- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 280: ไปเข้าร่วมทีมโรงเรียนของปีสามซะ
บทที่ 280: ไปเข้าร่วมทีมโรงเรียนของปีสามซะ
บทที่ 280: ไปเข้าร่วมทีมโรงเรียนของปีสามซะ
เวลา 6:50 น. เฉียวซางลืมตาตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่เธอทำคือเข้าสู่จิตสำนึกและเปิดอ่านตำราอสูร
[เรียกฝน (ขั้นต้น 83/100) +]
เมื่อเห็นว่าค่าความชำนาญของทักษะเรียกฝนเพิ่มขึ้นอีกหลายสิบจุดตลอดทั้งคืน เฉียวซางกลับมาสู่โลกแห่งความจริง มองเพดานอยู่นานสิบกว่าวินาทีก่อนจะถอนหายใจออกมา
“ดูเหมือนว่าเมื่อคืนลู่เป่าคงแทบไม่ได้หลับเลย ถ้าฝึกแบบนี้ไปเรื่อยๆไม่รู้ว่าร่างกายมันจะทรุดโทรมหรือเปล่า...”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เฉียวซางนั่งอยู่บนหลังหยาเป่า เคี้ยวขนมปังระหว่างเดินทางไปโรงเรียน
ตอนนี้ความฮือฮาเกี่ยวกับหยาเป่าเริ่มซาลงแล้ว คนที่อยากถ่ายรูปก็ถ่ายกันไปหมดแล้ว ถึงแม้เจ้าอสูรล่าสมบัติจะไม่ได้มีลายกากบาทบนหน้า ก็ไม่ได้ทำให้ใครหันมามองมากนัก
ริมถนนที่ห่างจากโรงเรียนมัธยมเซินซุ่ยเพียงแค่ถนนเส้นเดียว กลิ่นหอมจากร้านขายแป้งเครปทอดก็ลอยมา มีเพียงคนเดียวที่ยืนรออยู่
ส่วนร้านแป้งเครปอีกเจ้าที่อยู่ข้างกัน ถึงจะมีกลิ่นไหม้จางๆแต่กลับมีคนต่อแถวยาวเหยียด
สาเหตุน่ะเหรอ? ก็แค่เพราะเครปของร้านนั้นทำโดยเจ้าพิราบอวบตัวหนึ่ง
แม้ว่าพิราบอวบจะเป็นสัตว์อสูรที่พบได้ทั่วไป แถมรสชาติของเครปก็ไม่ได้อร่อยอะไร แต่คนก็ยังอยากอุดหนุนมันอยู่ดี
นี่แหละคือเหตุผลที่ทำให้ผู้ฝึกสัตว์อสูรหลายคนอยากให้สัตว์อสูรของตัวเองเรียนรู้ความสามารถแปลกๆในชีวิตประจำวันสักอย่างสองอย่าง เพราะต่อให้ชีวิตจะล้มเหลว แต่ก็ยังพอมองหาหนทางทำมาหากินได้
ที่เป็นแบบนี้ก็ไม่แปลก เพราะในโลกแบบนี้ สิ่งที่เกี่ยวข้องกับสัตว์อสูรล้วนดึงดูดความสนใจของผู้คนเสมอ
ห้องปีหนึ่ง ห้องหนึ่ง
ทันทีที่เฉียวซางก้าวเข้าห้องเรียน เธอก็พบว่าปกติเวลานี้ที่เพื่อนร่วมชั้นมักจะนั่งสมาธิกัน แต่วันนี้ทุกคนกลับหันมามองเธอด้วยสายตาอันร้อนแรง
แค่ได้ที่หนึ่งแข่งฟาดกระเบื้องด้วยมือเปล่าในงานกีฬา ทำไมต้องมองฉันเหมือนสัตว์อสูรหายากด้วย… เฉียวซางรู้สึกแปลก ๆ แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมา
“ซุน~”
เจ้าอสูรล่าสมบัติปรากฏตัวออกมา โบกมือทักทายทุกคนอย่างกระตือรือร้น
ดูเหมือนมันจะคิดว่าเพราะมันได้ที่หนึ่งจากการแข่งฟาดกระเบื้อง คนเลยจ้องมองมาที่พวกมัน
หลังจากเฉียวซางนั่งลงที่โต๊ะเรียน จินเฟยฟานก็อดไม่ได้ที่จะถามเสียงเบาๆ “มีคนบอกว่าเธอมีสัตว์อสูรตัวที่สามแล้ว จริงเหรอ?”
เฉียวซางชะงักไปครู่หนึ่ง “ใครบอกน่ะ?”
“ฉันก็ว่าอยู่ นี่มันน่าจะเป็นข่าวลือเกินจริงสินะ” จินเฟยฟานถอนหายใจโล่งอกเมื่อเห็นว่าเฉียวซางไม่ได้ตอบรับเรื่องนี้ “จางซู่โจวเป็นคนพูดเปิดประเด็นขึ้นมาตอนเช้าน่ะ เขาบอกว่าฟังมาจากพวกปีสองอีกที”
เฉียวซางรู้ได้ในทันทีว่าแหล่งข่าวมาจากไหน ซือเกาฟง
คนที่รู้เรื่องสัตว์อสูรตัวที่สามของเธอในปีีสองมีแค่เขาคนเดียวเท่านั้น จะว่าไปข่าวกระจายเร็วเหมือนกันนะ… เฉียวซางคิดในใจ ก่อนจะพูดขึ้น
“ฉันรู้แล้วว่าใครปล่อยข่าว”
“ใคร?” จินเฟยฟานถามด้วยความอยากรู้
“ซือเกาฟง รุ่นพี่ปีสองที่อยู่ในทีมโรงเรียนน่ะ” เฉียวซางตอบ “เมื่อวานตอนไปศูนย์รับรองผู้ฝึกสัตว์อสูรเพื่ออัปเดตข้อมูลสัตว์อสูรตัวที่สาม เขาก็อยู่ด้วยกันพอดี”
เมื่อได้ยินแค่ครึ่งหลังของประโยค จินเฟยฟานก็ถึงกับสะอึก
อยู่ด้วยกันพอดี...
ข้อมูลที่เฉียวซางพูดมานั้นมันเยอะเกินไป!
เปลี่ยนข้อมูลของสัตว์อสูรตัวที่สาม… เดี๋ยว! อัปเดตข้อมูลเหรอ?!
จินเฟยฟานมองเฉียวซางด้วยสีหน้าตกตะลึงอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะพูดว่า “อัปเดตข้อมูลหมายความว่าอะไร?”
“ก็ตรงๆตัวเลย อัปเดตข้อมูลนั่นแหละ” เฉียวซางตอบแบบเรียบ ๆ
จินเฟยฟาน: “!!!”
การอัปเดตข้อมูลสัตว์อสูร ส่วนใหญ่มักจะเกี่ยวกับการวิวัฒนาการเท่านั้น! หมายความว่า เฉียวซางไม่เพียงแค่มีสัตว์อสูรตัวที่สาม แต่มันยังวิวัฒนาการแล้วด้วย?!
คำพูดนี้ทำให้เกิดเสียงฮือฮาทันทีในหมู่เพื่อนร่วมห้อง
แม้ว่าเฉียวซางจะพูดเสียงเบา แต่ห้องเรียนนั้นเงียบมาก แถมเพื่อนๆทุกคนยังจ้องมองมาทางเธออยู่
คนที่นั่งห่างออกไปอาจไม่ได้ยินชัดเจน แต่โต๊ะข้างๆได้ยินทุกคำเต็มสองหู
เฉียวซางอัปเดตข้อมูลสัตว์อสูรตัวที่สาม! สรุปข่าวลือนั่นมันเรื่องจริงเหรอเนี่ย?!
ข่าวนี้มันยิ่งกว่าเรื่องที่จางซู่โจวเล่าเสียอีก!
ถึงไม่อยากเชื่อ แต่คนที่พูดคือเฉียวซางเอง ดังนั้นไม่มีทางผิดแน่
ความน่าเชื่อถือของเฉียวซางในหมู่นักเรียนปีเดียวกันนับว่าสูงลิบฟ้าเพราะความสำเร็จที่เธอทำได้
เหล่าอัจฉริยะที่มักถูกใช้เป็นแบบอย่างในห้องเรียนต่างรู้สึกถึงช่องว่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
มนุษย์ทุกคนล้วนเกิดมาเหมือนกัน แต่ทำไมระหว่างคนกับคนถึงได้มีความแตกต่างมากมายขนาดนี้!
บางอย่างอาจชดเชยได้ด้วยความพยายาม แต่บางอย่างก็เป็นเรื่องของพรสวรรค์ล้วนๆ!
เฉียวซางมองจินเฟยฟาน ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนถูกฟ้าผ่า
“ซุน…”
เจ้าอสูรล่าสมบัติที่ถูกละเลยตลอดมาค่อยๆหายตัวไปอย่างเงียบๆ
ที่แท้ไม่ได้สนใจมันหรอกเหรอ… น่าอายจังเลย
เฉียวซางไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอหันหน้า หลับตา และเริ่มทำสมาธิ
เมื่อสัตว์อสูรอย่างหยาเป่าตั้งใจฝึกฝนขนาดนั้น เจ้าของเองก็ไม่ควรปล่อยให้ตัวเองตามหลัง
เมื่อเห็นเฉียวซางหลับตา เพื่อนร่วมชั้นก็พากันหันกลับไปทำสมาธิต่อ
สามนาทีต่อมา มีอุ้งเท้าหนึ่งจิ้มแก้มของเฉียวซาง
เฉียวซางคิดว่าเป็นเจ้าอสูรล่าสมบัติ เธอจึงไม่ได้สนใจ
แต่เจ้าอุ้งเท้าไม่หยุดแค่นั้น จิ้มอีกสองครั้ง
“อย่ากวนสิ” เฉียวซางพูดเบา ๆ โดยยังหลับตาอยู่
แต่พอพูดจบ อุ้งเท้านั่นกลับจิ้มรัวอีกสามครั้ง แถมแรงขึ้นอีกเท่าตัว
อะไรเนี่ย ชักติดใจการจิ้มแล้วเหรอ…
“แกทำอะไรของ…” เฉียวซางลืมตาขึ้นมา กำลังจะถามเจ้าอสูรล่าสมบัติ แต่เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า คำพูดก็จุกคอหอย
“อาจารย์เซี่ยน! อาจารย์มา… เฮ้ย!”
ยังไม่ทันพูดจบ ค้างคาวล่องมิติที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอก็โบกอุ้งมือขวาเบาๆ คำว่า “เฮ้ย” ที่ออกจากปากเธอหายวับไปในมิติทันที
เพื่อนร่วมชั้นที่ได้ยินเสียงก็ลืมตาขึ้นมา สิ่งที่เห็นคือภาพเฉียวซางหายตัวไป
เกิดเสียงฮือฮาขึ้นอีกครั้ง
“เมื่อกี้นั่นใช่อาจารย์เซี่ยนหรือเปล่า?” หวังจี้หางถามขึ้น
“สัตว์อสูรตัวนั้นที่อยู่ข้างรองผู้อำนวยการใช่ไหม?” เพื่อนชายข้างๆถามกลับ
แม้ว่าบางคนจะไม่เคยเห็นค้างคาวล่องมิติมาก่อน แต่ชื่อเสียงของมันก็เป็นที่รู้จักดี
“ใช่ ตัวนั้นแหละ” หวังจี้หางตอบ
นักเรียนหญิงคนหนึ่งพูดขึ้นว่า “ข่าวลือในโรงเรียนดูเหมือนจะจริงแฮะ รองผู้อำนวยการคงเป็นญาติของเฉียวซางจริงๆนั่นแหละ”
......
ในขณะเดียวกัน สองคนที่ถูกลือว่ามีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกำลังจ้องหน้ากันอยู่
“ท่านรองผู้อำนวยการค่ะ ต่อไปถ้าจะให้อาจารย์เซี่ยนไปพาตัวฉันมาช่วยบอกล่วงหน้ากันหน่อยได้ไหมค่ะ!”
“พรายน้ำครามของเธอวิวัฒนาการแล้วเหรอ?!”
ทั้งสองพูดขึ้นพร้อมกัน
หลิวเหยาหันไปมองค้างคาวล่องมิติ “เซี่ยน แกไม่ได้บอกเธอก่อนเหรอ?”
“เซี่ยน~”
ค้างคาวล่องมิติทำหน้าเหมือนลังเล ยื่นอุ้งเท้าสั้นที่จิ้มแก้มเฉียวซางขึ้นมา พร้อมส่งเสียงเรียกหนึ่งครั้ง
มันบอกแล้วนะ!
เฉียวซาง: “???”
เฉียวซางเกือบหัวใจวาย แกเรียกแบบนั้นน่ะเหรอว่า บอกล่วงหน้า?!
“ช่างเรื่องนั้นไปเถอะ มาพูดเรื่องของเธอก่อนดีกว่า” หลิวเหยาทำหน้าจริงจัง “เช้านี้ฉันได้ยินข่าวว่าเมื่อวานเธอไปศูนย์รับรองผู้ฝึกสัตว์อสูรเพื่อแก้ไขข้อมูลสัตว์อสูร ฉันรู้ว่าสัตว์อสูรตัวที่สามของเธอคือพรายน้ำคราม ซึ่งเธอน่าจะทำสัญญากับมันมานานแล้ว แต่ทำไมเพิ่งไปแก้ไขข้อมูลเมื่อวาน”
“ฉันเลยไปสืบดูพบว่าคนที่ปล่อยข่าวคือซือเกาฟงจากปีสอง ฉันเลยถามเขา เห็นเขาเล่าว่าเธอไปอัปเดตข้อมูลของสัตว์อสูรสีฟ้าจางๆตัวหนึ่ง”
หลิวเหยาสูดลมหายใจลึกก่อนจะพูดต่อ “พรายน้ำครามของเธอวิวัฒนาการแล้วจริงๆเหรอ?”
ข่าวนี่กระจายเร็วชะมัด… เฉียวซางพยักหน้า “ใช่ค่ะ”
หลิวเหยานิ่งไปสิบกว่าวินาทีก่อนพูดว่า
“เธอไปเข้าร่วมทีมโรงเรียนของปีสามซะ”