เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 178: ถึงเธอจะรวยอยู่แล้วก็ตาม

บทที่ 178: ถึงเธอจะรวยอยู่แล้วก็ตาม

บทที่ 178: ถึงเธอจะรวยอยู่แล้วก็ตาม


คู่ซ้อมเหรอ?

เฉียวซางมาหาคู่ซ้อมแท้ๆ แต่กลับถูกเชิญให้มาเป็นคู่ซ้อมเสียเอง นี่สินะที่เรียกว่าความสามารถล้นเหลือจนเป็นปัญหา

เธอเริ่มคิดถึงข้อเสนอนี้อย่างจริงจัง มันก็น่าสนใจไม่เลวเหมือนกัน ทั้งประหยัดเงิน ได้เพิ่มประสบการณ์การต่อสู้ แถมยังได้สะสมคะแนนให้นิ้วทองคำได้อีกด้วย

แต่การเป็นคู่ซ้อมนั้นส่วนใหญ่เป็นงานเต็มเวลา ต่อให้เธอไม่ได้อยู่ที่สโมสรการต่อสู้สัตว์อสูรหงอิงก็ต้องพร้อมตอบรับการเรียกตัวภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งเธอไม่มีเวลาว่างมากขนาดนั้น

ยิ่งตอนนี้เธอต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ในโรงเรียนเพราะการฝึกซ้อม และอีกไม่กี่วันก็จะเปิดเทอมแล้ว ช่วงเวลาว่างยิ่งน้อยลงไปอีก ไหนจะต้องกลับบ้านมาทำการบ้านที่แสนจะน่าชังในทุกๆวันอีก

"ฉันยังต้องเรียนค่ะ" เฉียวซางตัดใจปฏิเสธอย่างเจ็บปวด

"ฉันรู้ดีอยู่แล้ว เพราะไม่ว่าจะมองยังไงเธอก็น่าจะยังเป็นนักเรียนอยู่" ชายสวมแว่นตากรอบทองพูดยิ้มๆ ก่อนจะอธิบายต่อ "เธอสามารถทำเป็นงานพาร์ทไทม์ได้ ไม่มีเวลาทำงานที่แน่นอน ถ้ามีลูกค้าต้องการจองตัวเธอ เราจะติดต่อไปหา ถ้าเธอว่างก็มาทำ ถ้าไม่ว่าง ทางเราจะปฏิเสธให้เอง"

"รองหัวหน้า! ผมก็อยากได้แบบนั้นบ้าง!" หลินหยวนฉีร้องด้วยสีหน้าอิจฉา

ชายสวมแว่นกรอบทองหันมามองเขา ก่อนจะพูดอย่างเย็นชา "แล้วนายมีความสามารถเท่าเธอหรือเปล่าล่ะ?"

คำถามแรกเหมือนลูกศรปักลงตรงกลางใจ หลินหยวนฉีเริ่มสะอึก แต่ยังไม่ทันหายเจ็บปวด ชายคนนั้นพูดต่อ "นายมีสัตว์อสูรที่เป็นรูปแบบวิวัฒนาการล่าสุดเพื่อดึงดูดลูกค้าได้รึยังไง?"

และเหมือนจะยังไม่พอใจ เขาปล่อยหมัดสุดท้ายเข้าไปอีกเพื่อปิดเกม "แล้วนายดูดีเท่าเธอไหมล่ะ?"

คำถามสุดท้ายเหมือนระเบิดลง หลินหยวนฉีถึงกับทนไม่ไหว นี่รองหัวหน้าเอาผู้ชายอย่างผมไปเทียบกับเด็กสาววัยรุ่นเนี่ยนะ? จะไม่เกินไปหน่อยเหรอ!

เขาคิดในใจว่า คนเราน่ะถ้ายังเติบโตอยู่มันก็อาจจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่ใบหน้าที่หล่อเหลาแบบนี้ของเขา มันคงที่แล้ว! ถ้าไม่ติดว่าอีกฝ่ายเป็นหัวหน้า เขาคงเถียงกลับคอเป็นเอ็นไปแล้ว

"มาคิดๆดูแล้ว ตอนนี้ก็โอเคดีแล้วครับ" หลินหยวนฉียกมือขึ้นอย่างยอมจำนน

เหล่าผู้ชมคนอื่นแอบถอนหายใจโล่งอกที่ไม่ได้เปิดปากขอแบบเดียวกัน ไม่งั้นคงต้องเผชิญการเปรียบเทียบที่ไม่น่ารับไหวต่อหน้าคนมากมาย

ชายสวมแว่นกรอบทองหันกลับมาหาเฉียวซาง พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "เธอคิดว่าอย่างไรกับข้อเสนอของฉัน?"

"ฉันคิดว่ามันดีมากค่ะ" เฉียวซางตอบกลับทันทีโดยไม่ลังเล

ไม่ว่าจะเป็นการใช้สุนัขเพลิงเร้นลับเป็นจุดขายดึงดูดลูกค้าหรืออะไรก็ตาม สำหรับเธอข้อเสนอแบบนี้มีแต่ได้กับได้

ทั้งสองตกลงกันได้อย่างรวดเร็ว ชายแว่นกรอบทองพาเฉียวซางไปยังห้องทำงานของเขา และเรียกคนมาเตรียมสัญญา

เฉียวซางไล่อ่านเนื้อหาในสัญญาคร่าวๆ จนกระทั่งเจอบรรทัดหนึ่งที่เธอหยุดดูอย่างละเอียด นั่นคือเรื่องเงินเดือน

เงินเดือนขั้นต่ำ 5,000 เหรียญพันธมิตร และส่วนแบ่งรายได้ 60% จำนวนเงินต่อเดือนขึ้นอยู่กับจำนวนงานที่เธอรับ

เงื่อนไขถือว่าไม่เลวเลย เมื่อพิจารณาว่าอาชีพผู้ฝึกสัตว์อสูรนั้นเป็นงานที่ให้รายได้สูงโดยทั่วไป ถึงแม้งานคู่ซ้อมจะดูเหมือนเป็นอาชีพที่ทำเงินได้มาก แต่หากคิดจะก้าวหน้าในสายงานนี้ เงินจำนวนนี้ยังไม่พอที่จะใช้ลงทุนในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม เฉียวซางไม่ได้มาทำงานนี้เพราะเงินอยู่แล้ว เธอเลยเซ็นชื่อของตัวเองลงบนสัญญา

หลังจากเธอเซ็นสัญญา ชายแว่นกรอบทองเก็บรอยยิ้มสบายๆ และพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ขอแนะนำตัวกันอย่างเป็นทางการ ฉันชื่อเซี่ยหยาง เป็นผู้จัดการของสโมสรการต่อสู้สัตว์อสูรหงอิงคนอื่นเรียกฉันว่ารองหัวหน้าหรือไม่ก็พี่หยาง เธอจะเรียกอะไรก็ได้ตามสบายเลย"

เฉียวซางเอียงคอถามด้วยความสงสัย "ทำไมถึงเป็นรองหัวหน้ากันล่ะคะ?"

"เพราะหัวหน้าใหญ่คือแม่ของฉันเอง" เซี่ยหยางตอบน้ำเสียงเรียบๆ "ตอนแรกพวกเขาเรียกฉันว่า 'นายน้อย' แต่เอาตรงๆฟังดูแล้วมันเห่ยสุดๆแถมให้ความรู้สึกสยิวแปลกๆ สุดท้ายก็เลยเปลี่ยนให้มาเรียกเป็น ‘รองหัวหน้าแทน’"

เฉียวซาง "...…"

หลังจากหยอกล้อพอประมาณ เซี่ยหยางเปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจัง "ฉันเคยดูข่าว แต่ในนั้นไม่ได้บอกว่าสุนัขเพลิงเร้นลับประเภทพลังจิตแฝงอยู่ด้วย ฉันอยากรู้ว่ามันเป็นลักษณะเฉพาะตัวของสุนัขเพลิงเร้นลับของเธอ หรือว่าสุนัขเขี้ยวเพลิงที่วิวัฒนาการเป็น สุนัขเพลิงเร้นลับทุกตัวจะได้พลังของประเภทพลังจิตมาด้วย?"

ที่จริงแล้ว เขาไม่ได้เซ็นสัญญากับเฉียวซางเพียงเพราะต้องการใช้สุนัขเพลิงเร้นลับดึงดูดลูกค้าเท่านั้น แต่เขาอยากสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับเธอเพื่อทำธุรกิจครั้งใหญ่ในอนาคต

สำหรับเซี่ยหยาง การมีผลประโยชน์ร่วมกันทำให้พูดคุยกันง่ายขึ้นเยอะ

เฉียวซางชะงักเล็กน้อย ก่อนตอบว่า "ฉันไม่รู้เหมือนกันค่ะ ตอนนี้ยังไม่มีสุนัขเพลิงเร้นลับตัวที่สองให้เปรียบเทียบเลยค่ะ"

เซี่ยหยางครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนถามต่อ "เธอรู้ไหมว่าตอนนี้สุนัขเขี้ยวเพลิงมีราคาเท่าไหร่ในตลาด?"

"120,000 เหรียญพันธมิตรค่ะ" เฉียวซางพยักหน้า

หลังจากมีข่าวออกมาว่าสุนัขเขี้ยวเพลิงสามารถวิวัฒนาการเป็นสุนัขเพลิงเร้นลับได้ ราคาของมันก็เพิ่มขึ้นทันที ข่าวนี้ถูกส่งต่อกันในกลุ่มคนรู้จักของเธอจนแทบจะท่วมกล่องข้อความ

“แล้วเธอรู้ไหมว่าถ้าข่าวเรื่องที่สุนัขเพลิงเร้นลับมีพลังประเภทพลังจิตถูกเผยแพร่ออกไป ราคาของมันจะพุ่งไปถึงระดับไหน?” เซี่ยหยางถามต่อ

เฉียวซางครุ่นคิดก่อนตอบ “ก็น่าจะถึงหลักล้านแน่นอนค่ะ”

สัตว์อสูรประเภทจิตมีราคาขายโดยทั่วไปในระดับเจ็ดหลัก และเมื่อสุนัขเพลิงเร้นลับมีทั้งพลังประเภทพลังจิตและไฟ ราคาของมันย่อมไม่มีทางต่ำกว่าระดับนี้

เธอพูดเรื่องหลักล้านได้อย่างใจเย็นมาก… เซี่ยหยางคิดในใจ นี่มันหลักล้านเลยนะ! เดาไว้ไม่มีผิด ที่เธอบอกว่าไม่มีเงินน่ะ โกหกชัดๆ เธอต้องเป็นคุณหนูจากตระกูลใหญ่ที่ร่ำรวยจนเห็นเงินหลักล้านเป็นแค่เศษเงินแน่ๆ

เขาพยายามปรับอารมณ์ตัวเองให้สงบก่อนถามต่อ “เธอเคยคิดไหมว่าตอนนี้ควรซื้อสุนัขเขี้ยวเพลิงมาตุนไว้ให้มากๆ แล้วรอจนข่าวเรื่องสุนัขเพลิงเร้นลับมีพลังประเภทจิตถูกเผยแพร่ออกไป จากนั้นค่อยขายออกไป?”

เฉียวซางนิ่งไปสิบกว่าวินาที ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ “รองหัวหน้า…หมายถึงอะไรกันคะ?”

พระเจ้า! เธอไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย! ทั้งที่เธอเอาแต่คิดหาวิธีหาเงิน แต่โอกาสที่จะทำให้เธอกลายเป็นเศรษฐีในชั่วข้ามคืนกลับกองอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่เธอกลับมองข้ามมันไป

ฟ้าดินเอ๋ย! เธอนี่มันช่างโง่เง่าเกินไปแล้ว!

“ฉันเข้าใจว่าเธอกำลังกังวลอะไร” เซี่ยหยางพูดต่อ “การควบคุมการซื้อขายสัตว์อสูรของพันธมิตรนั้นเข้มงวดมาก และเธอก็ยังเด็ก ต่อให้คิดออกก็คงไม่กล้าทำแบบนั้น”

เปล่าเลย ฉันไม่เคยนึกถึงมันเลยสักนิด! เฉียวซางตะโกนลั่นในใจ

“แต่อย่างไรก็ตาม ถึงจะซื้อสุนัขเขี้ยวเพลิงจำนวนมากผ่านช่องทางปกติไม่ได้ ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธี” เซี่ยหยางกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เราสามารถเปิดร้านเพาะพันธุ์และขายสุนัขเขี้ยวเพลิงหรือจ้างคนไปจับมันในอาณาเขตลึกลับด้วยเงินทุนของเราเอง”

เฉียวซางชะงัก “เรา?”

“ใช่ เรา” เซี่ยหยางยืนยัน “ทุกครั้งที่มีการค้นพบสายวิวัฒนาการใหม่ของสัตว์อสูร จะมีการตีพิมพ์ลงในข่าวใหญ่เสมอและสุนัขเพลิงเร้นลับก็เป็นหนึ่งในนั้น”

“ตอนนี้กระแสความนิยมของสุนัขเพลิงเร้นลับกำลังลดลง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะยังไม่มีใครค้นพบวิธีการสร้างสุนัขเพลิงเร้นลับตัวที่สอง และอีกส่วนหนึ่งคือข่าวไม่ได้รายงานว่ามันมีพลังประเภทพลังจิตด้วย”

“เราสามารถใช้โอกาสนี้กักตุนสุนัขเขี้ยวเพลิงเอาไว้จำนวนมาก แล้วเมื่อทุกอย่างพร้อม เธอแค่บันทึกวิดีโอแสดงให้เห็นว่าสุนัขเพลิงเร้นลับมีพลังประเภทจิต จากนั้นเราก็ขายข้อมูลวิธีวิวัฒนาการเป็นเอกสิทธิ์พิเศษให้เฉพาะลูกค้าที่ซื้อสุนัขเขี้ยวเพลิงจากเราเท่านั้น”

“และด้วยเธอซึ่งเป็นเจ้าของสุนัขเพลิงเร้นลับตัวแรกของโลกเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณา ฉันมั่นใจว่าเราจะสามารถทำเงินมหาศาลจากมันได้”

เฉียวซางอ้าปากจะพูด “ฉัน…”

“อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธไป” เซี่ยหยางขัดขึ้น “ถึงเธอจะรวยอยู่แล้วก็ตาม แต่ยิ่งสัตว์อสูรแข็งแกร่งขึ้น ค่าใช้จ่ายในการฝึกฝนและพัฒนาก็จะสูงขึ้นไปเรื่อยๆ เธอเองก็ไม่มีเหตุผลให้ต้องปฎิเสธเงินก้อนโตสักหน่อย จริงไหมล่ะ?”

จบบทที่ บทที่ 178: ถึงเธอจะรวยอยู่แล้วก็ตาม

คัดลอกลิงก์แล้ว