- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 94: ระดับทักษะ
บทที่ 94: ระดับทักษะ
บทที่ 94: ระดับทักษะ
จากการจัดระดับของพันธมิตร ทักษะถูกแบ่งออกเป็น 5 ระดับด้วยกัน
ระดับต่ำ ระดับกลาง ระดับสูง เหนือระดับ และศักดิ์สิทธิ์
ความแตกต่างระหว่่างระดับนั้นห่างชั้นกันอย่างชัดเจน ทั้งเรื่องพลังงานที่ใช้และพลังทำลายล้าง
โดยทั่วไปแล้ว ทักษะระดับต่ำและระดับกลางถือว่าเป็นระดับโดยทั่วๆไปของคนในสังคม มีสัตว์อสูรจำนวนมากสามารถเรียนได้แค่ทักษะสองระดับนี้ตลอดช่วงชีวิตของพวกมัน
การที่สัตว์อสูรจะเรียนรู้ทักษะได้นั้นไม่ได้มาจากการพัฒนาตำราอสูรของผู้ฝึกสัตว์อสูรที่ทำสัญญาหรือความขยันหมั่นเพียรของพววกมัน แต่เป็น “พรสวรรค์”
เคยมีคำพูดหนึ่งกล่าวไว้ว่า
“พรสวรรค์กำหนดขีดจำกัด ความพยายามกำหนดจุดเริ่มต้น”
บางครั้งต่อให้มีทรัพยากรดีแค่ไหน ถ้าพรสวรรค์ไม่ถึงขั้น สัตว์อสูรก็ไม่สามารถวิวัฒนาการไปถึงขีดจำกัดของสายพันธุ์ตัวเองได้
การเรียนรู้ทักษะก็เหมือนกัน
ตามหลักการแล้ว การเรียนรู้ทักษะระดับสูงจะสามารถเริ่มต้นได้ก็ต่อเมื่อระดับวิวัฒนาการของสัตว์อสูรตัวนั้นๆถึงระดับสูงแล้วเท่านั้น
แต่ในประวัติศาสตร์ของพันธมิตรเองก็เคยมีการบันทึกเกี่ยวกับสัตว์อสูรระดับกลางเรียนรู้ทักษะระดับสูงอยู่บ้าง แม้จำนวนจะค่อนข้างน้อยนิดก็ตามที
สำหรับกรณีสัตว์เลี้ยงระดับกลางเรียนรู้ทักษะระดับสูงยังพอมีตัวอย่างให้เห็น แต่สำหรับสัตว์เลี้ยงระดับเริ่มต้นที่เรียนรู้ทักษะระดับสูง...ไม่เคยมีปรากฏออกมาเลยสักครั้ง
อย่างน้อยๆเฉียวซางก็ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน
เธอจ้องมองสุนัขเขี้ยวไฟที่ดูมีไฟและพร้อมจะสู้แล้วก็อดถอนหายใจไม่ได้
ถึงจะดีใจที่สุนัขเขี้ยวเพลิงมีความมุ่งมั่นขนาดนี้ แต่สำหรับบางเรื่องความพยายามอย่างเดียวมันไม่พอ
แม้เธอจะเห็นและยอมรับพรสวรรค์ในตัวมัน แต่เป้าหมายที่ยากเกินตัวอาจจะก่อให้เกิดผลเสียกับตัวมันได้
ถึงจะคิดแบบนั้น แต่สุดท้ายเฉียงซางก็ย่อตัวลูบหัวสุนัขเขี้ยวเพลิงด้วยรอยยิ้มแล้วพูดว่า
“โอเค ฉันจะลองหาทางดู”
ถึงการตั้งเป้าไว้สูงอาจจะก่อให้เกิดผลเสีย แต่การทำลายกำลังใจและความมุ่งมั่นจะก่อให้เกิดผลเสียที่ร้ายแรงกว่า
ทั้งผู้ฝึกสัตว์อสูรและสัตว์อสูรคู่สัญญา ควรวางเป้าหมายไว้ที่สิ่งเดียวกันและค่อยๆก้าวเดินเพื่อไปยังจุดหมายนั้นด้วยกันอย่างช้าๆ
“แต่ถึงอย่างนั้นแกก็ห้ามละเลยการฝึกทักษะตามปกตินะ” เฉียงซางพูดต่อ
ตอนนี้เธอยังมีเวลาว่างมากพอ นอกจากฝึกสุนัขเขี้ยวเพลิง เธอก็ไม่มีสัตว์อสูรตัวไหนให้ดูแลอีก
ยิ่งไปกว่านั้น สุนัขเขี้ยวเพลิงยังสามารถใช้ร่างแยกในการฝึกได้ ทำให้ประหยัดเวลาไปได้ค่อนข้างมาก
ถึงแม้ว่าน้ำยาฟื้นฟูพลังงานระดับ F จะมาส่ง อย่างมากมันก็ใช้เวลาฝึกทักษะรวมๆแค่ชั่วโมงกว่าๆต่อวันเท่านั้น
ยังมีเวลาเหลือให้ทดลองอะไรใหม่ๆอีกเยอะ
ถึงความพยายามจะไม่ได้นำไปสู่ความสำเร็จเสมอไป แต่อย่างน้อยการได้ลงมือทำอะไรสักอย่างก็น่าจะยังดีกว่าท้อแท้ไปตั้งแต่เริ่ม
“ย่าห์!”
สุนัขเขี้ยวเพลิงส่งเสียงตอบพร้อมพยักหน้าอย่างมุ่งมั่น ก่อนจะวิ่งไปที่กระเป๋าเพื่อหยิบขวดนม
มันต้องดื่มนม! แล้วฝึกต่อ!
....
18:10 น.
บนโต๊ะอาหาร
เย่หลานหลานเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ด้วยความตื่นเต้น
“ทุกคนไม่รู้หรอก ตอนนั้นพวกเราทั้งทีมทำใจไว้แล้วว่าต้องมีการบาดเจ็บล้มตายเกิดขึ้นแน่ๆ แต่สุดท้ายภารกิจดันสำเร็จเอาซะง่ายๆ ใครจะคิดว่าอาชญากรร้ายแรงแบบนั้นจะถูกจับมัดพร้อมส่งตำรวจเรียบร้อย”
“ถ้าไม่ใช่เพราะเฉียวซางยังเด็กอยู่ล่ะก็ ป่านนี้หัวหน้าทีมคงรีบชวนเธอเข้าร่วมกรมตำรวจแล้ว”
เย่จิ้งเหวินวางหนังสือลงและหันไปมองเฉียงซางด้วยความประหลาดใจ
“ทักษะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ากับการสังเกตุของเธอดีจริงๆ ถ้าอนาคตไปเป็นนักพัฒนาสัตว์อสูรก็น่าจะดีนะ”
เย่หลานหลานรีบแย้ง
“ไม่ใช่แล้ว ทักษะการวิเคราะห์ที่ดีแบบนี้ต้องไปเป็นตำรวจต่างหาก”
จู่ๆ ลุงสามที่ฟังเงียบๆมาโดยตลอดก็พูดขึ้น “ระดับอาซางต้องเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรฝีมือเยี่ยมได้แน่นอน ขืนให้ไปเดินในเส้นทางอื่นคงน่าเสียดายแย่”
ป้าสามที่ยกถาดอาหารจานร้อนๆเข้ามาในห้องก็แทรกเข้าบทสนทนาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า “พวกเธอจะรีบพูดเรื่องอนาคตทำไมกัน? ตอนนี้แค่ตั้งใจเรียนมากๆไปก่อนก็พอแล้ว”
หากเป็นปกติเฉียวซางคงกล่าวอย่างถ่อมตนและพยายามเปลี่ยนหัวข้อ แต่ตอนนี้ในหัวของเธอกำลังพยายามคิดค้นวิธีช่วยให้สุนัขเขี้ยวเพลิงปลุกทักษะฝนดาวตกอยู่ เธอเลยไม่ได้เข้าร่วมการสนทนาแต่อย่างใด
“อาซาง ว่าแต่เธอจะอยู่ที่นี่นานแค่ไหน?” ลุงสามถาม
คำถามนี้หากถูกถามโดยญาติที่ไม่ได้สนิทชิดเชื้อกัน คนรับสารคงเข้าใจว่าตนกำลังโดนไล่ แต่เฉียวซางรู้ดีว่าคุณลุงสามไม่ใช่คนแบบนั้น และน่าจะถามเพราะแค่อยากรู้เท่านั้น
เธอคิดอยู่สักพักก่อนตอบ “ยังไม่แน่ใจเลยค่ะ แต่ถ้าไม่มีอะไรเร่งด่วยก็น่าจะอยู่จนกว่าจะถึงเวลาเปิดเทอมนั่นแหละค่ะ”
“อีกครึ่งเดือน เมืองนี้จะจัดแข่งมาราธอนวิ่งผลัดแบบสามคน ทีมของลุงขาดคนพอดี เธอสนใจไหม เดี๋ยวลุงไปลงชื่อสมัครให้” คุณลุงพูดต่อ
เฉียงซางเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ
ไม่นึกว่าคุณลุงยังฟิตพอจะแข่งวิ่งกับใครเขาได้!
แต่สายตาของเธอดูจะชัดเจนเกินไป ลุงสามเลยรีบกล่าวเสริมว่า
“เป็นการแข่งขันมาราธอนวิ่งผลัดสัตว์อสูร ผู้เข้าร่วมต้องเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรที่มีคู่สัญญาสองตัวขึ้นไปถึงจะสามารถเข้าร่วมได้”
เฉียงซาง : …
สรุปเธอคิดมากไปเองสินะ…
นอกจากการแข่งขันต่อสู้และการประสานงานเพื่อแสดงสเน่ห์และความสวยงามแล้ว ยังมีการแข่งขันรูปแบบอื่นๆอยู่อีกหลากหลายประเภท
เหมือนกับกีฬาโอลิมปิกในโลก ที่มีการแข่งขันหลากหลายประเภท ที่ต่างกันคือบนโลกนี้ทุกการแข่งขันเกือบทุกอย่างมักจะมีสัตว์อสูรเข้าร่วมด้วยเสมอ
“ถ้าลุงสามยังขาดคนจริงๆ ฉันเข้าร่วมด้วยก็ได้ค่ะ” เฉียงซางตอบ
เธอไม่ได้รังเกียจการแข่งขันอะไรแบบนี้
สุนัขเขี้ยวเพลิงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร นิสัยส่วนตัวของมันก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้ ที่น่าห่วงจริงๆคือเจ้าสมบัติน้อย อายุมันยังแค่ไม่กี่วันเอง แถมจากนิสัยแล้วถ้าเข้าร่วมการแข่งคงได้ที่โหล่แน่ๆ
“อืม”
ลุงสามตอบสั้นๆก่อนจะก้มหน้ากินต่อและไม่ได้พูดอะไรอีก
หลังจากกินข้าวเสร็จ เฉียงซางกลับห้อง เปิดคอมพิวเตอร์ล็อกอินเข้าซุปเปอร์บล็อก
ส่วนสุนัขเขี้ยวเพลิงก็เปิดทีวี หาช่องแข่งขันต่อสู้ดูอย่างคล่องแคล่ว ช่วงนี้การดูการแข่งกลายเป็นงานอดิเรกของมัน
พอเธอล็อกอินเข้าไป กลับพบว่ามีผู้ติดตามกว่า 110,000 คน
ทั้งที่เพิ่งสมัครบัญชีไปแค่สองวัน เฉียงซางเลยสงสัยว่าซ่งหยวนแอบไปซื้อผู้ติดตามให้เธอหรือเปล่า
แต่พอเธอโพสต์รูปสุนัขเขี้ยวเพลิงพร้อมข้อความลงไปก็เข้าใจทันทีว่าเธอประเมินชื่อเสียงของตัวเองต่ำเกินไป...
[มาทันโพสต์แรก!]
[อ๊ากกก รอเธอโพสต์ตั้งนาน!]
[สุนัขเขี้ยวเพลิงหล่อมาก!]
[นี่คือคนที่ช่าตั๋วชมว่าเป็นหน้าใหม่ไฟแรงใช่ไหม?]
[คนนี้ใช่ป่ะที่เกาซู่ลู่ชมว่าเป็นหนึ่งในหน้าใหม่ที่ยอดเยี่ยมที่สุด?]
[คนนี้แหละ แต่เอาจริงใช้สัตว์ประเภทไฟในการแข่งขันระดับ F แล้วชนะได้นี่ไม่เห็นจะน่าแปลกตรงไหนเลย ถ้าเป็นฉันก็คงทำได้เหมือนๆกันนั่นแหละ]
[สองวันในที่สุดก็โพสต์สักที ฉันรอจนท้อแล้ว!]
[ช่าตั๋วบอกว่าเธอคนนี้อาจจะก้าวไปถึงการแข่งขันระดับภูมิภาคได้ ขอติดตามไว้ก่อน ไม่แน่ฉันอาจจะเป็นคนกลุ่มแรกที่ได้เห็นการเติบโตของตำนานดวงใหม่]
ส่วนใหญ่ผู้ติดตามที่มาใหม่ล้วนมาจากกระแสของช่าตั๋วและเกาซู่ลู่
คนพวกนี้บางทีอาจไม่เคยดูการแข่งขันหน้าใหม่นับร้อยเลยด้วยซ้ำ คงได้ดูแค่คลิปที่คนดังทั้งสองพูดถึงเธอ
หลังจากอ่านคอมเมนต์ไม่กี่อัน เธอก็ปิดซุปเปอร์บล็อกและเข้าอีกเว็บไซค์เพื่อตั้งคำถามว่า
[ใครพอรู้วิธีฝึกทักษะฝนดาวตกบ้าง?]
ในเมื่อรับปากสุนัขเขี้ยวเพลิงเอาไว้แล้ว ก็ต้องเริ่มหาวิธี
ฝืนให้กินปีกไก่โคตรเผ็ดต่อไปคงไม่มีทางบรรลุผลลัพธ์ได้แน่ๆ
ครั้งก่อนที่ให้มันกินของเผ็ดเพื่อกระตุ้นพลังงานภายในร่างให้เดือดพล่าน
ทว่าทักษะฝนดาวตกนั้นเน้นที่การควบคุมพลังงาน
ทั้งการรวมพลังลูกไฟ การปล่อยขึ้นฟ้า และการควบคุมให้มันระเบิดกลางอากาศ
ทั้งหมดนี้คือสิ่งใหม่ที่เธอต้องทดลองและค้นหาวิธีการฝึกที่เหมาะสม
ฟอรั่มนั้นเต็มไปด้วยเหล่าผู้ติดอินเตอร์เน็ต เพียงแค่เธอกดโพสต์ข้อความ คอมเมนต์แรกก็เด้งขึ้นมาในพริบตา
[อยากได้วิธีง่ายๆและฟรีๆใช่ไหม?]