- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 88: ผีหมวกหิน
บทที่ 88: ผีหมวกหิน
บทที่ 88: ผีหมวกหิน
ตอนนี้เองเฉียวซางถึงก็เข้าใจทุกสิ่ง
ทุกอย่างมันถูกลิขิตไว้แล้ว
ถ้าเธอไม่ได้กลับบ้านเกิด เธอก็จะไม่ได้ช่วยหนูแม่เหล็ก
ถ้าเธอไม่ได้ช่วยหนูแม่เหล็ก เธอก็จะไม่ได้ขึ้นภูเขาหวงหมิง
ถ้าเธอไม่ได้ขึ้นภูเขาหวงหมิง เธอก็จะไม่ได้เจอหนูแม่เหล็กตัวแม่
ที่สำคัญที่สุด!
ถ้าไม่ได้เจอเจ้าหนูแม่เหล็กตัวแม่ เธอก็จะไม่มีโอกาสได้เจอเงิน 5 ล้านเหรียญที่นอนอยู่ตรงหน้า!
นี่เหมือนกับคำกล่าวตั้งแต่โบร่ำโบราณว่า ทวยเทพบนสวรรค์มักจะให้บททดสอบแก่เราเหล่ามนุษย์ และเมื่อผ่านพ้นมันไปได้ก็จะเจอขุมทรัพย์มหาศาลรอเราอยู่!
เฉียวซางดึงหัวที่โผล่ออกไปกลับมา แล้วคว้าตัวเจ้าหยาเป่าที่ยังแอบโผล่หัวออกไปมองเข้ามากอดไว้
“ย่าห์?”
“จี๊ด?”
“จี๊ด?”
หัวน้อยๆ สามหัวหันมามองเฉียวซางอย่างพร้อมเพียง
ส่วนเจ้าผีล่าสมบัติตัวน้อยมันไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เอาแต่ดื่มนมอย่างสำราญใจ
ก่อนหน้านี้มันน่าจะใช้พลังงานไปเยอะ ตอนนี้เลยต้องผ่อนคลายเพื่อฟื้นคืนพลัง
เฉียวซางค่อยๆ ย่องถอยไปหลบหลังต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไกลกว่าเดิม แต่ยังอยู่ในระยะที่มองเห็นเงิน 5 ล้านได้อย่างชัดเจน
ไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหน ความตื่นเต้นที่ทำให้อะดรีนาลีนพุ่งพล่าน กับความรู้สึกใจเต้นแรงเพราะลุ้นสุดๆนั่นเพิ่งจะค่อยๆจางลง
เฉียวซางตั้งสติแล้วเริ่มวิเคราะห์สถานการณ์
คนๆ นี้คืออาชญากรที่หนีคดีอยู่ การเดินเข้าไปดุ่มๆคงเป็นทางเลือกที่ไม่ค่อยฉลาดนัก
ในหมายจับนั้นระบุไว้แค่ ชื่อ หน้าตา อายุ บ้านเกิด กับเงินรางวัลค่าหัว รวมถึงคดีที่ก่อไว้ แต่ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับระดับนักฝึกสัตว์หรือสัตว์อสูรของเขา
แต่ก็ไม่แปลก เพราะตำรวจแค่หวังให้คนแจ้งเบาะแส ไม่ได้หวังให้ชาวบ้านไปจับเขาเองสักหน่อย
วิธีที่ปลอดภัยที่สุดตอนนี้คือแจ้งตำรวจ
แต่ปัญหาคือ หนึ่ง ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ สอง ลงเขาไม่ได้
เรื่องแรก อาจจะเพราะมีตัวกวนสัญญาณอยู่บนเขา หรือไม่ก็เจ้าหมอนั่นอาจมีสัตว์อสูรประเภทไฟฟ้าที่กำลังกวนสัญญาณอยู่
ส่วนเรื่องลงเขาไม่ได้ อาจจะเป็นฝีมือของสัตว์อสูรประเภทพลังจิตหรือไม่ก็ประเภทผี
แต่ก่อนหน้านี้เจ้าหนูแม่เหล็กก็ดูเหมือนจะเข้าออกพื้นที่ได้แบบปกติ ไม่งั้นมันคงไม่มีทางช่วยเย่จิ้งเหวินจนตัวเองโดนจับเตรียมไปขายหรอก
แปลว่า "มิติกระจก" หรือ "เขาวงกต" อะไรเทือกๆนั้น คงไม่ได้เปิดใช้งานตลอดเวลา
เฉียวซางมองรอบๆ บริเวณที่ชายคนนั้นนอนอยู่
หมอนั่นนอนหลับตาอยู่ตรงนั้น ดูเหมือนจะเจ็บหนัก แต่รอบๆ กลับไม่มีสัตว์อสูรอยู่เลย
แปลกมาก
ฆาตกรที่หนีคดีมาแล้วยังบาดเจ็บหนักแบบนี้ จะไม่วางแผนป้องกันตัวเองไว้ล่วงหน้าเลยเหรอ?
“เจ้าสมบัติน้อย ลองไปดูแถวนั้นหน่อย ว่านอกจากผู้ชายที่นอนอยู่นั่น ยังมีใครอีกมั้ย?” เฉียวซางถามผีล่าสมบัติตัวน้อย
“ซุน~”
เจ้าผีน้อยชี้ไปทางที่ชายคนนั้นนอนอยู่
มีสิ มันเห็นตั้งนานแล้ว
เฉียวซางได้แต่ขมวดคิ้ว ใช่แล้ว ข้างๆ หมอนั่นต้องมีสัตว์อสูรอยู่แน่ๆ แถมเป็นประเภทผีอีกต่างหาก
เป็นธรรมดาที่สัตว์อสูรประเภทนี้จะล่องหนอยู่แทบจะตลอดเวลา
มีเพียงแค่สัตว์อสูรประเภทผีเหมือนกันที่จะมองทะลุการล่องหนของมันได้ แต่ต่อให้มองเห็นก็ไม่ได้ชัดเจนเท่ากับตอนที่มันยอมปรากฎตัวออกมาเอง
“หนูแม่เหล็ก นอกจากงูทะเลหางเงินแล้ว บนเขานี่ยังมีสัตว์อสูรตัวอื่นอีกมั้ย?” เฉียวซางถาม
หนูแม่เหล็กทั้งแม่ทั้งลูกส่ายหัว
ในใจเฉียวซางได้แต่คิด ถ้ามันเป็นแบบนี้จริงๆก็ดีสิ
ตอนนี้หมอนั่นบาดเจ็บสาหัส ไม่รู้ว่าหมดสติหรือแค่หลับอยู่
ถ้าข้างๆมีแค่สัตว์อสูรประเภทผีเพียงตัวเดียว เธอก็อาจจะพอคิดหาวิธีหลอกล่อให้มันหลบไปทางอื่นได้
จุดแข็งสำหรับผู้ฝึกสัตว์อสูรคือสัตว์อสูรของพวกเขา ส่วนจุดอ่อนก็เห็นกันชัดๆนั่นคือตัวของพวกเขาเอง
หมอนั่นอยู่ในสภาพอ่อนแรง ถ้าเธอหาทางจับเขาและมัดไว้ได้...
เฉียวซางรีบปัดความคิดนั้นทิ้งไปอย่างรวดเร็ว
พูดมันง่าย แต่ถ้าลงมือทำจริงๆ มันมีปัญหาไม่รู้กี่อย่าง
ปัญหาอย่างแรกเลย จะทำยังไงให้เจ้าผีนัั่นออกไปที่อื่น?
แล้วถ้าเกิดเผลอทำเสียงดังเกินจนเจ้า 5 ล้านนั่นตื่น เธอจะทำยังไง?
ปัญหาอย่างที่สอง ถ้าหมอนั่นตื่นแล้วใช้ตำราอสูรเรียกพวกสัตว์อสูรตัวอื่นออกมาอีกจะทำยังไง?
ปัญหาอย่างสุดท้าย ต่อให้สองข้อแรกผ่านไปได้ด้วยโชคช่วย แล้วเธอจะลงจากเขาลูกนี้ยังไง?
ระหว่างที่เธอจะคิดหาวิธีหลบนี้ได้ รับประกันเลยว่าเจ้างูทะเลหางเงินกับสัตว์อสูรประเภทผีตัวนี้ต้องรู้ตัวก่อนแน่ๆ
ในขณะที่เฉียวซางกำลังคิดหนักอยู่นั้น เจ้าสมบัติน้อยก็เอียงหัวมองเธอสลับกับสัตว์อสูรประเภทผีตัวที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่ได้ในทุกเมื่อ
เหมือนเจ้านายของมันอยากให้สัตว์อสูรประเภทผีตัวนั้นออกไปจากที่นี่สินะ
ในฐานะผีน้อยน่ารักรู้ใจ เจ้านี่คิดว่ามันต้องช่วยเจ้านายให้สำเร็จ!
เจ้าผีน้อยดื่มนมหมดหยดสุดท้าย ก่อนจะลอยละล่องไปทางที่สัตว์อสูรประเภทผีนั้นอยู่
“ย่าห์!”
เสียงเห่าเรียกของหยาเป่าฉุดเฉียวซางออกมาจากภวังค์
ตอนนี้เจ้าผีน้อยลอยใกล้ถึงตัวชายคนนั้นแล้ว
เฉียวซางอึ้ง นี่มันไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?!
แล้วมันเข้าไปทำอะไร?!
หรือมันเห็นว่าเป็นประเภทผีเหมือนกันเลยเข้าไปทักทาย?!
ในหัวของเฉียวซางตอนนี้วุ่นวายไปหมด
เหมือนงานจะเข้าแล้ว…
เดี๋ยวนะ! ยังไงก็ห้ามให้ดูเหมือนเรารู้ว่าหมอนั่นเป็นผู้ต้องหาหนีคดีเด็ดขาด…
เฉียวซางกลั้นใจและมองตรงไป
พอดีกับที่เห็นเจ้าผีน้อยตะโกนใส่อากาศไปหนึ่งที แล้วอยู่ๆ ก็มีสัตว์อสูรตัวหนึ่งโผล่ออกมา
ตัวของเจ้านั่นสูงราวๆ 1.5 เมตร มีหมวกหินปิดหัว มีดวงตาสีม่วงขนาดใหญ่เพียงตาเดียวที่มองเห็นได้ผ่านใต้หมวกหิน
เฉียวซางจำได้ว่านี่คือสัตว์อสูรระดับสูง “ผีหมวกหิน”
ในบรรดาสัตว์อสูรประเภทผี ผีหมวกหินถือว่าชื่อเสียงเลวเลย อย่างมากก็แค่ชอบแกล้งคนตอนกลางคืนด้วยการลอยแต่หมวกให้คนตกใจเล่น
เจ้าผีน้อยหยิบขวดนมออกมาจากวงแหวน แล้วยื่นให้เจ้าผีหมวกหิน
เฉียวซางถึงกับปวดหัว
ไอ้เจ้าตัวนี้เจอใครก็แจกนมให้หมดเลยรึไง?!
ผีหมวกหินนี่ดูน่ากลัวจะตาย มันจะยอมดื่มนมรึไงกัน!
แล้ววินาทีต่อมา เฉียวซางก็อึ้งกิมกี่
ผีหมวกหินค่อยๆ ยื่นมือมารับขวดนม แล้วเริ่มดื่มอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็มีน้ำตาสีม่วงไหลออกมาจากตากลมๆนั่น
เฉียวซาง: "……"
นี่มันโลกแบบไหนกันเนี่ย…
เฉียวซางไม่รู้เลยว่า ตั้งแต่เจ้าผีหมวกหินต้องหนีหัวซุกหัวซุนไปกับเจ้านายของมัน มันก็ไม่เคยได้กินข้าวดีๆเลยสักครั้ง
หลังจากดื่มนมหมดขวด เจ้าผีน้อยก็ชี้ไปทางไกลๆ ก่อนจะลอยไปทางนั้น เจ้าผีหมวกหินก็รีบตามไปติดๆกลัวจะพลัดหลงกัน
เฉียวซาง: "……"
จริงๆ แล้ว โลกนี้ไม่ใช่พวกผู้ฝึกสัตว์อสูรที่ต้องการสัตว์อสูรหรอก แต่เป็นสัตว์อสูรที่ต้องการผู้ฝึกสัตว์อสูรต่างหาก! ไม่งั้นคงโดนหลอกไปขายไม่รู้ตัวแน่นอน…
ตอนนี้ที่กองหญ้าด้านหน้า เหลือเพียงผู้ชายที่นอนปิดตาเปลือกตาสนิท
หัวใจของเฉียวซางเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
จะเข้าไปจับตัวหมอนี่มัดดีไหม?
ตอนนี้เจ้า 5 ล้านไม่มีท่าทีดูเหมือนจะขัดขืนหรืออะไรได้เลย สัตว์อสูรก็ไม่อยู่ข้างกาย นี่มันโอกาสทองที่หาไม่ได้อีกแล้ว…
แต่ถ้าหมอนี่เกิดตื่นขึ้นมากลางทางแล้วเรียกสัตว์ตัวอื่นออกมาล่ะ?
เอาว่ะ!
เงินที่ฟ้าประทานมาให้ มันต้องมีบททดสอบกันบ้าง!
เฉียวซางตัดสินใจเด็ดขาด เธอถอดเชือกผูกรองเท้าผ้าใบของตัวเองออก แล้วอุ้มเจ้าสุนัขเขี้ยวเพลิงออกตัววิ่งไปข้างหน้า
เมื่อมาถึงตรงหน้าชายที่ไม่มีท่าทีขยับตัว เธอก็รีบหมอบลง ใช้เชือกรองเท้าผูกนิ้วทั้งห้าของเขาเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว
ผู้ฝึกสัตว์อสูรจะเรียกสัตว์อสูรออกมาได้ ต้องใช้มือทำสัญลักษณ์เท่านั้น
ตราบใดที่มือทั้งสองของเขาขยับไม่ได้ ก็จะกันไม่ให้เขาเรียกสัตว์ตัวอื่นออกมาได้สำเร็จ
ระหว่างที่มัดอยู่นั้น เปลือกตาของชายคนนั้นแอบขยับเล็กน้อย
เจ้าสุนัขเขี้ยวเพลิงที่อยู่ข้างๆ สังเกตเห็นก่อนใคร
มันไม่รอช้า รีบพุ่งเอาหัวชนใส่ชายคนนั้นให้สลบทันที
เจ้าสุนัขเขี้ยวเพลิงตัวนี้เคยฝึกใช้หัวชนกับต้นไม้จนชิน หัวมันแข็งมาก ขนาดชนไปเต็มๆ ตัวมันยังไม่รู้สึกสะดุ้งสะเทือนเลยสักนิด
ผลก็คือ เปลือกตาที่กำลังจะเปิดกลับไปปิดลงเหมือนเดิม
“สวยมาก!” เฉียวซางอดชมไม่ได้
“ย่าห์!” เจ้าหมาไฟร้องตอบอย่างอารมณ์ดี
ถึงจะไม่รู้ว่าเจ้านายมันกำลังทำอะไรอยู่ แต่สัญชาตญาณของมันบอกได้ว่าไม่ควรให้คนๆนี้ตื่น
หลังจากผูกมือชายคนนั้นจนแน่นเป็นปมตายแล้ว เฉียวซางก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก