เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 100: เริ่มผลัดที่สอง

บทที่ 100: เริ่มผลัดที่สอง

บทที่ 100: เริ่มผลัดที่สอง


เฉียวซางจอดจักรยานไว้ข้างทาง ถ่ายรูปจำตำแหน่ง แล้วกระโดดขึ้นหลังเจ้านกยักษ์และเริ่มออกเดินทาง

เจ้านกกระจอกปีกยักษ์เป็นอสูรที่วิวัฒนาการมาจากนกกระจอกปากดำ ขนาดตัวมันใหญ่ประมาณ 2.5 เมตร

การที่ผู้ฝึกสัตว์อสูรจะขี่หลังของสัตว์อสูรประเภทบินของตัวเองนั้นสามารถทำได้โดยไม่มีปัญหาอะไร แต่หากต้องการจะรับส่งผู้โดยสาร พวกผู้ฝึกสัตว์อสูรเหล่านั้นจำเป็นต้องได้รับใบอนุญาต

กฎของสำนักงานจัดการทางอากาศระบุไว้ชัดเจนสำหรับกรณีการบรรทุกผู้โดยสารว่า

สัตว์อสูรที่บินได้ซึ่งมีขนาดระหว่าง 1.5–2 เมตร สามารถรับน้ำหนักได้ 2 คน

สัตว์อสูรที่บินได้ซึ่งมีขนาดระหว่าง 2–2.5 เมตร สามารถรับน้ำหนักได้ 3 คน

สัตว์อสูรที่บินได้ซึ่งมีขนาดระหว่าง 2.5–3 เมตร สามารถรับน้ำหนักได้ 4 คน

แต่เจ้านกกระจอกปีกยักษ์ที่่เธอขี่อยู่มันอยู่ระหว่างเกณฑ์ 3 คนกับ 4 คนเป๊ะ

สำหรับสัตว์อสูรที่ขนาดคาบเส้นกับเกณฑ์การแบ่งอย่างพอดิบพอดี ต้องพาไปตรวจที่สำนักงานจัดการทางอากาศทุกปีเพื่อเช็กค่ามาตรฐาน

อย่างไรก็ตาม มันก็มีพวกหัวหมอที่มักจะชอบรับผู้โดยสารเกินกว่าที่กฏหมายได้ให้อนุญาตเอาไว้

ถึงเฉียวซางจะไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพวกหัวหมอ แต่เธออยู่ในสถานการณ์เร่งด่วน จะให้เธอมาถามว่าเจ้านกนี่รับน้ำหนักเกินรึเปล่าก็ไม่ใช่เรื่อง เธอเชื่อว่าคำตอบอาจจะเป็นสิ่งที่เธอไม่อยากได้ยินก็เป็นได้....

ตลอดทาง ลุงผู้ให้บริการก็บ่นอะไรไม่รู้ยาวไม่หยุด

ตอนแรกหนุ่มสาวสองคนที่นั่งมาด้วยทำหน้าไม่ค่อยอยากคุยเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็สู้ฝีปากคารมณ์ลุงไม่ได้ และตอบกลับบ้างเป็นบางครั้งตามมารยาท

ระหว่างที่คุยกัน เฉียวซางก็รู้ว่าทั้งสองคนนี้ก็กำลังจะไปเตรียมตัวเพื่อเป็นผลัดที่สองที่หมู่บ้านจินซ่งที่เดียวกันกับเธอ

“พูดก็พูดนะ รางวัลที่หนึ่งสำหรับประเภทส่วนบุคคลดูดีกว่ารางวัลแบบทีมตั้งเยอะ นี่ถ้าไม่มีภาระและหน้าที่ต้องหาเงินเลี้ยงครอบครัว ฉันเองก็คงลงแข่งด้วยเหมือนกัน” ลุงผู้ให้บริการพูด

เฉียวซางที่ฟังพวกเขาคุยกันอยู่ก็อดถามไม่ได้ว่า "รางวัลที่หนึ่งของประเภทส่วนบุคคลคืออะไรเหรอคะ?"

ลุงสามของเธอก็ลงแข่งวิ่งมาราธอนครั้งนี้ก็เพื่อไอ้รางวัลนี้แหละ แถมยังทีมแตกสะแหรกขาดเพราะดันอยากได้รางวัลเดียวกันอีก

ลุงสามเป็นแหล่งรายได้เพียงอย่างเดียวของครอบครัว

เขาต้องเลี้ยงสัตว์อสูรสองตัว ลูกชายคนโตก็กำลังเรียนมหาวิทยาลัยฝึกอสูร ค่าใช้จ่ายโหดมาก ส่วน เย่จิ้งเหวินที่อยากสอบเป็นนักปลูกพืชวิญญาณ ก็ต้องใช้เงินเยอะไม่แพ้กัน ดูได้จากสวนพืชวิญญาณที่บ้าน ช่วงนี้ค่าใช้จ่ายพุ่งพรวดแน่ๆ

เฉียวซางเลยเผลอจินตนาการถึงรางวัลไปไกล คงจะเป็นพวกเงินสด ต้นไม้วิญญาณ หรืออาหารพลังงานสำหรับสัตว์อสูรเป็นลังๆ ของพวกที่สามารถใช้งานและจุนเจือครอบครัวได้

"ก็รูปถ่ายใหม่ล่าสุดของเทพหยากับสัตว์อสูรของเขาไง ถ่ายตอนแข่งศึกชิงถ้วยอวกาศรอบนี้ด้วยนะ แถมยังเป็นเวอร์ชันพิเศษเปิดตัวครั้งแรกอีก ไม่รู้ว่าเมืองเล็กๆแบบนี้เอามาได้ไง" ชายหนุ่มคนหนึ่งตอบ

เฉียวซาง: "..."

อยากกลับบ้านจังเลย...

.....

พอมาถึงจุดเปลี่ยนผลัดสำหรับไม้ที่สองที่จินซ่ง ที่นี่ก็เริ่มมีคนมารออยู่หนาแน่นแล้ว

หลังจากลงทะเบียนที่จุดตรวจใหม่เสร็จ เฉียวซางก็พาสุนัขเขี้ยวเพลิงไปยังด้านหน้าหมู่บ้าน

“แกแค่วิ่งตามพวกกลุ่มหลักไปเรื่อยๆก็พอ แกจำเจ้าจระเข้บึงคำรามได้ใช่ไหม? ตัวที่แกเจอเมื่อเช้าน่ะ ที่มีหนังหนาๆตัวเหลืองๆปากใหญ่ๆ ที่มันเข้ามาทักทายแกเมื่อเช้าน่ะ” เฉียวซางถามย้ำ

“ย่าห์”

สุนัขเขี้ยวเพลิงใช้อุ้งเท้าตบหน้าอกตัวเอง เป็นสัญญาณบอกว่าไม่มีปัญหา

"ถ้าหมดแรงแล้ว ข้างทางเขามีโต๊ะวางน้ำไว้ แกก็ไปหยิบมาดื่มนะ" เฉียวซางสั่งอีกครั้ง

"ย่าห์!"

สุนัขเขี้ยวเพลิงพยักหน้า จริงๆแล้วมันชอบดื่มนมมากกว่า แต่เจ้านายมันไม่ได้บอกว่ามีแสดงว่าคงมีแค่น้ำนั่นแหละ

หลังจากกำชับเสร็จ เฉียวซางก็เดินออกมานอกสนาม

เพราะครั้งนี้เป็นการแข่งขันของสัตว์อสูร ผู้ทำสัญญาอย่างพวกเธอทำได้แค่รออยู่ข้างสนามเท่านั้น

การแข่งขันมาราธอนวิ่งผลัดครั้งนี้มีทีมเข้าร่วมทั้งหมด 233 ทีม รวมแล้วมีผู้ฝึกสัตว์อสูรทั้งสิ้น 699 คน สัตว์เลี้ยง 1,398 ตัว

ที่หน้าหมู่บ้านมีสัตว์อสูรมารวมตัวกันสองร้อยกว่าตัว มีกระทั่งสัตว์อสูรระดับสูง

แต่ถึงอย่างนั้น ด้วยสายพันธุ์ซึ่งมีขนสีแดงเพลิงเป็นเอกลักษณ์และแว่นกัดแดดสีแดงอันโดดเด่น หยาเป่าก็กลายเป็นจุดสนใจสำหรับใครหลายๆคน

"นี่มันสุนัขเขี้ยวเพลิงของบ้านไหนเนี่ย?"

"โห เจ้าตัวนี้เท่ห์สุดๆไปเลย!"

"ดูสีขนกับลักษณะแล้วน่าจะเป็นสัตว์อสูรประเภทไฟใช่ไหมเนี่ย?"

"เอ๊ะ! เจ้าตัวนี้ทำไมมันดูเหมือนตัวที่ชนะในการแข่งขันหน้าใหม่นับร้อยในเมืองฮันกังเมื่อไม่นานมานี้เลย!"

เฉียวซางหันไปมอง เห็นผู้พูดเป็นเด็กอายุราวๆสิบขวบ คาดว่าน่าจะเคยดูการแข่งขันที่เธอเข้าร่วม

เจ้าหนูนี่สายตาไม่เลวเลย! เฉียวซางแอบชมในใจ

เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ

ประมาณ 13 นาทีต่อมา เสียงดัง โครมคราม ดังมาจากที่ไกลๆ

"ซุน!"

เจ้าสมบัติน้อยชี้ไปทางต้นเสียงแล้วร้องออกมาอย่างตื่นเต้น

เฉียวซางมองตามไปแล้วตกใจจนถูตาตัวเองสองที เกือบคิดว่าตาฝาด

สัตว์อสูรสีน้ำตาลมีกระดองหนาตัวหนึ่ง...กำลังกลิ้งมาทางนี้

ใช่ กลิ้ง!

เจ้าสัตว์อสูรตัวนั้นกลิ้งมาตลอดทาง จนเฉียวซางคิดว่ามันน่าจะเป็นสัตว์อสูรที่หลงมาซะอีก แต่จู่ๆผู้ชายข้างๆเธอก็ตะโกนเสียงดังออกมาว่า "ถึงแล้วๆ หยุดได้!"

ตอนนั้นเอง เจ้าสัตว์อสูรตัวนั้นถึงได้หยุดกลิ้ง มันค่อยๆโผล่หัวกับขาออกมา

ที่เท้าหน้าขวาของมันมีหมายเลข A112 ผูกไว้ที่ขา และที่คอมันก็มีสายคาดสีเหลืองคาดเอาไว้อยู่

เฉียวซางถึงกับตาค้าง เจ้านี่มันเต่าสองหาง...

แบบนี้ก็ได้เหรอ

มาราธอนไม่ใช่แข่งวิ่งเหรอ?!

แต่นี่มันเล่นกลิ้งมาแทน!

เต่าสองหางตัวนี้ดูเหมือนจะผ่านการฝึกมาเป็นพิเศษ กลิ้งมาไกลขนาดนี้แต่มันกลับไม่เวียนหัวเลยสักนิด แถมยังส่งสายคาดสีเหลืองให้หอยทากหกหนวดด้วยความราบรื่น

และสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนี้ก็ทำให้เฉียวซางเปลี่ยนความคิดเรื่องมาราธอนวิ่งผลัดไปโดยสิ้นเชิง

เพราะเจ้าหอยทากหกหนวดที่รับสายคาดไป ใช้หนวดเนื้อสามเส้นพ่นของเหลวเหนียวๆลงบนพื้น

จากนั้นมันก็ไถลตัวไปบนของเหลวนั้น

พื้นลื่นๆทำให้มันลื่นไถลไปข้างหน้าหลายเมตร ก่อนจะพ่นไปไถลไปเรื่อยๆจนหายลับไปในพริบตา

เฉียวซางยืนค้างอยู่กับที่ ตกตะลึงกับทุกสิ่งที่ได้เห็น นี่มันไม่เหมือนมาราธอนที่เธอรู้จักเลยสักนิด

เออแหละ...ก็นี่มันมาราธอนของสัตว์อสูร...

จะต่างจากมาราธอนของคนปกติก็ไม่แปลก

เพราะเธอไม่ได้จริงจังกับการแข่งครั้งนี้มากเลยไม่ได้หาข้อมูลและคิดว่ามันน่าจะเป็นการวิ่งแบบตรงไปตรงมา

ไม่ได้คาดคิดเลยว่ามันจะ...สร้างสรรค์ขนาดนี้

เฉียวซางหันไปมองสุนัขเขี้ยวเพลิงที่ใส่แว่นกันแดดอย่างมั่นใจ สีหน้าพร้อมลุยเต็มที่ แล้วเริ่มเสียใจนิดหน่อยที่ตัวเองไม่ยอมศึกษากฏมาให้ดี

ถ้าสัตว์ตัวอื่นใช้ท่าประหลาดๆแบบนี้กันหมด เจ้าสุนัขเขี้ยวเพลิงของเธอที่วิ่งด้วยเท้าเปล่าๆแบบใสซื่อ คงโดนทิ้งบ๊วยแน่ๆ...

พอทีมแรกส่งต่อสายคาดกันเสร็จ ทีมที่สองก็ตามมาอย่างติดๆ

คราวนี้เป็นจิ้งจอกหางทะเลทราย เจ้าสัตว์อสูรตัวนี้หอบแฮ่กๆวิ่งมาแบบธรรมดา ไม่ได้ใช้ทักษะหรือความสามารถพิเศษใดๆ

แต่พอเห็นจุดเปลี่ยนผลัด

อยู่ดีๆหางสองเมตรของมันก็เปล่งแสงสีทรายออกมา จากนั้นบนพื้นใต้เท้าก็มีทรายลอยขึ้นมาเป็นกอง

ทรายพวกนั้นทำหน้าที่ช่วยแบกจิ้งจอกหางทะเลทรายให้ลอยจนมาถึงจุดเปลี่ยนผลัด

จากนั้นมันก็ถอดสายคาดสีเหลืองจากคอออกและส่งต่อให้สุนัขเขี้ยวเพลิงที่ใส่แว่นกันแดด

เฉียวซางทำสีหน้าหนักอึ้ง

บ้าเอ้ย! ทีมที่มาถึงเป็นทีมที่สองคือทีมจิ้งจอกหางทะเลทรายของเย่หลานหลานเหรอเนี่ย!

จบบทที่ บทที่ 100: เริ่มผลัดที่สอง

คัดลอกลิงก์แล้ว