เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 256: ฉันมีเรื่องจะบอกแก

บทที่ 256: ฉันมีเรื่องจะบอกแก

บทที่ 256: ฉันมีเรื่องจะบอกแก


ลงทะเบียน?

ซือเกาฟงงุนงงเล็กน้อยยังไม่ทันได้ถามอะไรต่อก็พบว่าเฉียวซางวิ่งออกไปไกลแล้ว เขาเลยหันไปคุยกับสวี่หยาเจ๋อที่กำลังฝึกฝนเป็ดจอมพลังอยู่ข้างๆแทน "นายว่า เธอจะไปลงทะเบียนอะไร?"

สวี่หยาเจ๋อคิดครู่หนึ่งก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ไม่รู้สิ แต่ที่แน่ๆคงไม่ใช่การลงทะเบียนสัตว์อสูรหรอก"

ซือเกาฟงกลอกตา "พูดอะไรไร้สาระ เรื่องแบบนั้นใครก็เดาได้!"

เฉียวซางมีสัตว์อสูรอยู่แล้วสองตัว ถ้าเธอจะลงทะเบียนเพิ่มอีกตัว มันก็หมายถึงตัวที่สาม ซึ่งแค่คิดก็ยังรู้สึกว่าไร้สาระเลย

ศูนย์รับรองผู้ฝึกสัตว์อสูรฮันกัง

ที่หน้าต่างรับเรื่องหมายเลข 10

เฉียวซางยื่นบัตรคิวและบัตรข้อมูลส่งให้พนักงาน "สวัสดีค่ะ ฉันมาลงทะเบียนสัตว์อสูรค่ะ"

ถึงแม้เวลาทำการของศูนย์จะหมดไปหนึ่งนาทีแล้ว และพนักงานก็มีสิทธิ์ปฏิเสธการให้บริการและกลับบ้านได้ แต่พนักงานหญิงที่หน้าต่างหมายเลข 10 กลับรับเรื่องของเธอด้วยความกระตือรือร้น

พนักงานแบบนี้มักจะเป็นพนักงานใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่วงการ เต็มไปด้วยความสดใสและความมุ่งมั่นในการทำงาน ไม่อยากให้ลูกค้าต้องผิดหวังเพราะมาช้าไปแค่เสี้ยววิ

"ได้เลยค่ะ"

เธอยิ้มรับบัตรข้อมูลมาสแกนที่เครื่อง แต่แล้วรอยยิ้มที่ฝึกจนกล้ามเนื้อใบหน้าจำได้เองกลับเริ่มแข็งค้าง เพราะสิ่งที่เธอเห็นในข้อมูลบนจอมันผิดแปลกไปเป็นอย่างมาก

อายุ 15 ปี? สัตว์อสูร 2 ตัว?

เธอกลืนน้ำลายเบาๆ นี่เธอได้ยินไม่ผิดใช่ไหม? อีกฝ่ายยังจะมาลงทะเบียนตัวที่สามอีกเหรอ?

เฉียวซางเคยลงทะเบียนสัตว์อสูรมาสองครั้งแล้ว เธอจึงรู้ขั้นตอนดี ไม่รอให้พนักงานพูด เธอก็ร่ายมือเรียกพรายน้ำคราม ออกมาเตรียมพร้อมสำหรับการตรวจสอบ

กลุ่มดาวดาวสีเขียวสว่างวาบตรงหน้าต่าง เกือบทำเอาพนักงานตาพร่า

จริงๆแล้ว กลุ่มดาวสีเขียวไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ศูนย์แบบนี้ แม้แต่สีแดงที่เป็นสัญลักษณ์ของผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ B ยังเห็นได้บ้างเป็นครั้งคราว

แต่ผู้ฝึกสัตว์อสูรที่มีกลุ่มดาวสีเขียวและอายุแค่ 15 ปีนี่สิ เรื่องใหญ่!

"คุณคะ กรุณาวางสัตว์อสูรของคุณที่หน้าต่างเพื่อสแกนข้อมูลด้วยค่ะ" พนักงานเพิ่งเรียกสติกลับมาได้เริ่มเอ่ยตามขั้นตอน

พนักงานที่ทำงานในสายนี้ ต้องรู้จักสัตว์อสูรทุกตัวในพื้นที่ที่ดูแล และหากเจอสัตว์จากพื้นที่อื่นหรือที่ไม่รู้จัก สามารถใช้เครื่องสแกนช่วยได้

ทันทีที่เห็น เธอก็มั่นใจว่าสัตว์อสูรตัวนี้ไม่ใช่ของภูมิภาคเย่หัวอย่างแน่นอน

ถ้าเย่หัวมีสัตว์อสูรน่ารักขนาดนี้ ก็คงโด่งดังติดกระแสไปนานแล้ว

เฉียวซางอุ้มพรายน้ำครามมาวางตรงหน้าต่าง

พรายน้ำครามเหลือบมองมนุษย์ตรงหน้าอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะนั่งลงครึ่งตัวและยกอุ้งเท้าหน้าขึ้นเลีย

พนักงานเล็งเครื่องสแกนไปที่สัตว์อสูรสีน้ำเงินอ่อนตรงหน้า

ไม่นาน หน้าจอเสมือนขนาด 5 นิ้วก็ปรากฏขึ้น พร้อมกับเสียงเครื่องกลดังขึ้น

[พรายน้ำคราม: สัตว์อสูรประเภทน้ำระดับเริ่มต้นที่ใกล้สูญพันธุ์จากภูมิภาคกู่หวู่ บนหน้าผากมีอัญมณีที่สามารถปลดปล่อยแสงรักษาอันมหัศจรรย์ออกมาได้]

พนักงาน: "!!!"

คำว่า "ใกล้สูญพันธุ์" ทำให้พนักงานที่เหนื่อยล้าตลอดวันตื่นเต้นราวกับได้รับยาชูกำลัง

ใกล้สูญพันธุ์?! ทั่วโลกเหลืออยู่ไม่กี่ตัวเท่านั้น?!

เธอสูดลมหายใจลึก พยายามควบคุมอารมณ์ และเริ่มลงทะเบียนข้อมูลทันที

"เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ กรุณารับบัตรข้อมูลของคุณคืนด้วยนะคะ" พนักงานส่งบัตรคืนด้วยสองมือ

"ขอบคุณค่ะ" เฉียวซางเอื้อมไปหยิบ แต่บัตรกลับดึงไม่ออก

เธองงเล็กน้อย

"มีอะไรรึเปล่าคะ?"

"ขอโทษค่ะ!" พนักงานรีบปล่อยบัตรอย่างลุกลี้ลุกลน

"ไม่เป็นไรค่ะ" เฉียวซางยิ้มและเก็บบัตรเข้ากระเป๋า

แต่ก่อนที่เธอจะเดินจากไป พนักงานที่ลังเลอยู่นานในที่สุดก็เอ่ยปากขึ้น

"คือว่า... ฉันไม่เคยเห็นสัตว์อสูรใกล้สูญพันธุ์มาก่อน ขอถ่ายรูปมันหน่อยได้ไหมคะ?"

"ได้สิคะ!" เฉียวซางตอบทันที

เธอคุ้นชินกับการที่สัตว์อสูรของตัวเองถูกขอถ่ายรูปมาตลอด โดยเฉพาะหยาเป่าที่เคยโดนคนรุมถ่ายอยู่บ่อยๆ

ยิ่งพนักงานคนนี้ยอมเสียเวลาหลังเลิกงานมาช่วยเธอด้วย เธอยิ่งไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ

พนักงานหยิบมือถือขึ้นมาเปิดกล้องและถ่ายพรายน้ำครามที่กำลังเลียอุ้งเท้า

จากนั้นเธอเหลือบมองเฉียวซางเล็กน้อย แล้วค่อยๆขยับมือถือขึ้นให้ติดภาพสาวน้อยตรงหน้าด้วย

เด็กสาวอายุ 15 ที่มีกลุ่มดาวสีเขียวและทำสัญญากับสัตว์อสูรใกล้สูญพันธุ์ คนแบบนี้จะไม่กลายเป็นตำนานในอนาคตได้ยังไง!

.....

เขตที่พักอาศัยเทียนจิ่งหยวน บ้านเลขที่ 1705

เฉียวซางนั่งอยู่หน้าชั้นหนังสือ เปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาอย่างคล่องแคล่วและเริ่มไถหน้าเว็บเพื่ออ่านกระทู้เกี่ยวกับการฝึกทักษะเรียกฝน

แม้ว่าเธอจะไม่รีบร้อน แต่เจ้าพรายน้ำครามกลับเร่งเธออย่างไม่หยุดหย่อน ตั้งแต่มาถึงบ้านในเวลาแค่ชั่วโมงเดียว มันถามเธอไปถึงสามรอบแล้ว

พอคิดว่าพรุ่งนี้เป็นวันหยุด และการบ้านก็ไม่เร่งด่วน เธอจึงยอมเปิดคอมฯ เพื่อหาข้อมูล

กระทู้พูดคุยเกี่ยวกับทักษะเรียกฝนนั้นมีไม่น้อย เพราะมันเป็นทักษะที่มีประโยชน์ในหลากหลายสถานการณ์ เรียกได้ว่าถ้าสัตว์อสูรของใครมีทักษะนี้ติดตัวก็แทบจะกลายเป็นขวัญใจของมวลมหาชน

เธอสุ่มเปิดกระทู้หนึ่งและไล่สายตาอ่านอย่างรวดเร็ว

[คนฉลาดทุกคนล้วนรู้ดีว่าทักษะเรียกฝนเป็นทักษะระดับสูง ควรไปหาผู้เชี่ยวชาญมาสอน การมาคุยกันในเว็บแบบนี้สุดท้ายก็ได้แค่เบอร์โทรของสถาบันพัฒนาเท่านั้นแหละ]

[ใครมันจะไม่รู้ว่ะ! แล้วเอ็งรู้รึเปล่าว่าพวกกูไม่มีเงิน! ไม่มีเงิน! ไม่มีเงิน! ต้องให้บอกขนาดนี้เลยเหรอ! คนฉลาดอย่างเอ็งถึงจะเข้าใจ ไอ้ ค....]

อ่านมาถึงตรงนี้ เฉียวซางถึงกับรู้สึกเหมือนโดนทิ่มแทงอย่างแรง เธอเลื่อนผ่านโดยไม่อ่านต่อ และเปลี่ยนไปเปิดกระทู้ที่มียอดไลก์สูงกว่าแทน

ใต้กระทู้มีคนตอบกลับมากมาย

[ไม่รู้ใครมันโง่เสนอให้พาสัตว์อสูรไปอยู่ในที่ที่ฝนตกตลอดปีเพื่อให้มันสัมผัสบรรยากาศ สุดท้ายไปอยู่สามเดือนเต็ม ทักษะเรียกฝนไม่ได้เรื่อง แต่ตัวฉันนี่แหละเป็นฮ่องกงฟุตแทน]

[อย่างนายยังไม่เท่าไหร่ ยังมีคนโง่อีกคนบอกให้พาสัตว์อสูรไปอยู่ในพื้นที่แล้งจัดเพื่อบีบให้มันเรียนรู้ ฉันทำตาม อยู่ครึ่งเดือนเต็มๆ สัตว์อสูรของฉันจากที่เคยครางออดอ้อน ‘อิ๊งๆ’ กลายเป็นคำราม ‘อ๊าวๆ’ พร้อมกัดฉันแทน!]

“โคตรซวยเลยนะนั่น...” เฉียวซางถอนหายใจพร้อมกับเลื่อนอ่านต่อไป

[ถ้าสัตว์อสูรมีคุณสมบัติแบบเดียวกับหมอผี คนทรงเจ้า และพวกนางรำขอฝนได้ล่ะก็ ทักษะเรียกฝนต้องสำเร็จแน่ๆ!]

[เม้นต์บนเล่นมุกสนุกไหม ถ้าสนุกแล้วไปเล่นตรงนู้นไป๊?]

[ถ้าจะเรียกฝน ก็ต้องเริ่มจากมีเมฆฝนก่อน ลองหาวิธีทำให้สัตว์อสูรสร้างเมฆฝนให้ได้ก่อนสิ]

[ฉันเข้าใจนะ เมฆฝนเกิดจากหยดน้ำรวมตัวกันหนาแน่นจากหมอกกลายเป็นเมฆดำ]

[อันนี้ทุกคนก็รู้ ข้อมูลพื้นฐาน! แต่ปัญหาคือจะฝึกสัตว์อสูรให้รวมตัวหยดน้ำให้ได้ยังไงต่างหากเล่า]

เฉียวซางเลิกคิ้ว พลันเกิดไอเดียใหม่เมื่อเห็นคำว่าหยดน้ำ

แม้เธอจะไม่รู้ว่าสัตว์อสูรตัวอื่นจะทำได้ไหม แต่พรายน้ำครามของเธอสามารถสร้างใช้ทักษะหมอกไอน้ำได้! หมอกไอน้ำกับหยดน้ำต่างกันแค่ระดับการกระจายตัวและการรวมตัวเท่านั้นเอง เธอคิดว่ามันน่าจะเป็นไปได้ที่จะฝึกให้มันทำ!

“พวกคนในกระทู้นี่มีแต่คนเจ๋งๆทั้งนั้นเลย!” เฉียวซางคิดพร้อมกับยิ้มกว้าง

เธอใช้เวลาแค่ไม่ถึงห้านาทีบนโลกออนไลน์ แต่ได้แนวคิดดีๆมาใช้ฝึกสัตว์อสูรของเธอแล้ว!

เธอลุกขึ้นด้วยความกระตือรือร้น ตั้งใจจะเรียกพรายน้ำคราม แต่พอนึกได้ว่ามันกำลังฝึกแสงแห่งการรักษาอยู่กับผีล่าสมบัติอยู่ข้างนอก เธอก็หยุดตัวเองเอาไว้

“อย่ารบกวนมันตอนนี้เลยดีกว่า”

อีกเพียงสิบวันเท่านั้น พรายน้ำครามจะสามารถวิวัฒนาการได้ขึ้น สิ่งสำคัญตอนนี้คือการทำให้แสงแห่งการรักษาของมันพัฒนาไปถึงขั้นไร้ที่ติเสียก่อน

หลังจากครุ่นคิด เธอเดินออกไปเรียกหยาเป่ามาที่ห้องแทน

“ย่าห์!”

หยาเป่าวิ่งมาพร้อมกับหางที่สั่นระริก ดวงตาชื้นแฉะเป็นประกายจับจ้องเธอ

เฉียวซางนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นอย่างจริงจัง

“ฉันมีเรื่องจะบอกแก...เกี่ยวกับพรายน้ำคราม”

จบบทที่ บทที่ 256: ฉันมีเรื่องจะบอกแก

คัดลอกลิงก์แล้ว