- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 256: ฉันมีเรื่องจะบอกแก
บทที่ 256: ฉันมีเรื่องจะบอกแก
บทที่ 256: ฉันมีเรื่องจะบอกแก
ลงทะเบียน?
ซือเกาฟงงุนงงเล็กน้อยยังไม่ทันได้ถามอะไรต่อก็พบว่าเฉียวซางวิ่งออกไปไกลแล้ว เขาเลยหันไปคุยกับสวี่หยาเจ๋อที่กำลังฝึกฝนเป็ดจอมพลังอยู่ข้างๆแทน "นายว่า เธอจะไปลงทะเบียนอะไร?"
สวี่หยาเจ๋อคิดครู่หนึ่งก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ไม่รู้สิ แต่ที่แน่ๆคงไม่ใช่การลงทะเบียนสัตว์อสูรหรอก"
ซือเกาฟงกลอกตา "พูดอะไรไร้สาระ เรื่องแบบนั้นใครก็เดาได้!"
เฉียวซางมีสัตว์อสูรอยู่แล้วสองตัว ถ้าเธอจะลงทะเบียนเพิ่มอีกตัว มันก็หมายถึงตัวที่สาม ซึ่งแค่คิดก็ยังรู้สึกว่าไร้สาระเลย
ศูนย์รับรองผู้ฝึกสัตว์อสูรฮันกัง
ที่หน้าต่างรับเรื่องหมายเลข 10
เฉียวซางยื่นบัตรคิวและบัตรข้อมูลส่งให้พนักงาน "สวัสดีค่ะ ฉันมาลงทะเบียนสัตว์อสูรค่ะ"
ถึงแม้เวลาทำการของศูนย์จะหมดไปหนึ่งนาทีแล้ว และพนักงานก็มีสิทธิ์ปฏิเสธการให้บริการและกลับบ้านได้ แต่พนักงานหญิงที่หน้าต่างหมายเลข 10 กลับรับเรื่องของเธอด้วยความกระตือรือร้น
พนักงานแบบนี้มักจะเป็นพนักงานใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่วงการ เต็มไปด้วยความสดใสและความมุ่งมั่นในการทำงาน ไม่อยากให้ลูกค้าต้องผิดหวังเพราะมาช้าไปแค่เสี้ยววิ
"ได้เลยค่ะ"
เธอยิ้มรับบัตรข้อมูลมาสแกนที่เครื่อง แต่แล้วรอยยิ้มที่ฝึกจนกล้ามเนื้อใบหน้าจำได้เองกลับเริ่มแข็งค้าง เพราะสิ่งที่เธอเห็นในข้อมูลบนจอมันผิดแปลกไปเป็นอย่างมาก
อายุ 15 ปี? สัตว์อสูร 2 ตัว?
เธอกลืนน้ำลายเบาๆ นี่เธอได้ยินไม่ผิดใช่ไหม? อีกฝ่ายยังจะมาลงทะเบียนตัวที่สามอีกเหรอ?
เฉียวซางเคยลงทะเบียนสัตว์อสูรมาสองครั้งแล้ว เธอจึงรู้ขั้นตอนดี ไม่รอให้พนักงานพูด เธอก็ร่ายมือเรียกพรายน้ำคราม ออกมาเตรียมพร้อมสำหรับการตรวจสอบ
กลุ่มดาวดาวสีเขียวสว่างวาบตรงหน้าต่าง เกือบทำเอาพนักงานตาพร่า
จริงๆแล้ว กลุ่มดาวสีเขียวไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ศูนย์แบบนี้ แม้แต่สีแดงที่เป็นสัญลักษณ์ของผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ B ยังเห็นได้บ้างเป็นครั้งคราว
แต่ผู้ฝึกสัตว์อสูรที่มีกลุ่มดาวสีเขียวและอายุแค่ 15 ปีนี่สิ เรื่องใหญ่!
"คุณคะ กรุณาวางสัตว์อสูรของคุณที่หน้าต่างเพื่อสแกนข้อมูลด้วยค่ะ" พนักงานเพิ่งเรียกสติกลับมาได้เริ่มเอ่ยตามขั้นตอน
พนักงานที่ทำงานในสายนี้ ต้องรู้จักสัตว์อสูรทุกตัวในพื้นที่ที่ดูแล และหากเจอสัตว์จากพื้นที่อื่นหรือที่ไม่รู้จัก สามารถใช้เครื่องสแกนช่วยได้
ทันทีที่เห็น เธอก็มั่นใจว่าสัตว์อสูรตัวนี้ไม่ใช่ของภูมิภาคเย่หัวอย่างแน่นอน
ถ้าเย่หัวมีสัตว์อสูรน่ารักขนาดนี้ ก็คงโด่งดังติดกระแสไปนานแล้ว
เฉียวซางอุ้มพรายน้ำครามมาวางตรงหน้าต่าง
พรายน้ำครามเหลือบมองมนุษย์ตรงหน้าอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะนั่งลงครึ่งตัวและยกอุ้งเท้าหน้าขึ้นเลีย
พนักงานเล็งเครื่องสแกนไปที่สัตว์อสูรสีน้ำเงินอ่อนตรงหน้า
ไม่นาน หน้าจอเสมือนขนาด 5 นิ้วก็ปรากฏขึ้น พร้อมกับเสียงเครื่องกลดังขึ้น
[พรายน้ำคราม: สัตว์อสูรประเภทน้ำระดับเริ่มต้นที่ใกล้สูญพันธุ์จากภูมิภาคกู่หวู่ บนหน้าผากมีอัญมณีที่สามารถปลดปล่อยแสงรักษาอันมหัศจรรย์ออกมาได้]
พนักงาน: "!!!"
คำว่า "ใกล้สูญพันธุ์" ทำให้พนักงานที่เหนื่อยล้าตลอดวันตื่นเต้นราวกับได้รับยาชูกำลัง
ใกล้สูญพันธุ์?! ทั่วโลกเหลืออยู่ไม่กี่ตัวเท่านั้น?!
เธอสูดลมหายใจลึก พยายามควบคุมอารมณ์ และเริ่มลงทะเบียนข้อมูลทันที
"เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ กรุณารับบัตรข้อมูลของคุณคืนด้วยนะคะ" พนักงานส่งบัตรคืนด้วยสองมือ
"ขอบคุณค่ะ" เฉียวซางเอื้อมไปหยิบ แต่บัตรกลับดึงไม่ออก
เธองงเล็กน้อย
"มีอะไรรึเปล่าคะ?"
"ขอโทษค่ะ!" พนักงานรีบปล่อยบัตรอย่างลุกลี้ลุกลน
"ไม่เป็นไรค่ะ" เฉียวซางยิ้มและเก็บบัตรเข้ากระเป๋า
แต่ก่อนที่เธอจะเดินจากไป พนักงานที่ลังเลอยู่นานในที่สุดก็เอ่ยปากขึ้น
"คือว่า... ฉันไม่เคยเห็นสัตว์อสูรใกล้สูญพันธุ์มาก่อน ขอถ่ายรูปมันหน่อยได้ไหมคะ?"
"ได้สิคะ!" เฉียวซางตอบทันที
เธอคุ้นชินกับการที่สัตว์อสูรของตัวเองถูกขอถ่ายรูปมาตลอด โดยเฉพาะหยาเป่าที่เคยโดนคนรุมถ่ายอยู่บ่อยๆ
ยิ่งพนักงานคนนี้ยอมเสียเวลาหลังเลิกงานมาช่วยเธอด้วย เธอยิ่งไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ
พนักงานหยิบมือถือขึ้นมาเปิดกล้องและถ่ายพรายน้ำครามที่กำลังเลียอุ้งเท้า
จากนั้นเธอเหลือบมองเฉียวซางเล็กน้อย แล้วค่อยๆขยับมือถือขึ้นให้ติดภาพสาวน้อยตรงหน้าด้วย
เด็กสาวอายุ 15 ที่มีกลุ่มดาวสีเขียวและทำสัญญากับสัตว์อสูรใกล้สูญพันธุ์ คนแบบนี้จะไม่กลายเป็นตำนานในอนาคตได้ยังไง!
.....
เขตที่พักอาศัยเทียนจิ่งหยวน บ้านเลขที่ 1705
เฉียวซางนั่งอยู่หน้าชั้นหนังสือ เปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาอย่างคล่องแคล่วและเริ่มไถหน้าเว็บเพื่ออ่านกระทู้เกี่ยวกับการฝึกทักษะเรียกฝน
แม้ว่าเธอจะไม่รีบร้อน แต่เจ้าพรายน้ำครามกลับเร่งเธออย่างไม่หยุดหย่อน ตั้งแต่มาถึงบ้านในเวลาแค่ชั่วโมงเดียว มันถามเธอไปถึงสามรอบแล้ว
พอคิดว่าพรุ่งนี้เป็นวันหยุด และการบ้านก็ไม่เร่งด่วน เธอจึงยอมเปิดคอมฯ เพื่อหาข้อมูล
กระทู้พูดคุยเกี่ยวกับทักษะเรียกฝนนั้นมีไม่น้อย เพราะมันเป็นทักษะที่มีประโยชน์ในหลากหลายสถานการณ์ เรียกได้ว่าถ้าสัตว์อสูรของใครมีทักษะนี้ติดตัวก็แทบจะกลายเป็นขวัญใจของมวลมหาชน
เธอสุ่มเปิดกระทู้หนึ่งและไล่สายตาอ่านอย่างรวดเร็ว
[คนฉลาดทุกคนล้วนรู้ดีว่าทักษะเรียกฝนเป็นทักษะระดับสูง ควรไปหาผู้เชี่ยวชาญมาสอน การมาคุยกันในเว็บแบบนี้สุดท้ายก็ได้แค่เบอร์โทรของสถาบันพัฒนาเท่านั้นแหละ]
[ใครมันจะไม่รู้ว่ะ! แล้วเอ็งรู้รึเปล่าว่าพวกกูไม่มีเงิน! ไม่มีเงิน! ไม่มีเงิน! ต้องให้บอกขนาดนี้เลยเหรอ! คนฉลาดอย่างเอ็งถึงจะเข้าใจ ไอ้ ค....]
อ่านมาถึงตรงนี้ เฉียวซางถึงกับรู้สึกเหมือนโดนทิ่มแทงอย่างแรง เธอเลื่อนผ่านโดยไม่อ่านต่อ และเปลี่ยนไปเปิดกระทู้ที่มียอดไลก์สูงกว่าแทน
ใต้กระทู้มีคนตอบกลับมากมาย
[ไม่รู้ใครมันโง่เสนอให้พาสัตว์อสูรไปอยู่ในที่ที่ฝนตกตลอดปีเพื่อให้มันสัมผัสบรรยากาศ สุดท้ายไปอยู่สามเดือนเต็ม ทักษะเรียกฝนไม่ได้เรื่อง แต่ตัวฉันนี่แหละเป็นฮ่องกงฟุตแทน]
[อย่างนายยังไม่เท่าไหร่ ยังมีคนโง่อีกคนบอกให้พาสัตว์อสูรไปอยู่ในพื้นที่แล้งจัดเพื่อบีบให้มันเรียนรู้ ฉันทำตาม อยู่ครึ่งเดือนเต็มๆ สัตว์อสูรของฉันจากที่เคยครางออดอ้อน ‘อิ๊งๆ’ กลายเป็นคำราม ‘อ๊าวๆ’ พร้อมกัดฉันแทน!]
“โคตรซวยเลยนะนั่น...” เฉียวซางถอนหายใจพร้อมกับเลื่อนอ่านต่อไป
[ถ้าสัตว์อสูรมีคุณสมบัติแบบเดียวกับหมอผี คนทรงเจ้า และพวกนางรำขอฝนได้ล่ะก็ ทักษะเรียกฝนต้องสำเร็จแน่ๆ!]
[เม้นต์บนเล่นมุกสนุกไหม ถ้าสนุกแล้วไปเล่นตรงนู้นไป๊?]
[ถ้าจะเรียกฝน ก็ต้องเริ่มจากมีเมฆฝนก่อน ลองหาวิธีทำให้สัตว์อสูรสร้างเมฆฝนให้ได้ก่อนสิ]
[ฉันเข้าใจนะ เมฆฝนเกิดจากหยดน้ำรวมตัวกันหนาแน่นจากหมอกกลายเป็นเมฆดำ]
[อันนี้ทุกคนก็รู้ ข้อมูลพื้นฐาน! แต่ปัญหาคือจะฝึกสัตว์อสูรให้รวมตัวหยดน้ำให้ได้ยังไงต่างหากเล่า]
เฉียวซางเลิกคิ้ว พลันเกิดไอเดียใหม่เมื่อเห็นคำว่าหยดน้ำ
แม้เธอจะไม่รู้ว่าสัตว์อสูรตัวอื่นจะทำได้ไหม แต่พรายน้ำครามของเธอสามารถสร้างใช้ทักษะหมอกไอน้ำได้! หมอกไอน้ำกับหยดน้ำต่างกันแค่ระดับการกระจายตัวและการรวมตัวเท่านั้นเอง เธอคิดว่ามันน่าจะเป็นไปได้ที่จะฝึกให้มันทำ!
“พวกคนในกระทู้นี่มีแต่คนเจ๋งๆทั้งนั้นเลย!” เฉียวซางคิดพร้อมกับยิ้มกว้าง
เธอใช้เวลาแค่ไม่ถึงห้านาทีบนโลกออนไลน์ แต่ได้แนวคิดดีๆมาใช้ฝึกสัตว์อสูรของเธอแล้ว!
เธอลุกขึ้นด้วยความกระตือรือร้น ตั้งใจจะเรียกพรายน้ำคราม แต่พอนึกได้ว่ามันกำลังฝึกแสงแห่งการรักษาอยู่กับผีล่าสมบัติอยู่ข้างนอก เธอก็หยุดตัวเองเอาไว้
“อย่ารบกวนมันตอนนี้เลยดีกว่า”
อีกเพียงสิบวันเท่านั้น พรายน้ำครามจะสามารถวิวัฒนาการได้ขึ้น สิ่งสำคัญตอนนี้คือการทำให้แสงแห่งการรักษาของมันพัฒนาไปถึงขั้นไร้ที่ติเสียก่อน
หลังจากครุ่นคิด เธอเดินออกไปเรียกหยาเป่ามาที่ห้องแทน
“ย่าห์!”
หยาเป่าวิ่งมาพร้อมกับหางที่สั่นระริก ดวงตาชื้นแฉะเป็นประกายจับจ้องเธอ
เฉียวซางนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นอย่างจริงจัง
“ฉันมีเรื่องจะบอกแก...เกี่ยวกับพรายน้ำคราม”