- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 190: ยาปรับสมดุล
บทที่ 190: ยาปรับสมดุล
บทที่ 190: ยาปรับสมดุล
เฉียวซางไม่ได้คิดอะไรมากและตกลงทันที การฝึกสัตว์อสูรตัวเดียวอาจทำให้รู้สึกเบื่อได้
แต่ถ้าฝึกสองตัวไปพร้อมกันจะมีความสนุกสนานมากขึ้น และสำหรับสัตว์อสูรที่มักขาดแรงจูงใจ การฝึกแบบนี้ช่วยกระตุ้นได้เป็นอย่างดี
แม้ว่าหยาเป่าจะไม่ได้ขาดแรงจูงใจในการฝึก แต่ผีล่าสมบัตินั้นต่างออกไป...
ช่วงนี้ทุกครั้งที่กลับบ้าน มันมักลอยวนไปทางหมวกเสมือนจริงอยู่เป็นประจำ แววตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาเกือบจะเหมือนกับสัตว์ตัวน้อยในวัยแบเบาะที่หิวกระหายนมในยามเช้า
การช่วยหยาเป่าฝึกฝนความอดทนต่ออาการเวียนหัว ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ผีล่าสมบัติเพิ่มความชำนาญในพลังจิตและเบี่ยงเบนความสนใจจากหมวกเสมือนจริงได้ด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสามตัวกันเลยทีเดียว
“ย่าห์!”
หยาเป่าพยักหน้าให้ผีล่าสมบัติ ราวกับจะบอกว่า เอาเลย ทำให้เต็มที่
ในจินตนาการของมัน ตัวเองน่าจะดูเท่กว่าสัตว์อสูรสีชมพูในคลิปวิดีโอนั้นมาก
โดยเฉพาะท่าทางสุดท้ายตอนหยุดหมุน มันได้คิดไว้แล้วว่าจะโพสท่าอะไรให้ออกมาดูเจ๋งที่สุด
“เริ่มฝึกแรกๆให้หมุนช้าๆก่อนดีกว่าไหม?” เฉียวซางเสนอ
หยาเป่าแสดงสีหน้าบอกว่าเรื่องนี้มันแค่ของกล้วยๆเอง
“ย่าห์ ย่าห์!”
แค่หมุนตัวเอง จะไปยากอะไร ไม่มีปัญหาเลยสักนิด
“ซุน~”
ผีล่าสมบัติพยักหน้าเห็นด้วย แค่หมุนตัวแค่นี้สำหรับพี่ใหญ่หยาเป่าถือเป็นเรื่องง่ายๆอยู่แล้ว
“งั้นเอาเลยนะ พอเหนื่อยแล้วค่อยพัก” เฉียวซางกล่าวพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะมานั่งบนโซฟาและเริ่มค้นหาในฟอรั่ม
หลังจากลังเลเล็กน้อย เธอเปิดหน้าต่างแชทส่วนตัวกับคนที่ชื่อ "โรงเรียนถล่มเมื่อไหร่ ฟ้าสดใสวันนั้น"
ถ้าสิ่งที่คนๆนี้พูดเป็นความจริง ว่าเจ้าแมวมงกุฎหนีออกจากบ้านเพราะไม่อยากฝึกผายลม เธอก็รู้สึกว่าตัวเองอาจมีส่วนผิดอยู่สูงถึง 0.05% และคิดว่าจะถามดูว่ามันกลับมาแล้วหรือยัง?
เธอสาบานเลยว่าไม่ได้สนใจเรื่องเงินหนึ่งล้านเลยสักนิด!
ขณะที่เฉียวซางกำลังเปิดฟอรั่มนั้นเอง ผีล่าสมบัติมองหยาเป่าด้วยแววตาตื่นเต้น
“ซุน!”
เริ่มเลยนะ!
“หย๊า!”
หยาเป่าพยักหน้า
เอาเลย!
ผีล่าสมบัติยื่นนิ้วสั้นๆสองนิ้วออกมา พร้อมกับเรียกพลังงานในร่างกาย
หยาเป่าเริ่มหมุนตัวภายใต้การควบคุมของพลังจิต ช่วงแรกความเร็วไม่ได้มากนัก หยาเป่าแสดงสีหน้าผ่อนคลาย
“ย่าห์”
แต่หลังจากหมุนได้ไม่กี่รอบ มันก็หันไปทางผีล่าสมบัติพร้อมส่งเสียงเรียก บอกเป็นนัยว่าให้เพิ่มความเร็วได้แล้ว
“ซุน~”
ผีล่าสมบัติเผยสีหน้าที่เหมือนจะบอกว่า รู้อยู่แล้้วน่า
จากนั้นมันก็เพิ่มพลังงานอย่างรวดเร็ว แสงสีฟ้าเข้มพุ่งสว่างจ้าในทันที ไม่เพียงแค่ที่นิ้วสั้นๆของมัน แต่ทั้งดวงตาและร่างกายก็เปล่งประกายสีฟ้าเข้มออกมา
“หย๊า!!”
หยาเป่ารู้สึกเหมือนโลกหมุนตาลาย ในหัวมีเสียง “หึ่ง” ดังขึ้นมา และเผลอส่งเสียงร้องอย่างน่าเวทนา
เฉียวซางสะดุ้งจากเสียงร้องนั้น รีบเงยหน้าขึ้นมาดูและเห็นหยาเป่ากลายเป็นเงาสีแดงขาวที่หมุนวนไปมาอย่างรวดเร็ว
“ช้าๆหน่อยดีไหม? เหมือนว่าหยาเป่าจะไม่ไหวแล้วนะ” เฉียวซางลังเลและกล่าวขึ้น
ในขณะเดียวกัน ผีล่าสมบัติเองก็กำลังหอบหายใจอย่างแรง นิ้วสั้นๆสองนิ้วของมันก็เริ่มสั่นเล็กน้อย
เพราะมันเป็นแค่สัตว์อสูรระดับเริ่มต้นและด้วยการฝึกพลังจิตจนถึงขั้นสูงสุด ทำให้พลังงานในร่างกายของมันก็ยังคงมีจำกัด และการใช้พลังจิตจนถึงขีดสุดในคราวเดียวทำให้พลังงานหมดลงอย่างรวดเร็ว
“ซุน…” ผีล่าสมบัติร้องออกมาเบาๆ พร้อมมองด้วยสายตามุ่งมั่นเป็นการสื่อว่ามันเชื่อมั่นในตัวพี่ใหญ่หยาเป่า
แค่หมุนตัวเอง ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับพี่ใหญ่แน่นอน!
จริงอยู่ว่าด้วยความอดทนของหยาเป่าการฝึกหมุนตัวไม่ใช่ปัญหาแต่ความเร็วในตอนนี้มันมากเกินไป เรียกว่าเร็วจนมองไม่เห็นแม้แต่หัวของมันด้วยซ้ำ... เฉียวซางยังคงไม่วางใจและถามว่า
“หยาเป่า เร็วไปไหม?”
“หย๊า… หย๊า…”
เสียงของหยาเป่าในขณะหมุนอย่างรวดเร็วถูกลากจนกลายเป็นเสียงสะท้อน
มัน…ทำ…ได้…
หยาเป่าอยากจะร้องไห้ น้องน้อยของมันอย่างผีล่าสมบัติเชื่อมั่นในตัวมันมาก มันจะพูดออกไปได้ยังไงว่า มันไม่ไหวแล้ว?
เมื่อเห็นหยาเป่าไม่ปฏิเสธ เฉียวซางก็วางใจ เธอก้มหน้ากลับมาเริ่มพิมพ์ข้อความต่อ
[ฉันเพิ่งเห็นข้อความนาย แมวมงกุฏของนายกลับมายัง]
หลังจากแก้ไขข้อความจนแน่ใจว่าถูกต้องแล้ว เธอก็กดส่ง
แต่ปรากฏว่ามีเครื่องหมายอัศเจรีย์สีแดงขนาดใหญ่ขึ้นมาบอกว่าส่งไม่สำเร็จ
เฉียวซางจึงนึกขึ้นได้ว่าเธอเคยบล็อกเขาไว้
ขณะที่กำลังจะปลดบล็อกอยู่นั้น
“ซุน!!”
เสียงร้องของผีล่าสมบัติดังขึ้นทำให้เฉียวซางต้องเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง
ทันทีที่เธอมองขึ้นไป เธอเห็นหยาเป่ากำลังโยกตัวไปมาพร้อมกับดวงตาที่เหมือนจะเห็นดาวระยิบระยับ
สามวินาทีผ่านไป
ตุ๊บ
หยาเป่าล้มลงนอนกับพื้น
เฉียวซาง: "…!"
เวลา 19:02 น.
เฉียวซางขี่หยาเป่า พร้อมมีผีล่าสมบัติเกาะอยู่บนหัวของเธอ มุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าที่ใกล้ที่สุด
หยาเป่าเดินไปด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย
“ไม่เป็นไร ทุกคนเวลาเริ่มฝึกใหม่ๆก็เป็นแบบนี้ เรากำลังจะไปซื้อยาปรับสมดุลสักสองสามขวดมาไว้ให้แก หลังจากนี้พอฝึกจนเวียนหัวก็แค่ดื่มเข้าไป จะรู้สึกดีขึ้น” เฉียวซางพูดปลอบใจ
“ซุน ซุน...”
ผีล่าสมบัติที่เกาะอยู่บนหัวเธอร้องเสียงอ่อนแรงแสดงความเห็นด้วย
แม้ว่าจะใช้พลังจิตขั้นสูงสุดเพียงช่วงสั้นๆ แต่ก็ทำให้พลังงานในร่างของมันเหือดแห้งอย่างรวดเร็ว
ด้วยคำปลอบใจของเฉียวซางและผีล่าสมบัติ หยาเป่าก็กลับมามีอารมณ์ดีอีกครั้ง
ห้างที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างออกไปประมาณ 5 กิโลเมตร บนถนนหวนเล่อ
ในยามค่ำคืนห้างแห่งนี้ส่องแสงสว่างหลากสีจากไฟนีออนที่ประดับประดา บริเวณน้ำพุเพลงในลานกว้างมีเป็ดแรงกล้าห้าตัวสวมเนกไท กำลังเล่นไวโอลิน
ในบ่อน้ำพุวงกลม มีกุ้งน้ำพุกระโดดขึ้นลงตามจังหวะของเพลง พ่นสายน้ำสูงต่ำสลับกัน
เฉียวซางสังเกตว่าคนพลุกพล่านมากทีเดียว นี่เป็นครั้งแรกในรอบเดือนที่เธอได้เห็นผู้คนมากมายขนาดนี้ นับตั้งแต่การแข่งมาราธอนสัตว์อสูรครั้งนั้น
เพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจ เธอจึงเก็บหยาเป่าเข้าตำราอสูรและเดินเข้าไปข้างใน
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง เฉียวซางออกมาจากร้านขายยาชื่อดังบนชั้นสามของห้าง
เธอซื้อยาปรับสมดุลมาทั้งหมด 10 ขวด ใช้เงินไป 9,900 เหรียญพันธมิตร
แม้ว่าจะเสียเงินไปเกือบหมื่น แต่เธอไม่กังวลเลย เพราะในบัญชียังมีเงินถึงเจ็ดหลักให้พึ่งพา
จากนั้นเธอลงไปที่ชั้นสองของห้าง เตรียมซื้อชานมสามแก้วไว้สำหรับตัวเอง หยาเป่า และผีล่าสมบัติ
ขณะที่เธอต่อแถวอยู่ ก็มีคนแตะไหล่เธอ
เมื่อเธอหันไปมอง ก็พบกับเด็กสาวหน้าตาขาวสะอาดที่ดูตื่นเต้น
“เป็นเธอจริง ๆ! ฉันนึกว่าจำคนผิดซะอีก” เด็กสาวพูดอย่างดีใจ
เพราะเวลาผ่านไปไม่นาน และด้วยความจำที่ดีขึ้น เฉียวซางจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้คือคนที่เคยมีปัญหากับซือเกาฟงที่หน้าโรงเรียน
นี่คนรู้จักเราเยอะขนาดนี้เลยเหรอ... เฉียวซางคิดในใจ พร้อมกับจัดการสีหน้าให้ยิ้มแย้มตอบไปว่า “เธอมาคนเดียวเหรอ?”
“ฉันไม่ได้มาเที่ยวหรอก” เด็กสาวพูดด้วยสีหน้าหม่นหมองเล็กน้อย “ฉันมาทำงานน่ะ เพราะภูติน้ำจิ๋วของฉันยังมีรีวิวดาวเดียวอยู่ ฉันเลยรับงานดีๆที่ค่าตอบแทนสูงๆไม่ได้ ตอนนี้ต้องพามันมาทำงานเป็นนางแบบที่ร้านเสื้อผ้าในห้างแทน”
เฉียวซางพยักหน้าเข้าใจ เพราะลักษณะเฉพาะตัวแปลงร่างของภูติน้ำจิ๋วนั้นเป็นที่นิยมอย่างมาก ไม่ว่าจะในหมู่เด็กนักเรียนหรือคนทำงาน และยิ่งเป็นที่ต้องการในร้านเสื้อผ้าด้วย
บางคนอยากซื้อเสื้อผ้าให้เพื่อนหรือญาติที่อยู่ไกล แต่ไม่แน่ใจว่าจะพอดีหรือไม่ หากร้านมีภูติน้ำจิ๋วก็สามารถใช้ภาพถ่ายหรือข้อมูลส่วนสูงและน้ำหนักเพื่อแปลงร่างแทนคนจริงได้
หรือสำหรับคนที่รู้สึกว่าภาพสะท้อนในกระจกไม่ตรงกับความจริงและลังเลในการตัดสินใจซื้อเสื้อผ้า การมีภูติน้ำจิ๋วเป็นตัวช่วยชิ้นเรื่องสำคัญ
อย่างไรก็ตาม การทำงานในร้านเสื้อผ้านั้นเหนื่อยและค่าตอบแทนต่ำ เทียบไม่ได้กับงานอื่นที่ง่ายกว่าและได้เงินมากกว่า