เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 232: ไม่เกี่ยวกับเธอ

บทที่ 232: ไม่เกี่ยวกับเธอ

บทที่ 232: ไม่เกี่ยวกับเธอ


[ชื่อ: ผีล่าสมบัติ]

[ระดับ: ระดับเริ่มต้น (457/1000) +]

[คะแนน: 2620]

2620 แต้ม! นี่มันเพียงพอสำหรับการวิวัฒนาการผีล่าสมบัติแล้ว… เฉียวซางฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจ

แต่ไม่นานนัก เธอก็สงบอารมณ์ลงได้

ผีล่าสมบัติมีพรสวรรค์ที่สูงมาก และด้วยตัวอย่างของหยาเป่าที่เคยเกินขีดจำกัดพลังงานในระดับเริ่มต้น เธอเองจึงหวังว่าผีล่าสมบัติจะทำได้เหมือนกัน

อีกสิ่งที่สำคัญคือหลังจากผีล่าสมบัติวิวัฒนการเป็นอสูรล่าสมบัติแล้ว ตัวมันจะมีรูปแบบวิวัฒนาการอยู่ด้วยกันสองแบบ

เฉียวซางอยากให้ผีล่าสมบัติวิวัฒนาการไปเป็นผีวงแหวงอาคมซึ่งในตอนนี้ผีล่าสมบัติก็กำลังฝึกฝนเพื่อใช้เพลิงต้องสาปแยกวงแหวนออกเป็นสองส่วนอยู่

ถ้าหากเพิ่มแต้มสะสมตอนนี้โดยไม่ระวังแล้ว ผีล่าสมบัติอาจวิวัฒนาการไปในรูปแบบที่ไม่มีสองวงแหวน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ทรัพยากรที่ต้องใช้เพื่อวิวัฒนาการมันไปสู่ผีวงแหวนอาคมในอนาคตจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

หลังจากตรวจสอบข้อมูลของหยาเป่าและผีล่าสมบัติซ้ำไปซ้ำมา เฉียวซางก็ถอนตัวออกจากตำราและกลับมาสู่ความเป็นจริง

การที่สามารถสะสมคะแนนให้ครบสำหรับหยาเป่าและผีล่าสมบัติภายในเวลาเพียงวันเดียว นี่มันทำให้เธอตื่นเต้นจนแทบจะนอนไม่หลับเลยทีเดียว

เมื่อคนเราตื่นเต้น สมองจะทำงานอย่างกระฉับกระเฉงผิดปกติ ซึ่งมักส่งผลให้เกิดอาการนอนไม่หลับ

และเฉียวซางเองก็ไม่รอดจากอาการนี้…

วันที่ 2 กันยายน ยามเช้าตรู่

เฉียวซางลุกขึ้นมาพร้อมกับขอบตามืดคล้ำ เธอล้างหน้าแปรงฟัน ทานอาหารเช้า แล้วสะพายกระเป๋าที่มีพรายน้ำครามอยู่ภายในเดินออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังโรงเรียน

ในสิ่งที่เธอจินตนาการไว้คือเธอคงจะถูกนักเรียนหลายคนล้อมรอบเพื่อท้าทายเธอระหว่างทาง

แต่ในความเป็นจริง ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอเดินเข้าสู่ห้องเรียนของห้อง 1 ได้อย่างสบายใจ

โรงเรียนมัธยมเซินซุ่ยมีข้อบังคับให้นักเรียนทีมโรงเรียนพักในหอพักภายในโรงเรียน แต่สำหรับนักเรียนคนอื่นนั้นไม่มีข้อบังคับดังกล่าว ถึงอย่างนั้นนักเรียนส่วนใหญ่ก็มักเลือกพักในหอพักเพราะสะดวกต่อการเรียนมากกว่า

ในฐานะนักเรียนเพียงคนเดียวในห้องที่พักอยู่นอกโรงเรียน เฉียวซางก็มักจะเป็นคนสุดท้ายที่มาถึงห้องเรียนเสมอ

ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง อีกสามปีในระดับมัธยมปลายก็คงจะเป็นแบบนี้ไปตลอดนั่นแหละ

เมื่อมองไปยังกลุ่มเทพของนักเรียนในห้องที่กำลังฝึกสมาธิกันอยู่ เฉียวซางเดินไปยังที่นั่งของตัวเองเงียบๆแล้วเริ่มฝึกสมาธิเช่นกัน แผนที่จะอ่านหนังสือยามเช้าถูกพับเก็บเอาไว้ก่อน

พูดตามตรงการได้มาอยู่ร่วมกับเหล่านักเรียนระดับเทพแบบนี้ทำให้เธอรู้สึกกดดันไม่น้อย

โดยเฉพาะในเวลาเรียน พวกเทพนักเรียนเหล่านี้ต่างพากันฟังบทเรียนแบบง่วงเหงาหาวนอน ในขณะที่เธอต้องก้มหน้าจดบันทึกอย่างเอาเป็นเอาตาย

ในตอนแรกเฉียวซางไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ แต่ในคาบที่สามเธออดไม่ได้ที่จะหันไปถามจินเฟยฟานเพื่อนที่นั่งข้างๆซึ่งก็ดูเหมือนจะง่วงไม่ต่างกันว่า

“เมื่อคืนโรงเรียนมีเรื่องอะไรเหรอ? ทำไมพวกเธอดูเหมือนจะง่วงกันหมดเลย”

จินเฟยฟานหันมามองเธอพลางกระซิบเสียงเบาว่า “ไม่ได้มีเรื่องอะไรหรอก แค่พอดีพวกเราเรียนเรื่องพวกนี้ล่วงหน้าไปตั้งแต่ช่วงปิดเทอมแล้ว เลยรู้สึกว่าที่อาจารย์สอนมันไม่มีอะไรใหม่เลยสักอย่าง”

เฉียวซาง: “???”

ทันใดนั้นอาจารย์ในห้องเรียนก็หันมาพูดขึ้น “นักเรียนที่พูดอยู่ตรงนั้น… จินเฟยฟานใช่ไหม? ลองตอบคำถามนี้หน่อยสิ”

“สารละลายเงินไนเตรตเป็นสารละลายที่มีฤทธิ์กัดกร่อนเล็กน้อยและสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ คำถามคือ ตัวเลือกใดต่อไปนี้สามารถใช้แทนสารละลายเงินไนเตรตได้”

จินเฟยฟานตอบทันทีโดยแม้แต่จะคิด “เป็นผงเห็ดดอกร่มค่ะ”

อาจารย์พยักหน้า “ถูกต้อง คำตอบคือข้อ A นั่งลงได้ แต่คราวหลังอย่าพูดคุยในห้องเรียน ถึงเธอจะรู้เรื่องพวกนี้แล้ว แต่เพื่อนที่นั่งข้างๆเธอยังต้องฟังบทเรียนอยู่นะ”

เฉียวซาง: “…”

ในตอนนั้นเอง เฉียวซางก็ได้เข้าใจความจริง

ความแตกต่างที่เกิดขึ้นในช่วงเก้าปีของการศึกษาภาคบังคับ ไม่ได้สามารถถูกชดเชยได้ในระยะเวลาเพียงสามเดือน!

ในเมื่อไม่สามารถแข่งขันกับเพื่อนร่วมชั้นในด้านวิชาการได้ งั้นเธอก็ต้องนำพวกเขาในด้านการฝึกสัตว์อสูร!

หลังจากจดโน้ตทั้งมาเช้า เฉียวซางไม่ได้รีบดิ่งไปโรงอาหารทันทีหลังพักเที่ยง แต่กลับนั่งรออยู่ที่ห้อง เฝ้ารอให้มีใครสักคนเข้ามาท้าทาย

แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่มีใครผ่านมาแม้แต่เงาเดียว

จนกระทั่งหวังจี้หางที่เพิ่งกินข้าวเสร็จและพึ่งกลับมาที่ห้องเรียน เขามองเฉียวซางที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมก็เลยถามด้วยความสงสัยว่า

“เฉียวซาง ทำไมเธอยังไม่ไปอีกล่ะ? ข้าวในโรงอาหารจะหมดแล้วนะ”

พอได้ยินแบบนั้น เฉียวซางก็ลุกขึ้นนิดหนึ่งตามสัญชาตญาณ แต่ก็อดทนไว้แล้วนั่งลงใหม่

“ฉันรออยู่” เธอตอบ

“รออะไร?” หวังจี้หางถามด้วยความงง

“รอคนมาท้าสู้”

ยังไม่ทันที่หวังจี้หางจะพูดอะไร เฉินตงจวิ้นเจ้าของค้างคาวเสียงสะท้อนที่เคยแพ้เธอเมื่อวานนี้ก็พูดแทรกขึ้นมา

“เก่งขนาดนี้ ใครจะกล้ามาท้าเธอกันล่ะ”

เฉียวซางมองเขาด้วยความประหลาดใจ “เมื่อวานนายไม่เห็นเหรอ? ตอนเลิกเรียน ห้องเราถูกล้อมเต็มไปหมดเลย มีแต่คนมาท้าสู้กันทั้งนั้น”

“เมื่อวานก็คือเมื่อวาน วันนี้มันคนละเรื่องกันแล้ว” เฉินตงจวิ้นพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “เมื่อวานตอนที่เธอสู้เสร็จสุนัขเพลิงเร้นลับของเธอสู้ต่อไม่ได้ ผีล่าสมบัติเองก็ใช้พลังไปเยอะ หมดแรงกันทั้งคู่ นั่นแหละจังหวะที่ดีที่สุดที่จะเอาชนะเธอ ทุกคนก็เลยแห่กันมา แต่ตอนนี้ผ่านมาคืนนึงไปแล้ว สัตว์อสูรสุดโหดทั้งสองตัวของเธอฟื้นพลังเต็มที่แล้ว ใครจะว่างมาหาเรื่องเจ็บตัวอีกล่ะ”

เฉียวซาง: “???”

อะไรนะ?! คำพูดของเฉินตงจวิ้นทำเอาเฉียวซางงงเป็นไก่ตาแตก

สรุปคือเมื่อวานเป็นโอกาสแจกแต้มครั้งสุดท้าย?! แล้วหลังจากนี้ไม่มีโอกาสแบบนั้นอีกแล้วเหรอ?!

และก็เป็นตามที่เฉินตงจวิ้นพูดไว้ หลังจากนั้นจนกระทั่งเวลาเลิกเรียนก็ไม่มีใครเข้ามาท้าทายเธออีกเลยสักคน

มีเพียงสองคนที่มาหาเธอ คนแรกมาขอถ่ายรูปกับหยาเป่า ส่วนอีกคนมาขอหนังสือเทคนิคเทเลพอร์ตไปใช้ล่วงหน้า

เฉียวซางได้แต่คร่ำครวญในใจด้วยความเสียดาย ทำไมเมื่อวานไม่ให้ผีล่าสมบัติฝืนสู้ต่ออีกหน่อยนะ... หลังจากนี้จะไปหาโอกาสสะสมแต้มง่ายๆ แบบนี้ได้จากที่ไหนอีกล่ะ!

“ซุน...”

ผีล่าสมบัติที่ซ่อนตัวอยู่ลูบจมูกของตัวเองพลางรู้สึกคันอย่างไม่มีสาเหตุ

หลังเลิกเรียน สนามฝึกซ้อมหมายเลข 5

“เธอบอกว่าอยากวัดพลังงานของสัตว์อสูรงั้นเหรอ?” เจิ้งกั๋วผิงถาม

“ใช่ค่ะ” เฉียวซางพยักหน้า

“ได้ รออาจารย์แป๊ปนึงนะ”

เจิ้งกั๋วผิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาใครบางคน ไม่ถึงสิบนาทีก็มีหมูนักกล้ามแบกเครื่องทดสอบพลังงานขนาดใหญ่เดินเข้ามา

“ในเมื่อเครื่องทดสอบพลังงานถูกยกมาแล้ว ทุกคนก็ลองวัดดูด้วยเลยแล้วกัน!” เจิ้งกั๋วผิงปรบมือเรียกคนที่เหลือให้มารวมตัว

หวังเหยาและเพื่อนๆหยุดการฝึกซ้อมแล้วเดินเข้ามา

“เฉียวซาง เธอทำฉันเดือดร้อนอีกแล้ว” ซือเกาฟงมองเฉียวซางด้วยสายตาอาฆาตเล็กๆ

เฉียวซางชะงัก “ฉันไปทำอะไรให้นายเหรอ?”

หวังเหยาหัวเราะก่อนอธิบาย “ไม่มีอะไรหรอก หมอนี่ก็แค่โดนด่าทุกครั้งที่มีการวัดค่าพลังงาน”

เฉียวซางลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนมองไปที่ซือเกาฟง “นายยังไม่ชินกับการโดนด่าอีกเหรอ?”

ซือเกาฟง: …

เมื่อเฉียวซางเป็นคนเสนอให้วัดพลังงาน เธอจึงเป็นคนแรกที่เริ่มการทดสอบ

ผีล่าสมบัติเคยผ่านการวัดพลังงานมาก่อนแล้ว มันจึงคุ้นเคยกับเครื่องนี้ดีและให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ มันสวมหมวกวัดพลังงานโดยไม่อิดออด

ส่วนหยาเป่าที่หัวโตเกินไปสำหรับหมวก ต้องใช้การเชื่อมต่อเซ็นเซอร์พลังงานแทน

และผลลัพธ์ออกมาอย่างรวดเร็ว

หยาเป่า: 42239

ผีล่าสมบัติ: 12366

เฉียวซางไม่ได้แปลกใจเลยสักนิดกับการที่ผีล่าสมบัติมีพลังงานเกินขีดจำกัดของสัตว์อสูรระดับเริ่มต้น

เมื่อก่อนหยาเป่าเองก็เคยทะลุขีดจำกัดพลังงานได้เพราะสองเหตุผลหลัก คือการเรียนรู้ทักษะระดับสูงและการฝึกเพลิงปะทุไปจนถึงขั้นไร้ที่ติ

ในกรณีของผีล่าสมบัติถึงแม้ว่ามันจะไม่มีทักษะไหนที่พัฒนาจนไปถึงขั้นไร้ที่ติ แต่ระดับความชำนาญของทักษะที่มีนั้นสูงเกินมาตรฐานของสัตว์อสูรในระดับเดียวกันไปมาก

ส่วนพลังงานของหยาเป่าในตอนนี้ เฉียวซางก็คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว

หลังจากการวัดพลังงานครั้งแรก เธอได้ไปค้นข้อมูลเพิ่มเติม พบว่าขีดจำกัดพลังงานของสัตว์อสูรระดับกลางคือ 50000

นั่นหมายความว่าถ้าเพิ่มแต้มคะแนนทั้งหมดเข้าไป หยาเป่าจะมีพลังงานเกินขีดจำกัดของสัตว์อสูรระดับกลางอย่างแน่นอน

“เฉียวซาง เธอทำให้พวกเราดูแย่ไปหมดแล้ว…” หวังเหยาพึมพำอย่างหมดแรงหลังจากเห็นตัวเลข

“ถ้าฉันบอกว่าปวดท้องตอนนี้ พวกเธอว่าเจิ้งเป่าหลงจะยอมปล่อยฉันไปไหม?” ซือเกาฟงพูดอย่างหมดอาลัยตายอยาก

ขณะที่สวีหย่าเจี๋ยตัวสั่นด้วยความกังวลขณะช่วยเป็ดจอมพลังสวมหมวกวัดพลังงาน

ทันทีที่ผลลัพธ์ออกมา เสียงตะโกนก็ดังขึ้นจากเจิ้งกั๋วผิง

“สวีหย่าเจี๋ย! แกมัวแต่ทำบ้าอะไรอยู่! ระดับพลังงานได้แค่ 36778 เนี่ยนะ! เพิ่มจากครั้งที่แล้วแค่สามพันกว่า! สัตว์อสูรของเฉียวซางวิวัฒนาการมาแค่เดือนเดียวก็พุ่งไปสูงกว่านายแล้ว!”

เฉียวซางถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างเงียบๆพร้อมคิดในใจเงียบๆว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอเลยนะ

จบบทที่ บทที่ 232: ไม่เกี่ยวกับเธอ

คัดลอกลิงก์แล้ว