เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 94: ระดับทักษะ

บทที่ 94: ระดับทักษะ

บทที่ 94: ระดับทักษะ


จากการจัดระดับของพันธมิตร ทักษะถูกแบ่งออกเป็น 5 ระดับด้วยกัน

ระดับต่ำ ระดับกลาง ระดับสูง เหนือระดับ และศักดิ์สิทธิ์

ความแตกต่างระหว่่างระดับนั้นห่างชั้นกันอย่างชัดเจน ทั้งเรื่องพลังงานที่ใช้และพลังทำลายล้าง

โดยทั่วไปแล้ว ทักษะระดับต่ำและระดับกลางถือว่าเป็นระดับโดยทั่วๆไปของคนในสังคม มีสัตว์อสูรจำนวนมากสามารถเรียนได้แค่ทักษะสองระดับนี้ตลอดช่วงชีวิตของพวกมัน

การที่สัตว์อสูรจะเรียนรู้ทักษะได้นั้นไม่ได้มาจากการพัฒนาตำราอสูรของผู้ฝึกสัตว์อสูรที่ทำสัญญาหรือความขยันหมั่นเพียรของพววกมัน แต่เป็น “พรสวรรค์”

เคยมีคำพูดหนึ่งกล่าวไว้ว่า

“พรสวรรค์กำหนดขีดจำกัด ความพยายามกำหนดจุดเริ่มต้น”

บางครั้งต่อให้มีทรัพยากรดีแค่ไหน ถ้าพรสวรรค์ไม่ถึงขั้น สัตว์อสูรก็ไม่สามารถวิวัฒนาการไปถึงขีดจำกัดของสายพันธุ์ตัวเองได้

การเรียนรู้ทักษะก็เหมือนกัน

ตามหลักการแล้ว การเรียนรู้ทักษะระดับสูงจะสามารถเริ่มต้นได้ก็ต่อเมื่อระดับวิวัฒนาการของสัตว์อสูรตัวนั้นๆถึงระดับสูงแล้วเท่านั้น

แต่ในประวัติศาสตร์ของพันธมิตรเองก็เคยมีการบันทึกเกี่ยวกับสัตว์อสูรระดับกลางเรียนรู้ทักษะระดับสูงอยู่บ้าง แม้จำนวนจะค่อนข้างน้อยนิดก็ตามที

สำหรับกรณีสัตว์เลี้ยงระดับกลางเรียนรู้ทักษะระดับสูงยังพอมีตัวอย่างให้เห็น แต่สำหรับสัตว์เลี้ยงระดับเริ่มต้นที่เรียนรู้ทักษะระดับสูง...ไม่เคยมีปรากฏออกมาเลยสักครั้ง

อย่างน้อยๆเฉียวซางก็ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน

เธอจ้องมองสุนัขเขี้ยวไฟที่ดูมีไฟและพร้อมจะสู้แล้วก็อดถอนหายใจไม่ได้

ถึงจะดีใจที่สุนัขเขี้ยวเพลิงมีความมุ่งมั่นขนาดนี้ แต่สำหรับบางเรื่องความพยายามอย่างเดียวมันไม่พอ

แม้เธอจะเห็นและยอมรับพรสวรรค์ในตัวมัน แต่เป้าหมายที่ยากเกินตัวอาจจะก่อให้เกิดผลเสียกับตัวมันได้

ถึงจะคิดแบบนั้น แต่สุดท้ายเฉียงซางก็ย่อตัวลูบหัวสุนัขเขี้ยวเพลิงด้วยรอยยิ้มแล้วพูดว่า

“โอเค ฉันจะลองหาทางดู”

ถึงการตั้งเป้าไว้สูงอาจจะก่อให้เกิดผลเสีย แต่การทำลายกำลังใจและความมุ่งมั่นจะก่อให้เกิดผลเสียที่ร้ายแรงกว่า

ทั้งผู้ฝึกสัตว์อสูรและสัตว์อสูรคู่สัญญา ควรวางเป้าหมายไว้ที่สิ่งเดียวกันและค่อยๆก้าวเดินเพื่อไปยังจุดหมายนั้นด้วยกันอย่างช้าๆ

“แต่ถึงอย่างนั้นแกก็ห้ามละเลยการฝึกทักษะตามปกตินะ” เฉียงซางพูดต่อ

ตอนนี้เธอยังมีเวลาว่างมากพอ นอกจากฝึกสุนัขเขี้ยวเพลิง เธอก็ไม่มีสัตว์อสูรตัวไหนให้ดูแลอีก

ยิ่งไปกว่านั้น สุนัขเขี้ยวเพลิงยังสามารถใช้ร่างแยกในการฝึกได้ ทำให้ประหยัดเวลาไปได้ค่อนข้างมาก

ถึงแม้ว่าน้ำยาฟื้นฟูพลังงานระดับ F จะมาส่ง อย่างมากมันก็ใช้เวลาฝึกทักษะรวมๆแค่ชั่วโมงกว่าๆต่อวันเท่านั้น

ยังมีเวลาเหลือให้ทดลองอะไรใหม่ๆอีกเยอะ

ถึงความพยายามจะไม่ได้นำไปสู่ความสำเร็จเสมอไป แต่อย่างน้อยการได้ลงมือทำอะไรสักอย่างก็น่าจะยังดีกว่าท้อแท้ไปตั้งแต่เริ่ม

“ย่าห์!”

สุนัขเขี้ยวเพลิงส่งเสียงตอบพร้อมพยักหน้าอย่างมุ่งมั่น ก่อนจะวิ่งไปที่กระเป๋าเพื่อหยิบขวดนม

มันต้องดื่มนม! แล้วฝึกต่อ!

....

18:10 น.

บนโต๊ะอาหาร

เย่หลานหลานเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ด้วยความตื่นเต้น

“ทุกคนไม่รู้หรอก ตอนนั้นพวกเราทั้งทีมทำใจไว้แล้วว่าต้องมีการบาดเจ็บล้มตายเกิดขึ้นแน่ๆ แต่สุดท้ายภารกิจดันสำเร็จเอาซะง่ายๆ ใครจะคิดว่าอาชญากรร้ายแรงแบบนั้นจะถูกจับมัดพร้อมส่งตำรวจเรียบร้อย”

“ถ้าไม่ใช่เพราะเฉียวซางยังเด็กอยู่ล่ะก็ ป่านนี้หัวหน้าทีมคงรีบชวนเธอเข้าร่วมกรมตำรวจแล้ว”

เย่จิ้งเหวินวางหนังสือลงและหันไปมองเฉียงซางด้วยความประหลาดใจ

“ทักษะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ากับการสังเกตุของเธอดีจริงๆ ถ้าอนาคตไปเป็นนักพัฒนาสัตว์อสูรก็น่าจะดีนะ”

เย่หลานหลานรีบแย้ง

“ไม่ใช่แล้ว ทักษะการวิเคราะห์ที่ดีแบบนี้ต้องไปเป็นตำรวจต่างหาก”

จู่ๆ ลุงสามที่ฟังเงียบๆมาโดยตลอดก็พูดขึ้น “ระดับอาซางต้องเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรฝีมือเยี่ยมได้แน่นอน ขืนให้ไปเดินในเส้นทางอื่นคงน่าเสียดายแย่”

ป้าสามที่ยกถาดอาหารจานร้อนๆเข้ามาในห้องก็แทรกเข้าบทสนทนาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า “พวกเธอจะรีบพูดเรื่องอนาคตทำไมกัน? ตอนนี้แค่ตั้งใจเรียนมากๆไปก่อนก็พอแล้ว”

หากเป็นปกติเฉียวซางคงกล่าวอย่างถ่อมตนและพยายามเปลี่ยนหัวข้อ แต่ตอนนี้ในหัวของเธอกำลังพยายามคิดค้นวิธีช่วยให้สุนัขเขี้ยวเพลิงปลุกทักษะฝนดาวตกอยู่ เธอเลยไม่ได้เข้าร่วมการสนทนาแต่อย่างใด

“อาซาง ว่าแต่เธอจะอยู่ที่นี่นานแค่ไหน?” ลุงสามถาม

คำถามนี้หากถูกถามโดยญาติที่ไม่ได้สนิทชิดเชื้อกัน คนรับสารคงเข้าใจว่าตนกำลังโดนไล่ แต่เฉียวซางรู้ดีว่าคุณลุงสามไม่ใช่คนแบบนั้น และน่าจะถามเพราะแค่อยากรู้เท่านั้น

เธอคิดอยู่สักพักก่อนตอบ “ยังไม่แน่ใจเลยค่ะ แต่ถ้าไม่มีอะไรเร่งด่วยก็น่าจะอยู่จนกว่าจะถึงเวลาเปิดเทอมนั่นแหละค่ะ”

“อีกครึ่งเดือน เมืองนี้จะจัดแข่งมาราธอนวิ่งผลัดแบบสามคน ทีมของลุงขาดคนพอดี เธอสนใจไหม เดี๋ยวลุงไปลงชื่อสมัครให้” คุณลุงพูดต่อ

เฉียงซางเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ

ไม่นึกว่าคุณลุงยังฟิตพอจะแข่งวิ่งกับใครเขาได้!

แต่สายตาของเธอดูจะชัดเจนเกินไป ลุงสามเลยรีบกล่าวเสริมว่า

“เป็นการแข่งขันมาราธอนวิ่งผลัดสัตว์อสูร ผู้เข้าร่วมต้องเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรที่มีคู่สัญญาสองตัวขึ้นไปถึงจะสามารถเข้าร่วมได้”

เฉียงซาง : …

สรุปเธอคิดมากไปเองสินะ…

นอกจากการแข่งขันต่อสู้และการประสานงานเพื่อแสดงสเน่ห์และความสวยงามแล้ว ยังมีการแข่งขันรูปแบบอื่นๆอยู่อีกหลากหลายประเภท

เหมือนกับกีฬาโอลิมปิกในโลก ที่มีการแข่งขันหลากหลายประเภท ที่ต่างกันคือบนโลกนี้ทุกการแข่งขันเกือบทุกอย่างมักจะมีสัตว์อสูรเข้าร่วมด้วยเสมอ

“ถ้าลุงสามยังขาดคนจริงๆ ฉันเข้าร่วมด้วยก็ได้ค่ะ” เฉียงซางตอบ

เธอไม่ได้รังเกียจการแข่งขันอะไรแบบนี้

สุนัขเขี้ยวเพลิงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร นิสัยส่วนตัวของมันก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้ ที่น่าห่วงจริงๆคือเจ้าสมบัติน้อย อายุมันยังแค่ไม่กี่วันเอง แถมจากนิสัยแล้วถ้าเข้าร่วมการแข่งคงได้ที่โหล่แน่ๆ

“อืม”

ลุงสามตอบสั้นๆก่อนจะก้มหน้ากินต่อและไม่ได้พูดอะไรอีก

หลังจากกินข้าวเสร็จ เฉียงซางกลับห้อง เปิดคอมพิวเตอร์ล็อกอินเข้าซุปเปอร์บล็อก

ส่วนสุนัขเขี้ยวเพลิงก็เปิดทีวี หาช่องแข่งขันต่อสู้ดูอย่างคล่องแคล่ว ช่วงนี้การดูการแข่งกลายเป็นงานอดิเรกของมัน

พอเธอล็อกอินเข้าไป กลับพบว่ามีผู้ติดตามกว่า 110,000 คน

ทั้งที่เพิ่งสมัครบัญชีไปแค่สองวัน เฉียงซางเลยสงสัยว่าซ่งหยวนแอบไปซื้อผู้ติดตามให้เธอหรือเปล่า

แต่พอเธอโพสต์รูปสุนัขเขี้ยวเพลิงพร้อมข้อความลงไปก็เข้าใจทันทีว่าเธอประเมินชื่อเสียงของตัวเองต่ำเกินไป...

[มาทันโพสต์แรก!]

[อ๊ากกก รอเธอโพสต์ตั้งนาน!]

[สุนัขเขี้ยวเพลิงหล่อมาก!]

[นี่คือคนที่ช่าตั๋วชมว่าเป็นหน้าใหม่ไฟแรงใช่ไหม?]

[คนนี้ใช่ป่ะที่เกาซู่ลู่ชมว่าเป็นหนึ่งในหน้าใหม่ที่ยอดเยี่ยมที่สุด?]

[คนนี้แหละ แต่เอาจริงใช้สัตว์ประเภทไฟในการแข่งขันระดับ F แล้วชนะได้นี่ไม่เห็นจะน่าแปลกตรงไหนเลย ถ้าเป็นฉันก็คงทำได้เหมือนๆกันนั่นแหละ]

[สองวันในที่สุดก็โพสต์สักที ฉันรอจนท้อแล้ว!]

[ช่าตั๋วบอกว่าเธอคนนี้อาจจะก้าวไปถึงการแข่งขันระดับภูมิภาคได้ ขอติดตามไว้ก่อน ไม่แน่ฉันอาจจะเป็นคนกลุ่มแรกที่ได้เห็นการเติบโตของตำนานดวงใหม่]

ส่วนใหญ่ผู้ติดตามที่มาใหม่ล้วนมาจากกระแสของช่าตั๋วและเกาซู่ลู่

คนพวกนี้บางทีอาจไม่เคยดูการแข่งขันหน้าใหม่นับร้อยเลยด้วยซ้ำ คงได้ดูแค่คลิปที่คนดังทั้งสองพูดถึงเธอ

หลังจากอ่านคอมเมนต์ไม่กี่อัน เธอก็ปิดซุปเปอร์บล็อกและเข้าอีกเว็บไซค์เพื่อตั้งคำถามว่า

[ใครพอรู้วิธีฝึกทักษะฝนดาวตกบ้าง?]

ในเมื่อรับปากสุนัขเขี้ยวเพลิงเอาไว้แล้ว ก็ต้องเริ่มหาวิธี

ฝืนให้กินปีกไก่โคตรเผ็ดต่อไปคงไม่มีทางบรรลุผลลัพธ์ได้แน่ๆ

ครั้งก่อนที่ให้มันกินของเผ็ดเพื่อกระตุ้นพลังงานภายในร่างให้เดือดพล่าน

ทว่าทักษะฝนดาวตกนั้นเน้นที่การควบคุมพลังงาน

ทั้งการรวมพลังลูกไฟ การปล่อยขึ้นฟ้า และการควบคุมให้มันระเบิดกลางอากาศ

ทั้งหมดนี้คือสิ่งใหม่ที่เธอต้องทดลองและค้นหาวิธีการฝึกที่เหมาะสม

ฟอรั่มนั้นเต็มไปด้วยเหล่าผู้ติดอินเตอร์เน็ต เพียงแค่เธอกดโพสต์ข้อความ คอมเมนต์แรกก็เด้งขึ้นมาในพริบตา

[อยากได้วิธีง่ายๆและฟรีๆใช่ไหม?]

จบบทที่ บทที่ 94: ระดับทักษะ

คัดลอกลิงก์แล้ว