- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 262: สีแปลกเฉพาะส่วน
บทที่ 262: สีแปลกเฉพาะส่วน
บทที่ 262: สีแปลกเฉพาะส่วน
“ซุน?”
ผีล่าสมบัติไม่สิ....ตอนนี้ต้องเรียกว่าอสูรล่าสมบัติแล้ว ทันทีที่มันได้ยินคำพูดของผู้ฝึกสัตว์อสูรของตัวเอง มันก็ทำหน้าสับสนไปพักหนึ่ง ก่อนจะรีบเทเลพอร์ตไปยังกระจกเต็มตัวในห้องนั่งเล่นเพื่อตรวจสอบสภาพในปัจจุบันของตัวเอง
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องโหยหวนของอสูรล่าสมบัติก็ดังก้องไปทั่วบ้าน
“ซุน!!!”
สองนาทีต่อมา ภายในห้องนั่งเล่น
“ย่าห์ ย่าห์”
หยาเป่าใช้เท้าตบเบาๆบนตัวของอสูรล่าสมบัติที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นเพื่อเป็นการปลอบใจ
“ก็แค่ตัวเล็กลงหลังจากวิวัฒนาการเท่านั้นเอง ไม่เห็นมันจะเป็นเรื่องใหญ่อะไรเลย”
“ซุน!”
อสูรล่าสมบัติมองหยาเป่าที่ตัวใหญ่กว่ามันหลายเท่าแล้วยิ่งร้องไห้หนักขึ้นกว่าเดิม
ทั้งๆที่วิวัฒนาการเหมือนกันแท้ๆ ทำไมความแตกต่างมันถึงได้มากมายขนาดนี้!
“ลูลู่”
พรายน้ำครามที่อยู่ข้างๆพยักหน้าเห็นด้วย
ความต่างมันช่างมากจริงๆ
“ซุน!”
เฉียวซางที่นั่งอยู่บนโซฟามองดูภาพสัตว์อสูรทั้งสามตัวอยู่ด้วยกันด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ เมื่อมีหยาเป่าและพรายน้ำครามคอยปลอบใจอสูรล่าสมบัติ ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดอินเทอร์เน็ตเพื่อค้นหาคำตอบ
ถึงแม้ว่ารูปลักษณ์ของอสูรล่าสมบัติที่วิวัฒนาการแล้วจะดูดีกว่าอสูรล่าสมบัติทั่วไป แต่มันไม่ใช่สภาพปกติแน่นอน
ในชีวิตจริงการที่คนจะทำพันธสัญญากับอสูรล่าสมบัตินั้นหาพบได้ยากมาก แต่พอเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ต แค่ค้นหาเรื่องเกี่ยวกับ “อสูรล่าสมบัติ” ก็จะเจอหัวข้อพูดคุยของเหล่าผู้ฝึกสัตว์อสูรที่ทำพันธสัญญากับมันอยู่เต็มไปหมด
เฉียวซางเข้ามายังฟอรัม
เธอโพสต์หัวข้อว่า
[ทำไมเมื่อผีล่าสมบัติของฉันวิวัฒนาการเป็นอสูรล่าสมบัติแล้วกลับมีขนาดตัวที่เล็กลง แถมสีบางส่วนยังไม่เหมือนเดิมอีกด้วย]
ไม่นานก็มีคอมเมนต์เข้ามาหลายสิบข้อความ
[นี่ไม่ใช่การขอคำปรึกษาแน่ๆ นี่มาเพื่ออวดกันชัดๆ?]
[ไม่มีรูปไม่มีหลักฐาน ถ้าอยากให้เชื่อแน่จริงเอารูปมาดูก่อนสิ]
[“ดูจากชื่อไอดีของเจ้าของโพสต์แล้ ก็รู้แล้วว่าต้องเป็นพวกชอบโม้เหม็นโอ้อวดไปเรื่อยแน่ๆ”]
โม้เหม็น โอ้อวด?
เฉียวซางถึงกับงงไปพักใหญ่ เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับการโอ้อวดกัน?
เพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆคอมเมนต์ก็เพิ่มขึ้นอีกหลายสิบข้อความ
[หรือว่าอสูรล่าสมบัติตัวนั้นจะขาดสารอาหารจนทำให้หลังจากวิวัฒนาการออกมาแล้วตัวเลยเล็กลง?]
[ความเห็นบน ถ้านายยังเชื่อคนง่ายแบบนี้จะใช้ชีวิตลำบากเอาได้นะ]
[แยกย้ายๆ จะมานั่งให้แสงพวกโม้เหม็นกันทำไม]
[อย่าพูดแบบนั้นสิ เจ้าของโพสต์ก็แค่ปัญญาอ่อนจนคิดว่าสัตว์อสูรทุกตัวบนโลกเป็นไชนี่เหมือนกันทั้งหมดเท่านั้นเอง?]
ไชนี่? หมายถึงสัตว์อสูรสีแปลกเหรอ?
เฉียวซางมองคำนี้แล้วนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง และแล้วเธอก็เข้าใจทันทีว่าทำไมทุกคนถึงคิดว่าเธอกำลังโอ้อวด เพราะพวกเขาเข้าใจว่าเธอกำลังโม้เรื่องสีพิเศษของอสูรล่าสมบัติอยู่
เธอเงยหน้ามองอสูรล่าสมบัติที่ยังคงจมอยู่ในความเศร้า และรีบสลัดความคิดไร้สาระพวกนั้นออกจากหัวทันที
อสูรล่าสมบัติของเธอมีประเภทพลังจิตอยู่แล้ว ถ้าจะมีสีแปลกอีก มันคงเป็นอะไรที่เหลือเชื่อเกินไปมาก!
ไม่มีทาง! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!
เฉียวซางพิมพ์ตอบกลับ
[ฉันแค่มาถามคำถามจริงๆไม่ได้ต้องการจะโม้หรือโอ้อวดอะไร ฉันยืนยันได้ว่าอสูรล่าสมบัติของฉันไม่ใช่สัตว์อสูรสีแปลก มันมีสีตัวเหมือนอสูรล่าสมบัติทั่วไปคือสีเทา แต่ปลายหางมีสีต่างออกไปจากปกติ เรื่องสีช่างมันเถอะ แต่ที่สำคัญคือเรื่องขนาดตัว ฉันไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมตัวมันถึงเล็กลงหลังจากวิวัฒนาการ]
ทันใดนั้นก็มีคนคอมเมนต์ตอบกลับ
[เจ้าของโพสต์เกิดมาไม่เคยได้ยินคำว่าสีแปลกเฉพาะส่วนเหรอ?]
[โว้ย ทีแรกก็คิดว่าโม้ แต่ฟังไปฟังมาแล้วดันดูเหมือนจะจริงซะอย่างงั้น]
[ถ้าผมเดาไม่ผิด อสูรล่าสมบัติของเจ้าของโพสต์น่าจะเป็นสัตว์อสูรสีแปลกเฉพาะส่วน ซึ่งสัตว์พวกนี้บางตัวอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงพลังงานทำให้วิวัฒนาการออกมาแตกต่างจากสายพันธุ์เดียวกัน เช่นม้าพายุของฉุยตงที่มีแค่หางที่เป็นสีแปลก แต่ตัวกลับใหญ่กว่าม้าพายุตัวอื่นๆถึงเท่าตัว]
[นี่ความเห็นข้างบนเชื่อเรื่องที่เจ้าของโพสต์เล่าจริงๆเหรอ?]
[แม้ว่าความเห็นที่ 47 จะวิเคราะห์ได้น่าสนใจ แต่คิดหรือยังว่าทำไมเจ้าของโพสต์เพิ่งมารู้หลังจากวิวัฒนาการแล้ว? เพราะสัตว์อสูรสีแปลกมันต้องแสดงลักษณะเด่นออกมาตั้งแต่เกิด ไม่ใช่พอวิวัฒนาการแล้วถึงจะปรากฏออกมาให้เห็น!]
[เห็นด้วย คนนี้พูดถูก]
[ฉะนั้นเจ้าของโพสต์พูดมั่วแน่นอน โม้เรื่องไชนี่ของอสูรล่าสมบัติก็ว่าไปอย่าง แต่ดันโม้ว่ามันเปลี่ยนหลังวิวัฒนาการ]
เฉียวซางไม่ได้เลื่อนอ่านต่อ แต่จ้องมองความเห็นของ 47 อย่างเงียบๆและคิดอยู่พักหนึ่ง
สีแปลกเฉพาะส่วน
ก่อนหน้านี้ เธอไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลย ส่วนหนึ่งเพราะตอนที่ผีล่าสมบัติยังไม่วิวัฒนาการ มันดูเหมือนผีล่าสมบัติทั่วไปทุกอย่าง เว้นก็แค่ที่มันมีประเภทพลังจิตก็เท่านั้น
อีกส่วนหนึ่งเพราะสัตว์อสูรสีแปลกนั้นหายากมาก
อสูรล่าสมบัติของเธอมีประเภทพลังจิตที่เรียกได้ว่าแหวกแนวกว่าชาวบ้านเขาอยู่แล้ว ถ้ายังจะมีสีแปลกอีก การที่สิ่งที่มีมูลค่ามากมายมหาศาลรวมกันอยู่ในตัวเดียวแบบนี้ ต่อให้เป็นในนิยายก็คงไม่มีทางเจออย่างแน่นอน!
เมื่อมองย้อนกลับไป...
เฉียวซางนึกถึงรายละเอียดบางอย่างที่เคยละเลยไป ตอนที่ผีล่าสมบัติยังไม่ได้วิวัฒนาการ สีของดวงตาของมันก็แตกต่างจากผีล่าสมบัติทั่วๆไป
ดวงตาของผีล่าสมบัติของเธอเป็นสีทองสดใส ในขณะที่ผีล่าสมบัติทั่วไปมีดวงตาสีเหลืองหม่น
ถ้าหากนี่ไม่ใช่ปัญหาด้านพันธุกรรม แต่มันเกิดจากความพิเศษโดยกำเนิดของผีล่าสมบัติ ทุกอย่างก็เริ่มเข้าล็อกพอดี
เพราะมันเป็นสัตว์อสูรสีแปลกที่โชคดีมากจนเกิดการเปลี่ยนแปลงพลังงาน ทำให้มันมีประเภทพลังจิตเพิ่มขึ้นมาจากประเภทผี
อีกทั้งการเป็นสัตว์อสูรสีแปลกยังส่งผลให้รูปร่างของมันหลังวิวัฒนาการเล็กกว่าอสูรล่าสมบัติทั่วไปเกือบเท่าตัว
เมื่อเรื่องราวทั้งหมดเริ่มปะติดปะต่อกันเหมือนชิ้นจิ๊กซอว์ที่กลายเป็นภาพ เฉียวซางรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นแรงของตัวเอง เธอเงยหน้ามองอสูรล่าสมบัติที่ยังจมอยู่ในความเศร้า สูดหายใจลึกก่อนหยิบกระดาษทิชชู่สองแผ่นจากโต๊ะน้ำชา เดินเข้าไปยื่นให้กับมัน
“ซุน?”
อสูรล่าสมบัติมองมาทางเธอด้วยดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตา
เฉียวซางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “หยุดร้องเถอะนะ ร้องไห้ไปก็ไม่ทำให้แกตัวใหญ่ขึ้นมาหรอก”
อสูรล่าสมบัติ: “...!”
หลังจากใช้เวลานานกว่า 10 นาทีในการอธิบาย ในที่สุดใบหน้าบูดบึ้งของอสูรล่าสมบัติก็กลับมาเป็นปกติ
“ซุน ซุน!”
อสูรล่าสมบัติลอยไปที่หน้ากระจกเต็มตัวอีกครั้ง มองดูปลายหางสีทองของตัวเองด้วยความตื่นเต้น
ที่แท้มันเป็นสัตว์อสูรสีแปลกสุดแสนจะหายากนี่เอง!
ไม่แปลกใจเลยที่มันรู้สึกว่าตัวเองดูดีกว่าอสูรล่าสมบัติทั่วไปในอินเทอร์เน็ตตั้งเยอะ!
.......
เวลา 21:15 น. หงอิงสโมสรการต่อสู้สัตว์อสูร
หวังอี้ติงมองอสูรล่าสมบัติที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงด้วยความตกตะลึง
“เทพเฉียว นี่เธอทำให้ผีล่าสมบัติวิวัฒนาการได้แล้วเหรอ?”
“ใช่แล้ว” เฉียวซางยิ้ม “เพิ่งวิวัฒนาการสดๆร้อนๆเมื่อตอนเช้าของวันนี้เอง”
หวังอี้ติงนิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะพูดสั้นๆออกมาสี่คำ “เทพเฉียวสุดยอด!”
เขามองไปที่อสูรล่าสมบัติที่รูปร่างเล็กกว่าปกติ ถ้าเป็นสัตว์อสูรของคนอื่น เขาคงคิดว่ามันพัฒนาอย่างผิดปกติหรือไม่ก็ขาดสารอาหาร แต่เพราะมันเป็นสัตว์อสูรของเฉียวซาง ภายในหัวของเขาเลยมีแค่ประโยคเดียวที่ผุดขึ้นมา ยิ่งจิ๋วยิ่งแจ๋ว!
“งั้นเรามาเริ่มการฝึก...” เฉียวซางยังพูดไม่ทันจบ
“ซุน~”
อสูรล่าสมบัติลอยตัวหมุนเป็นวงกลม โชว์ปลายหางสีทองของมันอย่างภาคภูมิใจ
หวังอี้ติงประหลาดใจไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามด้วยความสงสัย “นี่เทพเฉียว เธอไปย้อมหางให้อสูรล่าสมบัติมาด้วยเหรอ?”
อสูรล่าสมบัติ: “...”
เฉียวซางที่ไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้รีบเปลี่ยนหัวข้อทันที “ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว เรามาเริ่มการฝึกซ้อมกันเลยดีกว่า”
เนื่องจากอสูรล่าสมบัติของเธอมีลักษณะสีแปลกเฉพาะส่วน ไม่ได้เด่นชัดเหมือนสัตว์อสูรสีแปลกตัวอื่นๆ การอธิบายให้คนอื่นฟังมันซับซ้อนและเสียเวลาเกินไป
ในสังคมตอนนี้สัตว์อสูรสีแปลกนั้นหายากมาก หลายคนที่เป็นเจ้าของสัตว์อสูรเหล่านี้เคยบ่นในอินเทอร์เน็ตว่า เมื่อบอกว่าสัตว์ของตนเป็นสีแปลกแต่กำเนิด คนอื่นมักจะขอให้พิสูจน์โดยการอาบน้ำให้ดู
แล้วพออาบน้ำเสร็จและไม่มีสีหลุด คนก็จะถามต่อทันทีว่าทำมาจากร้านไหน เพราะมันดูเหมือนเป็นร้านที่ทำสีได้ติดแน่นทนนานมากๆ
ต่อให้พูดจนปากเปียกปากแฉะ ก็ยังมีคนไม่เชื่อว่ามันสัตว์อสูรสีแปลกจริงๆ
ดังนั้นการไม่เริ่มพูดถึงบทสนทนานี้ตั้งแต่แรกน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
หวังอี้ติงแรกเริ่มเดิมทีแล้วก็มาที่นี่เพื่อฝึกให้แมวมงกุฏ เรียนรู้การเทเลพอร์ต ดังนั้นเขาไม่ได้ขัดข้องอะไร
ครั้งนี้เฉียวซางไม่ได้เดินไปนั่งรอเหมือนก่อนหน้า เธออยู่กับอสูรล่าสมบัติและแมวมงกุฏในสนามฝึก
เมื่อพวกเขาประจำที่ เฉียวซางหันไปหาอสูรล่าสมบัติและออกคำสั่งทันที “ใช้ทักษะสะกดจิตใส่มันเลย”
“ซุน~”
“เค่อ?”