- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 196: เรื่องแบบนี้ก็มีด้วยเหรอ?!
บทที่ 196: เรื่องแบบนี้ก็มีด้วยเหรอ?!
บทที่ 196: เรื่องแบบนี้ก็มีด้วยเหรอ?!
วันถัดมา
เฉียวซางค่อยๆรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา พลางยื่นมือไปคว้ามือถือข้างๆเตียงด้วยความเคยชินเพื่อดูเวลา
แต่ทันทีที่คว้าก็เจอเข้ากับอุ้งเท้าของผีล่าสมบัติแทน
เธอถึงกับสะดุ้ง รีบลุกพรวดขึ้นมาทันที
"ทำไมวันนี้แกตื่นเช้าจัง ไม่หลับต่ออีกสักหน่อยเหรอ!?"
ปกติทุกเช้าพอเธอตื่นขึ้นมาก็มักจะเจอผีล่าสมบัติที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่เสมอ แต่เช้านี้มันดันตื่นก่อนเธอเสียอย่างนั้น ทำเอาเฉียวซางรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย
ตามที่อ่านในหนังสือ เนื้อหาในนั้นบอกเอาไว้ว่าพวกสัตว์อสูรบางตัวจะมีช่วงพัฒนาการที่ต้องการพักผ่อนเยอะเป็นพิเศษ พอผ่านช่วงนั้นไปพวกมันก็จะกลับมาปกติ
หรือว่าก่อนหน้านั้นผีล่าสมบัติกำลังอยู่ในช่วงนั้นพอดี?
คิดไปคิดมา ดูเหมือนมันจะตัวสูงขึ้นนิดหน่อยจริงๆนั่นแหละ..…
"ซุน~"
เจ้าผีล่าสมบัติทำหน้าใสซื่อ แกล้งทำเป็นไม่เข้าใจสิ่งที่ผู้ฝึกสัตว์อสูรของมันพูด พลางกระพริบตาปริบๆอย่างน่าเอ็นดู
เฉียวซางนั้นลืมไปแล้วว่าเมื่อคืนก่อน เธอกลัวมันจะเล่นหมวกเสมือนจริงจนลืมเวลา เลยตั้งค่าจำกัดเวลาในหมวกจำลองไว้แค่ 3 ชั่วโมง ผลคือมันโดนบังคับให้ออกจากเกมตอนกลางดึก เลยตื่นเช้ามาด้วยความสดใสที่เห็น
......
หลายคนอาจสงสัยว่าเงินล้านในสังคมผู้ฝึกสัตว์อสูรสามารถใช้ทำอะไรได้บ้าง?
เงินนั่นซื้อสุนัขเขี้ยวเพลิงได้สิบตัว แต่หากเป็นบับเบิ้ลเบลล์จะสามารถซื้อได้แค่ตัวเดียวเท่านั้น หรือจะเอาไปซื้อเขาของมังกรน้อยมาประดับไว้ที่บ้านก็ยังได้
ถ้าไม่นับเรื่องค่าเลี้ยงดูที่มากน้อยต่างกันไป สัตว์อสูรที่เป็นในตัวเลือกในจำนวนเงินเท่านี้ก็มีอยู่ค่อนข้างเยอะมากเลยทีเดียว
นอกจากสัตว์อสูรแล้ว มันยังสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตขึ้นไปได้อีกขั้น
ทางด้านเฉียวซางที่เพิ่งกลายเป็นเศรษฐีนีในชั่วข้ามคืน ตัดสินใจใช้เงินซื้อความสุขให้กับตัวเองอย่างเต็มที่
เช้าวันนี้เธอจึงไม่กินขนมปังที่แถมฟรีจากซูเปอร์มาร์เก็ตอีกต่อไป แต่กลับเดินเข้าร้านอาหารเช้าที่แพงที่สุดในย่านนี้ด้วยก้าวที่มั่นคง และสั่งเมนูยอดนิยมแทบทุกอย่างมาลองกิน
รวมแล้วหมดไป 567 เหรียญพันธมิตร
ในจำนวนนั้น หยาเป่าและผีล่าสมบัติกินไป 552 เหรียญพันธมิตร ส่วนตัวเธอกินไปแค่ 15 เหรียญ
เฉียวซางนั่งกินข้าวเหนียวราคา 10 เหรียญ กับนมถั่วเหลืองอีก 5 เหรียญ พลางคิดว่า ทั้งๆที่มีเงินหลายล้านแต่ชีวิตประจำวันของเธอก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเท่าไหร่นัก
ปัญหามันอยู่ตรงไหนกันนะ…..
"ย่าห์!"
ระหว่างที่เธอกำลังครุ่นคิด หยาเป่าก็ใช้เท้าดันชามข้าวเปล่าตรงหน้ามาข้างหน้า พร้อมส่งสายตาเป็นเชิงว่า “ขออีก”
“เฮีย! เพิ่มข้าวเห็ดเพลิงอีกชาม!”
“ได้เลย!”
เจ้าของร้านไม่รอช้า ใช้เวลาไม่นานก็ยกข้าวเห็ดเพลิงมาเสิร์ฟให้ทันที
“66 เหรียญพันธมิตรครับ”
เฉียวซางควักเงินจ่ายแบบเงียบๆและถึงบางอ้อทันทีว่า ปัญหาของความยากไร้ทั้งหมดของเธอ มันอยู่ตรงนี้นี่เอง…..
ที่โรงเรียนพอเฉียวซางมาถึงสนามฝึก กลับเจอจินเฟยฟานยืนอยู่ที่ทางเข้า
“นี่เธอมาทำอะไรที่นี่งั้นเหรอ?” เธอเดินเข้าไปถาม
ตามปกติทีมโรงเรียนปีสองกับปีหนึ่งจะมีสนามฝึกและเวลาฝึกแยกกันชัดเจน และในช่วงเวลาเช้าขนาดนี้เหล่านักเรียนทีมปีหนึ่งน่าจะยังคงเมาขี้ตากันอยู่แท้ๆ
จินเฟยฟานที่เห็นเธอเข้า ถึงกับตาเป็นประกาย ก่อนจะเก้ๆกังๆทำตัวไม่ถูกพลางพูดอย่างไม่ค่อยมั่นใจว่า
“ฉันมารอเธอน่ะ”
เฉียวซางได้ยินแล้วก็แปลกใจ
จินเฟยฟานเป็นพวกเข้าสังคมยากสุดๆ ปกติไม่ค่อยพูดหรือสุงสิงกับใคร แม้แต่ในโลกออนไลน์ก็แทบไม่คุยกับคนอื่น ไม่นึกเลยว่าจะมาหาเธอถึงที่
“มีอะไรงั้นเหรอ?” เฉียวซางถามอย่างสงสัย
“อีกห้าวันก็จะเปิดเทอมแล้ว พอดีฉันรู้สึกกังวลนิดหน่อย เลยอยากมาปรึกษากับเธอน่ะ” จินเฟยฟานตอบอย่างอึกอัก
เฉียวซางชะงักไปเล็กน้อย “แล้วทำไมไม่ทักมาทางโทรศัพท์ล่ะ?”
“มือถือฉันพัง ยังไม่ได้เอาไปซ่อมเลย” เธอตอบพลางก้มหน้างุด ด้วยความกระอักกระอ่วน
ไม่แปลกใจเลย เฉียวซางคิดในใจ คนที่เข้าสังคมยากแบบนี้ถ้ามือถือไม่พังหรือมีเหตุจวนตัวจริงๆคงไม่มีทางเข้าหาคนอื่นก่อนหรอก
เธอเลยปลอบว่า “ไม่ต้องกังวลหรอกน่า เดี๋ยวเปิดเทอมก็คุยเล่นกับเพื่อนสองสามคำก็สนิทแล้ว ถ้าหนักจริงก็ลองเรียกลูกบอลน้อยของเธอออกมา รับรองช่วยให้คนเข้าหาได้เยอะแน่ๆ”
ในสังคมผู้ฝึกสัตว์อสูร การพูดคุยเรื่องสัตว์อสูรมักเป็นหัวข้อที่ช่วยสร้างความสนิทสนมได้เร็วมากยิ่งขึ้น
แต่คำพูดของเธอกลับทำให้จินเฟยฟานชะงักไปพักใหญ่ ก่อนที่หน้าเขาจะเริ่มแดงก่ำ เสียงสูงขึ้นเล็กน้อยว่า “ฉันไม่ได้กังวลเรื่องนั้นนะ!”
เฉียวซางถึงกับงง “แล้วเธอกังวลเรื่องอะไรกัน?”
“เธอไม่ได้ดูข้อความในกลุ่มเลยเหรอ?” จินเฟยฟานอธิบาย “วันเปิดเทอม ทีมโรงเรียนจะมีช่วงโชว์ศักยภาพ ทุกคนในทีมต้องแสดงฝีมือ และพวกปีหนึ่งคนอื่นๆสามารถท้าทายเราได้ ถ้าแพ้อาจต้องกลายเป็นตัวสำรองหรือไม่ก็อาจจะโดนเด้งออกจากทีมไปเลย”
“มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ?!” เฉียวซางพลันขนลุกชันด้วยความตื่นเต้น
“ย่าห์!” จากท่าทางแล้ว หยาเป่าเองก็รู้สึกแบบเดียวกับผู้ฝึกอสูรของมันอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
จินเฟยฟานมองพวกเธอสองคนด้วยสายตาแปลกๆ “ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่านะ แต่ทำไมฉันรู้สึกเหมือนพวกเธอกำลังดูดีใจกับเรื่องนี้นะ….”
“ย่าห์ ย่าห์!”
หยาเป่าพยักหน้าหนักแน่น มันเป็นสัตว์อสูรที่ชอบความท้าทายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การมีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นก็ไม่ต่างไปจากการสุมเชื้อเพลิงเข้ากองไฟ
เฉียวซางรีบกดหัวหยาเป่าให้หยุดพยักหน้า พร้อมพูดแก้เก้อไปว่า “น่าจะคิดไปเองนั่นแหละ”
แต่พอเห็นจินเฟยฟานมองมาด้วยสายตาแปลกๆ เธอจึงปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้น ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ไม่คิดเลยว่าจะมีอะไรแบบนี้ด้วย!”
จินเฟยฟาน: “……”
“แล้วมันมีข้อจำกัดอะไรไหม?” เฉียวซางถามต่อ “อย่างเช่น ถ้าเราชนะไปแล้ว คนอื่นยังสามารถมาท้าทายเราได้อีกไหม หรืือถ้าชนะแล้วชนะเลย?”
จินเฟยฟานพยักหน้าด้วยสีหน้าหม่นหมอง “ไม่มีข้อจำกัดอะไรเลย ในกลุ่มบอกว่าถ้าชนะไปแล้วสัตว์อสูรของเราจะได้รับการฟื้นฟูทันทีโดยหมอประจำโรงเรียน แล้วก็ต้องรอรับคำท้าจากคนอื่นต่อไปเรื่อยๆ”
“โรงเรียนจะพิจารณาจากผลการต่อสู้และจำนวนครั้งที่ชนะว่าเราจะได้อยู่ในทีมต่อไปไหม”
นี่มันจะดีเกินไปแล้ว! ในใจเฉียวซางกำลังเต้นรำฉลองอย่างมีความสุข ถ้ากฏเป็นแบบนี้ก็หมายความว่าถ้าชนะไปได้ตลอดก็จะสามารถแข่งต่อได้เรื่อยๆและสะสมคะแนนต่อเนื่องได้ไม่หยุด
แต่เพื่อไม่ให้จินเฟยฟานเสียความรู้สึก เธอจึงเก็บความตื่นเต้นไว้ในใจ พร้อมถอนหายใจและพูดว่า “แบบนี้มันลำบากพวกเรามากเลยนะ”
“ใช่ไหมล่ะ” จินเฟยฟานถอนหายใจตาม
ทั้งคู่คุยเรื่องนี้ต่อไปอีกเกือบสิบนาที จนในที่สุดจินเฟยฟานก็รวบรวมความกล้าพูดเป้าหมายที่แท้จริงออกมา
“คือว่าฉันออกไปข้างนอกโรงเรียนไม่ได้ ดังนั้นรบกวนเธอช่วยเอามือถือของฉันไปซ่อมให้หน่อยได้ไหม?”
“ได้สิ!” ด้วยความครื้นเครงในใจ เฉียวซางตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเลเลยสักนิด
หลังจากจินเฟยฟานไปแล้ว เฉียวซางก็เดินฮัมเพลงเข้ามาในสนามฝึกด้วยรอยยิ้มสดใส พร้อมหยาเป่าที่เดินส่ายหางตามมาอย่างเริงร่า
หวังเหยาหันมาเห็นเข้าก็อดสงสัยไม่ได้ "มีเรื่องอะไรเหรอ ทำไมดูอารมณ์ดีจัง?"
"ไม่มีอะไรมากหรอก เมื่อคืนตอนออกไปซื้อของ ฉันช่วยคนหาสัตว์อสูรที่หายไปเจอน่ะ แล้วระหว่างนั้นเจ้าผีล่าสมบัติก็ได้เรียนรู้ทักษะใหม่พอดี" เฉียวซางตอบพลางเกาท้ายทอยยิ้ม ๆ
"ซุน~"
เจ้าผีล่าสมบัติโผล่หัวออกมาจากบนศีรษะของเจ้านายมัน พลางพยักหน้าเบาๆ
"ทักษะอะไรเหรอ?" หวังเหยาถามด้วยความสนใจ
"ก็แค่ทักษะง่ายๆ อย่างควบคุมเงาก็เท่านั้นเอง" เฉียวซางตอบตรงๆ
สำหรับเธอแล้วมันไม่ได้มีความจำเป็นต้องปิดบังความสามารถของสัตว์อสูรแต่อย่างใด เพียงแต่ถ้าไม่มีใครถาม เธอก็คงไม่โพทนาออกมาให้คนอื่นได้รับรู้ตรงๆหรอก
ในวงการผู้ฝึกสัตว์อสูร การที่สัตว์อสูรวิวัฒนาการหรือได้เรียนรู้ทักษะใหม่ได้ ถือเป็นเรื่องน่ายินดีมาก เลยไม่ค่อยมีใครเก็บเงียบเอาไว้กับตัว
บางคนถึงกับอวดในโซเชียลทุกครั้งที่สัตว์อสูรของตัวเองมีพัฒนาการ หรือในกรณีที่พิเศษหน่อย ก็จัดปาร์ตี้ฉลองกับเพื่อนฝูงเลยทีเดียว
แบบเฉียวซางก็ถือว่าถ่อมตัวพอสมควรแล้ว เพราะถ้าเธอจะต้องอวดมันไปซะทุกครั้งจริงๆคงต้องโพสต์บ่อยจนเพื่อนเบื่อ
"ควบคุมเงา?" หวังเหยาถึงกับชะงักไป ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง "ฮ่าๆๆ เฉียวซาง ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเธอมีอารมณ์ขันขนาดนี้!"
"เธอไม่เชื่อเหรอ?" เฉียวซางมองหน้าเธอ
หวังเหยาทำหน้าเซ็ง "พูดอะไรออกมาน่ะ ใครจะไปเชื่อ ควบคุมเงาเลยนะ! ถึงฉันจะไม่มีสัตว์อสูรประเภทผีก็เถอะ แต่ก็รู้ดีว่ามันเป็นทักษะระดับสูง เธอเคยเห็นสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นตัวไหนเรียนรู้ทักษะระดับสูงได้บ้างไหมล่ะ?"
เฉียวซางคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยสีหน้าจริงจัง "ก็มีเจ้าหยาเป่ากับเจ้าสมบัติน้อยของฉันไงล่ะ"
หวังเหยา: "……"