เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 124: โรงเรียนอยู่ไหน?

บทที่ 124: โรงเรียนอยู่ไหน?

บทที่ 124: โรงเรียนอยู่ไหน?


หยดปลายลิ้นมีร่างกายขนาดใหญ่ และตอนนี้ยังลอยอยู่กลางอากาศด้วยสองเท้าที่ไม่แตะพื้น ทำให้มันไม่สามารถเคลื่อนที่ไปทางอื่นได้นอกจากลงสู่พื้นโดยตรง หากการโจมตีเร็วพอมันก็เหมือนเป็นเป้านิ่งเคลื่อนที่ช้าเลยทีเดียว

น่าเสียดายที่ระยะห่างระหว่างมันกับหยาเป่าทำให้การโจมตีด้วยความเร็วสูงในระดับนั้นยังเป็นไปไม่ได้

เฉียวซางวิเคราะห์สถานการณ์ตรงหน้า และคิดจะเอ่ยปากสั่งการ

แต่ทันทีที่เธอคิดจบ หยาเป่ากลับดูเหมือนจะรับรู้ความคิดของเธอ ริมฝีปากมันอ้ากว้างก่อนจะปล่อยเพลิงปะทุขนาดเท่าลูกบาสเกตบอลพุ่งไปยังตำแหน่งที่เธอวางแผนไว้ในใจ

หยดปลายลิ้นร่วงลงสู่พื้นในจังหวะเดียวกับที่ฝ่าเท้าที่บาดเจ็บสัมผัสกับพื้นซึ่งยังมีเศษไฟลุกไหม้และร้อนระอุ มันกัดฟันอดทนไม่ส่งเสียงร้องออกมา

แต่ในวินาทีถัดมา เปลวไฟที่อัดแน่นด้วยพลังมหาศาลก็พุ่งเข้าหามันอย่างรวดเร็ว

“เชอ!!!”

นี่แหละคือข้อได้เปรียบของการโจมตีก่อน หากโจมตีได้ถูกจุดก็สามารถควบคุมจังหวะการต่อสู้ได้ทั้งหมด

ผู้ชมต่างพากันอ้าปากค้าง

“ทำไมรู้สึกเหมือนเฉียวซางได้เปรียบเลย…” หวังจี้หางอุทานออกมา

เขาเป็นคนสุดท้ายในกลุ่มการต่อสู้เดี่ยว

“นายไม่ได้คิดไปเองหรอก” หลู่เหลียงเย่พยักหน้าอย่างจริงจัง

ตอนนี้เขาไม่คิดเปรียบเทียบตัวเองกับเฉียวซางอีกแล้ว หากอีกฝ่ายแข็งแกร่งกว่าเขาเล็กน้อย เขาอาจจะยังมีอาการไม่ยอมรับ แต่เมื่ออีกฝ่ายแข็งแกร่งกว่ามากจนบดขยี้ทุกด้านแบบนี้ สิ่งที่เขาทำได้มีเพียงแค่มองด้วยความชื่นชมและอิจฉา

“เลียด้วยลิ้น” ฉินเหวินเอ่ยเสียงเรียบ

เลียด้วยลิ้น?

เฉียวซางสับสนไปเล็กน้อย ก่อนจะนึกถึงผีล่าสมบัติตัวน้อย เธอจำได้ว่าผีล่าสมบัติก็มีทักษะนี้ ใช้ลิ้นเลียเพื่อสร้างโอกาสให้คู่ต่อสู้เป็นอัมพาต

แต่ทักษะนี้ต้องเข้าใกล้ตัวเป้าหมายถึงจะใช้ได้

โดยปกติสัตว์อสูรประเภทน้ำจะเหมาะกับการโจมตีระยะไกลมากกว่า ยิ่งในพื้นที่บนบกความคล่องตัวของมันก็ลดลงมากเมื่อเทียบกับในน้ำ

หรือว่าหยดปลายลิ้นจะมีท่าไม้ตายที่สามารถใช้โจมตีในระยะประชิดได้อย่างคาดไม่ถึง?

“หยาเป่า” เฉียวซางเรียกชื่อของมันเบาๆ

“ย่าห์!” หยาเป่าส่งเสียงตอบรับ สายตาของมันเปลี่ยนเป็นคมกริบและระมัดระวัง

หยดปลายลิ้นยืนอยู่กับที่ก่อนจะยื่นลิ้นยาวของมันออกมา… แล้วเลียไปที่บาดแผลบนร่างตัวเอง…

เฉียวซาง: “……”

หยาเป่า: “……”

ถ้าไม่โจมตีตอนนี้จะรออะไรอีก!

ในขณะที่เฉียวซางคิดเช่นนั้น ร่างของหยาเป่าเริ่มเปล่งแสงสีฟ้าออกมา การเคลื่อนไหวของหยดปลายลิ้นหยุดค้างทันทีเหมือนถูกสะกด

ฉินเหวินยืนตะลึง “นี่มันพลังจิต? ทำไมถึงเป็นพลังจิตได้ล่ะ?! นี่มันสัตว์อสูรประเภทไฟไม่ใช่เหรอ?!”

เฉียวซางคิดเร็วขึ้นกว่าเดิม ด้วยความสามารถของหยดปลายลิ้น มันคงจะหลุดจากการควบคุมได้ในไม่ช้า และพลังจิตของหยาเป่าก็ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะสร้างความเสียหายร้ายแรงได้ เธอต้องใช้ช่วงเวลานี้โจมตีเพื่อสร้างความเสียหายให้มากที่สุด

“ฝนดาวตก!”

หยาเป่าเงยศีรษะขึ้น พลังงานเริ่มก่อตัวในร่างของมัน

แต่ในขณะเดียวกัน แสงสีฟ้าบนร่างของมันก็จางหายไป หยดปลายลิ้นกลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง

เฉียวซางนิ่งไปครู่หนึ่ง ไม่เหมือนที่คิดเอาไว้เลย

เธอวางแผนเอาไว้ว่า เมื่อควบคุมหยดปลายลิ้นได้แล้ว ค่อยใช้ฝนดาวตกโจมตีลงมา แบบนี้มันจะไม่มีทางหลบหนีได้แน่นอน

เพราะด้วยพลังงานของหยาเป่าในตอนนี้ มันยังไม่สามารถใช้ฝนดาวตกครอบคลุมพื้นที่ทั้งสนามได้ หากไม่มีการควบคุมหยดปลายลิ้นก็น่าจะสามารถหลบได้

แต่ตอนนี้พลังจิตกลับถูกยกเลิกไปแล้ว...

หรือว่า หยาเป่าไม่สามารถใช้ทักษะสองอย่างพร้อมกันได้? ไม่น่าใช่สิ เพราะตอนที่ใช้เขี้ยวเพลิง หยาเป่าก็สามารถพุ่งเข้าชนพร้อมกันได้

หรือมันเกี่ยวกับความแตกต่างของประเภททักษะ? หรือเป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝนเพิ่มเติมถึงจะทำได้?

ในขณะที่เฉียวซางกำลังคิดอยู่ ฉินเหวินกลับรู้สึกใจเต้นแรงและรีบยุติการต่อสู้ทันที

“พอแล้ว! การต่อสู้สิ้นสุดลงแค่นี้!”

เมื่อครู่ ถ้าเธอไม่ได้ฟังผิด เฉียวซางพูดถึงฝนดาวตกใช่ไหม? มันคือฝนดาวตกที่เธอคิดอยู่จริงๆ ใช่หรือเปล่า?!

ฉินเหวินพยายามสงบสติอารมณ์ แม้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นเพียงการทดสอบ แต่ไม่ว่าฝนดาวตกที่ว่านั้นจะเป็นจริงหรือไม่ ก็ถือว่าเกินพอแล้ว...

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หยาเป่าก็ชะงักเล็กน้อย ลูกบอลพลังงานที่ยังไม่สมบูรณ์ค่อยๆสลายหายไป

“ย่าห์?”

ไม่สู้ต่อแล้วเหรอ?

“เฉียวซาง เธอทำได้ดีมาก แต่เรายังมีการฝึกอื่นๆอยู่อีก อย่าเสียพลังงานของสัตว์อสูรไปมากกว่านี้เลย” ฉินเหวินปาดเหงื่อพลางเดินเข้ามาพูด

ผู้ชมที่ยังคงตกตะลึงกับความสามารถของสุนัขเขี้ยวเพลิงที่วิวัฒนาการมาและสามารถใช้ทักษะของประเภทพลังจิตได้ กลับได้สติเมื่อได้ยินคำพูดของฉินเหวิน

อย่าเสียพลังงานของสัตว์อสูรเลย?

งั้นคนที่เมื่อวานซ้อมจนพลังของสัตว์อสูรทุกตัวหมดเกลี้ยงมันคือใครกัน?

....

เวลา 18:00 น.

เฉียวซางกลับมาที่หอพักและอาบน้ำจนสดชื่น

เธอนอนลงบนเตียง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อหาซื้อเชือกเส้นหนึ่งที่เหมาะกับร่างของหยาเป่าในตอนนี้ เพื่อใช้ร้อยลูกแก้วรวมพลังไฟหลังจากนั้น เธอก็ดูบ้านเช่าใกล้โรงเรียนเซินซุ่ยไปด้วย

เงื่อนไขในการเลือกบ้านก็ไม่ได้มากมายแค่ต้องอยู่ใกล้โรงเรียน มีเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าครบ มีสระน้ำเล็กๆ ไม่มีเพื่อนบ้านใกล้ๆ

เพราะไม่อย่างนั้น เสียงจากการฝึกทักษะทุกวันคงทำให้ถูกเพื่อนบ้านบ่นแน่ ๆ

แต่จากเงื่อนไขทั้งสี่นี้ เธอกลับเจอเพียงแค่สองที่ที่เปิดให้เช่า

หลังจากนัดดูบ้านกับทั้งสองเจ้าเรียบร้อย เฉียวซางก็ปิดโทรศัพท์ลง

เธอเงยหน้าขึ้นมองหยาเป่ากับผีล่าสมบัติที่กำลังเล่นกันบนเพดานห้อง

การฝึกทั้งวันดูเหมือนจะยังไม่ถึงขีดจำกัดของหยาเป่าเลย มันวิ่งครบสิบรอบ ขณะที่สัตว์อสูรตัวอื่นเพิ่งจะวิ่งจบสองรอบ และห้องแรงโน้มถ่วงที่ตั้งค่าไว้ที่ 10 กิโลกรัมเพื่อความยุติธรรม ก็เป็นน้ำหนักที่หยาเป่าเคยเล่นจนเบื่อไปตั้งแต่เมื่อแปดร้อยปีก่อนแล้ว

เฉียวซางถอนหายใจเล็กน้อย เธอรู้สึกว่าการฝึกวันนี้ไม่ค่อยคืบหน้าเท่าไหร่เมื่อเทียบกับตอนอยู่บ้าน

เธอจ้องมองสัตว์อสูรทั้งสองตัวอยู่สักพัก ก่อนที่ดวงตาจะสว่างวาบขึ้น

....

เวลา 18:56 น.

ที่สนามฝึกซ้อม

เงาร่างที่เปล่งแสงสีฟ้าวิ่งวนรอบสนามซ้อม หากสังเกตดีๆจะเห็นว่าร่างนั้นลอยสูงจากพื้นประมาณ 5 เซนติเมตร

“หยาเป่า อย่าเร็วเกินไปรักษาสมดุลให้ดี เราไม่ได้ต้องการแค่ความเร็วแต่ต้องการความมั่นคง ยิ่งวิ่งได้นานเท่าไหร่ก็ยิ่งมีผลมากขึ้นเท่านั้น” เฉียวซางพูดขณะนอนเอนหลังบนตัวหยาเป่า มือทั้งสองข้างประสานรองศีรษะ มองท้องฟ้าด้วยความสบายใจ

“ย่าห์!” หยาเป่าส่งเสียงตอบรับอย่างกระตือรือร้น ก่อนจะลดความเร็วลง

เฉียวซางพิงขนนุ่มสบาย พลางปล่อยให้สายลมเย็นพัดผ่าน รู้สึกชื่นชมความชาญฉลาดของตัวเอง

ทักษะประเภทไฟฝึกในโรงเรียนไม่ได้ งั้นก็เริ่มจากทักษะฝึกพลังจิตก่อนก็แล้วกัน!

ใช้พลังจิตบวกกับการแบกเธอวิ่งรอบสนาม นอกจากจะช่วยฝึกการควบคุมพลังจิต ยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งทางร่างกาย และเธอก็ได้ชมวิวท้องฟ้ายามค่ำคืนไปพร้อมกัน ยิงปืนนัดเดียวได้นกสามตัว!

“ซุน~”

ผีล่าสมบัติตัวน้อยนอนอยู่บนหน้าท้องของเฉียวซางในท่าเดียวกัน มันมองขึ้นไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืน ดวงตาจับจ้องไปที่ดวงดาวที่กำลังระยิบระยับจนเหมือนตกอยู่ในภวังค์

ผ่านไปสักพัก ผีล่าสมบัติก็ยื่นกรงเล็บเล็กๆออกมาเขี่ยหน้าท้องของเฉียวซางเบา ๆ

“ซุน~”

“ซุน ซุน~”

“เป็นเด็กที่น่ารักจริงๆ แต่เราทำแบบนั้นไม่ได้หรอก” เฉียวซางหัวเราะเบา ๆ

อยากได้ดาวสักดวงงั้นเหรอ น่ารักจริงๆ…

“ซุน~”

ผีล่าสมบัติหดกรงเล็บกลับแล้วส่งเสียงอย่างเศร้าสร้อย

หยาเป่าได้ยินการสนทนาก็เงยหน้ามองท้องฟ้า ตอนนี้มันบินได้แล้ว การจะเอาดาวดวงหนึ่งให้เจ้าน้องน้อยของมันแค่นี้…

ง่ายจะตาย!

เฉียวซางทอดสายตามองท้องฟ้าด้วยความรู้สึกสงบและมีความสุข

นานแล้วที่ไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายแบบนี้

สายลมยามค่ำคืนพัดผ่านอย่างนุ่มนวล... เอ๊ะ หรืออาจจะไม่นุ่มนวลเท่าไหร่...

เฉียวซางกอดผีล่าสมบัติตัวน้อยแน่น ก่อนจะหันไปมองรอบๆแล้วถึงกับชะงัก

โรงเรียนอยู่ไหน?! สนามฝึกหายไปไหน?!

แล้วพื้นดินล่ะ!!!

จบบทที่ บทที่ 124: โรงเรียนอยู่ไหน?

คัดลอกลิงก์แล้ว