- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 118: นี่ไม่ใช่สุนัขเพลิงผลาญ!
บทที่ 118: นี่ไม่ใช่สุนัขเพลิงผลาญ!
บทที่ 118: นี่ไม่ใช่สุนัขเพลิงผลาญ!
แสงสีขาวเจิดจ้าจนแทบแยงตาเฉียวซางจนเกือบตาบอด
เฉียวซางยืนนิ่ง นี่…นี่มันวิวัฒนาการขึ้นแล้วเหรอ? ไม่ใช่ว่าต้องใช้เวลาอีกครึ่งวันหรอกเหรอ?!
ตอนนี้ยังไม่ถึงชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ! รองผู้อำนวยการนี่เชื่อไม่ได้จริงๆด้วย!
แต่ในเมื่อใจเธอยอมรับแล้วว่าสุนัขเขี้ยวเพลิงจะวิวัฒนาการในวันนี้ ครึ่งวันกับหนึ่งชั่วโมงก็ไม่ต่างกันสำหรับเธอ
แค่คิดว่าสุนัขเขี้ยวเพลิงกำลังจะวิวัฒนาการเป็นสุนัขเพลิงผลาญ หัวใจเฉียวซางก็เต้นแรงขึ้น
ต่างจากรูปลักษณ์น่ารักๆของสุนัขเขี้ยวเพลิง สุนัขเพลิงผลาญมีลักษณะที่น่าเกรงขาม ทั้งตัวเป็นสีแดงดั่งเปลวไฟ ไม่มีลายสีดำหรือขนสั้นสีส้มสว่างไสวบนหัวอีกแล้ว
รูปลักษณ์ที่สง่าของมันเหมาะสมมากสำหรับการฝึกทักษะ "ข่มขวัญ" แค่จ้องฝ่ายตรงข้าม บางตัวที่ขี้ขลาดก็หมดกำลังใจจะสู้ไปทันที
“ซุน!”
“ซุน!”
ผีล่าสมบัติส่งเสียงอย่างตื่นเต้นสองครั้งติด
ภายใต้สายตาเปี่ยมความหวังของเฉียวซางและผีล่าสมบัติ แสงสว่างค่อยๆจางลง
สุนัขเขี้ยวเพลิง…ก็ยังคงเป็นสุนัขเขี้ยวเพลิงอยู่เหมือนเดิม
“ซุน?”
ผีล่าสมบัติเอียงหัวอย่างงุนงง
หัวใจเฉียวซางกระตุกเล็กน้อย การวิวัฒนาการล้มเหลวเหรอ?
“ย่าห์”
สุนัขเขี้ยวเพลิงเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มอ่อนแรงให้ผู้ฝึกสัตว์อสูรของมัน แล้วล้มลงบนเตียง
“หยาเป่า!” หัวใจเฉียวซางเหมือนถูกบีบ เธอรีบอุ้มสุนัขเขี้ยวเพลิงขึ้นมา
“ซุน!”
ผีล่าสมบัติแสดงสีหน้าตื่นตระหนก
สุนัขเขี้ยวเพลิงไม่ได้หมดสติ แต่มันแค่พยายามอดทนต่อพลังที่กำลังปะทุในร่างมัน
“ย่าห์”
สุนัขเขี้ยวเพลิงมองผู้ฝึกสัตว์อสูรของมันแล้วส่งเสียงอ่อนแรง
เฉียวซางนิ่งไป สมัยก่อนเธอแค่เข้าใจความหมายในเสียงของสุนัขเขี้ยวเพลิง แต่ครั้งนี้แม้คำพูดของมันจะบอกว่าไม่เป็นอะไร แต่ในหัวของเธอกลับเข้าใจชัดเจนอย่างไม่น่าเชื่อ เธอรู้สึกเหมือนเข้าใจคำพูดที่ยังไม่ได้พูดของมัน
“ทำไมถึงหยุดการวิวัฒนาการของตัวเองล่ะ?” เฉียวซางถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
สุนัขเขี้ยวเพลิงไม่ได้พูดอะไร แต่เธอรู้สึกได้
ครั้งนี้การวิวัฒนาการเป็นเพราะสุนัขเขี้ยวเพลิงเองที่หยุดมัน
เฉียวซางมีข้อสันนิษฐานอยู่ในใจ แต่เธอก็ยังอดไม่ได้ที่จะถาม
“ย่าห์”
“ย่าห์ ย่าห์”
สุนัขเขี้ยวเพลิงอดทนต่อความเจ็บปวดและอธิบาย
มันไม่อยากวิวัฒนาการตอนนี้ มันรอได้อีกครึ่งเดือนค่อยวิวัฒนาการ
เฉียวซางนิ่งไปชั่วครู่
ผ่านไปไม่กี่วินาที เธอพูดขึ้นว่า “ฉันบอกแล้วไงว่าเรามีเงิน จ่ายค่าปรับไหว”
“ย่าห์”
สุนัขเขี้ยวเพลิงแสดงสีหน้ามุ่งมั่น ราวกับตอนมันบอกว่าจะเรียนรู้ทักษะ “ฝนดาวตก”
“ถ้าแกไม่วิวัฒนาการตอนนี้แล้วร่างกายเกิดปัญหา ตอนวิวัฒนาการครั้งหน้ากลายเป็นสุนัขเพลิงผลาญที่ไม่แข็งแกร่งเท่าตัวอื่น ๆ ตัวอาจจะเล็กกว่าหน้าตาอาจไม่หล่อเท่าล่ะ” เฉียวซางพูดด้วยน้ำเสียงที่ขมขื่นเล็กน้อย
ร่างสุนัขเขี้ยวเพลิงชะงัก ลืมความเจ็บไปชั่วขณะ
มันแสดงสีหน้าลังเล เหมือนกำลังคิดปัญหาระดับโลก
ผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้ สุนัขเขี้ยวเพลิงกัดฟัน หลับตา หันหน้าไปอีกด้าน ใช้เท้าปิดหูตัวเอง แสดงถึงการตัดสินใจของมัน
เฉียวซางมองดูท่าทีของสุนัขเขี้ยวเพลิงด้วยความตกตะลึง
มันอยากแข็งแกร่งมากแท้ ๆ ทั้งหมดเป็นความผิดของตัวเธอเอง แทนที่จะใส่ใจความรู้สึกและความยินดีของมัน แต่กลับเอาแต่คิดเรื่องเงินเล็กๆน้อยไม่เข้าเรื่อง
ทันใดนั้น ตัวเลือกที่สองเกี่ยวกับการวิวัฒนาการสุนัขเขี้ยวเพลิงในบันทึกสัตว์อสูรของเธอก็ปรากฏชัดขึ้น
ฝ่ามือของเฉียวซางเหนียวเหนอะเพราะเหงื่อเย็นของสุนัขเขี้ยวเพลิงที่เกิดจากความเจ็บปวด
“ซุน” ผีล่าสมบัติร้องด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไร” เฉียวซางปลอบ
ไม่เป็นไร ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เธอคิดทางแก้ได้แล้ว
เฉียวซางมองลึกไปยังสุนัขเขี้ยวเพลิงที่มีเหงื่อชุ่มจนขนติดกันเพราะความเจ็บปวด
เธอจะไม่ลังเลและทำตัวโง่เง่าอีกต่อไป เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วโทรออก พร้อมเปิดลำโพง
ไม่นานปลายสายก็รับสาย
“ฮัลโหล โทรมาทำไมเอาป่านนี้?” เสียงหัวเราะของหญิงสาวดังมาจากปลายสาย
“ฉันจะขอยกเลิกสัญญาค่ะ” เฉียวซางตอบ
.....
สุนัขเขี้ยวเพลิงไม่ยอมวิวัฒนาการเพราะเรื่องสัญญาโฆษณา ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็ยกเลิกสัญญาไปเลยแล้วกัน
ซ่งหยวนที่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน มองดูตัวเลขยอดขายเมื่อวานด้วยความพึงพอใจ
เธอไม่เคยมองผิดเลย ตั้งแต่ที่สุนัขเขี้ยวเพลิงรับงานโฆษณา ยอดขายของเธอเพิ่มขึ้นทุกเดือน แถมกระแสก็แรงขึ้นเรื่อย ๆ
สิ่งที่ต้องทำต่อไปก็คือรอคอลเล็กชันใหม่ในไตรมาสหน้า เพียงเท่านี้ก็เตรียมโกยเงินได้อีกก้อน
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นดึงเธอออกจากความเพ้อฝัน
เมื่อหยิบมาดู คนที่โทรมาก็ไม่ใช่ใครอื่น คนที่ทำเงินให้เธอนั่นเอง
ซ่งหยวนยิ้มขณะรับสาย
“ฉันจะขอยกเลิกสัญญาค่ะ”
เพียงสี่คำก็ทำให้ซ่งหยวนอึ้งไป แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไรอีกฝ่ายก็พูดต่อ
“หยาเป่าจะวิวัฒนาการในวันนี้ มันไม่สามารถถ่ายโฆษณาแว่นกันแดดฤดูกาลหน้าได้ ฉันจะจ่ายค่าปรับทั้งหมดให้เอง ขอโทษด้วยจริงๆค่ะ”
ซ่งหยวนนิ่งไปนาน พูดอะไรไม่ออก
วิวัฒนาการ?
วันนี้?
ล้อเล่นกันรึไง?
เพิ่งผ่านการแข่งขันหน้าใหม่นับร้อยไปเดือนเดียวเอง ตอนเซ็นสัญญาเมื่อเดือนก่อน อีกฝ่ายบอกว่ามันจะวิวัฒนาการในอีกครึ่งปี เธอยังเกือบจะหัวเราะใส่ ตอนนี้ผ่านมาแค่เดือนเดียวกลับบอกว่ามันจะวิวัฒนาการ?
ถึงจะอยากด่ามากแค่ไหน แต่สัญชาตญาณบอกเธอว่า เรื่องนี้อาจจะจริง…
ใครจะยอมเสียเงินไปเปล่าๆ เพื่อโกหกอะไรตื้นๆแบบนี้ล่ะ
“วันนี้พาหยาเป่ามาหาฉันได้ไหม? ฉันจะให้คนบันทึกวิดีโอการวิวัฒนาการของมันลงเว็บไซต์ ถ้าให้ทุกคนรู้ว่าสุนัขเพลิงผลาญก็คือหยาเป่า จะไม่กระทบกับการถ่ายโฆษณาไตรมาสหน้า และเธอก็ไม่ต้องจ่ายค่าปรับ”
ซ่งหยวนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนเสนอทางออก
ตอนเซ็นสัญญาครั้งที่แล้ว เธอยอมรับเงื่อนไขให้เซ็นแค่ครึ่งปี เพราะไม่เชื่อ อีกฝ่ายดูเหมือนผู้ฝึกสัตว์อสูรหน้าใหม่ที่ชนะครั้งเดียวแล้วหลงตัวเอง
แต่โทรศัพท์สายนี้ทำให้เธอเริ่มเชื่อขึ้นมา สัญญาก็เซ็นแล้ว แค่ถ่ายเพิ่มอีกครั้ง ใครจะยอมจ่ายค่าปรับโดยเปล่าประโยชน์ล่ะ?
อีกทั้งถ้าหยาเป่าจะวิวัฒนาการในวันนี้จริง ๆ นี่เป็นโอกาสดีที่สุดที่จะสร้างความสัมพันธ์
ยังไม่ทันเข้าเรียนมัธยมปลายก็สามารถวิวัฒนาการสัตว์อสูรให้ถึงขั้นกลางได้ คนแบบนี้ถ้าไม่สร้างความสนิทสนมตอนนี้ ต่อไปถ้าจะคุยด้วยคงยากกว่าเดิม
เฉียวซางและสุนัขเขี้ยวเพลิงที่กำลังมองหน้ากันต่างพากันงงไปชั่วครู่
ที่แท้วิวัฒนาการแล้วก็ไม่ต้องจ่ายค่าปรับก็ได้เหรอ…
สุนัขเขี้ยวเพลิงตื่นเต้น พลังในร่างกายควบคุมไม่อยู่จนเกิดแสงสีขาวเจิดจ้าอีกครั้ง
แต่ไม่นานมันก็พยายามอดกลั้นจนแสงหายไป
“ย่าห์…”
สุนัขเขี้ยวเพลิงร้องออกมาเพราะความเจ็บ
“ขอบคุณ! ฉันจะไปเดี๋ยวนี้!” เฉียวซางพูดจบก็รีบวางสายแล้วโทรอีกสายทันที
เสียงสัญญาณดังเพียงสองครั้งก็มีคนรับสาย
“รองผู้อำนวยการ ฉันเฉียวซางเองค่ะ!”
หลังจากได้ฟังเรื่องทั้งหมด รองผู้อำนวยการหลิวเหยาไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแต่เสนอให้อาจารย์เซี่ยนพาเฉียวซางไปส่ง
นี่เป็นครั้งแรกที่เฉียวซางรู้สึกว่ารองผู้อำนวยการช่างน่าเชื่อถือที่สุด! ไม่เพียงแค่ให้เบอร์ติดต่อไว้ล่วงหน้า ยังให้คนพาไปเพื่อประหยัดเวลาอีก
ปกติสถานที่ที่ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงกว่าในการเดินทางถ้ารถไม่ติด แต่หลังจากอาจารย์เซี่ยนดูแผนที่แล้ว หลับตาสัมผัสเส้นทาง ใช้เวลาเพียงสิบกว่านาทีก็ถึงจุดหมาย
และไม่ใช่แค่ถึงเร็ว แต่ยังถึงตรงชั้น 18 ของตึกจินอวี่พอดีเป๊ะ
...
ซ่งหยวนมองเฉียวซางที่ถูกพนักงานต้อนรับพาเข้ามาเป็นอย่างดีพร้อมกับสัตว์อสูรสามตัวแล้วนิ่งไปครู่หนึ่ง
เมื่อสายตาหันไปมองสัตว์อสูรที่นั่งนิ่งข้างๆเธอก็ถึงกับตกตะลึงนั่นมันดูเหมือนค้างคาวล่องมิติสัตว์อสูรระดับราชา…
“คุณซ่งคะ ขอรบกวนถ่ายตอนนี้ได้เลยไหมคะ?” เฉียวซางรีบพูดขึ้น
ซ่งหยวนหลุดจากภวังค์ ตอนแรกเธอตั้งใจจะถามอะไรบางอย่าง แต่เมื่อเห็นสุนัขเขี้ยวเพลิงที่เปียกโชกไปทั้งตัว เธอก็รีบเปลี่ยนท่าทีจริงจังทันที “เดี๋ยวฉันจะให้ทีมถ่ายทำเตรียมตัวเดี๋ยวนี้เลย”
“ใช้มือถือถ่ายได้ไหมคะ?” เฉียวซางถาม
ซ่งหยวนชะงัก มองดูสภาพของสุนัขเขี้ยวเพลิงอีกครั้ง หัวใจกระตุก
นี่มันกำลังจะวิวัฒนาการจริง ๆนี่นา ดูเหมือนกำลังอดกลั้นอะไรบางอย่างอยู่...
แต่ถ้าจะอัปโหลดวิดีโอแบบนี้ แน่นอนว่ายิ่งชัดเจนยิ่งดี เพราะสุนัขเขี้ยวเพลิงมีเยอะมาก หากวิดีโอไม่ชัด คนอื่นอาจตั้งคำถามได้ง่าย
ซ่งหยวนมองเฉียวซางด้วยความมุ่งมั่นก่อนจะพยักหน้า “ตกลง!”
นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการสร้างความสัมพันธ์กับคนแบบนี้ หากพลาดครั้งนี้ ต่อไปคงยากที่จะสานสัมพันธ์อีก
ซ่งหยวนเปิดกล้องมือถือพร้อมพูดว่า “ฉันพร้อมแล้ว เริ่มได้เลย”
ในขณะเดียวกัน ด้านนอกประตูมีคนกลุ่มหนึ่งกำลังซุบซิบ
“ที่นายพูดนี่เรื่องจริงเหรอ?”
“จริงสิ ฉันจะโกหกทำไม ผู้หญิงคนนั้นจู่ๆก็โผล่มาตรงหน้าฉันแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ฉันช็อกเกือบตายแน่ะ” พนักงานต้อนรับพูดพร้อมใจเต้นแรง
“เธอไม่ใช่ผู้ฝึกสัตว์อสูรของหยาเป่าเหรอ?”
“ใช่ๆเธอนั่นแหละ ครั้งก่อนเธอพาอสูรประเภทผีมาด้วย ตอนนั้นฉันเกือบตายเพราะความกลัวแน่ะ” พนักงานต้อนรับลดเสียงลง
“แต่สัตว์อสูรประเภทผีทำได้แค่ล่องหนให้ตัวเองหายไป ไม่ใช่ให้คนหายไปแบบนั้นนี่?”
“วันนี้เธอพาสัตว์อสูรมาอีกตัว ฉันไม่รู้ว่าเป็นเพราะสัตว์ตัวนั้นหรือเปล่า”
“ฉันได้ยินมาว่าเธอพาหยาเป่ามาวิวัฒนาการ เจ้าของบริษัทบอกฉันมา แถมยังถามด้วยว่าทีมถ่ายทำว่างไหมวันนี้”
“วิวัฒนาการเหรอ? เธอ… เฮ้ อย่าเบียดสิ!”
“หลบหน่อยสิ ฉันก็อยากดูสัตว์อสูรที่ทำให้คนหายตัวได้เหมือนกัน”
ภายในห้อง
“หยาเป่า เริ่มได้เลย คราวนี้นายสามารถวิวัฒนาการได้อย่างสบายใจแล้ว” เฉียวซางวางสุนัขเขี้ยวเพลิงลงบนพื้นพูดอย่างอ่อนโยน
“ย่าห์!”
สุนัขเขี้ยวเพลิงมองผู้ฝึกสัตว์อสูรของมันก่อนพยักหน้าอย่างหนักแน่น
มันผ่อนคลายตัวเอง หยุดอดกลั้นพลังในร่าง ปล่อยให้พลังไหลเวียนเต็มที่
ในขณะเดียวกัน ตัวเลือกที่สองเกี่ยวกับการวิวัฒนาการสุนัขเขี้ยวเพลิงในตำราอสูรภายในสมองของเฉียวซางก็ชัดเจนและมั่นคง
ตัวเลือกทั้งสองสลับกันเปล่งแสง
หัวใจเฉียวซางเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ในที่สุด มันกำลังจะวิวัฒนาการแล้ว!
แสงสองตัวเลือกเปล่งประกายก่อนจะหยุดที่ตัวเลือกที่สอง
แสงสีขาวบนตัวสุนัขเขี้ยวเพลิงค่อยๆจางหายไป
“อย่าเบียดสิ!”
“ฉันมาก่อนนะ!”
“อย่าเบียด เดี๋ยวถูกจับได้นะ!”
ประตูห้องถูกผลักเปิด คนกลุ่มหนึ่งพุ่งเข้ามา บางคนล้มลง บางคนยิ้มเจื่อน ๆ และอีกหลายคนถูกแสงขาวที่ยังไม่จางหายไปดึงดูดสายตา
เฉียวซางไม่ได้สนใจเสียงวุ่นวายที่ประตู เธอจดจ้องไปยังแสงสีขาวที่กำลังจางลงด้วยความตื่นเต้นและกังวล
เมื่อแสงจางลง ก็เผยให้เห็นสัตว์อสูรที่มีขนฟูสีขาว ดวงตาสีแดงดั่งเปลวไฟ ขนบริเวณไหล่ชี้ตั้งเหมือนมีปีก เส้นลายสีแดงเหมือนเสือพาดบนตัว และรอบขามีขนสีแดงประดับ
ทั้งห้องเงียบกริบ ไม่มีใครพูดอะไร ทุกคนตาค้าง
นี่…นี่มันไม่ใช่สุนัขเพลิงผลาญ!!!