- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 184: แมวมงกุฎ
บทที่ 184: แมวมงกุฎ
บทที่ 184: แมวมงกุฎ
ว่ากันตามตรง แม้แต่ตอนที่หยาเป่าเรียนรู้ฝนดาวตกเป็นครั้งแรก เธอก็ไม่ได้ตกใจเท่านี้
เพราะตอนที่หยาเป่าเรียนรู้ฝนดาวตกอย่างน้อยก็เป็นไปตามเส้นทางการฝึกฝนปกติ แต่นี่... การผายลมกับการเทเลพอร์ต...
เฉียวซางรู้สึกสับสนในชีวิต หรือว่าการผายลมจะสามารถฝึกจนกลายเป็นการเทเลพอร์ตได้จริงๆ? แม้ว่าเธอจะไม่อยากเชื่อ แต่ความจริงมันก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าแล้ว
สุดท้ายเธอก็ต้องยอมรับว่า ความรู้ของเธอยังคับแคบเกินไปจริงๆ หลังจากได้ข้อสรุปนี้เฉียวซางก็ปล่อยให้หยาเป่าและผีล่าสมบัติเล่นไล่จับกันด้วยการเทเลพอร์ตแล้วกลับเข้าห้องเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อไปปรึกษากับชาวเน็ตอย่างจริงจัง
ครั้งนี้เธอไม่ได้ตั้งกระทู้ใหม่ แต่ค้นหาคำสำคัญว่า "เทเลพอร์ต" แล้วคลิกเข้าไปในกระทู้ยอดฮิตที่กำลังมีคนพูดถึง
กระทู้: "ฉันทุ่มเงินไปเกือบแปดแสนเหรียญให้กับแมวมงกุฎของฉันแล้ว แต่มันยังเรียนเทเลพอร์ตไม่ได้เลย ศูนย์พัฒนาบอกว่าแมวของฉันพรสวรรค์ไม่ดีเลยเรียนรู้้ได้ช้า มีใครมีวิธีอื่นแนะนำบ้างไหม?"
กระทู้นี้ถูกตั้งโดยคนที่ใช้ไอดีว่า "โรงเรียนถล่มเมื่อไหร่ ฟ้าสดใสวันนั้น"
ดูเหมือนเจ้าของไอดีนี้จะเป็นขาประจำในฟอรั่ม ระดับของเขาไม่ธรรมดาเลย และมีคนตอบกระทู้ของเขาเยอะมาก
[อวบอ้วน: "ปกตินั่นแหละ นายลองทุ่มทุนเพิ่มอีก 2 แสนก็น่าจะได้แล้ว แมวมงกุฎของบ้านฉันต้องใช้เกือบล้านกว่าจะเรียนได้สำเร็จ"]
[ผดุงคุณธรรม: "ในฐานะผู้ฝึกสัตว์อสูรที่เคยฝึกจนสัตว์อสูรเรียนเทเลพอร์ตสำเร็จ ขอแนะนำว่าการเลือกศูนย์พัฒนาที่ถูกต้องสำคัญมาก ผมขอแนะนำศูนย์พัฒนาอสูรยุทธ์ภพ ถ้าสนใจบอกชื่อผมตอนสมัครเรียนจะได้ส่วนลด 20% สนใจก็ทักมาได้เลย"]
[หนึ่งคมดาบ: "แมวบ้านผมใช้แค่ 3 แสนก็เรียนได้แล้ว เหอะๆ"]
[เด่นเป็นสง่า: "ก่อนที่สัตว์อสูรจะเรียนเทเลพอร์ตได้ มันต้องฝึกการกำหนดพิกัดในสมองก่อน"]
[คนขยันร่ำรวย: "ผมว่าเราต้องเสริมพลังให้สัตว์อสูรก่อน ถ้าพลังภายในและพลังจิตของสัตว์อสูรมีมากพอ มันจะสามารถบิดเบือนมิติและทำให้สองจุดในมิติระนาบสามมิติเข้ามาใกล้กันจนรวมเป็นจุดเดียวได้ เมื่อพลังมากพอจนจุดสองจุดทับซ้อนกัน สัตว์อสูรก็จะสามารถเทเลพอร์ตได้สำเร็จ"]
[อวบอ้วน: "ที่พูดมาดูมีเหตุผลนะ แต่ที่นายอธิบายมันคือข้ามพิกัดมิติไม่ใช่รึไง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการเทเลพอร์ต?"]
[เด่นเป็นสง่า: "แต่ฉันเห็นด้วยนะ ถ้าสัตว์อสูรเรียนรู้การข้ามพิกัดมิติได้ มันก็ไม่ยากแล้วที่จะเรียนเทเลพอร์ต"]
[โรงเรียนถล่มเมื่อไหร่ ฟ้าสดใสวันนั้น: "ช่วยพูดอะไรที่ลงมือทำได้จริงๆหน่อยสิ ไม่ใช่เอาแค่ทฤษฎีจะได้ไหม?"]
[เฉียวซาง เห็นคำถามล่าสุดของเจ้าของกระทู้ ก็เริ่มพิมพ์ตอบ
[อัจฉริยะรอบด้าน: "ลองให้แมวมงกุฎผายลมดูสิ"]
หลังจากพิมพ์เสร็จ เธอรู้สึกว่ามันดูไม่เหมาะสมก็ลบข้อความออกแล้วพิมพ์ใหม่
[อัจฉริยะรอบด้าน: "ลองให้แมวมงกุฎลองออกกำลังลำไส้ดูสิ"]
เมื่อข้อความถูกส่งไป ไม่นานนักก็มีคนสังเกตเห็นคำตอบของเธอ
[อวบอ้วน: "อย่าคิดว่าลบข้อความแล้วฉันจะไม่เห็นนะ เจ้าของกระทู้ เจ้านี่บอกให้แมวนายผายลมแหละ"]
[ผดุงยุติธรรม: "นี่เป็นกระทู้ที่คุยกันอย่างจริงจัง ถ้าอยากมาเล่นอะไรปั่นๆก็ไปเล่นตรงนู้นไป๊"]
[คนขยันร่ำรวย: "ผมว่าไอดีนี้น่าจะไม่ใช่ผู้ฝึกสัตว์อสูร ไม่งั้นคงไม่พูดอะไรที่ตลกๆแบบนี้ออกมาหรอก"]
เฉียวซางรู้สึกเหมือนทุกคนในนี้ช่างไม่เข้าใจอะไรเลยเอาเสียเลย...
เธอเกิดความรู้สึกว่า "ท่ามกลางคนเมามาย มีเพียงเราที่ตาสว่าง"
แต่ในเมื่ออินเทอร์เน็ตคือสถานที่สำหรับการแลกเปลี่ยนและแบ่งปันข้อมูล การพูดคุยในฟอรั่มก็ถือเป็นวิธีที่รวดเร็วในการเพิ่มพูนความรู้
เธอไม่รังเกียจที่จะแชร์ประสบการณ์การฝึกฝนสัตว์อสูรของเธอกับคนในฟอรั่ม ถึงแม้จะมีเหตุผลลึกๆอยู่เบื้องหลัง เธอก็รู้สึกว่าถ้าไม่พูดมันออกมาคงอึดอัดอยู่ในใจ
เหมือนพวกป้าๆที่รู้เรื่องซุบซิบแล้วต้องการแบ่งปัน ไม่พูดออกมาก็เหมือนจะอัดแน่นจนทนไม่ไหว
เฉียวซางคิดว่าโดยปกติเธอเป็นคนที่เก็บความลับเก่งพอสมควร แต่ครั้งนี้ไม่รู้เพราะอะไร เธออยากให้คนอื่นรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มาก
เฉียวซางเริ่มพิมพ์ข้อความในฟอรั่มต่อ
[อัจฉริยะรอบด้าน: "สัตว์อสูรของฉันเรียนเทเลพอร์ตได้ก็เพราะฝึกการออกกำลังลำไส้ ลองดูสิ ไม่ต้องเสียเงินอะไรด้วย เจ้าของกระทู้ลองดูหน่อยเถอะ"]
คฤหาสน์กู่เป่ย หนึ่งในสามโครงการที่อยู่อาศัยที่แพงที่สุดของเมืองฮันกัง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกหรือบริการ ทุกอย่างล้วนเป็นเลิศ ที่ริมสระว่ายน้ำส่วนตัวขนาดใหญ่ เด็กหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้เอน ใส่เพียงกางเกงขาสั้น กำลังมองดูโน้ตบุ๊กในมือพร้อมครุ่นคิด
เขาอ่านความคิดเห็นล่าสุดในกระทู้ แล้วหันไปมองแมวมงกุฎที่อยู่ข้างๆ แมวตัวนั้นสวมหมวกปีกกว้างและแว่นกันแดดอย่างสง่างาม แม้ว่าตอนนี้จะเป็นตอนกลางคืนก็ตาม
หลังจากมองสลับไปมาหลายครั้ง แมวมงกุฎก็ถอดแว่นกันแดดออกอย่างสง่างามและหันมามอง
"เค่อ เค่อ?" เจ้าแมวร้องเรียกอย่างสงสัย
เด็กหนุ่มนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า "คือแบบนี้นะ ฉันไปเจอวิธีเรียนเทเลพอร์ตในฟอรั่มมา อยากให้เธอลองดูหน่อยได้ไหม?"
"เค่อ" แมวมงกุฎพยักหน้าเบา ๆ แสดงความสนใจ
เด็กหนุ่มดีใจเมื่อเจ้าแมวของเขาตอบรับ ก่อนพูดต่อ "วิธีเรียนก็ง่ายมาก แค่ฝึก...การผายลม เธอไม่ต้องฝึกเป็นพิเศษหรอก เดี๋ยวฉันจะบอกป้าจูให้ใส่อาหารที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ในมื้ออาหารของเธอต่อจากนี้เอง"
สีหน้าของแมวมงกุฎแข็งทื่อทันที ก่อนจะใส่แว่นกันแดดกลับอย่างช้าๆ
เด็กหนุ่มไม่ทันสังเกตถึงความผิดปกติ ยังคงพูดต่อไป "ช่วงนี้เราต้องเหนื่อยกันหน่อยนะ ทั้งไปศูนย์พัฒนา ทั้งฝึกผายลม ขอแค่เรียนเทเลพอร์ตได้สำเร็จ เราก็จะได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับมัธยมทั่วประเทศแล้ว ถึงตอนนั้นเงินค่าขนมของฉันก็จะเพิ่มเป็นสองเท่า!"
"เค่อน้อย... ฉันต้องขอฝากอนาคตไว้ที่เธอด้วยนะ!"
"เค่อ" แมวมงกุฎตอบเสียงเรียบ แต่ในใจ...คงคิดอะไรอยู่ไม่น้อย
เฉียวซางอ่านหนังสืออยู่พักหนึ่ง ก่อนจะกลับมาดูฟอรั่มอีกครั้งและพบว่ามีข้อความส่วนตัวเข้ามาหลายข้อความ
เมื่อเปิดดูพบว่าทั้งหมดส่งมาจากไอดีชื่อ "โรงเรียนถล่มเมื่อไหร่ ฟ้าสดใสวันนั้น"
["เป็นเพราะแก! ให้คำแนะนำบ้าอะไร! ตอนนี้แย่เลย แมวมงกุฎบ้านฉันหนีออกจากบ้านไปแล้ว!"]
["ฉันไม่น่าเชื่อใจแกตั้งแต่แรก!"]
["ฉันถามมาแล้ว ไม่มีเรื่องที่แค่ฝึกการออกกำลังลำไส้จะเรียนเทเลพอร์ตได้หรอก!"]
["ถ้าแมวมงกุฎเป็นอะไรไป รอดูได้เลย ฉันจะแจ้งจับแกแน่นอน!"]
เฉียวซางอ่านแล้วรู้สึกงงงวย นี่มันคนประเภทไหนกันถึงจะมาขู่แจ้งจับคนในเน็ตเพราะเรื่องแค่นี้ แล้วสัตว์อสูรนั่นอีกกะอีแค่ฝึกผายลมต้องหนีออกจากบ้านเลยเหรอ?
เธอมองหยาเป่าและผีล่าสมบัติที่ยังคงฝึกซ้อมอย่างตั้งใจ แล้วส่ายหน้าอย่างไม่ใส่ใจ
เธอจัดการบล็อกไอดี "โรงเรียนถล่มเมื่อไหร่ ฟ้าสดใสวันนั้น" ทันที จากนั้นปิดคอมพิวเตอร์และกลับไปอ่านหนังสือต่อ
40 นาทีต่อมา
โทรศัพท์ของเธอก็สั่น เฉียวซางหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะขึ้นมา พบข้อความแจ้งเตือนที่ยังไม่ได้อ่าน
"เรียนคุณเฉียวซาง มีลูกค้ารายหนึ่งระบุให้ใช้บริการจากผีล่าสมบัติของคุณ กรุณายืนยันว่าจะรับงานหรือไม่"
ผีล่าสมบัติ? เธอชะงักไปครู่หนึ่ง ตั้งแต่เซ็นสัญญากับสโมสรการต่อสู้สัตว์อสูรได้เพียงสองวัน ก็มีข้อความลักษณะนี้ส่งมาเป็นระยะๆ แต่โดยส่วนใหญ่ระบุให้หยาเป่าช่วยเป็นคู่ซ้อม
แต่เพราะเวลาที่ลูกค้าต้องการมักตรงกับช่วงเรียน เธอจึงปฏิเสธทั้งหมด
นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนขอใช้ผีล่าสมบัติและตรงกับเวลาว่างของเธอ
เธอดูเวลาบนโทรศัพท์ 21:03 น. ยังได้อยู่
"รับงานค่ะ"
หลังจากตอบเสร็จ เธอปิดหนังสือในมือและเตรียมตัวสำหรับงานนี้
สโมสรการต่อสู้สัตว์อสูรหงอิง
ทันทีที่เฉียวซางเดินเข้ามาในสโมสร พนักงานต้อนรับสาวที่เคาน์เตอร์ก็ส่งเสียงทักอย่างกระตือรือร้น "ในที่สุดคุณก็มาถึงสักที!"
ท่าทีนี้ช่างแตกต่างจากรอยยิ้มแบบเป็นทางการเมื่อครั้งก่อนอย่างสิ้นเชิง
นี่เราสนิทกันแล้วเหรอ... เฉียวซางอดไม่ได้ที่จะสงสัยในใจ
"ค่ะ คุณยังจำฉันได้เหรอคะ?"
"แน่นอนว่าต้องจำได้สิ จำได้อยู่แล้วค่ะ!" พนักงานต้อนรับสาวชี้ไปที่แท็บเล็ตบนโต๊ะและอธิบาย "ในนี้มีข้อมูลของคนที่รับหน้าที่เป็นคู่ซ้อมทั้งหมดในสโมสร พอว่างฉันชอบเปิดดูเล่นบ่อยๆ"
เฉียวซางพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนถาม "แล้วลูกค้าที่จ้างฉันมาเป็นคู่ซ้อมอยู่ที่สนามฝึกไหนเหรอคะ?"
พนักงานต้อนรับมองซ้ายมองขวา เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ เธอก็โน้มตัวไปข้างหน้า ยกมือขึ้นบังปาก และลดเสียงพูด "สนามฝึกที่ 2 ค่ะ แต่ลูกค้าครั้งนี้ออกจะแตกต่างไปจากปกตินะคะ"
"แตกต่าง ยังไงเหรอคะ?" เฉียวซางถามด้วยความสงสัย
"ลูกค้าครั้งนี้ไม่ใช่คนค่ะ"
"???"
"ลูกค้าเป็นแมวมงกุฎค่ะ เจ้าของสัตว์อสูรไม่ได้มาด้วย" พนักงานต้อนรับเสริม
เฉียวซางชะงักไปครู่หนึ่ง แมวมงกุฎเป็นสัตว์อสูรประเภทพลังจิต ถือเป็นสัตว์อสูรหายากในตระกูลแมว เธอไม่คิดว่าเจ้าของมันจะไว้วางใจถึงขั้นปล่อยให้มันมาฝึกคนเดียว
ไว้ใจเจ้าแมวนั่นมากเลยนะนั่น เฉียวซางอดแปลกใจไม่ได้กับความปล่อยปะละเลยของเจ้าของสัตว์อสูรตัวนี้