- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 100: เริ่มผลัดที่สอง
บทที่ 100: เริ่มผลัดที่สอง
บทที่ 100: เริ่มผลัดที่สอง
เฉียวซางจอดจักรยานไว้ข้างทาง ถ่ายรูปจำตำแหน่ง แล้วกระโดดขึ้นหลังเจ้านกยักษ์และเริ่มออกเดินทาง
เจ้านกกระจอกปีกยักษ์เป็นอสูรที่วิวัฒนาการมาจากนกกระจอกปากดำ ขนาดตัวมันใหญ่ประมาณ 2.5 เมตร
การที่ผู้ฝึกสัตว์อสูรจะขี่หลังของสัตว์อสูรประเภทบินของตัวเองนั้นสามารถทำได้โดยไม่มีปัญหาอะไร แต่หากต้องการจะรับส่งผู้โดยสาร พวกผู้ฝึกสัตว์อสูรเหล่านั้นจำเป็นต้องได้รับใบอนุญาต
กฎของสำนักงานจัดการทางอากาศระบุไว้ชัดเจนสำหรับกรณีการบรรทุกผู้โดยสารว่า
สัตว์อสูรที่บินได้ซึ่งมีขนาดระหว่าง 1.5–2 เมตร สามารถรับน้ำหนักได้ 2 คน
สัตว์อสูรที่บินได้ซึ่งมีขนาดระหว่าง 2–2.5 เมตร สามารถรับน้ำหนักได้ 3 คน
สัตว์อสูรที่บินได้ซึ่งมีขนาดระหว่าง 2.5–3 เมตร สามารถรับน้ำหนักได้ 4 คน
แต่เจ้านกกระจอกปีกยักษ์ที่่เธอขี่อยู่มันอยู่ระหว่างเกณฑ์ 3 คนกับ 4 คนเป๊ะ
สำหรับสัตว์อสูรที่ขนาดคาบเส้นกับเกณฑ์การแบ่งอย่างพอดิบพอดี ต้องพาไปตรวจที่สำนักงานจัดการทางอากาศทุกปีเพื่อเช็กค่ามาตรฐาน
อย่างไรก็ตาม มันก็มีพวกหัวหมอที่มักจะชอบรับผู้โดยสารเกินกว่าที่กฏหมายได้ให้อนุญาตเอาไว้
ถึงเฉียวซางจะไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพวกหัวหมอ แต่เธออยู่ในสถานการณ์เร่งด่วน จะให้เธอมาถามว่าเจ้านกนี่รับน้ำหนักเกินรึเปล่าก็ไม่ใช่เรื่อง เธอเชื่อว่าคำตอบอาจจะเป็นสิ่งที่เธอไม่อยากได้ยินก็เป็นได้....
ตลอดทาง ลุงผู้ให้บริการก็บ่นอะไรไม่รู้ยาวไม่หยุด
ตอนแรกหนุ่มสาวสองคนที่นั่งมาด้วยทำหน้าไม่ค่อยอยากคุยเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็สู้ฝีปากคารมณ์ลุงไม่ได้ และตอบกลับบ้างเป็นบางครั้งตามมารยาท
ระหว่างที่คุยกัน เฉียวซางก็รู้ว่าทั้งสองคนนี้ก็กำลังจะไปเตรียมตัวเพื่อเป็นผลัดที่สองที่หมู่บ้านจินซ่งที่เดียวกันกับเธอ
“พูดก็พูดนะ รางวัลที่หนึ่งสำหรับประเภทส่วนบุคคลดูดีกว่ารางวัลแบบทีมตั้งเยอะ นี่ถ้าไม่มีภาระและหน้าที่ต้องหาเงินเลี้ยงครอบครัว ฉันเองก็คงลงแข่งด้วยเหมือนกัน” ลุงผู้ให้บริการพูด
เฉียวซางที่ฟังพวกเขาคุยกันอยู่ก็อดถามไม่ได้ว่า "รางวัลที่หนึ่งของประเภทส่วนบุคคลคืออะไรเหรอคะ?"
ลุงสามของเธอก็ลงแข่งวิ่งมาราธอนครั้งนี้ก็เพื่อไอ้รางวัลนี้แหละ แถมยังทีมแตกสะแหรกขาดเพราะดันอยากได้รางวัลเดียวกันอีก
ลุงสามเป็นแหล่งรายได้เพียงอย่างเดียวของครอบครัว
เขาต้องเลี้ยงสัตว์อสูรสองตัว ลูกชายคนโตก็กำลังเรียนมหาวิทยาลัยฝึกอสูร ค่าใช้จ่ายโหดมาก ส่วน เย่จิ้งเหวินที่อยากสอบเป็นนักปลูกพืชวิญญาณ ก็ต้องใช้เงินเยอะไม่แพ้กัน ดูได้จากสวนพืชวิญญาณที่บ้าน ช่วงนี้ค่าใช้จ่ายพุ่งพรวดแน่ๆ
เฉียวซางเลยเผลอจินตนาการถึงรางวัลไปไกล คงจะเป็นพวกเงินสด ต้นไม้วิญญาณ หรืออาหารพลังงานสำหรับสัตว์อสูรเป็นลังๆ ของพวกที่สามารถใช้งานและจุนเจือครอบครัวได้
"ก็รูปถ่ายใหม่ล่าสุดของเทพหยากับสัตว์อสูรของเขาไง ถ่ายตอนแข่งศึกชิงถ้วยอวกาศรอบนี้ด้วยนะ แถมยังเป็นเวอร์ชันพิเศษเปิดตัวครั้งแรกอีก ไม่รู้ว่าเมืองเล็กๆแบบนี้เอามาได้ไง" ชายหนุ่มคนหนึ่งตอบ
เฉียวซาง: "..."
อยากกลับบ้านจังเลย...
.....
พอมาถึงจุดเปลี่ยนผลัดสำหรับไม้ที่สองที่จินซ่ง ที่นี่ก็เริ่มมีคนมารออยู่หนาแน่นแล้ว
หลังจากลงทะเบียนที่จุดตรวจใหม่เสร็จ เฉียวซางก็พาสุนัขเขี้ยวเพลิงไปยังด้านหน้าหมู่บ้าน
“แกแค่วิ่งตามพวกกลุ่มหลักไปเรื่อยๆก็พอ แกจำเจ้าจระเข้บึงคำรามได้ใช่ไหม? ตัวที่แกเจอเมื่อเช้าน่ะ ที่มีหนังหนาๆตัวเหลืองๆปากใหญ่ๆ ที่มันเข้ามาทักทายแกเมื่อเช้าน่ะ” เฉียวซางถามย้ำ
“ย่าห์”
สุนัขเขี้ยวเพลิงใช้อุ้งเท้าตบหน้าอกตัวเอง เป็นสัญญาณบอกว่าไม่มีปัญหา
"ถ้าหมดแรงแล้ว ข้างทางเขามีโต๊ะวางน้ำไว้ แกก็ไปหยิบมาดื่มนะ" เฉียวซางสั่งอีกครั้ง
"ย่าห์!"
สุนัขเขี้ยวเพลิงพยักหน้า จริงๆแล้วมันชอบดื่มนมมากกว่า แต่เจ้านายมันไม่ได้บอกว่ามีแสดงว่าคงมีแค่น้ำนั่นแหละ
หลังจากกำชับเสร็จ เฉียวซางก็เดินออกมานอกสนาม
เพราะครั้งนี้เป็นการแข่งขันของสัตว์อสูร ผู้ทำสัญญาอย่างพวกเธอทำได้แค่รออยู่ข้างสนามเท่านั้น
การแข่งขันมาราธอนวิ่งผลัดครั้งนี้มีทีมเข้าร่วมทั้งหมด 233 ทีม รวมแล้วมีผู้ฝึกสัตว์อสูรทั้งสิ้น 699 คน สัตว์เลี้ยง 1,398 ตัว
ที่หน้าหมู่บ้านมีสัตว์อสูรมารวมตัวกันสองร้อยกว่าตัว มีกระทั่งสัตว์อสูรระดับสูง
แต่ถึงอย่างนั้น ด้วยสายพันธุ์ซึ่งมีขนสีแดงเพลิงเป็นเอกลักษณ์และแว่นกัดแดดสีแดงอันโดดเด่น หยาเป่าก็กลายเป็นจุดสนใจสำหรับใครหลายๆคน
"นี่มันสุนัขเขี้ยวเพลิงของบ้านไหนเนี่ย?"
"โห เจ้าตัวนี้เท่ห์สุดๆไปเลย!"
"ดูสีขนกับลักษณะแล้วน่าจะเป็นสัตว์อสูรประเภทไฟใช่ไหมเนี่ย?"
"เอ๊ะ! เจ้าตัวนี้ทำไมมันดูเหมือนตัวที่ชนะในการแข่งขันหน้าใหม่นับร้อยในเมืองฮันกังเมื่อไม่นานมานี้เลย!"
เฉียวซางหันไปมอง เห็นผู้พูดเป็นเด็กอายุราวๆสิบขวบ คาดว่าน่าจะเคยดูการแข่งขันที่เธอเข้าร่วม
เจ้าหนูนี่สายตาไม่เลวเลย! เฉียวซางแอบชมในใจ
เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ
ประมาณ 13 นาทีต่อมา เสียงดัง โครมคราม ดังมาจากที่ไกลๆ
"ซุน!"
เจ้าสมบัติน้อยชี้ไปทางต้นเสียงแล้วร้องออกมาอย่างตื่นเต้น
เฉียวซางมองตามไปแล้วตกใจจนถูตาตัวเองสองที เกือบคิดว่าตาฝาด
สัตว์อสูรสีน้ำตาลมีกระดองหนาตัวหนึ่ง...กำลังกลิ้งมาทางนี้
ใช่ กลิ้ง!
เจ้าสัตว์อสูรตัวนั้นกลิ้งมาตลอดทาง จนเฉียวซางคิดว่ามันน่าจะเป็นสัตว์อสูรที่หลงมาซะอีก แต่จู่ๆผู้ชายข้างๆเธอก็ตะโกนเสียงดังออกมาว่า "ถึงแล้วๆ หยุดได้!"
ตอนนั้นเอง เจ้าสัตว์อสูรตัวนั้นถึงได้หยุดกลิ้ง มันค่อยๆโผล่หัวกับขาออกมา
ที่เท้าหน้าขวาของมันมีหมายเลข A112 ผูกไว้ที่ขา และที่คอมันก็มีสายคาดสีเหลืองคาดเอาไว้อยู่
เฉียวซางถึงกับตาค้าง เจ้านี่มันเต่าสองหาง...
แบบนี้ก็ได้เหรอ
มาราธอนไม่ใช่แข่งวิ่งเหรอ?!
แต่นี่มันเล่นกลิ้งมาแทน!
เต่าสองหางตัวนี้ดูเหมือนจะผ่านการฝึกมาเป็นพิเศษ กลิ้งมาไกลขนาดนี้แต่มันกลับไม่เวียนหัวเลยสักนิด แถมยังส่งสายคาดสีเหลืองให้หอยทากหกหนวดด้วยความราบรื่น
และสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนี้ก็ทำให้เฉียวซางเปลี่ยนความคิดเรื่องมาราธอนวิ่งผลัดไปโดยสิ้นเชิง
เพราะเจ้าหอยทากหกหนวดที่รับสายคาดไป ใช้หนวดเนื้อสามเส้นพ่นของเหลวเหนียวๆลงบนพื้น
จากนั้นมันก็ไถลตัวไปบนของเหลวนั้น
พื้นลื่นๆทำให้มันลื่นไถลไปข้างหน้าหลายเมตร ก่อนจะพ่นไปไถลไปเรื่อยๆจนหายลับไปในพริบตา
เฉียวซางยืนค้างอยู่กับที่ ตกตะลึงกับทุกสิ่งที่ได้เห็น นี่มันไม่เหมือนมาราธอนที่เธอรู้จักเลยสักนิด
เออแหละ...ก็นี่มันมาราธอนของสัตว์อสูร...
จะต่างจากมาราธอนของคนปกติก็ไม่แปลก
เพราะเธอไม่ได้จริงจังกับการแข่งครั้งนี้มากเลยไม่ได้หาข้อมูลและคิดว่ามันน่าจะเป็นการวิ่งแบบตรงไปตรงมา
ไม่ได้คาดคิดเลยว่ามันจะ...สร้างสรรค์ขนาดนี้
เฉียวซางหันไปมองสุนัขเขี้ยวเพลิงที่ใส่แว่นกันแดดอย่างมั่นใจ สีหน้าพร้อมลุยเต็มที่ แล้วเริ่มเสียใจนิดหน่อยที่ตัวเองไม่ยอมศึกษากฏมาให้ดี
ถ้าสัตว์ตัวอื่นใช้ท่าประหลาดๆแบบนี้กันหมด เจ้าสุนัขเขี้ยวเพลิงของเธอที่วิ่งด้วยเท้าเปล่าๆแบบใสซื่อ คงโดนทิ้งบ๊วยแน่ๆ...
พอทีมแรกส่งต่อสายคาดกันเสร็จ ทีมที่สองก็ตามมาอย่างติดๆ
คราวนี้เป็นจิ้งจอกหางทะเลทราย เจ้าสัตว์อสูรตัวนี้หอบแฮ่กๆวิ่งมาแบบธรรมดา ไม่ได้ใช้ทักษะหรือความสามารถพิเศษใดๆ
แต่พอเห็นจุดเปลี่ยนผลัด
อยู่ดีๆหางสองเมตรของมันก็เปล่งแสงสีทรายออกมา จากนั้นบนพื้นใต้เท้าก็มีทรายลอยขึ้นมาเป็นกอง
ทรายพวกนั้นทำหน้าที่ช่วยแบกจิ้งจอกหางทะเลทรายให้ลอยจนมาถึงจุดเปลี่ยนผลัด
จากนั้นมันก็ถอดสายคาดสีเหลืองจากคอออกและส่งต่อให้สุนัขเขี้ยวเพลิงที่ใส่แว่นกันแดด
เฉียวซางทำสีหน้าหนักอึ้ง
บ้าเอ้ย! ทีมที่มาถึงเป็นทีมที่สองคือทีมจิ้งจอกหางทะเลทรายของเย่หลานหลานเหรอเนี่ย!