เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 118: นี่ไม่ใช่สุนัขเพลิงผลาญ!

บทที่ 118: นี่ไม่ใช่สุนัขเพลิงผลาญ!

บทที่ 118: นี่ไม่ใช่สุนัขเพลิงผลาญ!


แสงสีขาวเจิดจ้าจนแทบแยงตาเฉียวซางจนเกือบตาบอด

เฉียวซางยืนนิ่ง นี่…นี่มันวิวัฒนาการขึ้นแล้วเหรอ? ไม่ใช่ว่าต้องใช้เวลาอีกครึ่งวันหรอกเหรอ?!

ตอนนี้ยังไม่ถึงชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ! รองผู้อำนวยการนี่เชื่อไม่ได้จริงๆด้วย!

แต่ในเมื่อใจเธอยอมรับแล้วว่าสุนัขเขี้ยวเพลิงจะวิวัฒนาการในวันนี้ ครึ่งวันกับหนึ่งชั่วโมงก็ไม่ต่างกันสำหรับเธอ

แค่คิดว่าสุนัขเขี้ยวเพลิงกำลังจะวิวัฒนาการเป็นสุนัขเพลิงผลาญ หัวใจเฉียวซางก็เต้นแรงขึ้น

ต่างจากรูปลักษณ์น่ารักๆของสุนัขเขี้ยวเพลิง สุนัขเพลิงผลาญมีลักษณะที่น่าเกรงขาม ทั้งตัวเป็นสีแดงดั่งเปลวไฟ ไม่มีลายสีดำหรือขนสั้นสีส้มสว่างไสวบนหัวอีกแล้ว

รูปลักษณ์ที่สง่าของมันเหมาะสมมากสำหรับการฝึกทักษะ "ข่มขวัญ" แค่จ้องฝ่ายตรงข้าม บางตัวที่ขี้ขลาดก็หมดกำลังใจจะสู้ไปทันที

“ซุน!”

“ซุน!”

ผีล่าสมบัติส่งเสียงอย่างตื่นเต้นสองครั้งติด

ภายใต้สายตาเปี่ยมความหวังของเฉียวซางและผีล่าสมบัติ แสงสว่างค่อยๆจางลง

สุนัขเขี้ยวเพลิง…ก็ยังคงเป็นสุนัขเขี้ยวเพลิงอยู่เหมือนเดิม

“ซุน?”

ผีล่าสมบัติเอียงหัวอย่างงุนงง

หัวใจเฉียวซางกระตุกเล็กน้อย การวิวัฒนาการล้มเหลวเหรอ?

“ย่าห์”

สุนัขเขี้ยวเพลิงเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มอ่อนแรงให้ผู้ฝึกสัตว์อสูรของมัน แล้วล้มลงบนเตียง

“หยาเป่า!” หัวใจเฉียวซางเหมือนถูกบีบ เธอรีบอุ้มสุนัขเขี้ยวเพลิงขึ้นมา

“ซุน!”

ผีล่าสมบัติแสดงสีหน้าตื่นตระหนก

สุนัขเขี้ยวเพลิงไม่ได้หมดสติ แต่มันแค่พยายามอดทนต่อพลังที่กำลังปะทุในร่างมัน

“ย่าห์”

สุนัขเขี้ยวเพลิงมองผู้ฝึกสัตว์อสูรของมันแล้วส่งเสียงอ่อนแรง

เฉียวซางนิ่งไป สมัยก่อนเธอแค่เข้าใจความหมายในเสียงของสุนัขเขี้ยวเพลิง แต่ครั้งนี้แม้คำพูดของมันจะบอกว่าไม่เป็นอะไร แต่ในหัวของเธอกลับเข้าใจชัดเจนอย่างไม่น่าเชื่อ เธอรู้สึกเหมือนเข้าใจคำพูดที่ยังไม่ได้พูดของมัน

“ทำไมถึงหยุดการวิวัฒนาการของตัวเองล่ะ?” เฉียวซางถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

สุนัขเขี้ยวเพลิงไม่ได้พูดอะไร แต่เธอรู้สึกได้

ครั้งนี้การวิวัฒนาการเป็นเพราะสุนัขเขี้ยวเพลิงเองที่หยุดมัน

เฉียวซางมีข้อสันนิษฐานอยู่ในใจ แต่เธอก็ยังอดไม่ได้ที่จะถาม

“ย่าห์”

“ย่าห์ ย่าห์”

สุนัขเขี้ยวเพลิงอดทนต่อความเจ็บปวดและอธิบาย

มันไม่อยากวิวัฒนาการตอนนี้ มันรอได้อีกครึ่งเดือนค่อยวิวัฒนาการ

เฉียวซางนิ่งไปชั่วครู่

ผ่านไปไม่กี่วินาที เธอพูดขึ้นว่า “ฉันบอกแล้วไงว่าเรามีเงิน จ่ายค่าปรับไหว”

“ย่าห์”

สุนัขเขี้ยวเพลิงแสดงสีหน้ามุ่งมั่น ราวกับตอนมันบอกว่าจะเรียนรู้ทักษะ “ฝนดาวตก”

“ถ้าแกไม่วิวัฒนาการตอนนี้แล้วร่างกายเกิดปัญหา ตอนวิวัฒนาการครั้งหน้ากลายเป็นสุนัขเพลิงผลาญที่ไม่แข็งแกร่งเท่าตัวอื่น ๆ ตัวอาจจะเล็กกว่าหน้าตาอาจไม่หล่อเท่าล่ะ” เฉียวซางพูดด้วยน้ำเสียงที่ขมขื่นเล็กน้อย

ร่างสุนัขเขี้ยวเพลิงชะงัก ลืมความเจ็บไปชั่วขณะ

มันแสดงสีหน้าลังเล เหมือนกำลังคิดปัญหาระดับโลก

ผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้ สุนัขเขี้ยวเพลิงกัดฟัน หลับตา หันหน้าไปอีกด้าน ใช้เท้าปิดหูตัวเอง แสดงถึงการตัดสินใจของมัน

เฉียวซางมองดูท่าทีของสุนัขเขี้ยวเพลิงด้วยความตกตะลึง

มันอยากแข็งแกร่งมากแท้ ๆ ทั้งหมดเป็นความผิดของตัวเธอเอง แทนที่จะใส่ใจความรู้สึกและความยินดีของมัน แต่กลับเอาแต่คิดเรื่องเงินเล็กๆน้อยไม่เข้าเรื่อง

ทันใดนั้น ตัวเลือกที่สองเกี่ยวกับการวิวัฒนาการสุนัขเขี้ยวเพลิงในบันทึกสัตว์อสูรของเธอก็ปรากฏชัดขึ้น

ฝ่ามือของเฉียวซางเหนียวเหนอะเพราะเหงื่อเย็นของสุนัขเขี้ยวเพลิงที่เกิดจากความเจ็บปวด

“ซุน” ผีล่าสมบัติร้องด้วยความเป็นห่วง

“ไม่เป็นไร” เฉียวซางปลอบ

ไม่เป็นไร ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เธอคิดทางแก้ได้แล้ว

เฉียวซางมองลึกไปยังสุนัขเขี้ยวเพลิงที่มีเหงื่อชุ่มจนขนติดกันเพราะความเจ็บปวด

เธอจะไม่ลังเลและทำตัวโง่เง่าอีกต่อไป เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วโทรออก พร้อมเปิดลำโพง

ไม่นานปลายสายก็รับสาย

“ฮัลโหล โทรมาทำไมเอาป่านนี้?” เสียงหัวเราะของหญิงสาวดังมาจากปลายสาย

“ฉันจะขอยกเลิกสัญญาค่ะ” เฉียวซางตอบ

.....

สุนัขเขี้ยวเพลิงไม่ยอมวิวัฒนาการเพราะเรื่องสัญญาโฆษณา ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็ยกเลิกสัญญาไปเลยแล้วกัน

ซ่งหยวนที่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน มองดูตัวเลขยอดขายเมื่อวานด้วยความพึงพอใจ

เธอไม่เคยมองผิดเลย ตั้งแต่ที่สุนัขเขี้ยวเพลิงรับงานโฆษณา ยอดขายของเธอเพิ่มขึ้นทุกเดือน แถมกระแสก็แรงขึ้นเรื่อย ๆ

สิ่งที่ต้องทำต่อไปก็คือรอคอลเล็กชันใหม่ในไตรมาสหน้า เพียงเท่านี้ก็เตรียมโกยเงินได้อีกก้อน

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นดึงเธอออกจากความเพ้อฝัน

เมื่อหยิบมาดู คนที่โทรมาก็ไม่ใช่ใครอื่น คนที่ทำเงินให้เธอนั่นเอง

ซ่งหยวนยิ้มขณะรับสาย

“ฉันจะขอยกเลิกสัญญาค่ะ”

เพียงสี่คำก็ทำให้ซ่งหยวนอึ้งไป แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไรอีกฝ่ายก็พูดต่อ

“หยาเป่าจะวิวัฒนาการในวันนี้ มันไม่สามารถถ่ายโฆษณาแว่นกันแดดฤดูกาลหน้าได้ ฉันจะจ่ายค่าปรับทั้งหมดให้เอง ขอโทษด้วยจริงๆค่ะ”

ซ่งหยวนนิ่งไปนาน พูดอะไรไม่ออก

วิวัฒนาการ?

วันนี้?

ล้อเล่นกันรึไง?

เพิ่งผ่านการแข่งขันหน้าใหม่นับร้อยไปเดือนเดียวเอง ตอนเซ็นสัญญาเมื่อเดือนก่อน อีกฝ่ายบอกว่ามันจะวิวัฒนาการในอีกครึ่งปี เธอยังเกือบจะหัวเราะใส่ ตอนนี้ผ่านมาแค่เดือนเดียวกลับบอกว่ามันจะวิวัฒนาการ?

ถึงจะอยากด่ามากแค่ไหน แต่สัญชาตญาณบอกเธอว่า เรื่องนี้อาจจะจริง…

ใครจะยอมเสียเงินไปเปล่าๆ เพื่อโกหกอะไรตื้นๆแบบนี้ล่ะ

“วันนี้พาหยาเป่ามาหาฉันได้ไหม? ฉันจะให้คนบันทึกวิดีโอการวิวัฒนาการของมันลงเว็บไซต์ ถ้าให้ทุกคนรู้ว่าสุนัขเพลิงผลาญก็คือหยาเป่า จะไม่กระทบกับการถ่ายโฆษณาไตรมาสหน้า และเธอก็ไม่ต้องจ่ายค่าปรับ”

ซ่งหยวนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนเสนอทางออก

ตอนเซ็นสัญญาครั้งที่แล้ว เธอยอมรับเงื่อนไขให้เซ็นแค่ครึ่งปี เพราะไม่เชื่อ อีกฝ่ายดูเหมือนผู้ฝึกสัตว์อสูรหน้าใหม่ที่ชนะครั้งเดียวแล้วหลงตัวเอง

แต่โทรศัพท์สายนี้ทำให้เธอเริ่มเชื่อขึ้นมา สัญญาก็เซ็นแล้ว แค่ถ่ายเพิ่มอีกครั้ง ใครจะยอมจ่ายค่าปรับโดยเปล่าประโยชน์ล่ะ?

อีกทั้งถ้าหยาเป่าจะวิวัฒนาการในวันนี้จริง ๆ นี่เป็นโอกาสดีที่สุดที่จะสร้างความสัมพันธ์

ยังไม่ทันเข้าเรียนมัธยมปลายก็สามารถวิวัฒนาการสัตว์อสูรให้ถึงขั้นกลางได้ คนแบบนี้ถ้าไม่สร้างความสนิทสนมตอนนี้ ต่อไปถ้าจะคุยด้วยคงยากกว่าเดิม

เฉียวซางและสุนัขเขี้ยวเพลิงที่กำลังมองหน้ากันต่างพากันงงไปชั่วครู่

ที่แท้วิวัฒนาการแล้วก็ไม่ต้องจ่ายค่าปรับก็ได้เหรอ…

สุนัขเขี้ยวเพลิงตื่นเต้น พลังในร่างกายควบคุมไม่อยู่จนเกิดแสงสีขาวเจิดจ้าอีกครั้ง

แต่ไม่นานมันก็พยายามอดกลั้นจนแสงหายไป

“ย่าห์…”

สุนัขเขี้ยวเพลิงร้องออกมาเพราะความเจ็บ

“ขอบคุณ! ฉันจะไปเดี๋ยวนี้!” เฉียวซางพูดจบก็รีบวางสายแล้วโทรอีกสายทันที

เสียงสัญญาณดังเพียงสองครั้งก็มีคนรับสาย

“รองผู้อำนวยการ ฉันเฉียวซางเองค่ะ!”

หลังจากได้ฟังเรื่องทั้งหมด รองผู้อำนวยการหลิวเหยาไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแต่เสนอให้อาจารย์เซี่ยนพาเฉียวซางไปส่ง

นี่เป็นครั้งแรกที่เฉียวซางรู้สึกว่ารองผู้อำนวยการช่างน่าเชื่อถือที่สุด! ไม่เพียงแค่ให้เบอร์ติดต่อไว้ล่วงหน้า ยังให้คนพาไปเพื่อประหยัดเวลาอีก

ปกติสถานที่ที่ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงกว่าในการเดินทางถ้ารถไม่ติด แต่หลังจากอาจารย์เซี่ยนดูแผนที่แล้ว หลับตาสัมผัสเส้นทาง ใช้เวลาเพียงสิบกว่านาทีก็ถึงจุดหมาย

และไม่ใช่แค่ถึงเร็ว แต่ยังถึงตรงชั้น 18 ของตึกจินอวี่พอดีเป๊ะ

...

ซ่งหยวนมองเฉียวซางที่ถูกพนักงานต้อนรับพาเข้ามาเป็นอย่างดีพร้อมกับสัตว์อสูรสามตัวแล้วนิ่งไปครู่หนึ่ง

เมื่อสายตาหันไปมองสัตว์อสูรที่นั่งนิ่งข้างๆเธอก็ถึงกับตกตะลึงนั่นมันดูเหมือนค้างคาวล่องมิติสัตว์อสูรระดับราชา…

“คุณซ่งคะ ขอรบกวนถ่ายตอนนี้ได้เลยไหมคะ?” เฉียวซางรีบพูดขึ้น

ซ่งหยวนหลุดจากภวังค์ ตอนแรกเธอตั้งใจจะถามอะไรบางอย่าง แต่เมื่อเห็นสุนัขเขี้ยวเพลิงที่เปียกโชกไปทั้งตัว เธอก็รีบเปลี่ยนท่าทีจริงจังทันที “เดี๋ยวฉันจะให้ทีมถ่ายทำเตรียมตัวเดี๋ยวนี้เลย”

“ใช้มือถือถ่ายได้ไหมคะ?” เฉียวซางถาม

ซ่งหยวนชะงัก มองดูสภาพของสุนัขเขี้ยวเพลิงอีกครั้ง หัวใจกระตุก

นี่มันกำลังจะวิวัฒนาการจริง ๆนี่นา ดูเหมือนกำลังอดกลั้นอะไรบางอย่างอยู่...

แต่ถ้าจะอัปโหลดวิดีโอแบบนี้ แน่นอนว่ายิ่งชัดเจนยิ่งดี เพราะสุนัขเขี้ยวเพลิงมีเยอะมาก หากวิดีโอไม่ชัด คนอื่นอาจตั้งคำถามได้ง่าย

ซ่งหยวนมองเฉียวซางด้วยความมุ่งมั่นก่อนจะพยักหน้า “ตกลง!”

นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการสร้างความสัมพันธ์กับคนแบบนี้ หากพลาดครั้งนี้ ต่อไปคงยากที่จะสานสัมพันธ์อีก

ซ่งหยวนเปิดกล้องมือถือพร้อมพูดว่า “ฉันพร้อมแล้ว เริ่มได้เลย”

ในขณะเดียวกัน ด้านนอกประตูมีคนกลุ่มหนึ่งกำลังซุบซิบ

“ที่นายพูดนี่เรื่องจริงเหรอ?”

“จริงสิ ฉันจะโกหกทำไม ผู้หญิงคนนั้นจู่ๆก็โผล่มาตรงหน้าฉันแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ฉันช็อกเกือบตายแน่ะ” พนักงานต้อนรับพูดพร้อมใจเต้นแรง

“เธอไม่ใช่ผู้ฝึกสัตว์อสูรของหยาเป่าเหรอ?”

“ใช่ๆเธอนั่นแหละ ครั้งก่อนเธอพาอสูรประเภทผีมาด้วย ตอนนั้นฉันเกือบตายเพราะความกลัวแน่ะ” พนักงานต้อนรับลดเสียงลง

“แต่สัตว์อสูรประเภทผีทำได้แค่ล่องหนให้ตัวเองหายไป ไม่ใช่ให้คนหายไปแบบนั้นนี่?”

“วันนี้เธอพาสัตว์อสูรมาอีกตัว ฉันไม่รู้ว่าเป็นเพราะสัตว์ตัวนั้นหรือเปล่า”

“ฉันได้ยินมาว่าเธอพาหยาเป่ามาวิวัฒนาการ เจ้าของบริษัทบอกฉันมา แถมยังถามด้วยว่าทีมถ่ายทำว่างไหมวันนี้”

“วิวัฒนาการเหรอ? เธอ… เฮ้ อย่าเบียดสิ!”

“หลบหน่อยสิ ฉันก็อยากดูสัตว์อสูรที่ทำให้คนหายตัวได้เหมือนกัน”

ภายในห้อง

“หยาเป่า เริ่มได้เลย คราวนี้นายสามารถวิวัฒนาการได้อย่างสบายใจแล้ว” เฉียวซางวางสุนัขเขี้ยวเพลิงลงบนพื้นพูดอย่างอ่อนโยน

“ย่าห์!”

สุนัขเขี้ยวเพลิงมองผู้ฝึกสัตว์อสูรของมันก่อนพยักหน้าอย่างหนักแน่น

มันผ่อนคลายตัวเอง หยุดอดกลั้นพลังในร่าง ปล่อยให้พลังไหลเวียนเต็มที่

ในขณะเดียวกัน ตัวเลือกที่สองเกี่ยวกับการวิวัฒนาการสุนัขเขี้ยวเพลิงในตำราอสูรภายในสมองของเฉียวซางก็ชัดเจนและมั่นคง

ตัวเลือกทั้งสองสลับกันเปล่งแสง

หัวใจเฉียวซางเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ

ในที่สุด มันกำลังจะวิวัฒนาการแล้ว!

แสงสองตัวเลือกเปล่งประกายก่อนจะหยุดที่ตัวเลือกที่สอง

แสงสีขาวบนตัวสุนัขเขี้ยวเพลิงค่อยๆจางหายไป

“อย่าเบียดสิ!”

“ฉันมาก่อนนะ!”

“อย่าเบียด เดี๋ยวถูกจับได้นะ!”

ประตูห้องถูกผลักเปิด คนกลุ่มหนึ่งพุ่งเข้ามา บางคนล้มลง บางคนยิ้มเจื่อน ๆ และอีกหลายคนถูกแสงขาวที่ยังไม่จางหายไปดึงดูดสายตา

เฉียวซางไม่ได้สนใจเสียงวุ่นวายที่ประตู เธอจดจ้องไปยังแสงสีขาวที่กำลังจางลงด้วยความตื่นเต้นและกังวล

เมื่อแสงจางลง ก็เผยให้เห็นสัตว์อสูรที่มีขนฟูสีขาว ดวงตาสีแดงดั่งเปลวไฟ ขนบริเวณไหล่ชี้ตั้งเหมือนมีปีก เส้นลายสีแดงเหมือนเสือพาดบนตัว และรอบขามีขนสีแดงประดับ

ทั้งห้องเงียบกริบ ไม่มีใครพูดอะไร ทุกคนตาค้าง

นี่…นี่มันไม่ใช่สุนัขเพลิงผลาญ!!!

จบบทที่ บทที่ 118: นี่ไม่ใช่สุนัขเพลิงผลาญ!

คัดลอกลิงก์แล้ว