เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 226: มันจะสู้ต่อ

บทที่ 226: มันจะสู้ต่อ

บทที่ 226: มันจะสู้ต่อ


ข่งหนานไห่เกือบสำลักเลือดออกมาเมื่อได้ยินคำพูดนั้น!

สุนัขเพลิงเร้นลับเพิ่งฟื้นฟูเมื่อไม่นานมานี้ และการแข่งขันกับเขาถือเป็นรอบแรกหลังจากมันฟื้นตัว และที่มันทำหมดก็แค่ปล่อยวังวนเพลิงออกมาทีเดียว แล้วตอนนี้ยังจะต้องฟื้นสภาพอีกเหรอ?!

ไหนบอกว่าฟื้นทีเดียวทุก 5 รอบไม่ใช่เหรอ? ทำไมไม่ทำตามกติกาบ้าง?!

“ทำไมล่ะ?” ข่งหนานไห่หยุดเดิน หันมามองเฉียวซางพลางถามด้วยความสงสัย

เฉียวซางทำหน้างงกลับมา “เรื่องอะไรงั้นเหรอ?”

“สุนัขเพลิงเร้นลับของเธอไม่ได้บาดเจ็บ แถมพลังงานก็ไม่ได้ลดลงเลยสักนิด แล้วทำไมต้องฟื้นสภาพอีกล่ะ?” ข่งหนานไห่ถามอย่างไม่เข้าใจ

เฉียวซางเกาหัวเล็กน้อย “ก็เมื่อกี้หมอกพิษหยาเป่าของฉันเผลอสดหมอกพิษที่สร้างจากงูเกราะทองของนายเข้าไปนิดหน่อย ถึงจะปริมาณน้อย แต่ยังไงก็เป็นพิษ ฉันว่าถ้าปล่อยไว้นานมันอาจส่งผลกระทบได้”

“ย่าห์?”

หยาเป่าเมื่อได้ยินคำพูดของผู้ฝึกสัตว์อสูรตัวเองก็เอียงหัวด้วยความงุนงง

มันโดนพิษเหรอ?

ข่งหนานไห่: "!!!"

แค่นิดเดียวแกก็รู้แล้ว?! ยัยเด็กนี่ระวังตัวหนักขนาดนี้เลยเหรอ?!

ข่งหนานไห่เดินกลับมาที่ที่นั่ง

“เกิดอะไรขึ้น?” โจวเหรินชี้ไปที่สนาม ซึ่งมีแพทย์ประจำโรงเรียนเดินเข้าไปหาสุนัขเพลิงเร้นลับก่อนจะถามขึ้น “พวกนายคุยอะไรกัน? แล้วทำไมรอบนี้ถึงต้องเรียกแพทย์มาด้วย?”

เพื่อนๆรอบข้างเองก็เข้ามาฟังด้วยความสงสัย

“พวกเรามองเด็กคนนี้ผิดไปจริงๆ” ข่งหนานไห่พูดขึ้นอย่างเคร่งขรึม

“หมายความว่าไง?” โจวเหรินขมวดคิ้ว

ข่งหนานไห่ถอนหายใจยาวก่อนพูด “ตอนแรกฉันคิดว่าเธอเป็นคนอวดดีและทะนงตน คนแบบนี้มักจะหยิ่งยโส ฉันเลยมั่นใจว่าถึงเธอจะสังเกตเห็นว่าสุนัขเพลิงเร้นลับเจ็บจาก 4 รอบก่อนหน้านี้ เธอก็คงจะรอจนกว่าจะครบ 5 รอบตามปกติถึงจะให้มันฟื้นฟูสภาพ...”

“แต่พอแข่งเสร็จเมื่อกี้ ฉันถึงได้รู้ว่าเธอเป็นคนที่รอบคอบและมีเหตุผลเป็นอย่างมาก ต่างจากภาพลักษณ์ที่ดูอวดดีในตอนแรกอย่างสิ้นเชิง”

“แค่หมอกพิษนิดเดียวที่สุนัขเพลิงเร้นลับเผลอสูดเข้าไป ถึงตัวมันจะไม่มีอาการอะไรให้เห็น แต่เธอก็ยังสังเกตได้ยังชัดเจน”

รอบคอบและมีเหตุผล? แน่ใจนะว่าแกพูดถึงยัยเด็กปีหนึ่งคนนี้น่ะ?

โจวเหรินมองข่งหนานไห่อยู่ไม่กี่วินาทีก่อนจะถามขึ้นมาทันที “ว่าแต่ แว่นนายไปไหนซะล่ะ?”

ข่งหนานไห่ชะงักไปครู่หนึ่ง “อยู่ที่ห้องเรียน”

“คราวหน้าจะไปไหนมาไหนก็อย่าลืมใส่แว่นด้วยล่ะ” โจวเหรินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ข่งหนานไห่: “???”

“เข้าเรื่องเลยดีกว่า” โจวเหรินปรับแว่นพลางพูด “ในเมื่อแผน A ใช้ไม่ได้ผล เราก็ไปใช้แผน B กันดีกว่า”

“แผน B คืออะไร?” เพื่อนที่นั่งอยู่ด้านหลังโน้มตัวมาถามด้วยความอยากรู้

“พวกนายคิดว่าอะไรเป็นจุดแข็งที่สุดของเด็กปีหนึ่งคนนี้ที่ทำให้เธอสามารถท้าทายทั้งโรงเรียนได้?” โจวเหรินไม่ได้ตอบตรงๆแต่ถามกลับ

เพื่อนคนหนึ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ “เพราะเธอเก่ง แล้วพวกเรากาก”

คำตอบนั้นถึงจะจริง แต่ทำไมมันเจ็บแปลบแบบนี้…

โจวเหรินกวาดตามองรอบๆก่อนพูดช้าๆ “เธอได้เปรียบก็เพราะแพทย์ประจำโรงเรียนช่วยฟื้นฟูสภาพสัตว์อสูรของเธอได้เรื่อยๆแต่ไม่ว่าจะเป็นพลังงานสำรองของแมลงเติมพลัง หรือผลไม้และน้ำยาฟื้นฟูพลังงานในห้องพยาบาล ทุกอย่างล้วนมีจำกัด”

“ถ้าพวกเราทำให้ทรัพยากรพวกนั้นหมดไป เธอก็ไม่มีทางแข่งต่อไปได้เรื่อยๆแน่”

เพื่อนที่อยู่ด้านหลังเหมือนจะเข้าใจในทันที “งั้นเราก็ไม่ต้องทำอะไรเลย รอให้ห้องพยาบาลใช้ทรัพยากรจนหมดก็พอแล้วใช่ไหม”

“ไม่ นั่นมันช้าเกินไป พวกนายไปกระจายข่าวกับเพื่อนๆห้องอื่น บอกว่าหลังจากใครก็ตามที่แข่งเสร็จ ให้ไปหาแพทย์ประจำโรงเรียนเพื่อฟื้นฟูสัตว์อสูรของตัวเอง” โจวเหรินปรับแว่นอีกครั้งด้วยความจริงจัง “ทุกอย่าง ทุกด้าน ต้องฟื้นฟูให้ครบ”

เพื่อนข้างๆเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างได้ จึงหันมาถามข่งหนานไห่ “เจ้างูเกราะทองของนายไม่ใช่ได้รับบาดเจ็บเหรอ? เมื่อกี้ทำไมไม่ให้หมอช่วยดูด้วยล่ะ”

ข่งหนานไห่ชะงักไป “ฉันเห็นว่ามันเจ็บไม่หนักมาก เลยกะว่าจะให้มันพักอยู่ในตำราอสูรสักพัก แล้วเดี๋ยวกลับไปที่ห้องค่อยให้มันกินผลไม้ฟื้นฟู”

ตำราอสูรนอกจากจะใช้ทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรได้แล้ว ยังช่วยฟื้นฟูสภาพของสัตว์อสูรได้ด้วย แต่ประสิทธิภาพค่อนข้างช้า

“ก็เพราะมีหลายคนคิดเหมือนนายแบบนี้ไง ถึงทำให้ยัยเด็กปีหนึ่งคนนี้แข่งได้ตั้งหลายรอบ” โจวเหรินถอนหายใจ “เดี๋ยวรอบหน้านายไปให้หมอดูเจ้างูเกราะทองของนายหน่อยก็แล้วกัน”

ข่งหนานไห่ไม่พูดอะไรต่อ และนั่นน่าจะถือว่าเป็นการเห็นด้วยแล้ว

......

บนสนาม

เถาวัลย์สีเหลืองแห้งสองเส้นแกว่งไปมาเหมือนแส้ที่ฟาดด้วยความเร็วสูง จนเกิดเสียง ฟิ้ว ฟิ้ว ในอากาศทุกครั้งที่กวัดแกว่ง

แต่แม้จะเจอการโจมตีที่ถี่ขนาดนั้น หยาเป่ากลับไม่แสดงอาการตกใจเลยสักนิด มันใช้เทเลพอร์ตย้ายตัวไปอยู่ในตำแหน่งที่เถาวัลย์เอื้อมไม่ถึงกลางอากาศ ก่อนที่ดวงตาจะส่องประกายแสงสีฟ้า

ทันใดนั้นเถาวัลย์ที่กำลังแกว่งอยู่ก็หยุดนิ่งเหมือนถูกหยุดเวลา

วินาทีถัดมาเถาวัลย์ทั้งสองเส้นถูกควบคุมด้วยพลังจิต พลิกกลับทิศทางพุ่งใส่เถาร่วงลาอย่างรวดเร็ว เพียงไม่กี่ครั้งก็จับมัดแน่นเป็นปล้องไม่ต่างจากห่อของขวัญ

ต่อจากนั้น ลูกไฟสีแดงเข้มที่อัดแน่นด้วยพลังมหาศาลก็พุ่งเข้าใส่เถาร่วงลาอย่างแม่นยำ

"กุกุๆๆๆ!!!"

เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังออกมาจากเถาวัลย์ที่พยายามบิดตัว แต่ไม่กี่อึดใจ มันก็ล้มลงอย่างหมดสภาพ

“เถาร่วงลาสูญเสียความสามารถในการต่อสู้! ผู้ชนะคือเฉียวซาง!” อาจารย์สาวประกาศผลด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์

เพราะเธอเอาแต่ประกาศผลแบบนี้แทบทุกนาที จนตอนนี้จิตใจเริ่มชินชาไปกับมันแล้ว

“หยาเป่า นี่ครบ 185 ตัวแล้ว แกจะสู้ต่ออีกไหม?” เฉียวซางหันไปถาม

ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากได้คะแนน แต่ยืนแข่งมานานขนาดนี้ ขาเธอเริ่มชาจนแทบไม่มีแรงแล้ว...

“ย่าห์!”

หยาเป่าพยักหน้าอย่างมุ่งมั่น

แม้ว่าคู่ต่อสู้จะอ่อนแอ แต่มันรู้สึกได้ถึงพัฒนาการของตัวเอง การต่อสู้ช่วงหลังๆทำให้มันตอบโต้ได้แทบจะเป็นสัญชาตญาณ

นี่แปลว่าการต่อสู้ไม่สูญเปล่า มันกำลังแข็งแกร่งขึ้น!

เฉียวซางมองหยาเป่าด้วยความรู้สึกปนเป เธอเองเหนื่อยแทบยืนไม่ไหว แต่หยาเป่ากลับยังมีแรงสู้อยู่เรื่อยๆ นี่มันไม่ใช่คนจริงๆ... เอ่อเดี๋ยวนะ หยาเป่าก็ไม่ใช่คนตั้งแต่แรกนี่นา

เธอสะบัดความคิดในหัวออก แล้วหันไปยื่นคำขอต่ออาจารย์สาวเพื่อให้ช่วยฟื้นฟูสภาพหยาเป่าอีกครั้ง

การต่อสู้ 5 รอบติดที่ผ่านมา คู่ต่อสู้ล้วนเป็นสัตว์อสูรขั้นกลางทำให้พลังงานในตัวหยาเป่าถูกใช้ไปมากกว่าครึ่ง

ไม่นานนักแพทย์ประจำโรงเรียนก็เดินเข้ามา แต่ครั้งนี้บนไหล่ของเขาไม่มีแมลงเติมพลังที่เคยสวมเสื้อกาวน์สีขาวอยู่

เมื่อเข้ามาใกล้ แพทย์ประจำโรงเรียนเผยสีหน้าอับจนก่อนพูดขึ้นว่า “เฉียวซางครั้งนี้ฉันอาจช่วยฟื้นฟูสภาพสุนัขเพลิงเร้นลับของเธอไม่ได้แล้ว”

เฉียวซางชะงักไปเล็กน้อย “ทำไมล่ะคะ?”

“ทรัพยากรที่ใช้ฟื้นฟูพลังงาน ฟื้นฟูร่างกาย รวมถึงรักษาบาดแผลให้สัตว์อสูรหมดเกลี้ยงแล้ว” แพทย์ถอนหายใจ “แม้แต่พลังงานสำรองในตัวแมลงเติมพลังก็ถูกใช้หมดไปแล้วเหมือนกัน”

พลังงานสำรองของแมลงเติมพลังไม่ได้มีไม่จำกัด แต่มันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามระดับความสามารถของมัน เมื่อพลังงานในตัวหมดก็ต้องเติมใหม่ถึงจะใช้ต่อได้

“อย่างนี้เอง ถ้างั้นการโชว์พลังครั้งนี้ของฉันก็คงต้องจบลงที่…” เฉียวซางพูดค้างไว้ก่อนจะหยุดชะงัก แล้วหันไปมองหยาเป่าพลางถามว่า

“หยาเป่าแกก็ได้ยินแล้วนะ จากนี้สภาพของแกจะฟื้นฟูไม่ได้อีกแล้ว แม้จะเป็นแบบนี้แกยังจะสู้ต่อไหม?”

“ย่าห์!”

หยาเป่าจ้องกลับมาด้วยสายตาแน่วแน่ พร้อมพยักหน้าหนักแน่น

มันจะสู้ต่อ!

เหมือนกับที่เธอคิดเอาไว้ไม่มีผิด... เฉียวซางหัวเราะเบาๆ ก่อนพูด “เอาเถอะ จะเอายังไงก็เอา แต่ถ้ารู้ตัวว่าไม่ไหวแล้วอย่าฝืนล่ะนะ คนมองแกอยู่ตั้งเยอะ ถ้าแพ้เข้าขายหน้าแย่เลย”

“หยา หยา!”

หยาเป่าส่งเสียงตอบอย่างมั่นใจว่ามันจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆแน่!

จบบทที่ บทที่ 226: มันจะสู้ต่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว