เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 160: การอัญเชิญล้มเหลว

บทที่ 160: การอัญเชิญล้มเหลว

บทที่ 160: การอัญเชิญล้มเหลว


"ถ้านายไม่ได้ปล่อย แล้วผีมันปล่อยรึไงห๊ะ!" ชายสวมหมวกตะโกนด้วยเสียงดังลั่น

"ซ่า ซ่า... บอกแล้วไม่ใช่ผม หัวหน้ามีปัญหาอะไรกับผมนักหนาเหรอถามจริง ผมก็แค่สูงกว่าหัวหน้า หล่อกว่านิดหน่อย แล้วก็อายุน้อยกว่าอีกนิด ไม่มีอะไรพิเศษเลย ทำไมหัวหน้าต้องมาคอยจับผิดผมด้วย เมื่อวานก็เหมือนกัน หมอกนั่นผมก็จัดการให้หายไปแล้ว หัวหน้าก็ยังไม่เชื่อ แถมโยนความผิดให้ผมอีก!" เสียงจากวิทยุสื่อสารแสดงความไม่พอใจ พร้อมเสียงสัญญาณที่พร่ามัว

พนักงานที่สวมหมวกมุมปากกระตุกถี่ เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆจนปวด เขาเลือกที่ไม่สืบสาวกับปลายสายต่อ แล้วหันไปพูดกับชายหนุ่มข้างๆแทน "ใครเป็นคนรับหมอนี่เข้ามาทำงาน พรุ่งนี้ไล่มันออกไปซะ!"

"ไม่ดีมั้งครับ เขาเป็นนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมผู้ฝึกสัตว์อสูรที่เก้าแถวนี้เอง มาทำงานแค่ช่วงปิดเทอมหน้าร้อนเท่านั้น" ชายหนุ่มอีกคนเสนอความเห็น "ลูกค้าส่วนใหญ่ของเราก็มาจากโรงเรียนนี้ทั้งนั้น ถ้าเขากลับไปพูดใส่สีตีไข่ล่ะก็ เราอาจเสียลูกค้าไปเยอะเลยนะครับ"

ได้ยินแบบนี้พนักงานที่สวมหมวกก็เริ่มสงบลงเล็กน้อย

การเปิดร้านแบบนี้รายได้หลักมาจากกลุ่มวัยรุ่น เพราะแบบนี้ร้านถึงได้มาเปิดใกล้เขตโรงเรียนพวกนี้โดยเฉพาะ

ยิ่งโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนผู้ฝึกสัตว์อสูร ลูกค้าก็ไม่ได้มีแค่เด็กนักเรียน แต่ยังรวมถึงสัตว์อสูรของพวกเขาด้วย

"ช่างเถอะ ปิดเทอมหน้าร้อนก็อีกไม่กี่วัน... หลังเปิดเทอมแล้วค่อยไล่มันออกไป!" พนักงานที่สวมหมวกพูดด้วยน้ำเสียงที่ยังไม่ค่อยพอใจนัก

"เข้าใจแล้วครับ..."

ชายหนุ่มยังพูดไม่ทันจบ ก็หยุดชะงักเพราะภาพในจอมอนิเตอร์

ภาพในจอมอนิเตอร์แสดงให้เห็นว่าห้องลับที่มีไฟลุกโชนอยู่ เกิดไฟสว่างวาบขึ้นชั่วขณะ แต่ในวินาทีถัดมาก็ดับสนิทเหมือนเดิม

ไม่เพียงเท่านั้น แสงไฟพื้นหลังที่ใช้สร้างบรรยากาศหลอนก็ปิดสนิท มีเพียงแค่แสงจากเปลวไฟที่กำลังลุกไหม้อยู่ที่ยังคงส่องสว่าง ทำให้พอเห็นฉากอย่างคร่าวๆ

"บ้าเอ้ย! ใครมันเป็นคนปิดไฟว่ะ! รีบเปิดเดี๋ยวนี้!" ชายสวมหมวกตะโกนใส่วิทยุ

แต่ในวิทยุกลับมีเพียงเสียงซ่าๆและไม่มีใครตอบกลับมา

ชายสวมหมวกโมโหจนอยากด่าชุดใหญ่ไฟกระพริบ แต่ทันใดนั้น พนักงานหนุ่มที่อยู่ข้างๆก็พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าหนักใจว่า "เอ่อ หัวหน้าครับ ผมว่าหมอกนี่สีผิดปกตินะครับ"

ปกติหมอกที่สร้างขึ้นในร้านจะเป็นสีม่วง แต่เมื่อครู่หลังจากที่ไฟสว่างวาบขึ้้นมาแปปนึง หมอกทั้งหมดก็แปรเปลี่ยนเป็นสีดำ

...

ในเวลาเดียวกัน

"ไม่นึกเลยว่าร้านนี้จะใส่ใจในการบริการขนาดนี้" เฉียวซางมองภาพในหน้าจอเสมือนพร้อมเอ่ยชม ลืมเรื่องความสูงของห้องไปชั่วขณะ ในนั้นเปลวไฟลุกท่วม แต่กลับไม่มีการดับไฟในทันที แถมยังสร้างบรรยากาศหลอนต่ออีก ช่างมืออาชีพซะจริงๆ!

เพียงแต่ว่า...หมอกนี้ดูจะหนาไปหน่อยนะ

มันแทบจะปกคลุมฉากทั้งหมดแล้ว

ฟางซือซือที่ได้สติกลับมา เธอมองจอภาพแล้วพูดอย่างไม่แน่ใจ "ฉันจำได้ว่าห้องนี้ไม่ได้ตั้งค่าฉากแบบนี้ไว้นะ"

เธอมักจะเฝ้าอยู่ที่นี่ตอนหนอนไหมรับหน้าที่เป็นพนักงาน วันๆนึงเลยดูหลายรอบจนจำได้หมดว่าช่วงไหนมีเสียงหลอนแบบไหน และช่วงไหนจะมีพนักงานโผล่ออกมา

อุปกรณ์ที่สัตว์อสูรทำลายก็เคยเห็นอยู่ อย่างเมื่อวานก็มีเป็ดไฟปากแบนเผาอุปกรณ์ด่านที่สองไปกว่าครึ่ง แม้จะไม่เลวร้ายเท่าครั้งนี้ก็เถอะนะ...

แต่ตอนนั้นก็รีบดับไฟ แล้วใช้โคลนดำพาเป็ดไฟปากแบนไปด่านถัดไปทันที

เมื่อได้ยินเฉียวซางถึงกับนิ่งไปเล็กน้อย พอมองจอภาพอีกครั้งก็เห็นหมอกปกคลุมทั่วทั้งภาพ ควันไฟที่ลอยรวมกับหมอกจนมองไม่เห็นฉากด้านใน

เฉียวซางขมวดคิ้ว ความรู้สึกไม่สบายใจแผ่ซ่านในใจ เธอลังเลเล็กน้อย ก่อนจะประสานมือทำสัญลักษณ์เพื่ออัญเชิญหยาเป่ากลับมา

สามวินาทีผ่านไป สีหน้าของเธอกลับดูแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด

การอัญเชิญล้มเหลว...

"เธอลองอัญเชิญหนอนฝ้ายกลับมาตอนนี้เลยได้ไหม?" เฉียวซางหันไปถามฟางซือซือ

ฟางซือซือชะงักไปเล็กน้อย แม้จะไม่เข้าใจเหตุผล แต่เมื่อเห็นท่าทางประสานมือของเฉียวซางเมื่อครู่ รวมถึงสีหน้าจริงจังของเพื่อนสนิท ฟางซือซือก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ

"ได้สิ"

เธอพยักหน้า ก่อนจะเริ่มประสานมือทำสัญลักษณ์อัญเชิญ

"เอ๊ะ! ทำไมฉันอัญเชิญมันกลับมาไม่ได้?!" ฟางซือซือหน้าซีดเผือก รีบอุทานด้วยความตกใจ

คนอื่นๆในห้องสังเกตการณ์ได้ยินเช่นนั้น ก็เริ่มประสานมือเพื่ออัญเชิญสัตว์อสูรของตัวเองกลับมาบ้าง

ไม่นานนัก สีหน้าของทุกคนในห้องก็ดูเหมือนกันทั้งหมด

"เป็นไปได้ยังไง…"

"ทำไมการเรียกกลับล้มเหลวล่ะ!"

"ฉันก็เหมือนกัน!"

เฉียวซางมองสถานการณ์โดยไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม เธอรีบก้าวเท้าเดินออกจากห้องสังเกตการณ์ทันที

ด้วยโดเมนสมองของเธอที่พัฒนาเกิน 10% ตราบใดที่หยาเป่าอยู่ในระยะไม่ไกลจนเกินไป เธอสามารถสัมผัสตำแหน่งของมันได้ในจิตใจ ไม่มีทางที่จะไม่สามารถอัญเชิญมันกลับมาได้

การที่ทุกคนไม่สามารถอัญเชิญสัตว์อสูรของตัวเองกลับมาได้ในตอนนี้ เป็นการยืนยันความคิดของเธอว่า…

มีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นแล้ว…

"ฉันไปด้วย!" ฟางซือซือรีบลุกขึ้นตามหลังเฉียวซางไป

"ฉันก็ไปด้วย!"

"ไปด้วยๆ!"

"รอฉันอีกคน!"

คนอื่นๆในห้องต่างก็รีบตามออกมาเช่นกัน

ในจังหวะที่คนสุดท้ายก้าวออกจากห้องสังเกตการณ์ ภาพบนจอเสมือนกลับแสดงให้เห็นดวงตาสีแดงเพลิงปรากฏขึ้น ดวงตานั้นใหญ่จนครอบคลุมทั้งจอ มันจ้องใกล้เข้ามาที่กล้องก่อนจะเคลื่อนไหวเล็กน้อยไปทางซ้ายและขวา

วินาทีถัดมา ภาพในจอกระพริบอยู่สองครั้งก่อนจะดับลง

"พวกคุณลูกค้าเข้าไปไม่ได้นะคะ!" พนักงานพยายามยื้อและกันไม่ให้คนอื่นๆเข้าไป

"ทำไมถึงเข้าไม่ได้? สัตว์อสูรของพวกเราอยู่ข้างในนั้นนะ! ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาใครจะเป็นคนรับผิดชอบ?" ชายคนที่เพิ่งโดนผีล่าสมบัติทำให้ตกใจ ตะโกนขึ้นด้วยอารมณ์เดือดดาล

"ใช่แล้วๆ! เมื่อกี้เธอเองก็ลองโทรไปหาพนักงานคนอื่นแล้วก็ไม่มีคนรับสายนี่! แสดงว่าต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่ๆ! ให้เราเข้าไปเถอะนะ!" หญิงสาวข้างๆพูดด้วยความเว้าวอน

"ทางร้านของเราได้ส่งคนเข้าไปดูแล้ว อีกไม่นานจะออกมา ขอให้พวกคุณลูกค้าใจเย็นๆกันก่อนนะคะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ เราจะรีบแจ้งตำรวจให้มาจัดการ” พนักงานสาวพยายามระงับอารมณ์ของฝูงชน

"รอตำรวจมาก็สายไปแล้ว! ข้างในมีสุนัขเพลิงเร้นลับอยู่ด้วย! รู้ไหมว่ามันมีมูลค่ามากขนาดไหน? ผู้ฝึกของมันก็อยู่ตรงนี้นี่แหละ! เธอช่วย…" ชายคนนั้นหันไปทางผู้ฝึกของสุนัขเพลิงเร้นลับ แต่กลับต้องชะงัก

ผู้ฝึกของสุนัขเพลิงเร้นลับหายไปไหน!?

ภายในห้องลับที่มืดมิด เฉียวซางใช้โทรศัพท์มือถือเปิดไฟฉายส่องทางเดินด้านหน้า เมื่อครู่เธอฉวยจังหวะที่พนักงานเผลอ ดึงฟางซือซือเข้ามาด้วยกัน

บางครั้งการใช้ไหวพริบก็สำคัญ ถ้าเกิดยังทำตามมารยาทสังคมต่อไป พูดให้ตายยังไงก็ไม่ได้เข้ามาหรอก

"เลี้ยวซ้าย" ฟางซือซือที่เดินอยู่ข้างๆเธอเป็นคนนำทาง เพราะหนอนฝ้ายทำงานที่นี่ ฟางซือซือจึงคุ้นเคยกับเส้นทางของห้องลับหมู่บ้านลับแล

และนี่เป็นเหตุผลหลักที่เฉียวซางดึงตัวฟางซือซือมาด้วย

ไม่นานนัก ทั้งคู่ก็มาถึงห้องลับด่านแรกที่เดิมทีหยาเป่าเคยอยู่ตามภาพในจอ

หมอกในห้องนี้จางหายไปหมดแล้ว ไฟที่เคยลุกไหม้ก็ไม่รู้ว่าดับไปตั้งแต่เมื่อไร เหลือเพียงซากอุปกรณ์ที่ถูกเผา และกลิ่นควันไฟฉุนจมูก

เฉียวซางหลับตาเพื่อสัมผัสกับตำแหน่งของหยาเป่า ภาพในจิตใจปรากฏเป็นฉากหลังสีดำมืดจนมองไม่เห็นตำแหน่งชัดเจน รู้เพียงแค่ว่าอยู่ห่างออกไปไม่เกินร้อยเมตร

"มันไม่ได้อยู่ที่นี่ ไปต่อข้างในกันเถอะ" เธอลืมตาขึ้นแล้วพูด

"เดี๋ยวก่อน" ฟางซือซือใช้ไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือส่องพื้น ขยับไปข้างหน้าสามก้าว แล้วเลี้ยวซ้ายอีกสองก้าว ก่อนจะย่อตัวลง เคาะแผ่นหินบนพื้นเบาๆ

"นั่นมันอะไร?" เฉียวซางถาม

"ข้างล่างนี้มีห้องอยู่ เธอยังจำพนักงานสาวที่ถูกพาไปอยู่ใต้ดินได้ไหม? นั่นเป็นเพราะโคลนดำใช้ความสามารถของมันดึงเธอลงไป ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด พวกเธอน่าจะยังอยู่ในห้องข้างล่างนี้ ลองถามพวกเธอดู อาจจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น" ฟางซือซืออธิบาย

"เธอหมายถึงโคลนดำนี่ใช่ไหม?" เฉียวซางเดินไปหยิบซากสิ่งมีชีวิตตัวๆดำๆขึ้นมาจากพื้นและถาม

ฟางซือซือชะงักไป ใช้ไฟฉายจากโทรศัพท์ส่องไปที่สิ่งในมือของเฉียวซาง

"…อืม ตัวนี้นี่แหละ"

จบบทที่ บทที่ 160: การอัญเชิญล้มเหลว

คัดลอกลิงก์แล้ว