- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 142: ลืมเรื่องนี้ไปซะสนิทเลย
บทที่ 142: ลืมเรื่องนี้ไปซะสนิทเลย
บทที่ 142: ลืมเรื่องนี้ไปซะสนิทเลย
ร้านพัฒนาสัตว์อสูรแห่งนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก แถมบรรยากาศก็เงียบเหงา ภายในร้านมีแค่ชายคนหนึ่งในเสื้อยืดสีดำกำลังนั่งบนเก้าอี้เตี้ย เล่นไพ่กับหนูโพรงทรายอยู่สองตัว
"คู่สอง!"
ทันทีที่เฉียวซางเดินเข้ามาในร้าน ก็เห็นชายคนนั้นกำลังโยนไพ่อย่างตื่นเต้น
"จี๊ด จี๊ด"
หนึ่งในหนูโพรงทรายที่ทำหน้าตาเหมือนไม่แยแส โยนไพ่สี่ใบในมือลงบนพื้นทันที เห็นเป็นไพ่ตัวอักษรสี่ตัวที่เรียงกันอย่างงดงาม
“จี๊ด”
ชายคนนั้นชะงักไปทันที
"เอ่อ... มีใครอยู่ไหมคะ?" เฉียวซางมองไปด้านในร้าน หวังว่าจะมีคนอื่นออกมาช่วยตอบคำถาม
"มีสิ มี!" ชายคนนั้นรีบวางไพ่แล้วเดินเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว
โชคดีจริงๆที่ลูกค้าโผล่มาในจังหวะนี้พอดี แบบนี้เขาก็อ้างเลิกเล่นไพ่ไปได้อย่างแนบเนียน
ชายคนนั้นอารมณ์ดีจนเผลอยิ้มกว้าง "คุณต้องการพัฒนาสัตว์อสูร ใช้บริการฝากเลี้ยง หรืออยากให้สัตว์อสูรเรียนรู้ทักษะอะไรเป็นพิเศษเหรอครับ?"
เฉียวซางนิ่งไปครู่หนึ่ง ร้านนี้บริการครบวงจรขนาดนี้เลยเหรอ?
การพัฒนาเพิ่มความแข็ง การฝากเลี้ยง และการฝึกทักษะของสัตว์อสูรถือว่าเป็นงานใหญ่ทั้งนั้น ปกติไม่ค่อยมีร้านที่ทำครบทุกอย่างในที่เดียวแบบนี้
เธอเริ่มเปลี่ยนมุมมองต่อร้านนี้ แม้ว่าจะเล็ก แต่ดูครบครันจริง ๆ
ตอนนั้นเอง ชายคนนั้นเหลือบไปเห็นหยาเป่าที่อยู่ข้างๆ แล้วดวงตาก็เป็นประกาย ไม่ใช่เพราะเขาจำได้ว่าหยาเป่าเป็นรูปแบบวิวัฒนาการใหม่ของสุนัขเขี้ยวเพลิงที่กำลังเป็นข่าว แต่เพราะรูปลักษณ์ภายนอกของหยาเป่านั้นดูโดดเด่นและสง่างามมาก
สุนัขเพลิงเร้นลับแบบนี้ แค่ดูก็รู้ว่ามีราคาแพง
ลูกค้าคงจะรวยน่าดู...
เมื่อคิดได้แบบนั้น ชายคนนั้นก็ยิ่งกระตือรือร้น "ที่นี่เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาสัตว์อสูร สำหรับการฝากเลี้ยงก็มีทั้งรายเดือน รายไตรมาส และรายปี ส่วนเรื่องทักษะ..."
เขาชี้ไปที่หนูโพรงทรายสองตัวที่ยังถือไพ่อยู่แล้วพูดต่อ "ดูพวกมันสิครับ เพิ่งมาอยู่ได้แค่สัปดาห์เดียวก็เรียนรู้การเล่นไพ่และทอยลูกเต๋าแล้ว!"
"อยากให้สัตว์อสูรของคุณเรียนรู้บอร์ดเกมอะไร ไม่ว่าจะเป็น 'หมาป่าพันธุ์ฆาตกร' 'สามก๊กฆาตกรรม' หรือ 'เกมสคริปต์ฆาตกรรม' เราก็สามารถฝึกให้ได้หมด!"
เฉียวซาง: "…"
ที่แท้ "ทักษะ" ที่เขาหมายถึงคือพวกนี้น่ะเหรอ...
"ฉันอยากให้พวกคุณทำเม็ดพลังงานตามสูตรนี้ในปริมาณหนึ่งเดือนค่ะ" เฉียวซางหยิบเอกสารที่มีรายละเอียดของสูตรออกมา
ชายคนนั้นยิ้มรับเอกสารมาอย่างกระตือรือร้น แต่พอเหลือบมองดูสองสามบรรทัด ใบหน้าก็เกือบจะเสียอาการ
โอ้โห... น้ำค้างบริสุทธ์, ผลหมื่นเปลว, คริสตัลคะนองไฟ, ผงไออุ่น...
แค่กวาดตาดูคร่าวๆก็เห็นว่าล้วนเป็นวัตถุดิบหายากทั้งนั้น
ลูกค้าคนนี้รวยจริง!
งานนี้ถ้าคุยสำเร็จ คงต้องหาผู้เชี่ยวชาญด้านการทำเม็ดพลังงานขั้นสูงมาช่วยสักหน่อยแล้ว
"ไม่ทราบว่าคุณจะให้ทางเราจัดหาวัตถุดิบด้วยไหมครับ?" ชายคนนั้นถามด้วยสีหน้าจริงจังขึ้น
"ถ้าให้คุณจัดหาให้ คิดราคาเท่าไหร่คะ?" เฉียวซางถาม
ที่เธอเลือกมาที่นี่แทนที่จะไปซื้อวัตถุดิบเอง ก็เพราะต้องการประหยัดเวลา แม้ว่าราคาจะสูงกว่าซื้อเอง แต่เงินมันสำคัญไหม?
ไม่เลย!
ตอนนี้เธอมีทรัพย์สินตั้ง 5 ล้านแล้ว!
"ประมาณ 200,000 ครับ สำหรับปริมาณเม็ดพลังงานสองชนิดต่อเดือน” ชายคนนั้นประเมิน
เฉียวซางชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มคำนวณในใจ
200,000...
ปีหนึ่งก็ต้องใช้ถึง 2.4 ล้าน แบบนี้ซื้อสุนัขเขี้ยวเพลิงได้ตั้ง 24 ตัวเลยนะ…
เวรเอ๊ย!
ร้านนี้มันโกงกันชัดๆ!
"ขอตัวก่อนนะคะ" เฉียวซางดึงเอกสารสองแผ่นจากมือชายคนนั้นกลับมาอย่างรวดเร็ว แล้วหมุนตัวจะเดินออกจากร้านทันที
"เดี๋ยวก่อนสิครับ!" ชายคนนั้นรีบขวางหน้าเธอไว้ "ราคานี้เราคุยกันได้ อย่าเพิ่งรีบไป!"
เขายอมรับว่าตั้งราคาสูงไปนิด แต่ก็แค่นิดเดียวเท่านั้นเอง ราคาการทำเม็ดพลังงานมันไม่มีมาตรฐานแน่นอนในตลาดสักหน่อย พอได้ยินราคาปุ๊บแล้วหันหลังเดินหนีทันทีแบบนี้มีที่ไหน? ปกติต้องต่อรองกันก่อนสิ!
เมื่อโชคดีมีลูกค้าเข้ามาแบบนี้ จะปล่อยไปง่ายๆได้ไง
เฉียวซางหยุดเท้าแล้วหันมาตอบสั้น ๆ ว่า "5 หมื่นคะ"
"เชิญกลับไปได้เลยครับ" คราวนี้เป็นชายคนนั้นที่หมุนตัวเดินหนีบ้าง
เฉียวซาง: "…"
ไปก็ไป!
10 นาทีต่อมา เฉียวซางกลับมาที่ร้านนี้อีกครั้ง...
เพราะเธอเพิ่งโทรหาท่านรองหลิวเหยาเพื่อยืนยันว่ารวมค่าวัตถุดิบกับค่าทำ ราคาประมาณ 2 แสน ถือได้ว่าเป็นราคาปกติจริงๆ
ไม่แปลกใจเลยที่คนชอบพูดกันว่า "เลี้ยงสัตว์อสูรนั้นง่าย แต่การพัฒนาสัตว์อสูรยาก" เธอเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว
หลังจากพูดคุยกันอย่าง "เป็นมิตร" นานเกือบครึ่งชั่วโมง ในที่สุดราคาที่ตกลงกันคือ 1.8 แสนต่อเดือน
เงื่อนไขคือจ่ายล่วงหน้า 2 หมื่นเป็นเงินมัดจำ แล้วจ่ายที่เหลือเมื่อได้รับเม็ดพลังงานในแต่ละเดือน
.....
เฉียวซางกลับมาบ้านด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง
เธอเคยคิดว่าเงิน 5 ล้านที่มีจะพอให้เธอใช้จ่ายแบบสบายๆไปอีกนาน แต่ตอนนี้แค่ค่าทำเม็ดพลังงานสำหรับปีเดียวก็กินไปเกือบครึ่งหนึ่งของทรัพย์สินทั้งหมดแล้ว
ยังไม่รวมค่าวัตถุดิบที่ผีล่าสมบัติต้องการเพื่อวิวัฒนาการเป็นผีแหวนอาคม และผลึกอาถรรพ์ที่ต้องใช้ตอนวิวัฒนาการอีกด้วย เงินทั้งหมดนี้อาจหมดเกลี้ยงในเร็วๆนี้แน่
นี่ขนาดแค่ค่าใช้จ่ายของสัตว์อสูรระดับกลางตัวหนึ่ง กับระดับเริ่มต้นอีกตัว ถ้าระดับสูงกว่านี้จะทำยังไงกันเนี่ย?
เฉียวซางนั่งลงบนโซฟา หยิบมือถือขึ้นมาเปิดแผนการพัฒนาของผีล่าสมบัติแล้วเริ่มค้นหาวัสดุสำหรับปลุกทักษะเพลิงต้องสาป
วัสดุที่ต้องการไม่ได้เยอะมาก แค่ 10 อย่าง เท่านั้น
พอค้นเจอรายการ เธอก็โล่งใจ วัสดุส่วนใหญ่ไม่ได้แพงอย่างที่คิด...
เธอสั่งซื้อ 8 อย่างผ่านออนไลน์ ใช้เงินไปเพียง 32,000 เหรียญพันธมิตร
แต่สำหรับ รากหญ้า 100 ปี และ ผลเพลิงลี้ลับ เธอยังตัดสินใจไม่ได้
สองสิ่งนี้เป็นของแพงอย่างมาก ชิ้นหนึ่งราคา 6 หมื่น อีกชิ้น 8 หมื่น และของปลอมในตลาดออนไลน์ก็มีเยอะแยะเต็มไปหมด
การซื้อมาวัสดุแพงแบบนี้ไม่เหมือนซื้อเสื้อผ้า ที่เห็นปุ๊บก็รู้ว่าดีหรือไม่ดี ถ้าซื้อถูกก็โชคดี แต่ถ้าซื้อผิดต้องมาวุ่นวายต่อสู้กับคนขายเพื่อขอคืนเงิน มันยุ่งยากเกินไป
วิธีที่ปลอดภัยคือซื้อมาแล้วนำไปตรวจสอบในศูนย์ประเมินวัสดุ หรือไม่ก็ไปหาซื้อจากร้านค้าที่มีชื่อเสียงโดยตรง
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ตัดสินใจว่าจะหาเวลาว่างไปซื้อสองสิ่งนี้จากร้านค้าโดยตรง
ระหว่างที่เธอยังไถมือถือดูอยู่นั้น จู่ๆก็มีเสียงดังตูมตามมาจากสวนหลังบ้าน
"เกิดอะไรขึ้น?" เฉียวซางสะดุ้งเงยหน้าถามด้วยความตกใจ
"ซุน!"
"ซุน ซุน!"
ผีล่าสมบัติได้ยินเสียงเธอถาม ก็ลอยมาอย่างกระตือรือร้น จากนั้นก็อ้าปากเลียนแบบท่าพ่นไฟของหยาเป่า
ต่อมามันก็ลอยไปอีกมุมหนึ่งของลาน ก่อนจะล้มลงบนพื้นทำท่าเหมือนพรายน้ำครามที่หมดสติครั้งก่อนดวงตาหลับปุ๋ยไปอย่างแนบเนียน
เฉียวซาง: "…!"
เธอเพิ่งนึกได้ว่าเธอลืมเรื่องนี้ไปซะสนิทเลย!
เมื่อเช้า เธอหลอกหยาเป่าว่าให้รีบไปโรงเรียนเพื่อไม่ให้มันไปหาเรื่องทะเลาะกับพรายน้ำคราม แต่พอกลับมาเธอกลับหมกมุ่นอยู่กับการค้นหาวัสดุในอินเทอร์เน็ตจนลืมสนิทเรื่องหยาเป่าไปเลย
ตอนนี้อย่าบอกนะว่ามันสองตัวกำลังต่อสู้กันอยู่?!
ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียง โครม! ดังสนั่นมาจากสวนหลังบ้านอีกครั้ง
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเสียงนี้คือเสียงการต่อสู้อย่างแน่นอน…
เฉียวซางลุกพรวดขึ้นมาในทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล ก่อนจะรีบวิ่งไปยังลานบ้านด้วยความรวดเร็ว
ตอนนี้เธอได้แต่หวังว่า พรายน้ำครามจะยังแอบซ่อนตัวอยู่ในน้ำเหมือนตอนที่หยาเป่าปล่อยเพลิงปะทุเมื่อวาน
“ซุน~”
ผีล่าสมบัติทำหน้าตื่นเต้นราวกับกำลังดูละครมันลอยตามเธอมาเพื่อรับชมสถานการณ์วุ่นวาย
เมื่อเฉียวซางมาถึงลานบ้าน และเห็นภาพตรงหน้า เธอถึงกับหน้ามืดครึ้มไปชั่วขณะ
ตรงนั้นหยาเป่ากำลังเชิดหน้าขึ้นด้วยท่าทีภูมิใจสุดขีด ในขณะที่พรายน้ำครามซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม นอนสลบเหมือดอยู่กับพื้นไปแล้ว...