เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 274: ฉันอยากซื้อให้แกเอง

บทที่ 274: ฉันอยากซื้อให้แกเอง

บทที่ 274: ฉันอยากซื้อให้แกเอง


อสูรล่าสมบัติมีแววตาแน่วแน่ พลันพลังงานหนาแน่นสีขาวก็รวมตัวอยู่บนอุ้งมือขวาที่มันยกขึ้น

ปัง!

เมื่ออุ้งเท้าขวาตกลงมา แผ่นกระเบื้องที่วางซ้อมเอาไว้กว่าสิบชั้นแตกออกเป็นสองส่วนทันที

"ซุน!!"

เมื่อมองกระเบื้องที่แตกกระจายบนพื้น อสูรล่าสมบัติเลียนแบบแชมป์ศิลปะการต่อสู้ในคลิปวิดีโอที่เคยดู มันยกมือสองข้างขึ้นสูง ส่งเสียงคำรามราวกับผู้ชนะ

รอบข้างเงียบงันไปชั่วขณะ ก่อนจะระเบิดเสียงเชียร์กึกก้องราวกับแชมป์ได้รับการประกาศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

"เชี่ย! มันใช้ฟาดกระเบื้องได้จริงๆด้วย!"

"ใครถ่ายวิดีโอไว้บ้าง!? ส่งให้หน่อยเดี๋ยวนี้เลย!"

"อ้ายบ่อยากเชื่อสายตาว่าภาพตรงหน้าซิเป็นความจริง.....สัตว์อสูรประเภทผีใช้ทักษะประเภทต่อสู้ได้ยังไงเนี่ย? ฉันนึกว่าข่าวนั่นจะลือกันแค่มั่วๆซะอีก"

"ถึงเจ้าตัวนี้จะดูตัวเล็กแคระแกร็นไปหน่อยก็เถอะ แต่พลังของมันโหดเหี้ยมกว่าอสูรล่าสมบัติทั่วไปมากเลยทีเดียว"

"ไหนข่าวลือบอกว่าเจ้าอสูรล่าสมบัติของเฉียวซางตอนที่ยังเป็นผีล่าสมบัติก็ฝึกทักษะฟาดกระเบื้องจนถึงขั้นไร้ที่ติแล้วไง แถมยังลือกันอีกว่าสามารถไล่ทุบพวกรุ่นพี่ได้อย่างราบคาบ แต่ดูจากแรงฟาดกระเบื้องเมื่อกี้ ฝีมือเหมือนจะยังไม่ชำนาญเท่าไหร่เลย"

"นายนี่มันไม่รู้อะไรเอาซะบ้างเลย! ไม่มีใครเขาโชว์พลังทั้งหมดตั้งแต่แรกหรอก เฉียวซางต้องสอนให้เจ้าอสูรล่าสมบัติควบคุมพลังไว้แน่ๆ"

"เออที่พูดมาก็ฟังดูมีเหตุผลแฮะ!"

หลิวฉีเจี่ยยืนตะลึงจนไม่เชื่อสายตาตัวเอง

ในฐานะผู้ฝึกสัตว์อสูรที่ทำสัญญากับสัตว์อสูรประเภทต่อสู้ เขาไม่เคยเชื่อว่าเจ้าอสูรล่าสมบัติของเฉียวซางจะใช้ทักษะฟาดกระเบื้องได้

ทักษะนี้ต้องอาศัยเทคนิคการใช้พลังที่ลื่นไหล พละกำลังในร่างกายต้องประสานกัน ไม่ว่าจะเป็นแรงบีบ แรงข้อมือ หรือพลังจากแขนขาที่สนับสนุนแรงระเบิด ทั้งหมดต้องฝึกจนถึงระดับหนึ่งถึงจะเรียนรู้ได้

สัตว์อสูรประเภทผีไม่มีแม้กระทั่งกล้ามเนื้อ การสร้างร่างกายให้เป็นรูปธรรมยังต้องพึ่งพลังงาน คุณสมบัติทางร่างกายของพวกมันแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะเรียนรู้ทักษะประเภทต่อสู้

แต่ความเชื่อนั้นพังทลายลงในเสี้ยววินาทีที่เจ้าอสูรล่าสมบัติโชว์ทักษะฟาดกระเบื้อง

หลิวฉีเจี่ยที่ยังตะลึงจ้องมองอสูรล่าสมบัติที่ยกอุ้งเท้าสั้นๆขึ้นฉลองชัยชนะ โดยไม่ทันสังเกตว่าเจ้าลิงกล้าหาญของตัวเองแอบมองมาทางเขาหลายครั้งแล้ว

"หยงงงงงงง!!"

เจ้าลิงส่งเสียงร้องเรียกความสนใจจากผู้ฝึกของมันที่เอาแต่จ้องเจ้าตัวเล็กแบบไม่วางตา

เมื่อเสียงนกหวีดของกรรมการดังขึ้นอีกครั้ง การคัดเลือกในรอบแรกจบลง สัตว์อสูรที่ตกรอบคือเจ้าหนูโพรงทรายของหลี่เจียงจากห้องสอง และปลาคาร์ปวงแหวนของจ้าวฟางรุ่ยจากห้องแปด เหลือผู้เข้าแข่งขันเพียง 11 ตัว และมีเพียงเจ้าอสูรล่าสมบัติของเธอที่ไม่ใช่ประเภทต่อสู้

"อสูรล่าสมบัติ! สู้เขา!"

"ฉันรักแก! อสูรล่าสมบัติ!"

"ห้องหนึ่งสู้ๆ! เฉียวซางสู้ๆ! อสูรล่าสมบัติสู้ๆ!"

"สมบัติน้อยสู้ๆ! ซุนเป่าสู้ตาย!"

"อ๊ากกกก!!"

เมื่อได้ยินเสียงเชียร์ล้นหลามที่มีแต่ชื่อเจ้าอสูรล่าสมบัติ เจ้าลิงกล้าหาญพ่นลมหายใจฟึดฟัด มันมองกองกระเบื้องตรงหน้าด้วยสายตาโกรธแค้นเหมือนเจอศัตรูคู่อาฆาต ก่อนจะฟาดอุ้งมือลงไป

ปัง!

แผ่นกระเบื้องแตกกระจายตามคาด

"หยงงงงงง!!"

เจ้าลิงชูแขนขึ้นตะโกนอย่างฮึกเหิม ทว่าเมื่อมันรอฟังเสียงเชียร์ กลับได้ยินแต่เสียงคนชมเจ้าอสูรล่าสมบัติ

"เจ้าอสูรล่าสมบัติโคตรเจ๋งเลย!"

"ดูสิ มันทำลายไปตั้ง 15 แผ่นแต่ยังดูชิวๆอยู่เลย!"

"สุดยอด อสูรล่าสมบัติทรงพลังที่สุด!"

"หยงงงงงง!!"

เมื่อไม่มีใครสนใจ เจ้าลิงหันไปคำรามใส่เจ้าอสูรล่าสมบัติตัวต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด

"ซุน?"

เจ้าอสูรล่าสมบัติเพียงกระพริบตาปริบๆด้วยสีหน้าซื่อๆ

"หยงงงงงงง!!"

เจ้าลิงแสดงความไม่พอใจ ชี้ชัดว่ามันต้องการที่หนึ่ง

"ซุน"

เจ้าอสูรล่าสมบัติลูบไหล่เจ้าลิงเบาๆอย่างปลอบโยน ก่อนตอบด้วยสีหน้าใจเย็นว่า ไม่ต้องห่วง รอบหน้าที่หนึ่งจะยกให้ แต่รอบนี้ฉันขอนะ

"หยงงงงงง!!"

เจ้าลิงที่ได้ยินถึงกับแทบคลั่ง

ในการแข่งขันรอบต่อมาการฟาดกระเบื้องกลายเป็นการแสดงของเจ้าอสูรล่าสมบัติและเจ้าลิงแทบจะสองตัวเท่านั้น

จนมาถึงรอบที่แปดที่ต้องฟาดกระเบื้อง 35 แผ่น

"หยงงงงง!!"

เจ้าลิงที่กำลังฮึกเหิมสูงสุด ฟาดกระเบื้องอย่างบ้าคลั่ง

"ซุน…"

เจ้าอสูรล่าสมบัติกลับลังเล มันมองกองกระเบื้องที่สูงจนเกือบถึงหัวตัวเองด้วยความไม่มั่นใจ

มันไม่เคยฟาดกระเบื้องมากขนาดนี้มาก่อน

"ซุน…"

สุดท้ายเจ้าอสูรล่าสมบัติหันไปมองผู้ฝึกสัตว์อสูรของมันอย่างขอความมั่นใจ...

เฉียวซางสังเกตว่าเจ้าอสูรล่าสมบัติกำลังมองมา เธอรีบตะโกนออกไปด้วยเสียงดังว่า

“สู้เขา! เหลืออีกแค่ก้าวเดียวแกก็จะได้ถุงมือทองคำแล้ว!”

เธอหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะแก้ไขด้วยเสียงที่ยิ่งดังขึ้นไปอีก “ไม่สิ! ถุงมือทองคำเหลืออีกแค่ก้าวเดียวเท่านั้นแกก็จะได้มันแล้ว!”

“ซุน!”

อสูรล่าสมบัติพลันมีแววตามุ่งมั่นอีกครั้ง พร้อมพลังใจที่พลุ่งพล่านขึ้นมาใหม่

หลิวฉีเจี่ย: “….”

เขารู้สึกเหมือนใจถูกบีบจนแน่น เมื่อได้ยินคำพูดปลุกใจของเฉียวซางและเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของเจ้าอสูรล่าสมบัติ เขาก็เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดทันที

ไอ้ถุงมือทองคำนี่มันเอาไว้กระตุ้นเจ้าอสูรล่าสมบัตินี่เอง!

ถ้าเจ้าอสูรล่าสมบัติชนะเพราะถุงมือนี่ เขาคงไม่พ้นกลายเป็นคนซวยที่สุดในวันนี้

“เจ้าหยงอย่างแพ้มันนะ! สู้ให้สุดใจขาดดิ้นไปเลย!” หลิวฉีเจี่ยตะโกนสุดเสียง

“หยงงงงง!!”

ลิงกล้าหาญที่กำลังฮึกเหิมยิ่งได้ยินเสียงผู้ฝึกของมันก็ถึงกับอึ้ง มันน้ำตาคลอเบ้าอย่างซาบซึ้ง

ในที่สุดมันก็ถูกสนใจแล้ว!

ปรี๊ดดดด!

เสียงนกหวีดดังขึ้นอีกครั้ง

“ซุน!”

“หยงงงงงง!!”

เจ้าอสูรล่าสมบัติและเจ้าลิงกล้าหาญปลดปล่อยพลังในร่างทั้งหมดลงสู่อุ้งมือของตัวเอง

ครั้งนี้เจ้าอสูรล่าสมบัติเลือกใช้มือข้างซ้าย

ปัง!

แผ่นกระเบื้องแตกกระจายเต็มพื้นไปหมด

กรรมการเดินเข้ามาตรวจสอบกองกระเบื้องที่เหลือ ก่อนจะบันทึกและประกาศด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“อสูรล่าสมบัติ 35 แผ่น เจ้าลิงกล้าหาญ 34 แผ่น”

“ซุน?”

เจ้าอสูรล่าสมบัติกระพริบตาปริบ ๆมันยังไม่เข้าใจว่าใครชนะ

เฉียวซางพุ่งมาอุ้มเจ้าอสูรล่าสมบัติเข้าสู่อ้อมกอดด้วยความตื่นเต้น “ซุนเป่า! พวกเราชนะแล้ว!”

สำหรับการแข่งขันกีฬาปกติ เฉียวซางมักไม่ตื่นเต้นอะไรเพราะมันเน้นการมีส่วนร่วมมากกว่า แต่คราวนี้มันต่างออกไป เพราะรางวัลคือถุงมือทองคำ

นี่ไม่ใช่แค่ถุงมือ นี่คือเงินก้อนโตที่มาในรูปถุงมือทองคำชัดๆ!

“ซุน!”

เมื่อได้ยินว่าชนะ เจ้าอสูรล่าสมบัติก็ถูหน้าเจ้าผู้ฝึกของมันด้วยหัวเล็กๆอย่างดีใจ

เพื่อนนักเรียนที่ล้อมรอบส่งเสียงเชียร์ดังลั่น

การแข่งขันฟาดกระเบื้องในหมู่นักเรียนมัธยมปลายปีหนึ่งครั้งนี้ ทั้งคาดไม่ถึงและไม่แปลกใจในเวลาเดียวกัน

แม้ข่าวลือก่อนหน้านี้จะดูน่าเหลือเชื่อ แต่การได้เห็นกับตาว่าสัตว์อสูรประเภทผีใช้ทักษะประเภทต่อสู้ได้ มันให้ความรู้สึกแปลกใหม่ไปอีกแบบ

โดยเฉพาะเมื่อเจ้าอสูรล่าสมบัติตัวเล็กจิ๋วยืนอยู่ท่ามกลางสัตว์อสูรประเภทต่อสู้ที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ถึงจะพูดว่าเจ้าอสูรล่าสมบัติมีโอกาสชนะ แต่ในใจก็ยังอดคิดไม่ได้ว่ามันไม่น่าเป็นไปได้

และเมื่อมันชนะจริงๆ ความรู้สึกทั้งตกใจและประทับใจก็ปะทุขึ้นมา

“หยงงง…”

เจ้าลิงกล้าหาญยืนคอตกด้วยความผิดหวัง

หลิวฉีเจี่ยเดินเข้ามาลูบหัวมันพลางปลอบใจ “แกเก่งมากแล้วนะ ปกติแกทำลายได้แค่ 32 แผ่น รอบนี้เพิ่มได้อีกตั้งสองแผ่น ถือว่าพัฒนามากเลย”

“หยงงง…”

เฉียวซางเดินเข้ามามองหลิวฉีเจี่ยที่กำลังปลอบเจ้าลิง เธอไม่ได้พูดอะไร แต่จ้องเขาด้วยสายตาเจิดจ้า

หลิวฉีเจี่ยที่รู้สึกถึงสายตานั้น เกาหัวตัวเองก่อนจะถามขึ้น “เธออยากได้ถุงมือทองคำไซส์ไหน?”

เฉียวซางยิ้มพลางยื่นมือของตัวเองออกมา “ขนาดเท่ามือฉันนี่แหละพอ”

“ซุน?!”

เจ้าอสูรล่าสมบัติเบิกตาโต ถุงมือทองคำไม่ใช่ของมันเหรอ?!

เฉียวซางเหลือบมองอุ้งเท้าของเจ้าอสูรล่าสมบัติที่เล็กกว่าฝ่ามือเธอครึ่งหนึ่ง เธอพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ถุงมือทองคำของแก ฉันไม่อยากให้ใครซื้อให้ ฉันอยากซื้อให้แกเอง”

“ซุน~”

เจ้าอสูรล่าสมบัติดีใจจนถูหน้าเจ้าผู้ฝึกของมันด้วยความสุข

หลิวฉีเจี่ย: “….”

หลังจากหลิวฉีเจี่ยเดินจากไป เฉียวซางก็เดินไปทางสนามวิ่งข้ามรั้ว 400 เมตร

ยังไม่ทันก้าวไปสองสามก้าว เสียงคุ้นเคยก็ดังมาจากด้านหลัง “เฉียวซาง ยินดีด้วยนะ”

เฉียวซางหันกลับไปมอง

เป็นซือเกาฟง…

จบบทที่ บทที่ 274: ฉันอยากซื้อให้แกเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว