- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 220: ข้อผิดพลาดในการเติมพลัง
บทที่ 220: ข้อผิดพลาดในการเติมพลัง
บทที่ 220: ข้อผิดพลาดในการเติมพลัง
อาจารย์สาวที่ได้ยินคำพูดของเฉียวซางถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามีขั้นตอนการเติมพลังให้สัตว์อสูรอยู่ด้วย
ด้วยความที่นักเรียนใหม่สุดโหดคนนี้ต่อสู้ติดต่อกันเกือบ 20 รอบโดยไม่เคยขอเติมพลังเลย เธอเกือบลืมว่ากระบวนการนี้มีอยู่จริง
ไม่นานนัก แพทย์ประจำโรงเรียนที่สวมเสื้อกาวน์สีขาวก็เดินเข้ามาจากข้างสนาม
บนไหล่ของเขามีสัตว์อสูรประเภทแมลงตัวหนึ่งเกาะอยู่ มันมีลำตัวส่วนใหญ่เป็นสีสนิมเหล็ก บนหัวมีวัตถุคล้ายหมวกนิรภัยสีส้มขอบเหลือง ปากของมันเป็นรูปฟันเลื่อย และที่น่าสนใจคือมันเองก็สวมเสื้อกาวน์สีขาวเหมือนกัน
ทันทีที่เฉียวซางเห็นสัตว์อสูรตัวนี้ เธอถึงกับตาค้างไปเล็กน้อย
ไม่คิดเลยว่า สัตว์อสูรของหมอประจำโรงเรียนจะเป็นแมลงเติมพลัง...
แมลงเติมพลังเป็นสัตว์อสูรประเภทแมลงที่แปลกประหลาดมากในภูมิภาคเย่หัว
แม้มันจะไม่ได้หายากมากนัก แต่ลักษณะพิเศษของมันทำให้คนจดจำได้ง่าย บวกกับข้อเท็จจริงที่ว่ามันไม่สามารถวิวัฒนาการได้สิ่งเหล่านี้ทำให้มันกลายเป็นสัตว์อสูรที่มีความเฉพาะตัวค่อนข้างสูง
ลักษณะเฉพาะตัวของแมลงเติมพลังคือการกักเก็บพลังงาน และสามารถถ่ายโอนพลังงานเหล่านั้นไปยังสัตว์อสูรตัวอื่นได้
นักผจญภัยที่ไปสำรวจในมิติพิเศษมักจะมองหาผู้ฝึกสัตว์อสูรที่มีสัตว์อสูรฟื้นฟูหรือแมลงเติมพลังในทีม เพราะแมลงเติมพลังเปรียบเสมือนขวดพลังงานอัตโนมัติมีชีวิต
แม้แมลงเติมพลังงานจะมีความต้องการในตลาดสูง แต่ผู้ฝึกสัตว์อสูรที่ต้องการประสบความสำเร็จในด้านการต่อสู้มักจะหลีกเลี่ยงการทำพันธสัญญากับมัน เนื่องจากข้อจำกัดที่มันไม่สามารถวิวัฒนาการได้
“มานี่สิ” แพทย์ประจำโรงเรียนเรียกผีล่าสมบัติ
“ซุน~”
ผีล่าสมบัติมองดูแมลงเติมพลังที่สวมเสื้อกาวน์อย่างสนใจ แล้วลอยไปหามันอย่างช้าๆ
นี่เป็นครั้งแรกที่มันได้เห็นสัตว์อสูรที่สวมเสื้อผ้านอกเหนือจากในทีวี
“ไปเลย” แพทย์ประจำโรงเรียนพยักหน้าให้แมลงเติมพลัง
“ชุง ชุง”
แมลงเติมพลังพยักหน้าแล้วกระโดดเข้าใส่ผีล่าสมบัติด้วยแรงทั้งหมด
“ซุน!!”
ผีล่าสมบัติตกใจจนสะดุ้ง มันเอี้ยวตัวหลบอย่างรวดเร็ว
ตุ้บ!
แมลงเติมพลังกระแทกพื้นอย่างแรง
แพทย์ประจำโรงเรียน: “…”
"ขอโทษค่ะ เป็นเพราะฉันไม่ได้บอกมันก่อนเอง" เฉียวซางก้มหัวและเกาหน้าผากอย่างเขินๆ
"…ไม่เป็นไร สัตว์อสูรส่วนใหญ่ถ้าไม่รู้ตัวล่วงหน้าแล้วโดนกระโดดใส่แบบนี้ก็มักจะหลบกันทั้งนั้นแหละ" แพทย์ประจำโรงเรียนตอบด้วยความเข้าใจ
แต่ในใจเขาก็อดคิดว่า จะไม่เข้าใจก็ไม่ได้! ตอนนี้ทุกคนในโรงเรียนกำลังมองอยู่!
"ผีล่าสมบัติอย่าหลบอีกนะ เจ้านี่เป็นหมอ จะมาช่วยเติมพลังให้แกไง" เฉียวซางบอกเจ้าผีล่าสมบัติด้วยน้ำเสียงจริงจัง
หมอเหรอ?!
แมลงเติมพลังที่พึ่งลุกขึ้นมาจากพื้นตัวสั่นเล็กน้อย ก่อนจะรีบปัดฝุ่นบนเสื้อกาวน์ขาวของมันและทำท่าทางเหมือนลืมความเจ็บปวดเมื่อครู่ไปทันที
"ซุน…"
ผีล่าสมบัติยกนิ้วขึ้นเกาหัวอย่างเขินอาย อ๋อ…แกเป็นหมอหรอกเหรอ
เมื่อเข้าใจสถานการณ์ มันจึงยื่นอุ้งมือไปจับแมลงเติมพลังแล้ววางไว้บนหัวของตัวเอง
"ซุน ซุน!"
มาเลย! เติมพลังให้เต็มที่ไปเลย!
แมลงเติมพลังชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตั้งสติและเริ่มปฏิบัติหน้าที่ของมันอย่างจริงจัง
"ชุง ชุง!"
ร่างของแมลงเติมพลังเรืองแสงสีฟ้าสว่างจ้า และทันใดนั้นร่างของผีล่าสมบัติที่อยู่ติดกันกับมันก็ถูกแสงสีฟ้าห่อหุ้มไปด้วย
ฝูงชนที่เฝ้าดูอยู่ถอนหายใจออกมาพร้อมกัน
"ฉันว่าแล้ว มันเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะเลิกแข่งหลังชนะไปได้แค่คนเดียว"
"เมื่อกี้ที่แกพูดไม่ใช่แบบนี้นี่"
"เมื่อกี้ฉันพูดอะไร? ฉันลืมไปแล้ว"
"…"
"ขอแก้ไขนิดหน่อยนะ เธอชนะมาแล้ว 18 คนแล้ว อย่าทำเหมือนนักเรียนปีหนึ่งไม่ใช่คนสิ"
"…"
เมื่อเติมพลังเสร็จ ผีล่าสมบัติก็กลับไปประจำตำแหน่งในสนามต่อสู้ พร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งต่อไป
การต่อสู้เริ่มขึ้นเซี่ยเฉิงฉิงดีดนิ้วเสียงดังหนูหูสั้นรีบขุดหลุมลงไปใต้ดินทันที
ดูเหมือนว่าการดีดนิ้วคือสัญญาณให้มันขุดหลุม
เฉียวซางจ้องมองการเคลื่อนไหวของพี่สาวปีสามคนนี้ที่สั่งการด้วยการดีดนิ้ว พร้อมกับการประสานงานที่ลงตัวกับสัตว์อสูรของเธอด้วยความสนใจ
ต้องยอมรับว่าการกระทำครั้งนี้ทำให้เธอได้แรงบันดาลใจดีๆขึ้นมา
เธอจินตนาการถึงตัวเองในอนาคต ในการแข่งขันใหญ่เธอเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่กำลังตะโกนสั่งสัตว์อสูรว่า “ขุดหลุม!”
ขณะที่ตัวเธอยิ้มมุมปากอย่างสง่างาม ก่อนจะดีดนิ้วเพียงครั้งเดียวฝนดาวตกก็ตกลงมาจากฟากฟ้า
แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว!
ดีเลย เธอคิดในใจ ต้องกลับไปซ้อมการส่งสัญญาณแบบนี้กับหยาเป่าบ้างแล้ว!
แม้จะวาดฝันไว้ในใจ แต่เฉียวซางไม่ลืมว่ากำลังอยู่กลางการต่อสู้
“ผีล่าสมบัติระวังรอบๆตัวไว้ให้ดี” เธอสั่งเตือน
ขุดหรือเจาะโพรงเป็นทักษะระดับกลางของสัตว์อสูรประเภทดิน
โดยสัตว์อสูรจะมุดลงไปในพื้นดิน จากนั้นโผล่ขึ้นมาโจมตีเป้าหมายอย่างไม่คาดคิด ด้วยอัตราความแม่นยำและพลังโจมตีที่สูง มันจึงมักถูกใช้เป็นท่าไม้ตายของสัตว์อสูรประเภทดินในระดับเริ่มต้นถึงกลาง
“ซุน!”
ผีล่าสมบัติพยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง
แต่ทันทีที่มันพยักหน้าจบ หนูหูสั้นก็โผล่พรวดขึ้นมาจากพื้นดิน พร้อมพุ่งเข้าใส่มันด้วยแรงมหาศาล
“ซุน!”
ผีล่าสมบัติสะดุ้งตัวโหยง มันรีบใช้เทเลพอร์ตเพื่อหลบการโจมตีไปโดยสัญชาตญาณ
จากนั้นดวงตาของมันเปล่งแสงสีฟ้าสว่างขึ้นมองตรงไปยังหนูหูสั้นที่ยังไม่ทันตกลงพื้น
หนูหูสั้นชะงักค้างกลางอากาศทันที ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยพลังลึกลับ
ในวินาทีถัดมาฉากการหมุน 360 องศา ก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งต่อหน้าทุกคน
“ซู่ ซู่่!!!”
เสียงร้องโหยหวนของหนูหูสั้นก้องไปทั่วสนาม
ทั้งสนามเซินซุ่ยเงียบสนิท
หากก่อนหน้านี้หลายคนมองว่าเทเลพอร์ตของผีล่าสมบัติน่าจะเป็นเพียงแค่การลอยตัวหลบแบบธรรมดา แต่ตอนนี้มันไม่เพียงแค่ใช้เทเลพอร์ต มันยังใช้พลังจิตควบคุมศัตรูต่อหน้าต่อตาทุกคน นี่มัน…
สัตว์อสูรประเภทผีที่มีประเภทพลังจิตแฝงอยู่ด้วย? ใครจะไปคิดว่าสัตว์อสูรสองประเภทหายากที่สุดในตัวเดียวกันจะโผล่มาอยู่ที่นี่!
“...ไม่คิดเลยว่าสัตว์ประเภทผีจะมีทักษะคล้ายๆเทเลพอร์ตแบบนี้ด้วย”
“…นั่นสิ ไม่เคยรู้มาก่อนเลย”
“แล้วก็ควบคุมเงานั่นอีก ดูเหมือนมันจะใช้โดยไม่ต้องพึ่งเงาด้วย…”
“ใช่เลย แถมดวงตายังเปล่งแสงสีฟ้าเข้มอีกด้วย”
“…”
บนที่นั่งแถวหน้าสุดของผู้ชม หวังเว่ยโตว้จ้องมองผีล่าสมบัติด้วยสีหน้าเหม่อลอย พลางพึมพำเบาๆ “พลังจิต…พลังจิต…พลังจิต…นี่มันพลังจิต”
หลิวเหยาที่นั่งอยู่ข้างๆหันหน้าหนี เขาเริ่มเบื่อสีหน้าโง่เง่าที่อีกฝ่ายแสดงออกมาแล้ว
.......
“หนูหูสั้นสูญเสียความสามารถในการต่อสู้! ผู้ชนะคือ เฉียวซาง!”
แม้ว่าหลายคนจะคาดการณ์ไว้แล้วว่าเซี่ยเฉิงฉิงน่าจะแพ้ แต่เมื่อผลประกาศออกมาก็ยังทำให้ทุกคนรู้สึกประหลาดใจ
สัตว์อสูรระดับกลางอย่างหนูหูสั้นทำไมถึงสลัดการควบคุมของผีล่าสมบัติที่เป็นสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นไม่ได้?
นี่มันไม่น่าจะเป็นไปได้เลยสักนิด!
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพลังงานหรือความแข็งแกร่งทางกายภาพ นี่มันขัดกับตรรกะโดยสิ้นเชิง ยกเว้นเสียแต่ว่า…
ระดับความชำนาญของทักษะมันสูงจนน่ากลัว
“พวกนายคิดว่าควบคุมเงาของผีล่าสมบัติถึงขั้นไหนแล้ว?”
“ลำพังแค่ผีล่าสมบัติใช้ควบคุมเงาได้ก็น่ากลัวพอแล้ว นี่นายยังมาถามเรื่องระดับความชำนาญอีกเหรอ?”
“ไม่ใช่ควบคุมเงาเมื่อกี้ ฉันหมายถึงท่าเมื่อกี้ที่มันใช้ตอนดวงตาเปล่งแสงสีฟ้าออกมาต่างหาก”
“…อ้อ ท่านั้นเหรอ? ไม่รู้แฮะ แต่ถ้าควบคุมสัตว์อสูรที่เหนือกว่าตัวมันเองได้ มีโอกาสสูงว่ามันน่าจะถึงขั้นสูงสุดแล้ว”
แม้ว่าผลงานของ ผีล่าสมบัติจะทำให้หลายคนตกตะลึง แต่แรงจูงใจที่จะได้เข้าทีมโรงเรียนก็ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะต้านทาน นักเรียนรุ่นพี่จึงยังคงก้าวขึ้นไปและส่งตัวเองไปแพ้ทีละคนทีละคน
ต่างจากการต่อสู้กับนักเรียนปีหนึ่ง การเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับกลางนั้นใช้พลังงานมากกว่าเดิมมาก ทำให้ทุกครั้งที่จบการต่อสู้ ผีล่าสมบัติต้องพักเติมพลัง
เมื่อเฉียวซางต่อสู้ชนะติดต่อกัน 49 รอบ นักเรียนชายคนหนึ่งที่สูงประมาณ 185 เซนติเมตร เดินขึ้นมาบนสนาม เขามีผมสีดำปกคลุมหน้าผากเล็กน้อย โครงหน้าเด่นชัด และยัดมือไว้ในกระเป๋าอย่างไม่แยแส
“มัธยมปีสาม ห้อง 9 เซวี่ยชูฮวา” เขาแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น