดูเลย…

ซุ่นปั๋วอวี่ยิ้มแบบเก็บอารมณ์ ไม่ได้เผยอะไรออกมาให้เห็น เขาชี้นิ้วไปทางซ้ายข้างหน้าแล้วพูดขึ้นว่า "อยู่ตรงนั้นแหละครับท่าน"

หวังเว่ยโต้วมองตามนิ้วที่ชี้ไป ทันทีที่เห็นกลุ่มนักเรียนในชุดเหมือนกัน เขาก็จำเฉียวซางได้ทันที

สายตาของเขาเปล่งประกาย ยิ่งมองยิ่งรู้สึกพอใจ

ดูสิ!

ปีหนึ่ง!

สัตว์อสูรตั้งสามตัว!

แถมทั้งสามยังอยู่ในระดับกลางอีก!

นี่มันสมบัติเดินได้ชัดๆ! แถมยังเป็นของโรงเรียนพวกเราอีกต่างหาก!

ถ้าไม่ใช่เพราะข่าวนี้ออกจากปากหลิวเหยาโดยตรง เขาคงไม่มีทางเชื่อเป็นอันขาด เขาที่รู้จักกันมานานย่อมรู้ดีว่าหลิวเหยาไม่ใช่คนชอบพูดล้อเล่น ว่ากันตามตรงต่อให้คนพูดเป็นเมียเขา ยังน่าเชื่อถือไม่เท่าหลิวเหยาเลยด้วยซ้ำ

ตอนแรกเขาก็คิดว่าเฉียวซางมีแววอยู่บ้าง แต่ไม่คิดว่าจะขนาดนี้!

ถ้าพวกที่อยู่หลี่ตันรู้เรื่องนี้เข้า อยากรู้จริงๆว่าเจ้าพวกนั้นจะยังกล้าโม้เรื่องติงเหยียนจิ่งให้เขาฟังอยู่อีกมั้ย!

คิดได้แบบนี้ สายตาหวังเว่ยโต้วก็ยิ่งร้อนแรงขึ้น

“ทำไมรู้สึกเหมือนมีคนจ้องฉันอยู่เลยนะ?” เฉียวซางหันไปมองรอบตัวพร้อมกับพูดอย่างลังเล

“หรือจะเป็นพวกนั้น?” สวี่อี้เสวียนพูดพร้อมกับใช้นิ้วชี้ไปยังที่แห่งหนึ่ง

เฉียวซางมองตามไป เห็นว่าเป็นกลุ่มคนจากโรงเรียนฝึกอสูรฟู่ฉี

หนึ่งในนั้นซึ่งดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่ม เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่เมื่อเห็นเฉียวซางหันมามอง เขาก็ยิ้มโชว์ฟันขาวให้อย่างอารมณ์ดี

“หมอนั่นชื่อหลี่คุน” สวี่อี้เสวียนกระซิบบอก “อย่าหลงคิดว่าดูเหมือนเป็นคนดีเด็ดขาด จริงๆแล้วเจ้าเล่ห์สุดๆเลยแหละ”

"เจ้าเล่ห์ยังไงเหรอ?" เฉียวซางถามด้วยความสงสัย

"ปกติหมอนั่นจะทำตัวสนิทสนมกับคู่แข่งก่อนแข่ง เพื่อหาโอกาสเก็บข้อมูลน่ะสิ" สวี่อี้เสวียนตอบ

เฉียวซางยักไหล่แบบไม่ใส่ใจนัก "เก็บข้อมูลอะไรแบบนี้ มันก็เรื่องปกติไม่ใช่เหรอ?"

นี่มันการแข่งขันผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับมัธยมปลายแห่งชาติ ไม่ใช่เล่นขายของ ใครหัวเราะทีหลังได้ก็มีสิทธิ์สอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ การทำตัวสนิทสนมเพื่อหาข้อมูลแบบนี้ เฉียวซางมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาสุดๆ

"ถ้ามันแค่เก็บข้อมูลก็ยังพอว่า" สวี่อี้เสวียนลดเสียงลงพลางพูดต่อ

"แต่หมอนั่นจะทำตัวเหมือนคนอ่อนแอก่อนแข่ง พอถึงตอนแข่งจริงๆคู่แข่งก็จะเกรงใจ ไม่กล้าจัดเต็ม แล้วหมอนั่นก็จะให้อสูรของมันปล่อยท่าไม้ตายแบบจัดหนัก ทีนี้ก็จบเห่กันไป คนที่เคยพลาดท่าเพราะวิธีนี้มีไม่ต่ำกว่า 80% เลยนะ!" พูดถึงตรงนี้สวี่อี้เสวียนดูจะเคืองขุ่นไม่น้อย

เฉียวซางถึงบางอ้อ

ก็เหมือนกับหมอนี่ทำตัวเป็น "หลินเม่ยเม่ย" ที่บอบบางน่าสงสารก่อนแข่ง แต่พอลงสนามจริงกลับกลายเป็น "เฉิงเหยาจิน" สายบู๊ไปซะอย่างนั้น

เฉียวซางหันไปมองสวี่อี้เสวียน ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ "เธอคงเป็นหนึ่งใน 80% นั่นสินะ?"

สวี่อี้เสวียนหัวเราะแห้งๆ "ก็แค่พลาดเผลอออมมือในช่วงแรกไปก็เท่านั้นเอง แต่สุดท้ายฉันก็ชนะได้อยู่ดีนั่นแหละ…"

ยังพูดไม่ทันจบ สวี่อี้เสวียนก็รีบดึงเสื้อเฉียวซางพลางส่งสายตาเป็นสัญญาณ "หมอนั่นมาแล้ว น่าจะมาหาข้อมูลของเธอแน่ๆ"

ในขณะเดียวกัน หลี่คุนก็เดินตรงเข้ามา

"เธอคือเฉียวซางที่ทุกคนพูดถึงใช่ไหม?" หลี่คุนยิ้มอย่างเป็นมิตร พร้อมแนะนำตัวเอง "ฉัันชื่อหลี่คุน มาจากโรงเรียนฝึกอสูรฟู่ฉีนะ"

"สวัสดี" เฉียวซางยิ้มตอบ

"เธออยู่ปีหนึ่งจริงๆงั้นเหรอ?" หลี่คุนถาม

"อืม" เฉียวซางตอบ "ดูไม่เหมือนเหรอ?"

ทั้งสองเริ่มพูดคุยกันไปมา บรรยากาศเหมือนเพื่อนเก่าที่เพิ่งเจอกันใหม่ไม่มีผิดเพี้ยน

ถ้าไม่ใช่เพราะชุดนักเรียนคนละแบบ ใครเห็นคงคิดว่าทั้งสองคนอยู่ทีมเดียวกันแน่

สวี่อี้เสวียนมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความงุนงง ไม่ใช่ว่าฉันเตือนไปแล้วเหรอว่าหมอนี่มาหาข้อมูล? แล้วทำไมยังคุยถูกคอกับเขาอีก!

เมื่อเห็นว่าการพูดคุยใกล้จบ หลี่คุนทำท่าทางเหมือนไม่ได้ตั้งใจถามขึ้นมา "รอบแข่งวันนี้ เธอคิดว่าจะส่งสัตว์อสูรตัวไหนออกมาก่อนเหรอ?"

เฉียวซางทำท่าครุ่นคิดก่อนตอบ "ก็คงเป็นอสูรล่าสมบัติละมั้ง"

"เฉียวซาง!" สวี่อี้เสวียนร้องขึ้นอย่างตกใจ "ทำไมเธอถึงบอกเขาล่ะ!"

"บอกไปแล้วจะเป็นอะไรไปล่ะ" เฉียวซางพูดอย่างมั่นใจ "ยังไงฉันก็ไม่มีวันแพ้"

สวี่อี้เสวียนอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะคิดได้ว่า…ก็จริง

หลี่คุน: "..."

รอบคัดเลือกในทุกระดับชั้นดำเนินไปพร้อมกัน

ในรอบแรกของการคัดเลือกแบบเดี่ยว นักเรียนแต่ละคนต้องแข่งกับตัวแทนทีมโรงเรียนฝ่ายตรงข้ามทั้งหมดสามคน หมุนเวียนกันไปเรื่อยๆ

หลังจากแข่งกับคู่ต่อสู้แต่ละคนแล้ว จะมีผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาคอยฟื้นฟูสัตว์อสูรให้ ทำให้ไม่มีผลกระทบต่อการแข่งครั้งต่อไป

การแข่งขันดำเนินไปอย่างเข้มข้น

สำหรับนักเรียนปีหนึ่ง สัตว์อสูรที่ใช้แข่งส่วนใหญ่มีเพียงตัวเดียว และส่วนมากยังอยู่ในระดับเริ่มต้น ทักษะที่ใช้ได้ก็ค่อนข้างจำกัด หลังจากพวกเขาแข่งจบ การแข่งของปีสามยังดำเนินไปได้แค่ครึ่งเดียว

"การแข่งขันระหว่างเฉีียวซางจากกลุ่ม A2 โรงเรียนเซินซุ่ย กับจ้าวเวยเวยจากกลุ่ม A2 โรงเรียนฝึกอสูรฟู่ฉี กำลังจะเริ่มขึ้นแล้วค่ะ" เสียงใสของผู้ประกาศดังขึ้นในโซน C

ที่ม้านั่งรอแข่ง หญิงสาวที่สวมที่คาดผมเอ่ยถามขึ้น "อีกฝ่ายจะส่งอสูรล่าสมบัติลงจริงๆเหรอ?"

"วางใจเถอะ ก็ยัยนั่นพูดเองแบบนั้นนี่" หลี่คุนหัวเราะเบาๆ "คนโรงเรียนใหญ่ๆมักจะเป็นแบบนี้แหละ ฉันเจอมาบ่อยแล้ว ไม่พูดเลยก็ไม่พูด แต่ถ้าพูดก็พูดหมด แบบนี้แหละพวกมั่นใจในตัวเองเกินไป ไม่คิดว่าเราจะสู้พวกเขาได้"

หลี่คุนไม่ได้หวังว่าจะชนะทุกเกมจากข้อมูลที่ได้มา

แต่รอบคัดเลือกนี้ใช้ระบบเก็บคะแนน

ถ้ารู้ข้อมูลล่วงหน้า ทีมของเขามีสมาชิกสามคน อย่างน้อยต้องมีสักคนที่สามารถส่งสัตว์อสูรที่ชนะทางคู่ต่อสู้ได้ เพื่อเก็บชัยชนะในเกมนั้นๆ

ถ้าสามารถเก็บคะแนนได้สามแต้มจากโรงเรียนเซินซุ่ย วันนี้ก็ถือว่าไม่แพ้แล้ว!

ในขณะที่หลี่คุนมั่นใจในรอบนี้ กลุ่มดาวสีเทาและกลุ่มดาวสีเขียวก็สว่างขึ้นพร้อมกันบนสนามแข่ง

"โซ่วโซ่ว!"

"หยา!"

ทันใดนั้นสัตว์อสูรตัวหนึ่งสีดำสนิท และอีกตัวสีแดงขาวสลับกัน ก็ปรากฏตัวขึ้นในสนาม

หลี่คุน: "!!!"

เขายืนแข็งทื่ออยู่กับที่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง

ไหนบอกว่าจะส่งอสูรล่าสมบัติไง! แล้วนี่ส่งสุนัขเพลิงเร้นลับมาได้ยังไง!

"ไม่ใช่เธอบอกหลี่คุนว่าจะส่งอสูรล่าสมบัติออกมาเหรอ?!" จ้าวเวยเวยตะโกนขึ้นด้วยความตกใจ ข้อมูลที่หลี่คุนให้มากลับผิดพลาดอย่างสิ้นเชิง!

"ขอร้องเถอะ! พวกเราเป็นคู่แข่งกันนะ ฉันพูดอะไรไปสุ่มๆแล้วพวกนายยังเชื่ออีกเหรอ" เฉียวซางกระแอมเบาๆพร้อมพูดด้วยท่าทีใสซื่อคล้ายกับว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นถือเป็นเรื่องปกติ

จริงๆเธอไม่คิดด้วยซ้ำว่าฝ่ายตรงข้ามจะเชื่อง่ายขนาดนี้ แถมยังส่งสัตว์อสูรประเภทมืดที่ชนะทางสัตว์อสูรประเภทอย่างอีกามารสองหัวออกมาด้วย

ใครจะว่างมานั่งบอกข้อมูลที่ถูกต้องให้คู่แข่งกันล่ะ? พวกเขาไม่ได้จ่ายเงินให้เธอสักหน่อย และเธอเองก็ไม่ใช่คนโง่

จ้าวเวยเวยถึงกับอึ้งไป

ใช่สิ! หลี่คุนไปเชื่อได้ยังไงกัน! ถึงก่อนหน้านี้จะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนก็เถอะ...

บนที่นั่งผู้ชม

"ท่านผู้อำนวยการหวัง ไม่ทราบว่าสุนัขเพลิงเร้นลับเป็นสัตว์อสูรของนักเรียนในโรงเรียนของคุณใช่ไหมครับ? แล้วคุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับการแข่งขันต่อไปนี้?" นักข่าวชายถามด้วยความตื่นเต้น

เขาคิดว่าการแข่งขันนี้คงไม่มีอะไรพิเศษ แต่กลับพบผู้อำนวยการโรงเรียนเซินซุ่ยในรอบคัดเลือก แถมยังได้เจอสัตว์อสูรหายากอย่างสุนัขเพลิงเร้นลับอีกด้วย นี่มันข่าวใหญ่ชัดๆ!

"ไม่ต้องถามแล้ว พวกคุณดูการแข่งขันเถอะ ไม่งั้นเดี๋ยวมันจบไปซะก่อน แล้วพวกคุณจะไม่เห็นอะไรเลย" หวังเว่ยโต้วพูดพลางจ้องไปที่กลางสนาม

ไม่เห็นอะไรเลย?

นักข่าวชายอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองสนามโดยสัญชาตญาณ ตอนนี้การแข่งยังไม่ได้เริ่มด้วยซ้ำ

แต่ทันใดนั้นเอง สัตว์อสูรประเภทจักรกลที่สวมป้ายห้อยคอที่เขียนคำว่ากรรมการซึ่งลอยอยู่กลางอากาศได้เป่านกหวีดเพื่อประกาศเริ่มการแข่งขัน

ในวินาทีเดียวกัน สุนัขเพลิงเร้นลับก็หายตัวจากจุดที่ยืน และปรากฏขึ้นด้านหลังอีกามารสองหัวทันที

"ย่าห์!"

เสียงร้องของสุนัขเพลิงเร้นลับดังขึ้น

เปลวเพลิงสีแดงร้อนแรงลุกวาบขึ้นมา และกลืนร่างของอีกาสองหัวไปในพริบตา

"โซ่วโซ่ว!!!"

เสียงร้องโหยหวนของอีกาสองหัวดังขึ้น ก่อนจะร่วงลงสู่พื้นสนาม

เมื่อเปลวไฟดับลง อีกามารสองหัวก็หมดสติไปเรียบร้อย

จบการแข่งขัน โดยใช้เวลาไปเพียงสามวินาที

ทั้งโซน C เงียบกริบราวกับไร้ผู้คน

………

หลินเม่ยเม่ย (林妹妹) เป็นคำที่ใช้เรียก หลินไต้อวี้ (林黛玉) ตัวละครจากนิยายเรื่องความฝันในหอแดง ด้วยนิสัยของตัวละครคนเลยเอามาใช้เพื่อพูดถึงคนที่อ่อนแอและบอบบาง

เฉิงเหยาจิน (程咬金) แม่ทัพในราชวงศ์ถัง แข็งแกร่งดุดัน

จบบทที่ บทที่ 306: ขอร้องเถอะ พวกเราเป็นคู่แข่งกันนะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว