เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 106: การฝึกพิเศษ

บทที่ 106: การฝึกพิเศษ

บทที่ 106: การฝึกพิเศษ


ผีล่าสมบัติตัวน้อยนั้นไม่เหมือนกับสุนัขเขี้ยวเพลิงเลยแม้แต่น้อย

สุนัขเขี้ยวเพลิงสนใจแต่เรื่องการพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น พอพูดถึงเรื่องฝึกฝน ไม่ว่าเธอจะบอกอะไรมันก็เชื่อเธอแบบไม่ตั้งคำถามใดๆเลย

ส่วนผีล่าสมบัติมีความอยากรู้อยากเห็นเป็นนิสัยหลัก ตอนอยู่ที่หลิวกานซีไม่ว่าจะเจอแมลงหรือเจอนกอะไร มันก็จะวิ่งตามไปดูใกล้ๆทุกที

แถมตอนที่เธอเอาปลามาฝากให้ป้าสามทำอาหารครั้งแรก เจ้าตัวนี้ยังต้องตามไปดูถึงในครัวว่าเขาทำกันยังไง

แม้ตอนนี้ผีล่าสมบัติจะยังไม่ได้เริ่มการฝึกแบบจริงจัง แต่จากการที่เธอพยายามแก้ไขท่าทางการใช้เทเลพอร์ตก็พอจะดูออกว่าเจ้าตัวนี้ยึดมั่นกับความคิดของตัวเองมาก

ให้ตายยังไงมันก็ไม่ยอมเลิกตด!

“ซุน!”

ผีล่าสมบัติตัวน้อยชี้ก้นตัวเองแล้วชี้ออกไปนอกประตู

“ฉันรู้ว่าเธออยากเทเลพอร์ตไปไกลๆ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ด้วยการผายลมนะ มันต้องอาศัยพลังจิตต่างหาก!” เฉียวซางพูดเน้นเสียงตรงคำว่า "พลังจิต" อย่างชัดเจน

ผีล่าสมบัติทำท่าเหมือนเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ก่อนจะหันไปมองก้นตัวเอง

“ซุน?”

เฉียวซาง: “...”

“เพราะเธอเป็นสัตว์อสูรประเภทผี ยังไงเธอก็ไม่มีทางตดได้อยู่แล้ว ลองคิดดูนะหยาเป่าเกิดมาก็พ่นไฟได้ แต่บินกลางอากาศเหมือนแกไม่ได้ ส่วนแกเกิดมาก็บินได้เลยแต่พ่นไฟไม่ได้เหมือนหยาเป่า”

“เจ้าม้าน้ำที่เธอเห็นมันใช้ตดในการแข่งนั่นน่ะมันเองก็บินกลางอากาศเหมือนแกไม่ได้แล้วแกเองก็เลียนแบบการใช้ตดของมันไม่ได้เหมือนกัน”

“ทุกคนมีความสามารถต่างกัน มันเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดมาตั้งแต่เกิดแล้ว” เฉียวซางพูดอธิบาย

ก่อนหน้านี้เธออธิบายเรื่องนี้หลายรอบแล้ว ถึงขั้นค้นข้อมูลโครงสร้างร่างกายสัตว์อสูรประเภทผีในอินเทอร์เน็ตมาอ่านให้ผีล่าสมบัติฟังด้วย

แต่เพราะผีล่าสมบัติยังเด็กเกินไปหน่อย อธิบายซับซ้อนเกินไปมันก็ฟังไม่เข้าใจ สุดท้ายต้องหาวิธีพูดให้ง่ายขึ้น

“ซุน!”

ผีล่าสมบัติทำท่าเหมือนเข้าใจแล้ว

เฉียวซางถอนหายใจด้วยความโล่งอก สุดท้ายมันก็เข้าใจสักที…

“ตอนนี้สิ่งที่เธอต้องทำก็คือก่อนจะเทเลพอร์ตอย่าทำท่าทางอะไรแบบนั้น ต้องเลิกนิสัยนี้ไปให้ได้” เฉียวซางรีบพูดต่อ

เทเลพอร์ตคือทักษะที่เกี่ยวกับการใช้ประสาทสัมผัสที่รวดเร็ว เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในพริบตา

ถ้าทำท่าทางแบบนั้นก่อนจะเทเลพอร์ต แม้ว่าใช้ในชีวิตประจำวันจะไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าใช้ในการแข่งขันมันจะกลายเป็นจุดอ่อนอันใหญ่หลวง

ผีล่าสมบัติกระพริบตาแล้วไม่พูดอะไร จากนั้นจู่ๆก็หายตัวไปจากข้างเตียงไปปรากฏบนเพดาน

“ซุน~”

ผีล่าสมบัติส่งเสียงจากบนเพดาน ก่อนจะหายตัวกลับมาที่ข้างเตียงในวินาทีต่อมา

“ซุน”

เฉียวซาง: “…!”

ก็ทำเป็นอยู่แล้วนี่! แสดงว่าที่ยืนกำหมัดเกร็งเป็นเพราะอยากตดล้วนๆใช่ไหมเนี่ย!

เฉียวซางเงียบไปครู่หนึ่ง พยายามอดกลั้นไม่ให้พูดความในใจออกมา “ทำได้ดีมาก แบบนี้แหละ”

“ซุน~”

ผีล่าสมบัติมองเจ้านายของตัวเองด้วยสายตาใสซื่อ

เฉียวซางมองหน้าเจ้าตัวเล็ก แล้วจู่ๆก็รู้สึกอยากวาดลายสลักลงบนหน้ามัน ต่อให้ไม่สำเร็จก็ไม่เป็นไร เพราะยังไงมันก็ยังอยู่ในขั้นตอนการฝึก

เธอกำลังเตรียมหยิบอุปกรณ์ขึ้นมา โทรศัพท์ที่วางไว้ข้างตัวก็ดังขึ้นเสียก่อน

เพราะยังรอการแจ้งโอนเงิน 5 ล้านอยู่ เธอเลยปรับเสียงไว้ดังสุดเสมอ พอโทรศัพท์ดังขึ้น เสียงก็ดังจนกลบเสียงทีวีไปหมด

เฉียวซางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู พอรับสายยังไม่ทันพูดอะไร เสียงของแม่เธอก็ดังขึ้นมาก่อน

“ลูกรีบเก็บของเตรียมกลับมาพรุ่งนี้เลยนะ เมื่อกี้อาจารย์จากโรงเรียนโทรมาหาแม่”

เฉียวซางนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วถามว่า “โรงเรียนไหนคะ?”

“จะโรงเรียนไหนล่ะ ก็โรงเรียนเซินซุ่ยน่ะสิ เขาบอกว่าลูกเป็นนักเรียนพิเศษ ได้ถูกคัดเลือกเข้าเรียนห้องพิเศษ” แม่ของเธอพูดอย่างตื่นเต้น “มันคือพิเศษนั่นแหละ อาจารย์เขาบอกให้ลูกไปลงทะเบียนพรุ่งนี้ แล้วเด็กที่ถูกคัดเลือกเข้าห้องนี้ต้องเข้าร่วมการฝึกพิเศษด้วย”

ในที่สุดก็ได้พักหลังสอบเข้าเสร็จ มีวันหยุดสองเดือนที่ตื่นสายได้เต็มที่ แต่พอผ่านไปได้แค่ครึ่งเดือน กลับเจอข่าวร้ายว่าต้องเข้าฝึกพิเศษอีกแล้ว

เฉียวซางรู้สึกหลากหลายในใจ ด้านหนึ่งก็ยินดีที่ได้เข้าเรียนห้องพิเศษ แต่อีกด้านก็คิดถึงช่วงเวลาที่ต้องถูกนาฬิกาปลุกกดขี่ข่มเหง…

“ฮัลโหล ลูกได้ยินแม่ไหม?” พอปลายสายเงียบ แม่เธอเลยถามขึ้น

“ได้ยินค่ะ แล้วการฝึกต้องอยู่หอในไหมคะ?” เฉียวซางยอมรับความจริงได้อย่างรวดเร็ว

“น่าจะต้องอยู่นะ แม่ไม่ได้ถามมา พรุ่งนี้ลูกก็ตรงไปลงทะเบียนก่อน ถ้าต้องอยู่หอก็โทรมาบอกต้องใช้อะไรเดี๋ยวแม่เอาไปส่งให้เอง” แม่ตอบ

“โอเคค่ะ” เฉียวซางตอบตกลง

“อ้อ แล้วนี่แม่บอกป้าสามไปแล้ว แต่ลูกต้องย้ำเรื่องนี้ให้ป้าสามกับยายฟังอีกรอบนึงนะแล้วต้องบอกเหตุผลที่ต้องกลับมาให้ชัดเจนด้วย” แม่รีบเสริม

เฉียวซาง: “…”

“โอเคค่ะ”

ความคิดแม่ช่างอ่านง่ายซะเหลือเกิน…

พอวางสาย เธอก็หมดอารมณ์จะฝึกวาดลายสลักพลังงาน ของแบบนี้ยังมีเวลาอีกเยอะให้ฝึกได้ ตอนนี้ควรใช้ช่วงสุดท้ายของวันหยุดให้คุ้มค่าที่สุด!

“มาดูทีวีกันเถอะ!” เฉียวซางพูดจบก็เดินไปทางสุนัขเขี้ยวเพลิง

“ซุน~”

ผีล่าสมบัติร้องเสียงใสก่อนจะเดินตามหลังไปอย่างร่าเริง

เช้าวันรุ่งขึ้น

เสียงนาฬิกาปลุกที่ไม่ได้ยินมานานดังขึ้นเฉียวซางพยายามฝืนตัวลุกขึ้นจากเตียง

เมื่อเธอลืมตาอย่างสะลึมสะลือ ก็พบว่าสุนัขเขี้ยวเพลิงและผีล่าสมบัติกดื่มนมกันเสร็จไปเรียบร้อยแล้ว

พวกเด็กๆนี่ร่าเริงกันดีจริงๆ

หลังจากล้างหน้าแปรงฟันและเก็บข้าวของเสร็จ เวลาก็เพิ่งจะ 7 โมง 52 นาที

ในห้องหลักที่มักใช้ทานอาหาร ป้าสามกำลังทยอยยกอาหารออกมาจากครัวทีละจาน

“ทำไมวันนี้ถึงตื่นแต่เช้าได้ล่ะ?” ป้าสามยิ้มนิดๆพลางมองเฉียวซาง “ก่อนหน้านี้เห็นตื่นทีไรก็ปาไปเก้าโมงกว่าแล้ว”

เฉียวซางมองอาหารเช้าสุดอลังการตรงหน้าก่อนตอบว่า “ป้าสามอย่าแซวกันสิค่ะ ดูสิทำกับข้าวเยอะแยะตั้งแต่เช้าแบบนี้ คงรู้จากแม่แล้วใช่ไหมคะ?”

“แม่เธอเขาโทรมาอวดแล้วว่า หลานป้าคนนี้น่ะได้เข้าเรียนห้องพิเศษของโรงเรียนมัธยมเซินซุ่ยอันโด่งดัง” ป้าสามเอ่ยชมอย่างจริงใจ

“ฉันเองก็เพิ่งรู้เหมือนกันค่ะ” เฉียวซางตอบก่อนจะนั่งลง “แล้วคนอื่นยังไม่ตื่นกันอีกเหรอคะ?”

“ยังเลย ขี้เกียจตัวเป็นขนกันทุกคน” ป้าสามพูดพลางหัวเราะ

เฉียวซาง: “...”

เหมือนแต่ก่อนเธอจะเป็นคนที่ตื่นสายที่สุดในบ้านสินะ...

หลังจากกินข้าวเสร็จ ทุกคนในบ้านยังไม่ออกมาจากห้องกันเลย เฉียวซางจึงฝากให้ป้าสามช่วยบอกลาแทนก่อนจะออกเดินทางไปที่สถานีรถไฟ

.....

สถานีรถไฟในเมืองฮันกังอยู่ใกล้กับโรงเรียนเซินซุ่ย นี่เป็นเหตุผลที่แม่ของเฉียวซางแนะนำให้เธอไปลงทะเบียนก่อนค่อยกลับบ้าน

เพราะยังอยู่ในช่วงปิดเทอม บริเวณรอบ ๆ โรงเรียนจึงดูเงียบสงบ

ครั้งก่อนที่เฉียวซางมา เธอเดินเข้าทางประตูเหนือในฐานะคนนอก แต่ครั้งนี้ เธอสามารถเดินเข้าทางประตูใต้ได้

เฉียวซางยืนอยู่หน้าประตูทิศใต้ มองประตูใหญ่ที่ยาวกว่าร้อยเมตร สูงหลายสิบเมตร และป้ายชื่อโรงเรียนอันสง่างาม

ประตูโรงเรียนถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญอย่างหนึ่ง และไม่มีข้อสงสัยเลยว่าโรงเรียนเซินซุ่ยแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานระดับต้นของโรงเรียนมัธยมฝึกอสูรในเมืองฮันกัง

ประตูยังปิดสนิท แต่ที่ห้องรักษาความปลอดภัยด้านหนึ่งมีเจ้าหน้าที่เฝ้าอยู่

เฉียวซางเดินไปที่หน้าต่างและพูดขึ้นว่า “ลุงคะ ฉันมาลงทะเบียนวันนี้ค่ะ รบกวนเปิดประตูให้หน่อยได้ไหมคะ?”

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่นั่งอยู่ข้างในเงยหน้าขึ้น เห็นสุนัขเขี้ยวเพลิงในอ้อมแขนและผีล่าสมบัติที่เกาะอยู่บนหัวของเธอ เขาก็อึ้งไปชั่วขณะ

“ลงทะเบียน? เธออยู่ปีสองหรือปีสามล่ะ? ทำไมก่อนหน้านี้ลุงไม่เคยเห็นหน้าเธอมาก่อนเลย” เจ้าหน้าที่ถามด้วยความลังเล

“ฉันเป็นนักเรียนใหม่ค่ะ ทางโรงเรียนเพิ่งแจ้งให้มาลงทะเบียนเมื่อวานนี้เอง” เฉียวซางตอบ

เจ้าหน้าที่ค้างไปอีกครั้ง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นทันที

“นักเรียนใหม่?!”

จบบทที่ บทที่ 106: การฝึกพิเศษ

คัดลอกลิงก์แล้ว