- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 112: ค่าพลังงานสูงสุด
บทที่ 112: ค่าพลังงานสูงสุด
บทที่ 112: ค่าพลังงานสูงสุด
"พวกนายมองฉันทำไม?"
ทุกคนในที่นี้ต่างก็มีคำตอบในใจเป็นของตัวเอง แต่เนื่องจากเพิ่งเจอกันวันแรกและยังไม่คุ้นเคยกันดีนัก บางคำพูดจึงไม่เหมาะที่จะพูดออกมาตรงๆเลยไม่มีใครตอบคำถามนี้
ยกเว้นเพื่อนร่วมห้องของเขาอย่างเจียงไน่ที่ตอบไปแบบไม่จริงใจว่า "ก็นายหน้าตาดีน่ะสิ"
"ฮึ!" หวังจี้หางหน้าแดงเบาๆพร้อมเบือนหน้าหนีไปทางอื่น แสดงว่าเขาก็พอจะยอมรับคำพูดนี้อยู่บ้าง
สายตาของเขาหันไปมองผีล่าสมบัติที่ลอยกลับไปเกาะเหนือหัวของเฉียวซางอย่างไม่รู้ตัว ใจเขาเต็มไปด้วยความอิจฉาที่ล้นทะลัก
นี่มันผีล่าสมบัตินะ!
เป็นสัตว์อสูรประเภทผีที่ดูแลยากยิ่งกว่าบับเบิ้ลเบลล์ของเขาซะอีก! นี่เธอทำให้มันเชื่องขนาดนี้ได้ยังไงกัน?!
"ถึงคิวของสุนัขเขี้ยวเพลิงแล้ว" ฉินเหวินที่ได้สติกลับมายิ้มพลางพูด
เธอสอนนักเรียนมาหลายรุ่นก็เจอเด็กมีพรสวรรค์มาหลายคน
แต่ทั้งในแง่ของศักยภาพสมอง ความสามารถในการเลี้ยงสัตว์อสูร รวมถึงการตัดสินใจในระหว่างการต่อสู้นั้น เฉียวซางคนนี้คือหนึ่งในคนที่ครบเครื่องที่สุด
ถ้าให้เวลาอีกไม่นาน เธอเชื่อว่าเด็กคนนี้สามารถก้าวเข้าสู่มาตรฐานของทีมโรงเรียนมัธยมปลายปีสองได้อย่างง่ายดาย
นี่มันพรสวรรค์ของผู้ฝึกสัตว์อสูรมืออาชีพชัดๆ!
สุนัขเขี้ยวเพลิงก้าวขึ้นมาข้างหน้าและสวมหมวกทดสอบ
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่มันอีกครั้ง
สุนัขเขี้ยวเพลิงยืดอก ยกหัวขึ้นตั้งตรง ท่าทางนิ่งเฉยเหมือนกำลังแสร้งทำตัวเป็นตัวเอกในงาน
"เจ๊ใหญ่เฉียว สุนัขเขี้ยวเพลิงของเจ๊ดูเท่กว่าเมื่อครั้งก่อนอีกนะ" เจิ้งอี้หนิงอดไม่ได้ที่จะชม
"มันโตขึ้นแล้ว" เฉียวซางยิ้มตอบ
เมื่อครั้งแรกที่เธอเห็นหยาเป่า มันดูเหมือนลูกหมาที่น่าสงสาร ตัวเล็กกว่าสุนัขเขี้ยวเพลิงตัวอื่นจนเธอเผลอคิดไปเองว่ามันคงเคยโดนรังแก
ใครจะคิดว่าในเวลาเพียงสองเดือนมันจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้จนแทบไม่เหลือเค้าของลูกหมาน้อยตัวนั้นเลย
ไฟสีเขียวบนหมวกทดสอบกระพริบสองครั้งก่อนจะหยุดนิ่ง
"1..."
ฉินเหวินมองตัวเลขบนหน้าจอทดสอบอย่างอึ้งงัน เธอถึงกับพูดอะไรไม่ออก
หลักหน่วย สิบ ร้อย พัน...
"เวรเอ๊ย! ทำไมมันมีตัวเลขต่อท้ายอีก!"
เธอจ้องตัวเลขบนหน้าจออย่างไม่อยากเชื่อ และเริ่มนับซ้ำไปซ้ำมาราวกับอยากยืนยัน
หลักหน่วย สิบ ร้อย พัน...หมื่น!
"หมื่น?!"
นี่มันทะลุหมื่นไปแล้ว?!
ต้องเข้าใจก่อนว่า ค่าพลังงานของสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นควรอยู่ระหว่าง 1–10,000 นี่คือข้อมูลพื้นฐานที่อยู่ในตำราเรียน
แต่ตอนนี้ตัวเลขที่ปรากฏขึ้นนั้นลบล้างความเชื่อเดิมของเธอจนหมดสิ้น
สัตว์อสูรระดับต้นที่ค่าพลังงานทะลุ 8,000 ถือว่าใกล้พร้อมที่จะวิวัฒนาการ และหากถึง 10,000 ก็คือขีดสุดของมันแล้ว
ผู้ฝึกสัตว์อสูรที่มีทรัพยากรมักรอจนถึงค่าพลังงาน 10,000 ก่อนจะให้สัตว์อสูรวิวัฒนาการ เพราะการวิวัฒนาการในจุดนี้จะช่วยให้ขีดจำกัดการเติบโตในอนาคตสูงกว่าสัตว์อสูรในระดับเดียวกัน
ในเมื่อสุนัขเขี้ยวเพลิงตัวนี้ถึงขีดสุด 10,000 แล้ว ทำไมค่าพลังงานมันถึงได้เป็น 13,966?!
และยิ่งไปกว่านั้น มันยังไม่มีสัญญาณการวิวัฒนาการเลยแม้แต่น้อย...
"นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลย..."
"อาจารย์ฉิน?" อาจารย์หลัวเฉียนที่ยืนข้างๆเห็นอาจารย์ฉินเหวินเงียบไปนานจึงเอ่ยเตือน
อาจารย์ฉินเหวินได้สติกลับมา สูดหายใจลึกก่อนจะพูดว่า "เฉียวซาง สุนัขเขี้ยวเพลิง ค่าพลังงาน 13,966"
นี่คือยุคที่คนแข็งแกร่งยิ่งแข็งแกร่งขึ้นและคนอ่อนแอยิ่งอ่อนแอลง
โลกนี้ช่างกว้างใหญ่เกินกว่าจะใช้สามัญสำนึกมาอธิบายทุกอย่างได้ ทุกวันอาจเกิดเรื่องที่คาดไม่ถึง และทุกปีจะมีอัจฉริยะที่ล้ำกว่าความเข้าใจของคนทั่วไปปรากฏตัว
แต่ถ้าความสามารถเหล่านี้ไม่ได้รับการมองเห็นและการสนับสนุนที่เหมาะสมก็อาจหลุดหายไปท่ามกลางผู้คนธรรมดา
เมืองฮันกังเป็นเพียงเมืองระดับกลาง พรสวรรค์ของเฉียวซางและสุนัขเขี้ยวเพลิงสมควรจะได้ไปยังโลกที่กว้างกว่านี้
"อะไรนะ?" หลัวเฉียนอึ้งไปคิดว่าตัวเองฟังผิด
เขาหันไปดูหน้าจอทดสอบแล้วถึงกับตะลึงงัน
"คนต่อไป" ฉินเหวินพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้สงบ
เด็กที่เข้าร่วมการฝึกอบรมในที่นี้ล้วนเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรมือใหม่ พวกเขายังไม่ได้เรียนรู้ช่วงค่าพลังงานในแต่ละระดับดีนัก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่ตกใจ
"เวรเอ๊ย! เต่ามอสของฉันยังไม่ถึงเสี้ยวของมันเลย!"
"ค้างคาวไฟฟ้าของฉันก็เหมือนกัน..."
"นอกจากลู่เหยา เราทุกคนก็ไม่มีใครถึงเสี้ยวเลยมั้ง"
"สุนัขเขี้ยวเพลิงตัวนี้แข็งแกร่งกว่ามังกรน้อยหรือเปล่าเนี่ย?"
"ลู่เหยา นายว่าไง?"
ลู่เหยาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า "อย่าเพิ่งมาพูดกับฉัน"
"ย่าห์!"
สุนัขเขี้ยวเพลิงกระโดดเข้าไปหาเฉียวซาง และหาที่นั่งสบายๆบนอ้อมแขนของเธอ มันยังคงแสดงสีหน้าเรียบนิ่งไม่เปลี่ยนแปลง
แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงจ้องมองมัน แต่ก็ไม่ได้ขัดขวางการเพลิดเพลินไปกับสายตาที่จับจ้องมาทางมัน
สุนัขเขี้ยวเพลิงเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
ต่อให้ไม่ต้องใส่แว่นกันแดดมันก็หล่ออยู่ดี
เฉียวซางเองก็ไม่รู้เกี่ยวกับขอบเขตค่าพลังงานของสัตว์อสูรระดับเริ่มต้น แต่เมื่อเทียบกับตัวอื่นๆ เธอก็รู้ได้ทันทีว่าสุนัขเขี้ยวเพลิงของเธอนั้นเหนือชั้นกว่ามาก
ไม่เสียแรงที่ใช้เวลาช่วงปิดเทอมทั้งเดือนเพื่อฝึกมัน
"จินเฟยฟาน 1,955" ฉินเหวินประกาศค่าพลังงานก่อนจะหันไปบอกหลัวเฉียนที่ยังคงอึ้งอยู่ว่า "ต่อไปฝากนายด้วย ฉันขอออกไปโทรศัพท์ก่อน"
เธอหันกลับไปมองเฉียวซางลึกๆครั้งหนึ่งก่อนจะก้าวออกจากสนามฝึกไปอย่างรวดเร็ว
หลัวเฉียนได้สติหลังผ่านไปสิบวินาที เขามองไปรอบๆด้วยความสงสัยและถามว่า "อาจารย์ฉินไปไหน?"
เฉียวซาง "..."
"อาจารย์ฉินออกไปโทรศัพท์ครับ" มีคนตอบ
หลัวเฉียนพยักหน้า ก่อนจะก้มมองข้อมูลในมือแล้วถามว่า "เมื่อกี้จินเฟยฟานค่าพลังงานเท่าไหร่?"
เฉียวซาง "..."
"1,955 ค่ะ" จินเฟยฟานตอบเสียงเบา
หลัวเฉียนจดบันทึก ก่อนจะเงยหน้ามองกลุ่มนักเรียนที่ยังดูมีชีวิตชีวาตรงหน้า แล้วพูดว่า "ในเมื่ออาจารย์ฉินไม่อยู่ เรามาลองทดสอบความสามารถด้านการประสานงานกันก่อน"
"พวกเธอน่าจะรู้ว่าการแข่งขันประสานงานนั้นเน้นเรื่องความสวยงาม สัตว์อสูรต้องดูดี ทักษะของสัตว์อสูรก็ต้องเข้ากัน และคนก็ควรดูดีด้วย"
"โดยรวมแล้วคือการกระตุ้นประสาทสัมผัสของผู้ชม ให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจ เป็นความงดงาม ไม่ใช่ความน่าเกรงขาม"
"ฉันเชื่อว่าทุกคนน่าจะเคยดูการแข่งขันประสานงานในทีวีมาแล้ว ฉันจะไม่พูดอะไรมากกว่านี้ ใครที่เป็นนักเรียนพิเศษด้านการประสานงาน ก้าวออกมาข้างหน้า"
รวมถึงจินเฟยฟาน มีนักเรียนสามคนที่ก้าวออกมา
"พวกเธอเคยสอบมามีประสบการณ์กันบ้างแล้ว และเคยฝึกการประสานทักษะมาก่อน งั้นมาสาธิตให้คนอื่นดูหน่อย" หลัวเฉียนพูด
ทั้งสามคนมองหน้ากันเล็กน้อย ก่อนนักเรียนหญิงผมยาวสีดำที่มีหน้าตาสวยหวานพูดขึ้นว่า "งั้นฉันเริ่มก่อนละกัน"
ทุกคนถอยหลังไปอย่างรู้หน้าที่เพื่อเว้นที่ว่างให้
"เมย์เมย์ โชว์ความตื่นตาให้พวกเขาเห็นหน่อย" เด็กสาวพูดกับเป็ดแรงกล้าที่อยู่ข้าง ๆ
เฉียวซางยืนมองด้วยความคาดหวัง
การแข่งขันประสานงานนั้นมีการแสดงเป็นหลัก แม้แต่ในรอบสุดท้ายที่เป็นการต่อสู้ก็ยังเน้นความงดงามในการตอบโต้ทักษะของคู่ต่อสู้
ผู้ประสานงานอาจด้อยกว่าผู้ฝึกสัตว์อสูรมืออาชีพในแง่การต่อสู้ แต่ในด้านการควบคุมพลังงานกลับเหนือชั้นกว่ามาก
ผู้ฝึกสัตว์อสูรมืออาชีพเน้นพลังทำลายล้าง ยิ่งรุนแรงยิ่งดี
แต่ผู้ประสานงานจะเน้นความงดงามในการปะทะ ทำให้การควบคุมพลังงานต้องแม่นยำ พอดี ไม่มากหรือน้อยเกินไป
สายหนึ่งเน้นการปล่อย สายหนึ่งเน้นการควบคุม