- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 172: หมวกเสมือนจริง
บทที่ 172: หมวกเสมือนจริง
บทที่ 172: หมวกเสมือนจริง
"ออกคำร้องภารกิจ?"
เฉียวซางรู้สึกแอบสนใจนิดหน่อย แต่ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม เพราะการออกคำร้องภารกิจเป็นเรื่องส่วนตัว บางครั้งอาจเป็นภารกิจที่ไม่เหมาะสมที่จะเปิดเผย อีกอย่างเธอกับซือเกาฟงไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น ในโรงเรียนอาจคุยกันบ้าง แต่ถ้าเจอนอกโรงเรียนก็แค่ทักทายตามมารยาทเท่านั้น
“ลองเดาดูสิว่าฉันจะออกคำร้องเรื่องอะไร” ซือเกาฟงพูดเสียงเบา ฟังแล้วดูลึกลับแปลกๆ
“ภารกิจอะไรล่ะ?” เฉียวซางเผลอถามกับโดยไม่ได้ตั้งใจ
ความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องชาวบ้านเอาชนะความรอบคอบไปได้ในเสี้ยววินาที
“ก็เพราะไอ้ภารกิจดูดไขมันนั่นไงล่ะ เธอพูดถูกแล้วหมอนั่นมีซิกแพ็คก็เพราะไปดูดไขมันมา!” ซือเกาฟงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคับข้องใจ
เฉียวซางชะงัก ก่อนถามต่อ “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่นายจะออกคำร้องด้วยล่ะ?”
ซือเกาฟงเกาหัวด้วยท่าทางอึดอัด “ฉันทำภารกิจนั้นล้มเหลว โดนให้คะแนน 1 ดาวครั้งแรกในชีวิตเลย คราวหน้าถ้าถึงเวลารวมตัวเจิ้งเป่าหลงต้องฆ่าฉันแน่ๆ มีหวังโดนทำโทษจนต้องเจ็บไปทั้งตัวและหัวใจแหงๆ”
“แล้วสรุปมันเกี่ยวข้องกับการที่นายจะออกคำร้องยังไงกันล่ะ?”
“ฉันอยากเช่าภูติน้ำจิ๋วสักตัว ให้มันปลอมตัวเป็นฉันในวันรวมตัวครั้งหน้า”
เฉียวซางฟังแล้วก็ชะงักไปกับความคิดอันพิศดารของอีกฝ่าย ภูติน้ำจิ๋วเป็นสัตว์อสูรประเภทน้ำที่สามารถเปลี่ยนรูปร่างให้เหมือนใครก็ได้ ทำให้มันได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่พนักงานและนักเรียน
แต่... มันมีจุดอ่อนสำคัญอยู่อย่างนึง
“ถ้าฉันจำไม่ผิดดูเหมือน ภูติน้ำจิ๋วพูดไม่ได้ไม่ใช่เหรอ?” เฉียวซางเตือน “ถ้าเจิ้งเป่าหลงรู้เข้า นายคงได้ขัดห้องน้ำทั้งเดือนแหงๆ”
“ฉันรู้อยู่แล้วน่า” ซือเกาฟงตอบด้วยสีหน้าจริงจัง “เพราะงั้นฉันถึงต้องการความช่วยเหลือจากเธอด้วยไง”
เฉียวซางกลอกตา เธอไม่น่าถามเลยจริงๆ นี่สินะที่เขาเรียกความอยากรู้ฆ่าแมว...
“จะให้ฉันช่วยอะไร?”
ในหัวของเธอจินตนาการถึงฉากที่ภูติน้ำจิ๋วถูกจับได้ และเจิ้งเป่าหลงกลายร่างเป็นมังกรโกรธเกรี้ยว ภาพในหัวนั้นแจ่มแจ้งและชัดเจนอย่างบอกไม่ถูก
ซือเกาฟงยิ้มกว้างด้วยความดีใจ “ไม่ใช่เรื่องยากอะไรหรอก แค่ช่วยปิดบังให้ฉันก็พอ อย่าเผลอพูดอะไรออกมา ฉันเตี๊ยมกับสวี่หย่าเจ๋อไว้แล้ว หมอนั่นก็จะช่วยฉันเหมือนกัน”
“ฉันตั้งใจจะส่งข้อความไปบอกเธออยู่แล้ว โชคดีที่บังเอิญเจอเข้าพอดี งั้นข้อความนั้นก็ไม่ต้องส่งแล้ว”
ดูเหมือนว่า ต่อให้เธอไม่อยากรู้เรื่องภารกิจนี้ ซือเกาฟงก็จะมาขอความช่วยเหลือเธออยู่ดีสินะ
พอคิดแบบนี้ เธอก็รู้สึกโล่งใจขึ้นนิดหน่อย
“แล้วหวังเหย ล่ะ เธอรู้เรื่องนี้ไหม?”
“ไม่ อย่าให้ยัยนั่นรู้เรื่องนี้เป็นอันขาด!” ซือเกาฟงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เชื่อฉันเถอะ ฉันรู้จักยัยนั่นดีกว่าเธอมาก ฉันรู้ว่ายัยนั่นเป็นคนยังไง ถ้ายัยนั่นรู้ ยัยนั่นจะเอาแต่หัวเราะจนกลั้นไว้ไม่อยู่แน่ๆ ต่อให้เจิ้งเป่าหลงยืนอยู่ตรงหน้า ยัยนั่นก็ไม่มีทางแม้แต่จะเก็บสีหน้าตัวเองได้ รับรองว่าถ้าเห็นแบบนั้นเจิ้งเป่าหลงต้องรู้แน่นอนว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล”
เฉียวซางจินตนาการภาพหวังเหยาหัวเราะจนตัวงอเมื่อรู้ความจริง ภาพนั้นชัดเจนจนเธอเองยังแอบยิ้มมุมปาก
ต้องยอมรับว่า ความกังวลของซือเกาฟงนั้นมีเหตุผลมากทีเดียว...
....
ยี่สิบนาทีต่อมา หลังจากบอกลากับซือเกาฟง และรับของรางวัลเสร็จ เฉียวซางลากกล่องที่ดูเก่าคร่ำคร่ากล่องหนึ่งออกมาจากศูนย์รับรองผู้ฝึกสัตว์อสูร
ขั้นตอนการรับรางวัลง่ายกว่าที่เธอคาดคิดไว้มาก
เดิมทีเธอคิดว่าพนักงานต้องโทรหรือส่งข้อความไปหาเจ้าของตราผู้ฝึกสัตว์อสูร ซึ่งก็คือคุณยาย เพื่อยืนยันรหัสผ่านหรืออะไรสักอย่าง
แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้นเลย…
หลังจากพนักงานตรวจสอบข้อมูลของเธอและข้อมูลในตราผู้ฝึกสัตว์อสูรของคุณยายแล้ว ก็ส่งกล่องให้เธอทันที
ทั้งนี้ ไม่ใช่ว่าใครถือตราผู้ฝึกสัตว์อสูรมาแสดงก็สามารถรับของได้ง่ายๆ เพราะในตอนตรวจสอบข้อมูลนั้น เฉียวซางเพิ่งรู้ว่าคุณยายได้บันทึกวิดีโอเอาไว้ในตราผู้ฝึกสัตว์อสูร เพื่อระบุให้ชัดเจนว่าของในกล่องต้องมอบให้คนที่ทำภารกิจสำเร็จเท่านั้น
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้ว่าตราผู้ฝึกสัตว์อสูร สามารถอัดวิดีโอได้ด้วย
เมื่อกลับถึงบ้าน สิ่งแรกที่เฉียวซางทำคือเปิดกล่อง
หยาเป่าและผีล่าสมบัติเองก็มายืมล้อมรอบกล่องพร้อมจ้องมองด้วยความสงสัย
เมื่อกล่องถูกเปิดออก สิ่งที่อยู่ข้างในคือหมวกสีเงินอมเทาและแผ่นดิสก์ 5 แผ่น แต่ละแผ่นมีภาพวาดและข้อความที่เขียนต่างกันติดอยู่
“นี่...นี่มัน หมวกเสมือนจริงในตำนานใช่ไหม?!”
เฉียวซางมองสิ่งของในกล่องพร้อมกับนั่งนิ่งทำอะไรไม่ถูก
ในชีวิตก่อน หมวกเสมือนจริงเป็นเพียงสิ่งที่จินตนาการในนิยายหรือภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เท่านั้น เป็นเครื่องมือแห่งอนาคตที่เหล่าเกมเมอร์ใฝ่ฝันถึง
แต่ในโลกนี้หมวกเสมือนจริงนั้นมีอยู่จริง เมื่อสวมหมวกนี้แล้ว ระบบประสาทของสมองจะเชื่อมต่อกับหมวก ทำให้ผู้ใช้สัมผัสกับโลกเสมือนจริงได้อย่างสมจริง
อย่างไรก็ตามหมวกในโลกนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อความบันเทิง แต่เพื่อช่วยให้สัตว์อสูรเรียนรู้ทักษะต่างๆได้ง่ายขึ้น สัตว์อสูรสามารถเรียนรู้ทักษะได้ไม่เพียงแค่ผ่านการสอนโดยตรงจากผู้ฝึกสัตว์อสูร แต่ยังสามารถเรียนรู้ได้ผ่านภาพวิดีโอได้อีกด้วย
ต่อมานักวิจัยพบว่าการเรียนรู้ผ่านภาพวิดีโออาจให้ผลลัพธ์ที่ไม่ค่อยดีนัก เพราะสัตว์อสูรไม่สามารถมีสมาธิและเข้าถึงกระบวนการเรียนรู้ได้ดีพอ
ดังนั้นหมวกเสมือนจริงจึงถูกคิดค้นขึ้นมา
หลักการของมันคือการขยายภาพจากหน้าจอแสดงผลแบบสองมิติผ่านระบบแสง โดยแผ่นดิสก์แต่ละแผ่นจะเชื่อมโยงกับทักษะที่แตกต่างกัน ช่วยให้สัตว์อสูรสามารถเข้าถึงกระบวนการเรียนรู้ได้ดีขึ้น
แต่ก็มีปัญหาหนึ่งที่ทุกคนพบในภายหลังคือการเรียนรู้ทักษะของสัตว์อสูรยังคงขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ของพวกมันเป็นหลักอยู่ดี
แม้ว่าหมวกเสมือนจริงจะช่วยเพิ่มความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ แต่โอกาสที่จะเรียนรู้ทักษะใหม่สำเร็จยังต่ำกว่าการสอนแบบตัวต่อตัวในชีวิตจริงอยู่มาก
ดังนั้นแม้หมวกเสมือนจริงจะเคยได้รับความนิยมในช่วงแรก แต่ไม่นานมันก็เกือบกลายเป็นของขายไม่ออก
เหตุผลหลักคือราคาที่แพง และมันยังมีโอกาสทำให้สัตว์อสูรติดการใช้งานจนถอนตัวไม่ขึ้น
หากสัตว์อสูรสามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ได้ ก็ถือว่าคุ้มค่าเงิน แต่ปัญหาคือสัตว์อสูรส่วนใหญ่ยังคงเรียนรู้ทักษะใหม่ไม่ได้นี่สิ
สัตว์อสูรที่เรียนไม่ได้ กลับยิ่งอยากใช้งาน พอเจ้าของไม่ให้เล่น ก็เริ่มร้องไห้ โวยวาย หรือแม้แต่ประท้วงด้วยการอดอาหาร
ผู้ฝึกสัตว์อสูรที่ซื้อหมวกเสมือนจริงด้วยความตั้งใจที่จะช่วยสัตว์อสูรพัฒนาทักษะ กลับพบว่าสัตว์อสูรไม่ได้พัฒนาขึ้นเลยสักนิด แถมยังติดหมวกเสมือนจริงเหมือนกับเด็กติดเกมออนไลน์อีกต่างหาก เป็นแบบนี้แล้วใครมันจะทนไหว
เฉียวซางมองหมวกเสมือนจริงในกล่องด้วยความรู้สึกตื่นเต้นและลังเลในใจ
ด้วยความทรงจำจากชีวิตก่อน เธอรู้สึกอยากลองใช้หมวกเสมือนจริงเป็นอย่างมาก แต่ในโลกนี้มันถูกสร้างมาเพื่อให้สัตว์อสูรได้ใช้เรียนรู้ทักษะ และจากขนาดของหมวก มันดูชัดเจนว่าเหมาะกับผีล่าสมบัติเท่านั้น
หากเป็นหยาเป่า เธออาจไม่กังวลเพราะเธอเชื่อมั่นในความตั้งใจของมันที่จะพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ แม้เรียนไม่สำเร็จ มันก็คงไม่ติดหมวกจนโงหัวไม่ขึ้น
แต่กับผีล่าสมบัตินั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง...
มันเป็นสัตว์อสูรที่รักสนุกเป็นทุนเดิม ถ้าเรียนรู้ไม่ได้และเริ่มติดใจการเล่น เธอจะปวดหัวไม่หยุดแน่
ยิ่งคิด เธอยิ่งรู้สึกว่าโอกาสเกิดปัญหานั้นมีมาก
แม้ว่าผีล่าสมบัติจะมีพรสวรรค์สูง โอกาสปลุกทักษะสำเร็จก็มีมาก แต่ยังไงก็ต้องเผื่อใจไว้สำหรับความผิดพลาด เพื่อความปลอดภัย หมวกเสมือนจริงนี้ไม่ควรให้ ผีล่าสมบัติ แตะต้องเด็ดขาด!
หลังวิเคราะห์และตั้งใจเด็ดขาด เฉียวซางก็หันไปมอง ผีล่าสมบัติทันที
และภาพที่เห็นทำให้เธอชะงัก
ผีล่าสมบัติถือแผ่นดิสก์แผ่นหนึ่งไว้ในมือ มันมองแผ่นดิสก์ด้วยความสนใจ
บนแผ่นดิสก์ มีตัวอักษรสี่ตัวใหญ่ชัดเจนที่หันตรงมาทางเธอ
"ควบคุมเงา"
ดวงตาของเฉียวซางก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตกใจ