เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 196: เรื่องแบบนี้ก็มีด้วยเหรอ?!

บทที่ 196: เรื่องแบบนี้ก็มีด้วยเหรอ?!

บทที่ 196: เรื่องแบบนี้ก็มีด้วยเหรอ?!


วันถัดมา

เฉียวซางค่อยๆรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา พลางยื่นมือไปคว้ามือถือข้างๆเตียงด้วยความเคยชินเพื่อดูเวลา

แต่ทันทีที่คว้าก็เจอเข้ากับอุ้งเท้าของผีล่าสมบัติแทน

เธอถึงกับสะดุ้ง รีบลุกพรวดขึ้นมาทันที

"ทำไมวันนี้แกตื่นเช้าจัง ไม่หลับต่ออีกสักหน่อยเหรอ!?"

ปกติทุกเช้าพอเธอตื่นขึ้นมาก็มักจะเจอผีล่าสมบัติที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่เสมอ แต่เช้านี้มันดันตื่นก่อนเธอเสียอย่างนั้น ทำเอาเฉียวซางรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย

ตามที่อ่านในหนังสือ เนื้อหาในนั้นบอกเอาไว้ว่าพวกสัตว์อสูรบางตัวจะมีช่วงพัฒนาการที่ต้องการพักผ่อนเยอะเป็นพิเศษ พอผ่านช่วงนั้นไปพวกมันก็จะกลับมาปกติ

หรือว่าก่อนหน้านั้นผีล่าสมบัติกำลังอยู่ในช่วงนั้นพอดี?

คิดไปคิดมา ดูเหมือนมันจะตัวสูงขึ้นนิดหน่อยจริงๆนั่นแหละ..…

"ซุน~"

เจ้าผีล่าสมบัติทำหน้าใสซื่อ แกล้งทำเป็นไม่เข้าใจสิ่งที่ผู้ฝึกสัตว์อสูรของมันพูด พลางกระพริบตาปริบๆอย่างน่าเอ็นดู

เฉียวซางนั้นลืมไปแล้วว่าเมื่อคืนก่อน เธอกลัวมันจะเล่นหมวกเสมือนจริงจนลืมเวลา เลยตั้งค่าจำกัดเวลาในหมวกจำลองไว้แค่ 3 ชั่วโมง ผลคือมันโดนบังคับให้ออกจากเกมตอนกลางดึก เลยตื่นเช้ามาด้วยความสดใสที่เห็น

......

หลายคนอาจสงสัยว่าเงินล้านในสังคมผู้ฝึกสัตว์อสูรสามารถใช้ทำอะไรได้บ้าง?

เงินนั่นซื้อสุนัขเขี้ยวเพลิงได้สิบตัว แต่หากเป็นบับเบิ้ลเบลล์จะสามารถซื้อได้แค่ตัวเดียวเท่านั้น หรือจะเอาไปซื้อเขาของมังกรน้อยมาประดับไว้ที่บ้านก็ยังได้

ถ้าไม่นับเรื่องค่าเลี้ยงดูที่มากน้อยต่างกันไป สัตว์อสูรที่เป็นในตัวเลือกในจำนวนเงินเท่านี้ก็มีอยู่ค่อนข้างเยอะมากเลยทีเดียว

นอกจากสัตว์อสูรแล้ว มันยังสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตขึ้นไปได้อีกขั้น

ทางด้านเฉียวซางที่เพิ่งกลายเป็นเศรษฐีนีในชั่วข้ามคืน ตัดสินใจใช้เงินซื้อความสุขให้กับตัวเองอย่างเต็มที่

เช้าวันนี้เธอจึงไม่กินขนมปังที่แถมฟรีจากซูเปอร์มาร์เก็ตอีกต่อไป แต่กลับเดินเข้าร้านอาหารเช้าที่แพงที่สุดในย่านนี้ด้วยก้าวที่มั่นคง และสั่งเมนูยอดนิยมแทบทุกอย่างมาลองกิน

รวมแล้วหมดไป 567 เหรียญพันธมิตร

ในจำนวนนั้น หยาเป่าและผีล่าสมบัติกินไป 552 เหรียญพันธมิตร ส่วนตัวเธอกินไปแค่ 15 เหรียญ

เฉียวซางนั่งกินข้าวเหนียวราคา 10 เหรียญ กับนมถั่วเหลืองอีก 5 เหรียญ พลางคิดว่า ทั้งๆที่มีเงินหลายล้านแต่ชีวิตประจำวันของเธอก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเท่าไหร่นัก

ปัญหามันอยู่ตรงไหนกันนะ…..

"ย่าห์!"

ระหว่างที่เธอกำลังครุ่นคิด หยาเป่าก็ใช้เท้าดันชามข้าวเปล่าตรงหน้ามาข้างหน้า พร้อมส่งสายตาเป็นเชิงว่า “ขออีก”

“เฮีย! เพิ่มข้าวเห็ดเพลิงอีกชาม!”

“ได้เลย!”

เจ้าของร้านไม่รอช้า ใช้เวลาไม่นานก็ยกข้าวเห็ดเพลิงมาเสิร์ฟให้ทันที

“66 เหรียญพันธมิตรครับ”

เฉียวซางควักเงินจ่ายแบบเงียบๆและถึงบางอ้อทันทีว่า ปัญหาของความยากไร้ทั้งหมดของเธอ มันอยู่ตรงนี้นี่เอง…..

ที่โรงเรียนพอเฉียวซางมาถึงสนามฝึก กลับเจอจินเฟยฟานยืนอยู่ที่ทางเข้า

“นี่เธอมาทำอะไรที่นี่งั้นเหรอ?” เธอเดินเข้าไปถาม

ตามปกติทีมโรงเรียนปีสองกับปีหนึ่งจะมีสนามฝึกและเวลาฝึกแยกกันชัดเจน และในช่วงเวลาเช้าขนาดนี้เหล่านักเรียนทีมปีหนึ่งน่าจะยังคงเมาขี้ตากันอยู่แท้ๆ

จินเฟยฟานที่เห็นเธอเข้า ถึงกับตาเป็นประกาย ก่อนจะเก้ๆกังๆทำตัวไม่ถูกพลางพูดอย่างไม่ค่อยมั่นใจว่า

“ฉันมารอเธอน่ะ”

เฉียวซางได้ยินแล้วก็แปลกใจ

จินเฟยฟานเป็นพวกเข้าสังคมยากสุดๆ ปกติไม่ค่อยพูดหรือสุงสิงกับใคร แม้แต่ในโลกออนไลน์ก็แทบไม่คุยกับคนอื่น ไม่นึกเลยว่าจะมาหาเธอถึงที่

“มีอะไรงั้นเหรอ?” เฉียวซางถามอย่างสงสัย

“อีกห้าวันก็จะเปิดเทอมแล้ว พอดีฉันรู้สึกกังวลนิดหน่อย เลยอยากมาปรึกษากับเธอน่ะ” จินเฟยฟานตอบอย่างอึกอัก

เฉียวซางชะงักไปเล็กน้อย “แล้วทำไมไม่ทักมาทางโทรศัพท์ล่ะ?”

“มือถือฉันพัง ยังไม่ได้เอาไปซ่อมเลย” เธอตอบพลางก้มหน้างุด ด้วยความกระอักกระอ่วน

ไม่แปลกใจเลย เฉียวซางคิดในใจ คนที่เข้าสังคมยากแบบนี้ถ้ามือถือไม่พังหรือมีเหตุจวนตัวจริงๆคงไม่มีทางเข้าหาคนอื่นก่อนหรอก

เธอเลยปลอบว่า “ไม่ต้องกังวลหรอกน่า เดี๋ยวเปิดเทอมก็คุยเล่นกับเพื่อนสองสามคำก็สนิทแล้ว ถ้าหนักจริงก็ลองเรียกลูกบอลน้อยของเธอออกมา รับรองช่วยให้คนเข้าหาได้เยอะแน่ๆ”

ในสังคมผู้ฝึกสัตว์อสูร การพูดคุยเรื่องสัตว์อสูรมักเป็นหัวข้อที่ช่วยสร้างความสนิทสนมได้เร็วมากยิ่งขึ้น

แต่คำพูดของเธอกลับทำให้จินเฟยฟานชะงักไปพักใหญ่ ก่อนที่หน้าเขาจะเริ่มแดงก่ำ เสียงสูงขึ้นเล็กน้อยว่า “ฉันไม่ได้กังวลเรื่องนั้นนะ!”

เฉียวซางถึงกับงง “แล้วเธอกังวลเรื่องอะไรกัน?”

“เธอไม่ได้ดูข้อความในกลุ่มเลยเหรอ?” จินเฟยฟานอธิบาย “วันเปิดเทอม ทีมโรงเรียนจะมีช่วงโชว์ศักยภาพ ทุกคนในทีมต้องแสดงฝีมือ และพวกปีหนึ่งคนอื่นๆสามารถท้าทายเราได้ ถ้าแพ้อาจต้องกลายเป็นตัวสำรองหรือไม่ก็อาจจะโดนเด้งออกจากทีมไปเลย”

“มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ?!” เฉียวซางพลันขนลุกชันด้วยความตื่นเต้น

“ย่าห์!” จากท่าทางแล้ว หยาเป่าเองก็รู้สึกแบบเดียวกับผู้ฝึกอสูรของมันอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

จินเฟยฟานมองพวกเธอสองคนด้วยสายตาแปลกๆ “ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่านะ แต่ทำไมฉันรู้สึกเหมือนพวกเธอกำลังดูดีใจกับเรื่องนี้นะ….”

“ย่าห์ ย่าห์!”

หยาเป่าพยักหน้าหนักแน่น มันเป็นสัตว์อสูรที่ชอบความท้าทายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การมีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นก็ไม่ต่างไปจากการสุมเชื้อเพลิงเข้ากองไฟ

เฉียวซางรีบกดหัวหยาเป่าให้หยุดพยักหน้า พร้อมพูดแก้เก้อไปว่า “น่าจะคิดไปเองนั่นแหละ”

แต่พอเห็นจินเฟยฟานมองมาด้วยสายตาแปลกๆ เธอจึงปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้น ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ไม่คิดเลยว่าจะมีอะไรแบบนี้ด้วย!”

จินเฟยฟาน: “……”

“แล้วมันมีข้อจำกัดอะไรไหม?” เฉียวซางถามต่อ “อย่างเช่น ถ้าเราชนะไปแล้ว คนอื่นยังสามารถมาท้าทายเราได้อีกไหม หรืือถ้าชนะแล้วชนะเลย?”

จินเฟยฟานพยักหน้าด้วยสีหน้าหม่นหมอง “ไม่มีข้อจำกัดอะไรเลย ในกลุ่มบอกว่าถ้าชนะไปแล้วสัตว์อสูรของเราจะได้รับการฟื้นฟูทันทีโดยหมอประจำโรงเรียน แล้วก็ต้องรอรับคำท้าจากคนอื่นต่อไปเรื่อยๆ”

“โรงเรียนจะพิจารณาจากผลการต่อสู้และจำนวนครั้งที่ชนะว่าเราจะได้อยู่ในทีมต่อไปไหม”

นี่มันจะดีเกินไปแล้ว! ในใจเฉียวซางกำลังเต้นรำฉลองอย่างมีความสุข ถ้ากฏเป็นแบบนี้ก็หมายความว่าถ้าชนะไปได้ตลอดก็จะสามารถแข่งต่อได้เรื่อยๆและสะสมคะแนนต่อเนื่องได้ไม่หยุด

แต่เพื่อไม่ให้จินเฟยฟานเสียความรู้สึก เธอจึงเก็บความตื่นเต้นไว้ในใจ พร้อมถอนหายใจและพูดว่า “แบบนี้มันลำบากพวกเรามากเลยนะ”

“ใช่ไหมล่ะ” จินเฟยฟานถอนหายใจตาม

ทั้งคู่คุยเรื่องนี้ต่อไปอีกเกือบสิบนาที จนในที่สุดจินเฟยฟานก็รวบรวมความกล้าพูดเป้าหมายที่แท้จริงออกมา

“คือว่าฉันออกไปข้างนอกโรงเรียนไม่ได้ ดังนั้นรบกวนเธอช่วยเอามือถือของฉันไปซ่อมให้หน่อยได้ไหม?”

“ได้สิ!” ด้วยความครื้นเครงในใจ เฉียวซางตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเลเลยสักนิด

หลังจากจินเฟยฟานไปแล้ว เฉียวซางก็เดินฮัมเพลงเข้ามาในสนามฝึกด้วยรอยยิ้มสดใส พร้อมหยาเป่าที่เดินส่ายหางตามมาอย่างเริงร่า

หวังเหยาหันมาเห็นเข้าก็อดสงสัยไม่ได้ "มีเรื่องอะไรเหรอ ทำไมดูอารมณ์ดีจัง?"

"ไม่มีอะไรมากหรอก เมื่อคืนตอนออกไปซื้อของ ฉันช่วยคนหาสัตว์อสูรที่หายไปเจอน่ะ แล้วระหว่างนั้นเจ้าผีล่าสมบัติก็ได้เรียนรู้ทักษะใหม่พอดี" เฉียวซางตอบพลางเกาท้ายทอยยิ้ม ๆ

"ซุน~"

เจ้าผีล่าสมบัติโผล่หัวออกมาจากบนศีรษะของเจ้านายมัน พลางพยักหน้าเบาๆ

"ทักษะอะไรเหรอ?" หวังเหยาถามด้วยความสนใจ

"ก็แค่ทักษะง่ายๆ อย่างควบคุมเงาก็เท่านั้นเอง" เฉียวซางตอบตรงๆ

สำหรับเธอแล้วมันไม่ได้มีความจำเป็นต้องปิดบังความสามารถของสัตว์อสูรแต่อย่างใด เพียงแต่ถ้าไม่มีใครถาม เธอก็คงไม่โพทนาออกมาให้คนอื่นได้รับรู้ตรงๆหรอก

ในวงการผู้ฝึกสัตว์อสูร การที่สัตว์อสูรวิวัฒนาการหรือได้เรียนรู้ทักษะใหม่ได้ ถือเป็นเรื่องน่ายินดีมาก เลยไม่ค่อยมีใครเก็บเงียบเอาไว้กับตัว

บางคนถึงกับอวดในโซเชียลทุกครั้งที่สัตว์อสูรของตัวเองมีพัฒนาการ หรือในกรณีที่พิเศษหน่อย ก็จัดปาร์ตี้ฉลองกับเพื่อนฝูงเลยทีเดียว

แบบเฉียวซางก็ถือว่าถ่อมตัวพอสมควรแล้ว เพราะถ้าเธอจะต้องอวดมันไปซะทุกครั้งจริงๆคงต้องโพสต์บ่อยจนเพื่อนเบื่อ

"ควบคุมเงา?" หวังเหยาถึงกับชะงักไป ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง "ฮ่าๆๆ เฉียวซาง ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเธอมีอารมณ์ขันขนาดนี้!"

"เธอไม่เชื่อเหรอ?" เฉียวซางมองหน้าเธอ

หวังเหยาทำหน้าเซ็ง "พูดอะไรออกมาน่ะ ใครจะไปเชื่อ ควบคุมเงาเลยนะ! ถึงฉันจะไม่มีสัตว์อสูรประเภทผีก็เถอะ แต่ก็รู้ดีว่ามันเป็นทักษะระดับสูง เธอเคยเห็นสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นตัวไหนเรียนรู้ทักษะระดับสูงได้บ้างไหมล่ะ?"

เฉียวซางคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยสีหน้าจริงจัง "ก็มีเจ้าหยาเป่ากับเจ้าสมบัติน้อยของฉันไงล่ะ"

หวังเหยา: "……"

จบบทที่ บทที่ 196: เรื่องแบบนี้ก็มีด้วยเหรอ?!

คัดลอกลิงก์แล้ว