- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 124: โรงเรียนอยู่ไหน?
บทที่ 124: โรงเรียนอยู่ไหน?
บทที่ 124: โรงเรียนอยู่ไหน?
หยดปลายลิ้นมีร่างกายขนาดใหญ่ และตอนนี้ยังลอยอยู่กลางอากาศด้วยสองเท้าที่ไม่แตะพื้น ทำให้มันไม่สามารถเคลื่อนที่ไปทางอื่นได้นอกจากลงสู่พื้นโดยตรง หากการโจมตีเร็วพอมันก็เหมือนเป็นเป้านิ่งเคลื่อนที่ช้าเลยทีเดียว
น่าเสียดายที่ระยะห่างระหว่างมันกับหยาเป่าทำให้การโจมตีด้วยความเร็วสูงในระดับนั้นยังเป็นไปไม่ได้
เฉียวซางวิเคราะห์สถานการณ์ตรงหน้า และคิดจะเอ่ยปากสั่งการ
แต่ทันทีที่เธอคิดจบ หยาเป่ากลับดูเหมือนจะรับรู้ความคิดของเธอ ริมฝีปากมันอ้ากว้างก่อนจะปล่อยเพลิงปะทุขนาดเท่าลูกบาสเกตบอลพุ่งไปยังตำแหน่งที่เธอวางแผนไว้ในใจ
หยดปลายลิ้นร่วงลงสู่พื้นในจังหวะเดียวกับที่ฝ่าเท้าที่บาดเจ็บสัมผัสกับพื้นซึ่งยังมีเศษไฟลุกไหม้และร้อนระอุ มันกัดฟันอดทนไม่ส่งเสียงร้องออกมา
แต่ในวินาทีถัดมา เปลวไฟที่อัดแน่นด้วยพลังมหาศาลก็พุ่งเข้าหามันอย่างรวดเร็ว
“เชอ!!!”
นี่แหละคือข้อได้เปรียบของการโจมตีก่อน หากโจมตีได้ถูกจุดก็สามารถควบคุมจังหวะการต่อสู้ได้ทั้งหมด
ผู้ชมต่างพากันอ้าปากค้าง
“ทำไมรู้สึกเหมือนเฉียวซางได้เปรียบเลย…” หวังจี้หางอุทานออกมา
เขาเป็นคนสุดท้ายในกลุ่มการต่อสู้เดี่ยว
“นายไม่ได้คิดไปเองหรอก” หลู่เหลียงเย่พยักหน้าอย่างจริงจัง
ตอนนี้เขาไม่คิดเปรียบเทียบตัวเองกับเฉียวซางอีกแล้ว หากอีกฝ่ายแข็งแกร่งกว่าเขาเล็กน้อย เขาอาจจะยังมีอาการไม่ยอมรับ แต่เมื่ออีกฝ่ายแข็งแกร่งกว่ามากจนบดขยี้ทุกด้านแบบนี้ สิ่งที่เขาทำได้มีเพียงแค่มองด้วยความชื่นชมและอิจฉา
“เลียด้วยลิ้น” ฉินเหวินเอ่ยเสียงเรียบ
เลียด้วยลิ้น?
เฉียวซางสับสนไปเล็กน้อย ก่อนจะนึกถึงผีล่าสมบัติตัวน้อย เธอจำได้ว่าผีล่าสมบัติก็มีทักษะนี้ ใช้ลิ้นเลียเพื่อสร้างโอกาสให้คู่ต่อสู้เป็นอัมพาต
แต่ทักษะนี้ต้องเข้าใกล้ตัวเป้าหมายถึงจะใช้ได้
โดยปกติสัตว์อสูรประเภทน้ำจะเหมาะกับการโจมตีระยะไกลมากกว่า ยิ่งในพื้นที่บนบกความคล่องตัวของมันก็ลดลงมากเมื่อเทียบกับในน้ำ
หรือว่าหยดปลายลิ้นจะมีท่าไม้ตายที่สามารถใช้โจมตีในระยะประชิดได้อย่างคาดไม่ถึง?
“หยาเป่า” เฉียวซางเรียกชื่อของมันเบาๆ
“ย่าห์!” หยาเป่าส่งเสียงตอบรับ สายตาของมันเปลี่ยนเป็นคมกริบและระมัดระวัง
หยดปลายลิ้นยืนอยู่กับที่ก่อนจะยื่นลิ้นยาวของมันออกมา… แล้วเลียไปที่บาดแผลบนร่างตัวเอง…
เฉียวซาง: “……”
หยาเป่า: “……”
ถ้าไม่โจมตีตอนนี้จะรออะไรอีก!
ในขณะที่เฉียวซางคิดเช่นนั้น ร่างของหยาเป่าเริ่มเปล่งแสงสีฟ้าออกมา การเคลื่อนไหวของหยดปลายลิ้นหยุดค้างทันทีเหมือนถูกสะกด
ฉินเหวินยืนตะลึง “นี่มันพลังจิต? ทำไมถึงเป็นพลังจิตได้ล่ะ?! นี่มันสัตว์อสูรประเภทไฟไม่ใช่เหรอ?!”
เฉียวซางคิดเร็วขึ้นกว่าเดิม ด้วยความสามารถของหยดปลายลิ้น มันคงจะหลุดจากการควบคุมได้ในไม่ช้า และพลังจิตของหยาเป่าก็ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะสร้างความเสียหายร้ายแรงได้ เธอต้องใช้ช่วงเวลานี้โจมตีเพื่อสร้างความเสียหายให้มากที่สุด
“ฝนดาวตก!”
หยาเป่าเงยศีรษะขึ้น พลังงานเริ่มก่อตัวในร่างของมัน
แต่ในขณะเดียวกัน แสงสีฟ้าบนร่างของมันก็จางหายไป หยดปลายลิ้นกลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง
เฉียวซางนิ่งไปครู่หนึ่ง ไม่เหมือนที่คิดเอาไว้เลย
เธอวางแผนเอาไว้ว่า เมื่อควบคุมหยดปลายลิ้นได้แล้ว ค่อยใช้ฝนดาวตกโจมตีลงมา แบบนี้มันจะไม่มีทางหลบหนีได้แน่นอน
เพราะด้วยพลังงานของหยาเป่าในตอนนี้ มันยังไม่สามารถใช้ฝนดาวตกครอบคลุมพื้นที่ทั้งสนามได้ หากไม่มีการควบคุมหยดปลายลิ้นก็น่าจะสามารถหลบได้
แต่ตอนนี้พลังจิตกลับถูกยกเลิกไปแล้ว...
หรือว่า หยาเป่าไม่สามารถใช้ทักษะสองอย่างพร้อมกันได้? ไม่น่าใช่สิ เพราะตอนที่ใช้เขี้ยวเพลิง หยาเป่าก็สามารถพุ่งเข้าชนพร้อมกันได้
หรือมันเกี่ยวกับความแตกต่างของประเภททักษะ? หรือเป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝนเพิ่มเติมถึงจะทำได้?
ในขณะที่เฉียวซางกำลังคิดอยู่ ฉินเหวินกลับรู้สึกใจเต้นแรงและรีบยุติการต่อสู้ทันที
“พอแล้ว! การต่อสู้สิ้นสุดลงแค่นี้!”
เมื่อครู่ ถ้าเธอไม่ได้ฟังผิด เฉียวซางพูดถึงฝนดาวตกใช่ไหม? มันคือฝนดาวตกที่เธอคิดอยู่จริงๆ ใช่หรือเปล่า?!
ฉินเหวินพยายามสงบสติอารมณ์ แม้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นเพียงการทดสอบ แต่ไม่ว่าฝนดาวตกที่ว่านั้นจะเป็นจริงหรือไม่ ก็ถือว่าเกินพอแล้ว...
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หยาเป่าก็ชะงักเล็กน้อย ลูกบอลพลังงานที่ยังไม่สมบูรณ์ค่อยๆสลายหายไป
“ย่าห์?”
ไม่สู้ต่อแล้วเหรอ?
“เฉียวซาง เธอทำได้ดีมาก แต่เรายังมีการฝึกอื่นๆอยู่อีก อย่าเสียพลังงานของสัตว์อสูรไปมากกว่านี้เลย” ฉินเหวินปาดเหงื่อพลางเดินเข้ามาพูด
ผู้ชมที่ยังคงตกตะลึงกับความสามารถของสุนัขเขี้ยวเพลิงที่วิวัฒนาการมาและสามารถใช้ทักษะของประเภทพลังจิตได้ กลับได้สติเมื่อได้ยินคำพูดของฉินเหวิน
อย่าเสียพลังงานของสัตว์อสูรเลย?
งั้นคนที่เมื่อวานซ้อมจนพลังของสัตว์อสูรทุกตัวหมดเกลี้ยงมันคือใครกัน?
....
เวลา 18:00 น.
เฉียวซางกลับมาที่หอพักและอาบน้ำจนสดชื่น
เธอนอนลงบนเตียง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อหาซื้อเชือกเส้นหนึ่งที่เหมาะกับร่างของหยาเป่าในตอนนี้ เพื่อใช้ร้อยลูกแก้วรวมพลังไฟหลังจากนั้น เธอก็ดูบ้านเช่าใกล้โรงเรียนเซินซุ่ยไปด้วย
เงื่อนไขในการเลือกบ้านก็ไม่ได้มากมายแค่ต้องอยู่ใกล้โรงเรียน มีเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าครบ มีสระน้ำเล็กๆ ไม่มีเพื่อนบ้านใกล้ๆ
เพราะไม่อย่างนั้น เสียงจากการฝึกทักษะทุกวันคงทำให้ถูกเพื่อนบ้านบ่นแน่ ๆ
แต่จากเงื่อนไขทั้งสี่นี้ เธอกลับเจอเพียงแค่สองที่ที่เปิดให้เช่า
หลังจากนัดดูบ้านกับทั้งสองเจ้าเรียบร้อย เฉียวซางก็ปิดโทรศัพท์ลง
เธอเงยหน้าขึ้นมองหยาเป่ากับผีล่าสมบัติที่กำลังเล่นกันบนเพดานห้อง
การฝึกทั้งวันดูเหมือนจะยังไม่ถึงขีดจำกัดของหยาเป่าเลย มันวิ่งครบสิบรอบ ขณะที่สัตว์อสูรตัวอื่นเพิ่งจะวิ่งจบสองรอบ และห้องแรงโน้มถ่วงที่ตั้งค่าไว้ที่ 10 กิโลกรัมเพื่อความยุติธรรม ก็เป็นน้ำหนักที่หยาเป่าเคยเล่นจนเบื่อไปตั้งแต่เมื่อแปดร้อยปีก่อนแล้ว
เฉียวซางถอนหายใจเล็กน้อย เธอรู้สึกว่าการฝึกวันนี้ไม่ค่อยคืบหน้าเท่าไหร่เมื่อเทียบกับตอนอยู่บ้าน
เธอจ้องมองสัตว์อสูรทั้งสองตัวอยู่สักพัก ก่อนที่ดวงตาจะสว่างวาบขึ้น
....
เวลา 18:56 น.
ที่สนามฝึกซ้อม
เงาร่างที่เปล่งแสงสีฟ้าวิ่งวนรอบสนามซ้อม หากสังเกตดีๆจะเห็นว่าร่างนั้นลอยสูงจากพื้นประมาณ 5 เซนติเมตร
“หยาเป่า อย่าเร็วเกินไปรักษาสมดุลให้ดี เราไม่ได้ต้องการแค่ความเร็วแต่ต้องการความมั่นคง ยิ่งวิ่งได้นานเท่าไหร่ก็ยิ่งมีผลมากขึ้นเท่านั้น” เฉียวซางพูดขณะนอนเอนหลังบนตัวหยาเป่า มือทั้งสองข้างประสานรองศีรษะ มองท้องฟ้าด้วยความสบายใจ
“ย่าห์!” หยาเป่าส่งเสียงตอบรับอย่างกระตือรือร้น ก่อนจะลดความเร็วลง
เฉียวซางพิงขนนุ่มสบาย พลางปล่อยให้สายลมเย็นพัดผ่าน รู้สึกชื่นชมความชาญฉลาดของตัวเอง
ทักษะประเภทไฟฝึกในโรงเรียนไม่ได้ งั้นก็เริ่มจากทักษะฝึกพลังจิตก่อนก็แล้วกัน!
ใช้พลังจิตบวกกับการแบกเธอวิ่งรอบสนาม นอกจากจะช่วยฝึกการควบคุมพลังจิต ยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งทางร่างกาย และเธอก็ได้ชมวิวท้องฟ้ายามค่ำคืนไปพร้อมกัน ยิงปืนนัดเดียวได้นกสามตัว!
“ซุน~”
ผีล่าสมบัติตัวน้อยนอนอยู่บนหน้าท้องของเฉียวซางในท่าเดียวกัน มันมองขึ้นไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืน ดวงตาจับจ้องไปที่ดวงดาวที่กำลังระยิบระยับจนเหมือนตกอยู่ในภวังค์
ผ่านไปสักพัก ผีล่าสมบัติก็ยื่นกรงเล็บเล็กๆออกมาเขี่ยหน้าท้องของเฉียวซางเบา ๆ
“ซุน~”
“ซุน ซุน~”
“เป็นเด็กที่น่ารักจริงๆ แต่เราทำแบบนั้นไม่ได้หรอก” เฉียวซางหัวเราะเบา ๆ
อยากได้ดาวสักดวงงั้นเหรอ น่ารักจริงๆ…
“ซุน~”
ผีล่าสมบัติหดกรงเล็บกลับแล้วส่งเสียงอย่างเศร้าสร้อย
หยาเป่าได้ยินการสนทนาก็เงยหน้ามองท้องฟ้า ตอนนี้มันบินได้แล้ว การจะเอาดาวดวงหนึ่งให้เจ้าน้องน้อยของมันแค่นี้…
ง่ายจะตาย!
เฉียวซางทอดสายตามองท้องฟ้าด้วยความรู้สึกสงบและมีความสุข
นานแล้วที่ไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายแบบนี้
สายลมยามค่ำคืนพัดผ่านอย่างนุ่มนวล... เอ๊ะ หรืออาจจะไม่นุ่มนวลเท่าไหร่...
เฉียวซางกอดผีล่าสมบัติตัวน้อยแน่น ก่อนจะหันไปมองรอบๆแล้วถึงกับชะงัก
โรงเรียนอยู่ไหน?! สนามฝึกหายไปไหน?!
แล้วพื้นดินล่ะ!!!