- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 226: มันจะสู้ต่อ
บทที่ 226: มันจะสู้ต่อ
บทที่ 226: มันจะสู้ต่อ
ข่งหนานไห่เกือบสำลักเลือดออกมาเมื่อได้ยินคำพูดนั้น!
สุนัขเพลิงเร้นลับเพิ่งฟื้นฟูเมื่อไม่นานมานี้ และการแข่งขันกับเขาถือเป็นรอบแรกหลังจากมันฟื้นตัว และที่มันทำหมดก็แค่ปล่อยวังวนเพลิงออกมาทีเดียว แล้วตอนนี้ยังจะต้องฟื้นสภาพอีกเหรอ?!
ไหนบอกว่าฟื้นทีเดียวทุก 5 รอบไม่ใช่เหรอ? ทำไมไม่ทำตามกติกาบ้าง?!
“ทำไมล่ะ?” ข่งหนานไห่หยุดเดิน หันมามองเฉียวซางพลางถามด้วยความสงสัย
เฉียวซางทำหน้างงกลับมา “เรื่องอะไรงั้นเหรอ?”
“สุนัขเพลิงเร้นลับของเธอไม่ได้บาดเจ็บ แถมพลังงานก็ไม่ได้ลดลงเลยสักนิด แล้วทำไมต้องฟื้นสภาพอีกล่ะ?” ข่งหนานไห่ถามอย่างไม่เข้าใจ
เฉียวซางเกาหัวเล็กน้อย “ก็เมื่อกี้หมอกพิษหยาเป่าของฉันเผลอสดหมอกพิษที่สร้างจากงูเกราะทองของนายเข้าไปนิดหน่อย ถึงจะปริมาณน้อย แต่ยังไงก็เป็นพิษ ฉันว่าถ้าปล่อยไว้นานมันอาจส่งผลกระทบได้”
“ย่าห์?”
หยาเป่าเมื่อได้ยินคำพูดของผู้ฝึกสัตว์อสูรตัวเองก็เอียงหัวด้วยความงุนงง
มันโดนพิษเหรอ?
ข่งหนานไห่: "!!!"
แค่นิดเดียวแกก็รู้แล้ว?! ยัยเด็กนี่ระวังตัวหนักขนาดนี้เลยเหรอ?!
ข่งหนานไห่เดินกลับมาที่ที่นั่ง
“เกิดอะไรขึ้น?” โจวเหรินชี้ไปที่สนาม ซึ่งมีแพทย์ประจำโรงเรียนเดินเข้าไปหาสุนัขเพลิงเร้นลับก่อนจะถามขึ้น “พวกนายคุยอะไรกัน? แล้วทำไมรอบนี้ถึงต้องเรียกแพทย์มาด้วย?”
เพื่อนๆรอบข้างเองก็เข้ามาฟังด้วยความสงสัย
“พวกเรามองเด็กคนนี้ผิดไปจริงๆ” ข่งหนานไห่พูดขึ้นอย่างเคร่งขรึม
“หมายความว่าไง?” โจวเหรินขมวดคิ้ว
ข่งหนานไห่ถอนหายใจยาวก่อนพูด “ตอนแรกฉันคิดว่าเธอเป็นคนอวดดีและทะนงตน คนแบบนี้มักจะหยิ่งยโส ฉันเลยมั่นใจว่าถึงเธอจะสังเกตเห็นว่าสุนัขเพลิงเร้นลับเจ็บจาก 4 รอบก่อนหน้านี้ เธอก็คงจะรอจนกว่าจะครบ 5 รอบตามปกติถึงจะให้มันฟื้นฟูสภาพ...”
“แต่พอแข่งเสร็จเมื่อกี้ ฉันถึงได้รู้ว่าเธอเป็นคนที่รอบคอบและมีเหตุผลเป็นอย่างมาก ต่างจากภาพลักษณ์ที่ดูอวดดีในตอนแรกอย่างสิ้นเชิง”
“แค่หมอกพิษนิดเดียวที่สุนัขเพลิงเร้นลับเผลอสูดเข้าไป ถึงตัวมันจะไม่มีอาการอะไรให้เห็น แต่เธอก็ยังสังเกตได้ยังชัดเจน”
รอบคอบและมีเหตุผล? แน่ใจนะว่าแกพูดถึงยัยเด็กปีหนึ่งคนนี้น่ะ?
โจวเหรินมองข่งหนานไห่อยู่ไม่กี่วินาทีก่อนจะถามขึ้นมาทันที “ว่าแต่ แว่นนายไปไหนซะล่ะ?”
ข่งหนานไห่ชะงักไปครู่หนึ่ง “อยู่ที่ห้องเรียน”
“คราวหน้าจะไปไหนมาไหนก็อย่าลืมใส่แว่นด้วยล่ะ” โจวเหรินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ข่งหนานไห่: “???”
“เข้าเรื่องเลยดีกว่า” โจวเหรินปรับแว่นพลางพูด “ในเมื่อแผน A ใช้ไม่ได้ผล เราก็ไปใช้แผน B กันดีกว่า”
“แผน B คืออะไร?” เพื่อนที่นั่งอยู่ด้านหลังโน้มตัวมาถามด้วยความอยากรู้
“พวกนายคิดว่าอะไรเป็นจุดแข็งที่สุดของเด็กปีหนึ่งคนนี้ที่ทำให้เธอสามารถท้าทายทั้งโรงเรียนได้?” โจวเหรินไม่ได้ตอบตรงๆแต่ถามกลับ
เพื่อนคนหนึ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ “เพราะเธอเก่ง แล้วพวกเรากาก”
คำตอบนั้นถึงจะจริง แต่ทำไมมันเจ็บแปลบแบบนี้…
โจวเหรินกวาดตามองรอบๆก่อนพูดช้าๆ “เธอได้เปรียบก็เพราะแพทย์ประจำโรงเรียนช่วยฟื้นฟูสภาพสัตว์อสูรของเธอได้เรื่อยๆแต่ไม่ว่าจะเป็นพลังงานสำรองของแมลงเติมพลัง หรือผลไม้และน้ำยาฟื้นฟูพลังงานในห้องพยาบาล ทุกอย่างล้วนมีจำกัด”
“ถ้าพวกเราทำให้ทรัพยากรพวกนั้นหมดไป เธอก็ไม่มีทางแข่งต่อไปได้เรื่อยๆแน่”
เพื่อนที่อยู่ด้านหลังเหมือนจะเข้าใจในทันที “งั้นเราก็ไม่ต้องทำอะไรเลย รอให้ห้องพยาบาลใช้ทรัพยากรจนหมดก็พอแล้วใช่ไหม”
“ไม่ นั่นมันช้าเกินไป พวกนายไปกระจายข่าวกับเพื่อนๆห้องอื่น บอกว่าหลังจากใครก็ตามที่แข่งเสร็จ ให้ไปหาแพทย์ประจำโรงเรียนเพื่อฟื้นฟูสัตว์อสูรของตัวเอง” โจวเหรินปรับแว่นอีกครั้งด้วยความจริงจัง “ทุกอย่าง ทุกด้าน ต้องฟื้นฟูให้ครบ”
เพื่อนข้างๆเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างได้ จึงหันมาถามข่งหนานไห่ “เจ้างูเกราะทองของนายไม่ใช่ได้รับบาดเจ็บเหรอ? เมื่อกี้ทำไมไม่ให้หมอช่วยดูด้วยล่ะ”
ข่งหนานไห่ชะงักไป “ฉันเห็นว่ามันเจ็บไม่หนักมาก เลยกะว่าจะให้มันพักอยู่ในตำราอสูรสักพัก แล้วเดี๋ยวกลับไปที่ห้องค่อยให้มันกินผลไม้ฟื้นฟู”
ตำราอสูรนอกจากจะใช้ทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรได้แล้ว ยังช่วยฟื้นฟูสภาพของสัตว์อสูรได้ด้วย แต่ประสิทธิภาพค่อนข้างช้า
“ก็เพราะมีหลายคนคิดเหมือนนายแบบนี้ไง ถึงทำให้ยัยเด็กปีหนึ่งคนนี้แข่งได้ตั้งหลายรอบ” โจวเหรินถอนหายใจ “เดี๋ยวรอบหน้านายไปให้หมอดูเจ้างูเกราะทองของนายหน่อยก็แล้วกัน”
ข่งหนานไห่ไม่พูดอะไรต่อ และนั่นน่าจะถือว่าเป็นการเห็นด้วยแล้ว
......
บนสนาม
เถาวัลย์สีเหลืองแห้งสองเส้นแกว่งไปมาเหมือนแส้ที่ฟาดด้วยความเร็วสูง จนเกิดเสียง ฟิ้ว ฟิ้ว ในอากาศทุกครั้งที่กวัดแกว่ง
แต่แม้จะเจอการโจมตีที่ถี่ขนาดนั้น หยาเป่ากลับไม่แสดงอาการตกใจเลยสักนิด มันใช้เทเลพอร์ตย้ายตัวไปอยู่ในตำแหน่งที่เถาวัลย์เอื้อมไม่ถึงกลางอากาศ ก่อนที่ดวงตาจะส่องประกายแสงสีฟ้า
ทันใดนั้นเถาวัลย์ที่กำลังแกว่งอยู่ก็หยุดนิ่งเหมือนถูกหยุดเวลา
วินาทีถัดมาเถาวัลย์ทั้งสองเส้นถูกควบคุมด้วยพลังจิต พลิกกลับทิศทางพุ่งใส่เถาร่วงลาอย่างรวดเร็ว เพียงไม่กี่ครั้งก็จับมัดแน่นเป็นปล้องไม่ต่างจากห่อของขวัญ
ต่อจากนั้น ลูกไฟสีแดงเข้มที่อัดแน่นด้วยพลังมหาศาลก็พุ่งเข้าใส่เถาร่วงลาอย่างแม่นยำ
"กุกุๆๆๆ!!!"
เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังออกมาจากเถาวัลย์ที่พยายามบิดตัว แต่ไม่กี่อึดใจ มันก็ล้มลงอย่างหมดสภาพ
“เถาร่วงลาสูญเสียความสามารถในการต่อสู้! ผู้ชนะคือเฉียวซาง!” อาจารย์สาวประกาศผลด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์
เพราะเธอเอาแต่ประกาศผลแบบนี้แทบทุกนาที จนตอนนี้จิตใจเริ่มชินชาไปกับมันแล้ว
“หยาเป่า นี่ครบ 185 ตัวแล้ว แกจะสู้ต่ออีกไหม?” เฉียวซางหันไปถาม
ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากได้คะแนน แต่ยืนแข่งมานานขนาดนี้ ขาเธอเริ่มชาจนแทบไม่มีแรงแล้ว...
“ย่าห์!”
หยาเป่าพยักหน้าอย่างมุ่งมั่น
แม้ว่าคู่ต่อสู้จะอ่อนแอ แต่มันรู้สึกได้ถึงพัฒนาการของตัวเอง การต่อสู้ช่วงหลังๆทำให้มันตอบโต้ได้แทบจะเป็นสัญชาตญาณ
นี่แปลว่าการต่อสู้ไม่สูญเปล่า มันกำลังแข็งแกร่งขึ้น!
เฉียวซางมองหยาเป่าด้วยความรู้สึกปนเป เธอเองเหนื่อยแทบยืนไม่ไหว แต่หยาเป่ากลับยังมีแรงสู้อยู่เรื่อยๆ นี่มันไม่ใช่คนจริงๆ... เอ่อเดี๋ยวนะ หยาเป่าก็ไม่ใช่คนตั้งแต่แรกนี่นา
เธอสะบัดความคิดในหัวออก แล้วหันไปยื่นคำขอต่ออาจารย์สาวเพื่อให้ช่วยฟื้นฟูสภาพหยาเป่าอีกครั้ง
การต่อสู้ 5 รอบติดที่ผ่านมา คู่ต่อสู้ล้วนเป็นสัตว์อสูรขั้นกลางทำให้พลังงานในตัวหยาเป่าถูกใช้ไปมากกว่าครึ่ง
ไม่นานนักแพทย์ประจำโรงเรียนก็เดินเข้ามา แต่ครั้งนี้บนไหล่ของเขาไม่มีแมลงเติมพลังที่เคยสวมเสื้อกาวน์สีขาวอยู่
เมื่อเข้ามาใกล้ แพทย์ประจำโรงเรียนเผยสีหน้าอับจนก่อนพูดขึ้นว่า “เฉียวซางครั้งนี้ฉันอาจช่วยฟื้นฟูสภาพสุนัขเพลิงเร้นลับของเธอไม่ได้แล้ว”
เฉียวซางชะงักไปเล็กน้อย “ทำไมล่ะคะ?”
“ทรัพยากรที่ใช้ฟื้นฟูพลังงาน ฟื้นฟูร่างกาย รวมถึงรักษาบาดแผลให้สัตว์อสูรหมดเกลี้ยงแล้ว” แพทย์ถอนหายใจ “แม้แต่พลังงานสำรองในตัวแมลงเติมพลังก็ถูกใช้หมดไปแล้วเหมือนกัน”
พลังงานสำรองของแมลงเติมพลังไม่ได้มีไม่จำกัด แต่มันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามระดับความสามารถของมัน เมื่อพลังงานในตัวหมดก็ต้องเติมใหม่ถึงจะใช้ต่อได้
“อย่างนี้เอง ถ้างั้นการโชว์พลังครั้งนี้ของฉันก็คงต้องจบลงที่…” เฉียวซางพูดค้างไว้ก่อนจะหยุดชะงัก แล้วหันไปมองหยาเป่าพลางถามว่า
“หยาเป่าแกก็ได้ยินแล้วนะ จากนี้สภาพของแกจะฟื้นฟูไม่ได้อีกแล้ว แม้จะเป็นแบบนี้แกยังจะสู้ต่อไหม?”
“ย่าห์!”
หยาเป่าจ้องกลับมาด้วยสายตาแน่วแน่ พร้อมพยักหน้าหนักแน่น
มันจะสู้ต่อ!
เหมือนกับที่เธอคิดเอาไว้ไม่มีผิด... เฉียวซางหัวเราะเบาๆ ก่อนพูด “เอาเถอะ จะเอายังไงก็เอา แต่ถ้ารู้ตัวว่าไม่ไหวแล้วอย่าฝืนล่ะนะ คนมองแกอยู่ตั้งเยอะ ถ้าแพ้เข้าขายหน้าแย่เลย”
“หยา หยา!”
หยาเป่าส่งเสียงตอบอย่างมั่นใจว่ามันจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆแน่!