เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 190: ยาปรับสมดุล

บทที่ 190: ยาปรับสมดุล

บทที่ 190: ยาปรับสมดุล


เฉียวซางไม่ได้คิดอะไรมากและตกลงทันที การฝึกสัตว์อสูรตัวเดียวอาจทำให้รู้สึกเบื่อได้

แต่ถ้าฝึกสองตัวไปพร้อมกันจะมีความสนุกสนานมากขึ้น และสำหรับสัตว์อสูรที่มักขาดแรงจูงใจ การฝึกแบบนี้ช่วยกระตุ้นได้เป็นอย่างดี

แม้ว่าหยาเป่าจะไม่ได้ขาดแรงจูงใจในการฝึก แต่ผีล่าสมบัตินั้นต่างออกไป...

ช่วงนี้ทุกครั้งที่กลับบ้าน มันมักลอยวนไปทางหมวกเสมือนจริงอยู่เป็นประจำ แววตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาเกือบจะเหมือนกับสัตว์ตัวน้อยในวัยแบเบาะที่หิวกระหายนมในยามเช้า

การช่วยหยาเป่าฝึกฝนความอดทนต่ออาการเวียนหัว ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ผีล่าสมบัติเพิ่มความชำนาญในพลังจิตและเบี่ยงเบนความสนใจจากหมวกเสมือนจริงได้ด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสามตัวกันเลยทีเดียว

“ย่าห์!”

หยาเป่าพยักหน้าให้ผีล่าสมบัติ ราวกับจะบอกว่า เอาเลย ทำให้เต็มที่

ในจินตนาการของมัน ตัวเองน่าจะดูเท่กว่าสัตว์อสูรสีชมพูในคลิปวิดีโอนั้นมาก

โดยเฉพาะท่าทางสุดท้ายตอนหยุดหมุน มันได้คิดไว้แล้วว่าจะโพสท่าอะไรให้ออกมาดูเจ๋งที่สุด

“เริ่มฝึกแรกๆให้หมุนช้าๆก่อนดีกว่าไหม?” เฉียวซางเสนอ

หยาเป่าแสดงสีหน้าบอกว่าเรื่องนี้มันแค่ของกล้วยๆเอง

“ย่าห์ ย่าห์!”

แค่หมุนตัวเอง จะไปยากอะไร ไม่มีปัญหาเลยสักนิด

“ซุน~”

ผีล่าสมบัติพยักหน้าเห็นด้วย แค่หมุนตัวแค่นี้สำหรับพี่ใหญ่หยาเป่าถือเป็นเรื่องง่ายๆอยู่แล้ว

“งั้นเอาเลยนะ พอเหนื่อยแล้วค่อยพัก” เฉียวซางกล่าวพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะมานั่งบนโซฟาและเริ่มค้นหาในฟอรั่ม

หลังจากลังเลเล็กน้อย เธอเปิดหน้าต่างแชทส่วนตัวกับคนที่ชื่อ "โรงเรียนถล่มเมื่อไหร่ ฟ้าสดใสวันนั้น"

ถ้าสิ่งที่คนๆนี้พูดเป็นความจริง ว่าเจ้าแมวมงกุฎหนีออกจากบ้านเพราะไม่อยากฝึกผายลม เธอก็รู้สึกว่าตัวเองอาจมีส่วนผิดอยู่สูงถึง 0.05% และคิดว่าจะถามดูว่ามันกลับมาแล้วหรือยัง?

เธอสาบานเลยว่าไม่ได้สนใจเรื่องเงินหนึ่งล้านเลยสักนิด!

ขณะที่เฉียวซางกำลังเปิดฟอรั่มนั้นเอง ผีล่าสมบัติมองหยาเป่าด้วยแววตาตื่นเต้น

“ซุน!”

เริ่มเลยนะ!

“หย๊า!”

หยาเป่าพยักหน้า

เอาเลย!

ผีล่าสมบัติยื่นนิ้วสั้นๆสองนิ้วออกมา พร้อมกับเรียกพลังงานในร่างกาย

หยาเป่าเริ่มหมุนตัวภายใต้การควบคุมของพลังจิต ช่วงแรกความเร็วไม่ได้มากนัก หยาเป่าแสดงสีหน้าผ่อนคลาย

“ย่าห์”

แต่หลังจากหมุนได้ไม่กี่รอบ มันก็หันไปทางผีล่าสมบัติพร้อมส่งเสียงเรียก บอกเป็นนัยว่าให้เพิ่มความเร็วได้แล้ว

“ซุน~”

ผีล่าสมบัติเผยสีหน้าที่เหมือนจะบอกว่า รู้อยู่แล้้วน่า

จากนั้นมันก็เพิ่มพลังงานอย่างรวดเร็ว แสงสีฟ้าเข้มพุ่งสว่างจ้าในทันที ไม่เพียงแค่ที่นิ้วสั้นๆของมัน แต่ทั้งดวงตาและร่างกายก็เปล่งประกายสีฟ้าเข้มออกมา

“หย๊า!!”

หยาเป่ารู้สึกเหมือนโลกหมุนตาลาย ในหัวมีเสียง “หึ่ง” ดังขึ้นมา และเผลอส่งเสียงร้องอย่างน่าเวทนา

เฉียวซางสะดุ้งจากเสียงร้องนั้น รีบเงยหน้าขึ้นมาดูและเห็นหยาเป่ากลายเป็นเงาสีแดงขาวที่หมุนวนไปมาอย่างรวดเร็ว

“ช้าๆหน่อยดีไหม? เหมือนว่าหยาเป่าจะไม่ไหวแล้วนะ” เฉียวซางลังเลและกล่าวขึ้น

ในขณะเดียวกัน ผีล่าสมบัติเองก็กำลังหอบหายใจอย่างแรง นิ้วสั้นๆสองนิ้วของมันก็เริ่มสั่นเล็กน้อย

เพราะมันเป็นแค่สัตว์อสูรระดับเริ่มต้นและด้วยการฝึกพลังจิตจนถึงขั้นสูงสุด ทำให้พลังงานในร่างกายของมันก็ยังคงมีจำกัด และการใช้พลังจิตจนถึงขีดสุดในคราวเดียวทำให้พลังงานหมดลงอย่างรวดเร็ว

“ซุน…” ผีล่าสมบัติร้องออกมาเบาๆ พร้อมมองด้วยสายตามุ่งมั่นเป็นการสื่อว่ามันเชื่อมั่นในตัวพี่ใหญ่หยาเป่า

แค่หมุนตัวเอง ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับพี่ใหญ่แน่นอน!

จริงอยู่ว่าด้วยความอดทนของหยาเป่าการฝึกหมุนตัวไม่ใช่ปัญหาแต่ความเร็วในตอนนี้มันมากเกินไป เรียกว่าเร็วจนมองไม่เห็นแม้แต่หัวของมันด้วยซ้ำ... เฉียวซางยังคงไม่วางใจและถามว่า

“หยาเป่า เร็วไปไหม?”

“หย๊า… หย๊า…”

เสียงของหยาเป่าในขณะหมุนอย่างรวดเร็วถูกลากจนกลายเป็นเสียงสะท้อน

มัน…ทำ…ได้…

หยาเป่าอยากจะร้องไห้ น้องน้อยของมันอย่างผีล่าสมบัติเชื่อมั่นในตัวมันมาก มันจะพูดออกไปได้ยังไงว่า มันไม่ไหวแล้ว?

เมื่อเห็นหยาเป่าไม่ปฏิเสธ เฉียวซางก็วางใจ เธอก้มหน้ากลับมาเริ่มพิมพ์ข้อความต่อ

[ฉันเพิ่งเห็นข้อความนาย แมวมงกุฏของนายกลับมายัง]

หลังจากแก้ไขข้อความจนแน่ใจว่าถูกต้องแล้ว เธอก็กดส่ง

แต่ปรากฏว่ามีเครื่องหมายอัศเจรีย์สีแดงขนาดใหญ่ขึ้นมาบอกว่าส่งไม่สำเร็จ

เฉียวซางจึงนึกขึ้นได้ว่าเธอเคยบล็อกเขาไว้

ขณะที่กำลังจะปลดบล็อกอยู่นั้น

“ซุน!!”

เสียงร้องของผีล่าสมบัติดังขึ้นทำให้เฉียวซางต้องเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง

ทันทีที่เธอมองขึ้นไป เธอเห็นหยาเป่ากำลังโยกตัวไปมาพร้อมกับดวงตาที่เหมือนจะเห็นดาวระยิบระยับ

สามวินาทีผ่านไป

ตุ๊บ

หยาเป่าล้มลงนอนกับพื้น

เฉียวซาง: "…!"

เวลา 19:02 น.

เฉียวซางขี่หยาเป่า พร้อมมีผีล่าสมบัติเกาะอยู่บนหัวของเธอ มุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าที่ใกล้ที่สุด

หยาเป่าเดินไปด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย

“ไม่เป็นไร ทุกคนเวลาเริ่มฝึกใหม่ๆก็เป็นแบบนี้ เรากำลังจะไปซื้อยาปรับสมดุลสักสองสามขวดมาไว้ให้แก หลังจากนี้พอฝึกจนเวียนหัวก็แค่ดื่มเข้าไป จะรู้สึกดีขึ้น” เฉียวซางพูดปลอบใจ

“ซุน ซุน...”

ผีล่าสมบัติที่เกาะอยู่บนหัวเธอร้องเสียงอ่อนแรงแสดงความเห็นด้วย

แม้ว่าจะใช้พลังจิตขั้นสูงสุดเพียงช่วงสั้นๆ แต่ก็ทำให้พลังงานในร่างของมันเหือดแห้งอย่างรวดเร็ว

ด้วยคำปลอบใจของเฉียวซางและผีล่าสมบัติ หยาเป่าก็กลับมามีอารมณ์ดีอีกครั้ง

ห้างที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างออกไปประมาณ 5 กิโลเมตร บนถนนหวนเล่อ

ในยามค่ำคืนห้างแห่งนี้ส่องแสงสว่างหลากสีจากไฟนีออนที่ประดับประดา บริเวณน้ำพุเพลงในลานกว้างมีเป็ดแรงกล้าห้าตัวสวมเนกไท กำลังเล่นไวโอลิน

ในบ่อน้ำพุวงกลม มีกุ้งน้ำพุกระโดดขึ้นลงตามจังหวะของเพลง พ่นสายน้ำสูงต่ำสลับกัน

เฉียวซางสังเกตว่าคนพลุกพล่านมากทีเดียว นี่เป็นครั้งแรกในรอบเดือนที่เธอได้เห็นผู้คนมากมายขนาดนี้ นับตั้งแต่การแข่งมาราธอนสัตว์อสูรครั้งนั้น

เพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจ เธอจึงเก็บหยาเป่าเข้าตำราอสูรและเดินเข้าไปข้างใน

หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง เฉียวซางออกมาจากร้านขายยาชื่อดังบนชั้นสามของห้าง

เธอซื้อยาปรับสมดุลมาทั้งหมด 10 ขวด ใช้เงินไป 9,900 เหรียญพันธมิตร

แม้ว่าจะเสียเงินไปเกือบหมื่น แต่เธอไม่กังวลเลย เพราะในบัญชียังมีเงินถึงเจ็ดหลักให้พึ่งพา

จากนั้นเธอลงไปที่ชั้นสองของห้าง เตรียมซื้อชานมสามแก้วไว้สำหรับตัวเอง หยาเป่า และผีล่าสมบัติ

ขณะที่เธอต่อแถวอยู่ ก็มีคนแตะไหล่เธอ

เมื่อเธอหันไปมอง ก็พบกับเด็กสาวหน้าตาขาวสะอาดที่ดูตื่นเต้น

“เป็นเธอจริง ๆ! ฉันนึกว่าจำคนผิดซะอีก” เด็กสาวพูดอย่างดีใจ

เพราะเวลาผ่านไปไม่นาน และด้วยความจำที่ดีขึ้น เฉียวซางจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้คือคนที่เคยมีปัญหากับซือเกาฟงที่หน้าโรงเรียน

นี่คนรู้จักเราเยอะขนาดนี้เลยเหรอ... เฉียวซางคิดในใจ พร้อมกับจัดการสีหน้าให้ยิ้มแย้มตอบไปว่า “เธอมาคนเดียวเหรอ?”

“ฉันไม่ได้มาเที่ยวหรอก” เด็กสาวพูดด้วยสีหน้าหม่นหมองเล็กน้อย “ฉันมาทำงานน่ะ เพราะภูติน้ำจิ๋วของฉันยังมีรีวิวดาวเดียวอยู่ ฉันเลยรับงานดีๆที่ค่าตอบแทนสูงๆไม่ได้ ตอนนี้ต้องพามันมาทำงานเป็นนางแบบที่ร้านเสื้อผ้าในห้างแทน”

เฉียวซางพยักหน้าเข้าใจ เพราะลักษณะเฉพาะตัวแปลงร่างของภูติน้ำจิ๋วนั้นเป็นที่นิยมอย่างมาก ไม่ว่าจะในหมู่เด็กนักเรียนหรือคนทำงาน และยิ่งเป็นที่ต้องการในร้านเสื้อผ้าด้วย

บางคนอยากซื้อเสื้อผ้าให้เพื่อนหรือญาติที่อยู่ไกล แต่ไม่แน่ใจว่าจะพอดีหรือไม่ หากร้านมีภูติน้ำจิ๋วก็สามารถใช้ภาพถ่ายหรือข้อมูลส่วนสูงและน้ำหนักเพื่อแปลงร่างแทนคนจริงได้

หรือสำหรับคนที่รู้สึกว่าภาพสะท้อนในกระจกไม่ตรงกับความจริงและลังเลในการตัดสินใจซื้อเสื้อผ้า การมีภูติน้ำจิ๋วเป็นตัวช่วยชิ้นเรื่องสำคัญ

อย่างไรก็ตาม การทำงานในร้านเสื้อผ้านั้นเหนื่อยและค่าตอบแทนต่ำ เทียบไม่ได้กับงานอื่นที่ง่ายกว่าและได้เงินมากกว่า

จบบทที่ บทที่ 190: ยาปรับสมดุล

คัดลอกลิงก์แล้ว