เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 244: โดนแอบตาม

บทที่ 244: โดนแอบตาม

บทที่ 244: โดนแอบตาม


เวลาผ่านพ้นไปด้วยความรวดเร็ว ช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา การฝึกซ้อมเต็มไปด้วยความซ้ำซากจำเจ แต่มันก็ให้ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ

หยาเป่าสามารถฝึกทักษะเขี้ยวเพลิงจนถึงขีดจำกัดของขั้นไร้ที่ติได้สำเร็จ ส่วนทักษะแยกเงาแม้จะไม่ได้ตั้งใจฝึกโดยตรง แต่ด้วยการใช้มันทุกครั้งระหว่างฝึกทักษะต่างๆก็ทำให้ระดับความชำนาญของแยกเงาพัฒนาไปจนถึงขั้นสมบูรณ์และปัจจุบันมันก็สามารถสร้างร่างเงาได้ถึง 35 ตัวแล้ว

ความสามารถนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฝึกปล่อยทักษะอื่นๆของหยาเป่าได้อย่างมาก

หลังจากฝึกเขี้ยวเพลิงจนถึงขีดจำกัด หยาเป่าก็เริ่มฝึกเพลิงทะยานต่อ โดยอาศัยร่างเงาทั้ง 35 ตัวและการใช้เม็ดพลังงานเป็นตัวช่วยสนับสนุน หลังฝึกได้ไม่นานเพลิงทะยานก็ทะยานขึ้นไปถึงขั้นสมบูรณ์และตอนนี้กำลังพุ่งเข้าสู่ขั้นไร้ที่ติอย่างรวดเร็ว

พรายน้ำครามแม้ไม่มีสูตรโกงของเธอเหมือนตัวอื่น แต่ด้วยการฝึกอย่างจริงจัง ตอนนี้มันสามารถใช้สายน้ำโรมรันได้อย่างคล่องแคล่ว ทั้งยังสามารถควบคุมทิศทางได้เป๊ะ ไม่มีการพลาดเป้าอีกต่อไป

ส่วนเจ้าตัวที่พัฒนามากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นผีล่าสมบัติ

ในวันที่สามหลังจากลงทะเบียนเข้าร่วมงานกีฬา มันใช้หมวกเสมือนจริงเพื่อเรียนรู้ทักษะตัวตายตัวแทนได้สำเร็จ และในวันถัดมาเมื่อเปลี่ยนแผ่นดิสก์ มันก็เรียนรู้ท่ายั่วยุได้อีก

เมื่อเฉียวซางรู้ว่าเจ้าผีล่าสมบัติเรียนรู้ทักษะยั่วยุได้ภายในคืนเดียว เธอถึงกับช็อก

นี่มันบ่งบอกถึงอะไรน่ะเหรอ?

มันเป็นการบ่งบอกว่าเจ้าผีล่าสมบัติมีพรสวรรค์ในการฝึกทักษะประเภทนี้แบบล้นเหลือ!

เฉียวซางได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าถึงยั่วยุจะเป็นทักษะประเภทพลังจิตที่ดึงดูดความเกลียดชังได้ดีมากเกินไปหน่อย แต่ก็มีประโยชน์ในสนามแข่งอย่างยอดเยี่ยมเช่นเดียวกัน

สรุปก็คือพยายามใช้ทักษะนี้ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และใช้เฉพาะในยามที่จำเป็นเท่านั้น

ด้วยทักษะตัวตายตัวแทนที่เพิ่งเรียนรู้มาไม่นาน ทำให้การฝึกทักษะสะกดจิตของผีล่าสมบัติพัฒนาเร็วขึ้นมาก จากเดิมที่อยู่ขั้น สูงสุดตอนนี้ก็ก้าวเข้าสู่ขั้นสมบูรณ์ได้อย่างราบรื่น และคาดว่าในอีกหนึ่งสัปดาห์มันจะทะลุถึงขั้นไร้ที่ติได้สำเร็จ

ส่วนการฝึกฟาดกระเบื้องเองก็มีพัฒนาการอย่างเห็นได้ชัด จากที่ตอนแรกฟาดไม่ได้แม้แต่แผ่นเดียว ตอนนี้สามารถฟาดได้ทีละ สามแผ่นแล้ว

แม้ว่าจะยังห่างไกลจากการเป็นยอดนักฟาดกระเบื้อง แต่ถ้าคู่แข่งในงานกีฬาไม่ใช่สัตว์อสูรประเภทต่อสู้ทั้งหมด เฉียวซางก็คิดว่าเจ้าผีล่าสมบัติมีลุ้นอย่างน้อยก็ไม่จบที่อันดับสุดท้าย

หลังวางปากกาและสรุปความคืบหน้าการฝึก เฉียวซางกลับพบว่าตัวเองดูไม่มีความคืบหน้าอะไรเท่าไหร่เลยหากเทียบกับสัตว์อสูรของตัวเอง

แม้เธอจะเริ่มเรียนตามหลักสูตรได้ทัน แต่เมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมชั้นที่มีพื้นฐานแน่นหนาเหมือนเสาเข็มก็ดูเหมือนไม่ได้พัฒนาอะไรเป็นพิเศษ

ช่วงนี้เธอตื่นเช้าและนอนดึกเพื่อฝึกสมาธิ เธอรู้สึกได้ว่าโดเมนสมองของเธอเปิดกว้างขึ้นทีละนิด แต่เพราะไม่มีอุปกรณ์วัดโดเมนสมอง เธอจึงไม่รู้ว่าตัวเองพัฒนาสมองไปถึงระดับไหนแล้ว

แต่สิ่งที่สัมผัสได้แน่ชัดคือ ช่วงนี้เธอรู้สึกคิดอะไรได้แจ่มชัดขึ้น โดยเฉพาะหลังจากรู้ว่าเจ้าผีล่าสมบัติเรียนยั่วยุได้สำเร็จ

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา แค่มีเสียงแปลกๆตอนดึก เธอก็จะสะดุ้งตื่นทันที และเกือบทุกครั้งที่ลืมตาขึ้น เธอมักจะเห็นเจ้าผีล่าสมบัติกำลังนั่งขำกับมือถือของเธออย่างบ้าคลั่งอยู่เสมอ!

ตอนนั้นเอง เธออดไม่ได้ที่จะอิจฉาหยาเป่า เพราะเจ้านั่นหลับลึกแถมยังน้ำลายไหลยืดแบบไม่มีอะไรปลุกมันให้ตื่นได้เลย

หลังจากวางปากกาได้ไม่นาน โทรศัพท์ของเฉียวซางที่วางอยู่บนโต๊ะก็สั่นขึ้นมา เธอหยิบมันขึ้นมา แล้วเอนตัวพิงหัวเตียงเปิดดู

มีคนแท็กเธอในกลุ่มแชท

[หวังเหยา]: @เฉียวซาง ภารกิจของเธอไปถึงไหนแล้ว?

เฉียวซางเบะปาก ก่อนพิมพ์ตอบกลับไปสั้นๆ

[เฉียวซาง]: มีเวลาทำที่ไหนล่ะ งานเยอะจะตาย

นี่เป็นครั้งที่สองที่เธอรับภารกิจ เพราะรู้อยู่แล้วว่ายังไงก็มีงานที่โรงเรียนมากมาย เธอเลยเลือกงานง่ายๆเข้าไว้ก่อน

แม้โรงเรียนจะยืดกำหนดส่งงานจาก 5 วันเป็น 7 วัน เพราะตอนนี้เปิดเทอมแล้ว แต่มันก็ยังยากสำหรับนักเรียนมัธยมปลายที่ต้องเรียนและทำการบ้านทุกวัน

[ซือเกาฟง]: ทำไมเธอไม่ลาล่ะ? ทุกครั้งที่ทำภารกิจ มันก็สามารถใช้เป็นข้ออ้างในการลาได้แบบถูกต้องตามกฏของโรงเรียน! โอกาสแบบนี้ไม่ควรปล่อยให้หลุดมือนะ!

[หวังเหยา]: เงียบไปเลย! เฉียวซางไม่ใช่นายสักหน่อย!

เฉียวซางมองข้อความอย่างตื่นตะลึง "อะไรนะ? มันมีเรื่องดีๆแบบนี้ด้วยเหรอ?"

เธอรีบพิมพ์ถามกลับทันที

[เฉียวซาง]: ใช้ข้ออ้างนี้ขอลาอาจารย์ประจำชั้นได้จริงเหรอ?

[ซือเกาฟง]: ฮ่าๆๆดูจากที่เธอถาม ฉันก็รู้เลยว่าเรานี่พวกเดียวกันชัดๆ!

[ซือเกาฟง]: แน่นอน อาจารย์ประจำชั้นต้องอนุมัติอยู่แล้ว ใครดันใช้ให้เราเป็นสมาชิกทีมโรงเรียนกันล่ะ

[หวังเหยา]: (ข้อความถูกลบ)

[ซือเกาฟง]: @หวังเหยา เธอกล้าส่ง ก็ต้องกล้าไม่ลบออกสิ!

[หวังเหยา]: ทำไมจะลบไม่ได้? มันมือถือฉันนะ!

[หวังเหยา]: ว่าแต่นายลาสามวันติด ภารกิจนายเสร็จยัง?

[ซือเกาฟง]: ...

เฉียวซางปิดกลุ่มแชทลงเงียบๆ

เธอเริ่มคิดถึงความเป็นไปได้ในการขอลา

พูดตามตรง เธอมีหลายอย่างที่ต้องทำในช่วงนี้

หนึ่งตรวจโดเมนสมอง เธออยากรู้เต็มทนแล้วว่าตอนนี้สมองของเธอพัฒนาไปถึงไหนแล้ว

สองทำเม็ดพลังงาน แม้การสั่งทำเม็ดพลังงานแบบเฉพาะตัวจะยุ่งยาก แต่แบบที่ใช้กับสัตว์อสูรประเภทน้ำทั่วไปยังพอหาซื้อได้บ้าง

และสุดท้ายภารกิจ เพราะตอนนี้แค่คิดถึงภารกิจที่รับไว้ เธอก็ปวดหัวจะแย่แล้ว

ตอนที่รับภารกิจมันเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ เธอเห็นว่ามันใกล้บ้านเลยรับมา แต่พอโทรไปหาผู้มอบหมายงาน กลับได้คำตอบว่าเขาไปเที่ยวอยู่ จะกลับมาอีกสองวัน

พอสองวันผ่านไปมันตรงกับวันจันทร์พอดี เธอต้องไปโรงเรียน ภารกิจเลยถูกดองไว้จนถึงตอนนี้...

ถ้ารอจนถึงสุดสัปดาห์อีกที แล้วเจ้าคนนั้นดันไปเที่ยวอีก คราวนี้เธอคงได้คะแนนรีวิวแย่แน่นอน

คิดได้ดังนั้น เฉียวซางก็ตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหารองผู้อำนวยการทันที

วันถัดมา เฉียวซางเดินทางมายังจุดหมายของภารกิจ บ้านเลขที่ 68 ถนนจิ้งเฉวียน

ที่นี่อยู่ห่างจากที่พักของเธอแค่สามช่วงตึก ใกล้กว่าระยะทางไปโรงเรียนเซินซุ่ยเสียอีก

เมื่อเธอเคาะประตูผู้ชายคนหนึ่งที่มีผมยุ่งเหยิงเหมือนไม่ได้หวีมาหลายวันเปิดประตูออกมา เขาดูเหมือนเพิ่งโผล่ออกมาจากความมืดและยังปรับตัวเข้ากับแสงสว่างไม่ได้ จึงหยีตามองเธอเล็กน้อย

เขาขมวดคิ้วมองเฉียวซางที่ยังสะพายเป้แล้วพูดว่า "นี่เธอเด็กขนาดนี้เลยเหรอ?"

เฉียวซางเลิกคิ้วถามกลับ "ภารกิจนี้มีจำกัดอายุด้วยเหรอคะ?"

ชายคนนั้นชะงักไปครู่หนึ่งก่อนตอบ

"เอ่อก็…ไม่มีหรอก"

งั้นยังจะยืนอึ้งอะไรอยู่ล่ะ? เชิญฉันเข้าไปสิ! เฉียวซางคิดในใจแต่ไม่ได้พูดออกมา

ชายคนนั้นเหมือนจะได้สติ รีบเกาหัวตัวเองอย่างเก้อเขินแล้วพูดว่า "เข้ามาก่อนสิ"

ภายในบ้านเมื่อเฉียวซางถอดรองเท้าและเดินเข้ามา เธอก็พบว่าบ้านทั้งหลังถูกปิดม่านจนมืดสลัว

ชายคนนั้นนั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น แล้วถามเธอว่า "เธอรู้เนื้อหาภารกิจแล้วใช่ไหม คิดว่าจะจัดการยังไงดี?"

เฉียวซางนั่งลงตรงข้ามเขาโดยไม่ต้องคิดนาน เธอตอบทันทีว่า "ก็มีสองวิธีค่ะ จะให้ฉันซ้อมมันจนเข็ดหรือแจ้งตำรวจมาจับ?"

ภารกิจนี้จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก เพราะมันแค่แก้ปัญหาให้คนที่ถูกแอบตาม ไม่ได้กำหนดระดับหรือประเภทของสัตว์อสูรแถมยังอยู่ใกล้บ้าน เธอก็เลยเลือกที่จะรับงานมา

ชายคนนั้นนั่งไขว่ห้าง ก่อนพูดว่า "ฉันเป็นคนของสาธารณะ จะให้แจ้งตำรวจไม่ได้เด็ดขาด"

เฉียวซางมองเขาอย่างพินิจ ก่อนเอ่ยด้วยความสงสัย "คุณเป็นดาราเหรอคะ?"

มุมปากของชายคนนั้นกระตุกเล็กน้อย ก่อนตอบ "ก็ไม่เชิง…"

"อ๋อค่ะ" เฉียวซางตอบกลับเรียบๆ

ชายคนนั้นเห็นท่าทีเฉยเมยของเธอก็อดไม่ได้ที่จะพูดว่า "ฉันเป็นเน็ตไอดอลนะ!"

"อ๋อค่ะ"

"ฉันมีผู้ติดตามกว่าล้านคนเลยนะ!"

ล้านคน? น้อยกว่าฉันสามเท่าเลยนะนั่น เฉียวซางคิดในใจ แต่พูดออกไปว่า "เข้าเรื่องกันเถอะค่ะ คุณรู้ไหมว่าใครเป็นคนแอบตามคุณคะ?"

"…ไม่รู้" ชายคนนั้นตอบ

"แล้วคุณรู้ตัวได้ยังไงคะ ว่ามีคนแอบตามคุณ?" เฉียวซางถามต่อ

"พอฉันออกจากบ้านก็รู้สึกเลย เหมือนมีคนเดินตามหลังมาตลอด" เขาหยุดเล็กน้อยก่อนเสริม "ถึงฉันจะมองไม่เห็น แต่เชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง มันชัดเจนมากๆเลย"

กล้าดีนะ รู้ว่ามีคนตามแล้วยังกล้าออกไปเที่ยวอีก เฉียวซางคิดพร้อมถามต่อ "แล้วความรู้สึกนี้เกิดขึ้นมานานแค่ไหนแล้วคะ?"

ชายคนนั้นนึกก่อนตอบว่า "ประมาณหนึ่งสัปดาห์ได้"

"เข้าใจแล้วค่ะ" เฉียวซางลุกขึ้นยืนพร้อมพูดว่า "งั้นเราออกไปข้างนอกกันเถอะค่ะ"

ได้ยินแล้วชายคนนั้นก็ชะงักไปทันที

"ออกไป? ออกไปทำไม?"

เฉียวซางถอนหายใจพร้อมอธิบาย "ถ้าคุณไม่ออกไป แล้วจะล่อให้เขาตามมาได้ยังไงล่ะคะ แล้วถ้าไม่ทำแบบนั้นฉันจะไปจับเขาได้ยังไงล่ะ?"

ยังไม่ทันที่บทสนทนาจะจบลง ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากข้างนอก "สวัสดีค่ะ มีใครอยู่ไหม? ผมมาทำภารกิจครับ"

เฉียวซาง: "???"

จบบทที่ บทที่ 244: โดนแอบตาม

คัดลอกลิงก์แล้ว