เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 214: การแสดงศักยภาพของทีมโรงเรียน

บทที่ 214: การแสดงศักยภาพของทีมโรงเรียน

บทที่ 214: การแสดงศักยภาพของทีมโรงเรียน


อาจารย์หลี่อี้เดินไปหยิบแว่นตาขึ้นมาจากพื้น มองรอยร้าวบนเลนส์ด้วยความเงียบอยู่สิบกว่าวินาที ก่อนจะปรากฏรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตาและถามว่า

“สัตว์อสูรตัวไหนที่ทำแว่นฉันตก เป็นของใคร?”

เฉียวซาง: “…”

สุดท้ายสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ก็ต้องมาอยู่ดี…

เธอสูดหายใจลึก พยุงตัวลุกขึ้นยืนโดยใช้มือยันโต๊ะไว้ แล้วตอบด้วยเสียงหนักแน่น “ของฉันค่ะ”

อาจารย์หลี่อี้หรี่ตาลงมองเธออย่างพิจารณา หลังจากสวมแว่นที่มีรอยร้าวกลับเข้าไป เขาจ้องดูเฉียวซางชัดๆก่อนจะแข็งค้างไปครู่หนึ่ง

โอ้! นี่มันนักเรียนที่รองผู้อำนวยการ ฉินเหวิน, หลัวเฉียน, และเจิ้งกั๋วผิง พูดถึงพร้อมนี่หว่า!

เขายังจำได้ดีว่าก่อนเปิดเทอมรองผู้อำนวยการเคยติดต่อมาหาเขา พร้อมบอกว่า “ถ้าเห็นนักเรียนชื่อเฉียวซางเล่นมือถือในห้องเรียนก็ทำเป็นไม่เห็นไปละกันนะ”

ทั้งอาจารย์ฉินเหวินยังโทรมาบอกอีกว่า “ถ้านักเรียนชื่อเฉียวซางคะแนนวิชาการไม่ดีขึ้นมา อย่ากดดันเธอมาก เพราะเธอน่าจะทุ่มสมาธิไปกับการฝึกสัตว์อสูรและการต่อสู้จนหมดแล้ว”

ส่วนหลัวเฉียนฝากเขาให้พูดถึงข้อดีของการแข่งประเภทการประสานงานสัตว์อสูรกับเฉียวซางบ่อยๆเพื่อกระตุ้นความสนใจของเธอ

และเจิ้งกั๋วผิง…

อาจารย์หลี่อี้จำได้แม่นว่าเช้าวันหนึ่งเจิ้งกั๋วผิงบุกมาถึงห้องทำงานของเขา ตบบ่าแล้วพูดด้วยรอยยิ้มกว้างว่า “เฉียวซางอยู่ในห้องนายนี่ เป็นโชคดีของนายจริงๆ”

โชคดี? โชคดียังไง? โชคดีที่วันแรกแว่นฉันพังเลยหรือไง?!

อาจารย์หลี่อี้นิ่งคิดอยู่สักพัก ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ทำไมเธอถึงเลือกนั่งข้างหลังล่ะ? ไม่กลัวมองกระดานไม่ชัดเหรอ?”

เฉียวซาง: “???”

.....

วันที่ 1 กันยายนของทุกปี มักเป็นวันที่นักเรียนรุ่นพี่ตั้งตารอ เพราะมันคือวันที่จะได้สนุกกับการชมอะไรใหม่ๆ

นักเรียนใหม่ที่รู้ประเพณีนี้ดี ต่างก็ตื่นเต้นกับช่วงเวลาที่อาจกลายเป็นดาวเด่นของโรงเรียน

การแสดงศักยภาพของทีมโรงเรียน

พูดให้ดูดีก็คือการแสดงฝีมือ แต่ถ้าพูดแบบไม่อ้อมค้อม มันคือเวทีแห่งการปล่อยไก่

เพราะมีคนดูทั้งโรงเรียน หากเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมา ก็อาจกลายเป็นหัวข้อให้พูดถึงไปจนจบการศึกษาหรือแย่กว่านั้นอาจทำให้เสียโอกาสในการมีความรักในรั้วโรงเรียนตั้งแต่เนิ่นๆเลยก็ได้!

สนามเซินซุ่ยซึ่งเป็นสนามแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดในโรงเรียนมัธยมเซินซุ่ยจัดงานเตรียมพร้อมสำหรับงานเปิดเทอมวันนี้

ปกติแล้การแข่งขันใหญ่ๆหรือกิจกรรมสำคัญของโรงเรียนมักจะจัดขึ้นที่นี่ ทั้งสนามและที่นั่งสำหรับผู้ชมถูกออกแบบเป็นขั้นบันไดวงกลม ที่นั่งเต็มไปด้วยนักเรียนและอาจารย์ทั่วทั้งโรงเรียน

ภายในแต่ละชั้นเรียน มีการพูดคุยกันอย่างคึกคักเกี่ยวกับพิธีเปิดเทอมและกิจกรรมที่จะเกิดขึ้น

“ได้ยินมาว่า เดี๋ยวจะมีการเปิดโอกาสให้ท้าทายทีมโรงเรียนด้วยนะ เห็นเขาว่าถ้าชนะจะได้เข้าทีมแทนคนที่แพ้ด้วยเรื่องจริงรึเปล่า?”

“นายได้ข่าวนี้มาจากไหน?”

“พี่สาวของฉันมีเพื่อนที่เรียนอยู่ปีที่สามที่นี่ เธอเป็นคนบอกมา”

“ไม่น่าใช่นะแล้วมันจะท้าทายยังไง? ถ้าทุกคนขึ้นไปแบบสู้เป็นวงล้อทีมโรงเรียนก็ต้องแพ้แน่ๆ”

“ได้ข่าวว่ามีหมอสนามอยู่ด้านหลัง ถ้าสู้เสร็จก็จะฟื้นฟูให้แล้วแข่งต่อได้”

“ฉันไม่เอาด้วยหรอก ฉันทำสัญญากับหนอนฝ้ายแค่ตัวเดียวเอง”

“......”

นักเรียนบางคนคุยกันเล่นสนุกๆ แต่บางคนกลับดูจริงจังเป็นอย่างมาก

“ฉันจ่ายเงินไปไม่น้อยเพื่อได้ข่าววงในมา บอกเลยว่าทีมโรงเรียนของเรามีสามคนที่เก่งสุดๆ” เด็กชายทรงหัวเห็ดพูดพลางถือเอกสารชุดหนึ่งก่อนจะพูดกับเพื่อนๆที่มุงอยู่รอบตัว

“คนแรกหวังจี้หางเขาทำสัญญากับบับเบิ้ลเบลล์สัตว์อสูรประเภทพลังจิต คิดดูสิพลังจิตน่ากลัวขนาดไหนกัน”

“คนที่สองลู่เหยาบ้านของหมอนี่รวยมาก เขาทำสัญญากับมังกรน้อยสัตว์อสูรประเภทมังกร แนะนำว่าอย่าไปยุ่งกับเขาจะดีกว่า”

คำพูดนี้ทำให้นักเรียนที่ฟังอยู่กลืนน้ำลายด้วยความประหม่า สัตว์อสูรประเภทมังกรขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งและทรงพลัง ใครจะกล้าไปสู้ด้วยง่ายๆ?

“สุดท้ายเป็นผู้หญิงชื่อเฉียวซาง เธอทำสัญญากับสุนัขเขี้ยวเพลิง” เด็กชายทรงหัวเห็ดลดเสียงลงเล็กน้อยและพูดด้วยน้ำเสียงลึกลับ

“จากข้อมูลที่เชื่อถือได้สัตว์อสูรสุนัขเพลิงเร้นลับที่เป็นวิวัฒนาการล่าสุดของสุนัขเขี้ยวเพลิงที่เคยเป็นข่าวใหญ่ในเมืองเราเมื่อไม่นานมานี้ ก็คือสัตว์อสูรของเธอ”

“จริงเหรอ?!” เด็กชายด้านขวาถึงกับสูดหายใจลึก “เธออายุเท่าเราเองไม่ใช่เหรอ? เพิ่งจะกลายเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรเมื่อสองเดือนก่อนนี่นา”

“เธอเป็นผู้ปลุกพลังได้ด้วยตัวเองอาจจะเริ่มฝึกมาก่อนสองเดือนนี้” เด็กชายทรงหัวเห็ดตอบ

“โอ้โห สุดยอดเกินไปแล้ว” เด็กชายด้านขวาถึงกับพูดออกมา “โรงเรียนเรานี่โคตรเทพเลยนะ มีคนแบบนี้มาเรียนที่นี่ด้วย”

ตอนนั้นเอง เด็กชายอีกคนที่นั่งเงียบอยู่ทางซ้ายก็ถามขึ้นด้วยเสียงแหบของเขา “ในเมืองเราตอนนี้มีสุนัขเพลิงเร้นลับกี่ตัว?”

เด็กชายทรงหัวเห็ดทำหน้าเหนื่อยใจ “นายคิดว่ามีกี่ตัวกัน? ในเมืองเราน่ะไม่สิไม่ใช่แค่เมืองนะ ต้องบอกว่าทั่วบลูสตาร์ตอนนี้มีแค่ตัวเดียวคือตัวที่อยู่กับเฉียวซางนั่นแหละ”

หวังอี้ติ้งถึงกับนิ่งค้าง เขาไม่คิดเลยว่าเด็กผู้หญิงที่เคยช่วยเขาหาแมวมงกุฏจะอายุเท่ากับเขาจริงๆ

เด็กชายทรงผมเห็ดพูดต่อด้วยรอยยิ้ม “ถ้านายอยากชนะก็อย่าเลือกท้าสู้กับสามคนนั้น แต่ถ้าอยากโด่งดังในโรงเรียน ก็รอให้คนข้างหน้าสู้จนสัตว์อสูรของพวกเขาอ่อนล้ากันหมดก่อนแล้วค่อยขึ้นไปท้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่ใช่สัตว์อสูรของเฉียวซาง นายอาจจะมีโอกาสเอาชนะได้บ้าง”

เขาอธิบายต่อ “การต่อสู้นานๆไม่ได้วัดแค่พลังงานภายในร่างหรือความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรเพียงสองอย่าง แต่ยังวัดความ ทนทานของมันด้วย”

ความทนทาน หมายถึงความสามารถของสัตว์อสูรในการต่อสู้ต่อเนื่องได้เป็นเวลานาน หรือการอดทนต่อความเหนื่อยล้า

พลังงานและความแข็งแกร่งสามารถฟื้นฟูได้ด้วยทักษะการรักษาหรือของน้ำยาฟื้นฟู แต่ความทนทานไม่สามารถฟื้นฟูกันได้ง่ายๆ

สัตว์อสูรที่มีเจตจำนงไม่แข็งแกร่งพอ เมื่อความทนทานหมดลงจะเริ่มแสดงจุดอ่อนออกมาในการต่อสู้อย่างชัดเจน

“สวัสดีนักเรียนทุกคน ก่อนอื่นฉันขอเป็นตัวแทนของคณะผู้บริหารโรงเรียน แสดงความยินดีอย่างอบอุ่นและต้อนรับนักเรียนมัธยมปีที่ 1 ทุกคนเข้าสู่โรงเรียนของเรา”

บนเวที ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตขาว สูงประมาณ 180 เซนติเมตร มีบรรยากาศนักวิชาการอบอวลรอบตัว ดูเหมือนจะอายุราวๆ 24 ปี กล่าวเปิดงานด้วยเสียงที่หนักแน่น

“ยินดีต้อนรับพวกเธอทุกคนเข้าสู่การเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรอันทรงเกียรติ แต่ขอให้จำไว้ว่า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น! โลกใบนี้มีขอบเขตจำกัดแต่การแสวงหาของผู้ฝึกสัตว์อสูรนั้นไร้ขีดจำกัด!”

ที่หลังเวทีบรรดาทีมโรงเรียนต่างแอบเปิดม่านเล็กๆแอบมองออกไป

เฉียวซางมองชายหนุ่มที่กำลังกล่าวบนเวทีอย่างสงสัย “ผู้อำนวยการของเราเด็กขนาดนี้เลยเหรอ?”

ลู่เหยายิ้มขำ “เขาไม่เด็กแล้วล่ะ ลองเดาดูว่าเขาอายุเท่าไหร่?”

เฉียวซางครุ่นคิดก่อนตอบ “26 ปี?”

“ผิด” ลู่เหยาส่ายหน้า

“งั้น 36?”

“ลองเดาให้มากกว่านั้นอีกสิ”

“96 ปี?”

ลู่เหยา: “…”

“ฉันบอกให้เดามากกว่านี้ แต่ไม่ได้บอกให้เดาว่าถึงขนาดใกล้ตายแล้ว!” ลู่เหยาถอนหายใจ “เขาอายุ 48 ปีแล้วน่ะ ตอนอายุ 20 เขาก็กลายเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ D และเพราะพลังจากสัญญาย้อนกลับทำให้เขาดูแก่ช้ากว่าปกติ”

เฉียวซางตาค้างอย่างหนัก

ที่ผ่านมาโลกของเธอแคบมาก ส่วนใหญ่อยู่แค่ในโรงเรียนหรือไม่ก็ที่บ้าน เธอเคยได้ยินเรื่องพลังจากสัญญาย้อนกลับที่ช่วยรักษาความเยาว์วัยของผู้ฝึกสัตว์อสูร และเคยเห็นมันแค่จากในอินเทอร์เน็ตเท่านั้น นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เจอตัวเป็นๆกับตาตัวเอง

แม้ว่าในชีวิตประจำวันอาจจะเคยเจอคนแบบนี้บนท้องถนนมาบ้าง แต่ถ้าพวกเขาไม่บอก เธอก็ไม่มีทางรู้เลย

“กังวลไหม?” ลู่เหยาถามขณะมองออกไปยังฝูงนักเรียนหลายพันคนที่นั่งอยู่ในสนาม

“กังวลสิ!” หวังจี้หางลูบหน้าอกตัวเอง “ฉันรู้สึกว่าหัวใจฉันเต้นไปถึง 180 ครั้งต่อนาทีเลยตอนนี้”

ลู่เหยาหันมามองหวังจี้หางด้วยความเบื่อหน่าย “ฉันไม่ได้ถามนาย ฉันถามเฉียวซาง”

หวังจี้หาง: “…”

เฉียวซางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มอย่างตื่นเต้น “กังวลเหรอ? ไม่แน่นอน เอาตามตรงฉันรอที่จะออกไปแทบไม่ไหวแล้ว!”

สำหรับเธอสิ่งที่รออยู่ไม่ใช่แค่การต่อสู้เท่านั้นแต่ยังรวมถึงคะแนนสะสมอีกด้วย!

จบบทที่ บทที่ 214: การแสดงศักยภาพของทีมโรงเรียน

คัดลอกลิงก์แล้ว