- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 70: ชื่ออะไรเหรอ?
บทที่ 70: ชื่ออะไรเหรอ?
บทที่ 70: ชื่ออะไรเหรอ?
เฉียวซางยังคงอกสั่นขวัญแขวนไม่หาย
นกฮูกเพลิงที่เพิ่งอุ้มเธอมาเมืื่อครู่หันหลังและเดินจากไปอย่างห้าวหาญ ราวกับว่ามันเป็นสายลับที่พึ่งภารกิจสำเร็จและหายไปในเงามืด
โหวเซียงหยู่ซึ่งนั่งอยู่ในโซน B มองซ้ายมองขวาด้วยความสับสน เฉียวซางถูกอุ้มขึ้นเวทีโดยนกฮูกเพลิง ส่วนเว่ยเหวินหยาถูกนางแอ่นสี่ทิศพาตัวไป
พิธีมอบรางวัลจะเริ่มแล้วงั้นเหรอ? แล้วเขาล่ะ?
เขายังเป็นผู้ชนะอันดับสามอยู่นะเห้ย!
ทำไมพวกมันไม่บินมาหาเขา? นี่ลืมกันใช่ไหม!?
จะให้เขาวิ่งขึ้นเวทีเองรึไง!
ขณะที่ในหัวของเขากำลังพรั่งพรูไปด้วยเสียงบ่น ร่างของเขาก็ค่อยๆลอยขึ้นฟ้าเหมือนกับเฉียวซางและเว่ยเหวินหยาในก่อนหน้านี้
"อ๊ากกก!"
เฉียวซางมองดูโหวเซียงหยู่ถูกอุ้มขึ้นเวทีโดยนกฮูกเพลิงด้วยสีหน้าแปลกๆ
นี่คือความรู้สึกที่ได้เห็นคนอื่นถูกอุ้มสินะ...
น่าอายโคตรๆ…
เฉียวซางตัดสินใจแล้ว
หากผู้จัดงานขอให้เธอกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับชัยชนะในภายหลัง เธอจะยกเอาเรื่องนี้ขึ้นมาบ่นอย่างแน่นอน
รางวัลถูกแจกจ่ายโดยเริ่มจากผู้ชนะอันดับสาม ในเวลาไม่นานนักก็มาถึงคิวของเฉียวซาง
รางวัลที่หนึ่งคือเหรียญพันธมิตร 200,000 เหรียญและไข่ของสัตว์อสูร
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เฉียวซางได้ไม่ใช่ไข่แต่เป็นบัตรกำนัลสำหรับการเลือกไข่จากฐานเพาะเลี้ยงสัตว์อสูร
ผู้จัดใจป๋ามาก!
เฉียวซางคิดว่าไข่สัตว์อสูรที่ได้จะเป็นแบบสุ่มซะอีก
เธอคิดว่าที่ผู้จัดงานไม่ยอมเปิดเผยประเภทของไข่ออกมาตรงๆก็เพื่อสร้างความสงสัยและเรียกกระแส แต่กลับกลายเป็นว่าเธอสามารถเลือกชนิดและประเภทที่ต้องการได้จากฐานเพาะเลี้ยงสัตว์อสูรโดยตรง
แม้ว่าบัตรกำนัลจะจำกัดให้แลกได้เฉพาะไข่ที่มูลค่าไม่เกิน 500,000 เหรียญ แต่นี่ก็ยังดีกว่าได้ไข่แบบสุ่มมาก
สายสัมพันธ์ระหว่างผู้ฝึกสัตว์อสูรและคู่สัญญานั้นละเอียดอ่อนมา เธอจะต้องพิจารณาตัวเลือกอย่างรอบคอบ
ถ้าไม่มีทางเลือกก็แล้วไป แต่ถ้าเลือกได้ต้องเลือกให้ดีที่สุด
เฉียวซางเล็งสัตว์อสูรประเภทน้ำ หญ้า หรือพวกที่บินได้ สำหรับสัญญาหน้าที่สองของเธอ
ด้วยงบขนาดนี้ทำให้ตัวเลือกของเธอค่อนข้างกว้่าง
“เฉียวซางเธออยากจะพูดอะไรหน่อยไหมสำหรับการได้รับอันดับหนึ่งในการแข่งขันครั้งนี้?” ผู้จัดงานถาม
“ก่อนอื่น ฉันอยากจะขอบคุณแม่ของฉัน หากไม่มีเธอสนับสนุน ฉันคงไม่สามารถทำสัญญากับสุนัขเขี้ยวเพลิงได้ อย่างที่สอง ฉันอยากจะขอบคุณสุนัขเขี้ยวเพลิงที่อยู่ข้างฉันมาโดยตลอด ถ้าไม่มีมัน ฉันไม่สามารถชนะการแข่งขันนี้ได้ สุดท้ายนี้ ฉันอยากจะขอบคุณผู้จัดงาน…”
หลังจากพิธีมอบรางวัลและถ่ายรูป เฉียวซางก็ตรงปรี่ไปหาช่าตั๋วซึ่งเข้ามาถ่ายรูปรวมด้วยกัน “คุณช่าตั๋วค่ะ พอดีฉันมีเพื่อนคนนึงเป็นแฟนคลับของคุณ....”
เฉียวซางเดินกลับไปยังที่นั่งผู้ชมอีกครั้ง
ส่วนสุดท้ายของการแข่งขันในครั้งนี้ คือการจับฉลากผู้โชคดีทั้งห้าคน และน่าเสียดายที่ไป๋อวิ๋นเหมียวซึ่งเฝ้ารอมาโดยตลอดไม่ได้รับเลือก
“อัจฉริยะเฉียว! เธอจะไปหาไข่สัตว์อสูรทันทีเลยรึเปล่าหรือจะรอจนกว่าตำรามีหน้าสัญญาหน้าที่สอง?” ไป๋อวิ๋นเหมียวถามด้วยรอยยิ้ม ไม่มีท่าทีผิดหวังจากการไม่ได้รับเลือกเลยแม้แต่น้อย
“พรุ่งนี้ฉันอาจจะไปที่ฐานเพาะเลี้ยงสัตว์อสูร” เฉียวซางตอบ
ขณะที่ไป๋อวิ๋นเหมียวกำลังจะชวนคุยต่อ ตอนนั้นเองเฉียวซางก็ดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาและยื่นให้เธอ
“นี่ ฉันขอลายเซ็นของช่าตั๋วมาให้เธอแล้วนะ”
ไป๋อวิ๋นเหมียวจ้องมองกระดาษนั่นด้วยสายตาตกตะลึงไปพักหนึ่ง
ก่อนจะ....
“อัจฉริยะเฉียว!!! รักเธอที่สุดเลยยยยย!!!” ไป๋อวิ๋นเหมียวกระโดดกอดเฉียวซางแน่น
"ย่าห์!"
สุนัขเขี้ยวเพลิงที่โดนอัดอยู่ตรงกลางเห่าออกมาด้วยความอึดอัด
ไป๋อวิ๋นเหมียวรีบปล่อยมือ เพราะกลัวว่าสุนัขเขี้ยวเพลิงจะหงุดหงิดจนกัดเธอเข้า
.....
ในร้านกาแฟใกล้ๆกับสวนโฉวเก้อ
แสงไฟเหนือผนังส่องแสงสีนวลให้ความรูสึกอบอุ่นและเงียบสงบ
สัตว์อสูรสีชมพูถือถาดใส่กาแฟสามถ้วยอย่างระมัดระวังและวางลงบนโต๊ะเพื่อเสิร์ฟลูกค้าที่นั่งอยู่บริเวณริมหน้าต่าง ก่อนจะยิ้มจนดวงตาทรงแอลมอนด์ของมันหรี่เล็กลงและเดินจากไป
“แล้วนี่ใคร?” ซ่งหยวนถาม
“เพื่อนของฉันเองค่ะ ชื่อไป๋อวิ๋นเหมียว” เฉียวซางแนะนำคนของเธอให้อีกฝ่ายรู้จัก
"ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ" ไป๋อวิ๋นเหมียวตอบ พร้อมพยายามยืดอกให้เป็นผู้ใหญ่และตีสีหน้าเคร่งขรึม
เฉียวซางรู้สึกหมดหนทางเล็กน้อย นับตั้งแต่เธอเอาลายเซ็นต์ช่าตั๋วให้กับไป๋อวิ๋นเหมียว ระดับมิตรภาพระหว่างพวกเธอก็เหมือนจะถูกยกขึ้นไปอีกระดับทันที
พวกเขาเริ่มพูดถึงข้อมูลเชิงลึกที่ไม่เคยแง้มออกมาในตอนก่อนหน้า
โดยปกติ หลังออกจากสนามประลอง พวกเธอจะแยกทางกัน เพราะพวกเธอใช้รถประจำทางเพื่อกลับบ้านกันคนละสาย
แต่คราวนี้เมื่อไป๋อวิ๋นเหมียวได้ยินว่าเฉียวซางกำลังจะไปคุยเรื่องสัญญาธุรกิจ เธอก็ยืนกรานว่าจะตามมาด้วยให้ได้ โดยอ้างว่าเฉียวซางพึ่งจะอายุครบ 15 ปีมานไม่นาน ยังเด็กเกินไปและรู้ไม่ทันโลกอันแสนโสมม
“เพื่อนเธอหน้าตาดีมากๆเลยเฉียวซาง อย่างว่าแหละ เพื่อนของสาวงามก็ต้องเป็นสาวงามเฉกเช่นเดียวกัน” ซ่งหยวนกล่าวเยินยอ
“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะ” เมื่อได้ยินคำชมไป๋อวิ๋นเหมียวก็ตอบกลับตามมารยาทไป ทว่าใบหน้าเธอกลับแดงก่ำด้วยความเขินอาย
เฉียวซาง......
นี่เขาแค่ยอนิดยอหน่อยหล่อนก็อายม้วนต้วนขนาดนี้ แล้วหล่อนจะใช้ชีวิตในโลกที่แสนโสมมแบบนี้ได้ยังไง?
หลังจากพูดเยินยอกันอีกสักพัก ซ่งหยวนก็เริ่มเข้าประเด็น
“นี่คือร่างสัญญา อ่านดูก่อน ถ้ามีอะไรไม่พอใจก็บอกกันได้”
เฉียวซางรับสัญญามาไว้ในมือและเริ่มกวาดสายตาอ่านอย่างละเอียด
สามนาทีต่อมา....
“ฉันสามารถเซ็นสัญญาได้แค่ครึ่งปีเท่านั้นค่ะ” เฉียวซางกล่าวพร้อมเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร
“ทำไมล่ะ? เงื่อนไขยังไม่ดีพองั้นเหรอ?” ซ่งหยวนขมวดคิ้ว
เงื่อนไขที่เธอร่างมาให้เฉียวซางนั้นนับว่าดูดีมากแล้วจริงๆ หากพิจารณาว่าเฉียวซางพึ่งขึ้นมามีชื่อเสียงจากการชนะศึกหน้าใหม่นับร้อย
ตามปกติแล้วกระแสพวกนี้จะหายไปอย่างรวดเร็ว เธอจะไร้ซึ่งความสามารถในการดึงดูดลูกค้าต่างจากตอนที่เพิ่งชนะใหม่ๆ
ดังนั้นนอกจากตัวเฉียวซางแล้ว ซ่งหยวนต้องงัดทุกกลยุทธ์การตลาดทุกอย่างขึ้นมาเพื่อผลักดันสินค้าและเลี้ยงกระแส
ค่าธรรมเนียมสำหรับหนึ่งปีจำนวนเงิน 600,000 เหรียญ นับว่าเป็นสัญญาที่ดูดีเกินจริงไปเสียด้วยซ้ำ แต่ที่ซ่งหยวนยอมจ่ายมากถึงขนาดนี้เพราะเชื่อมั่นในศักยภาพในอนาคตของเฉียวซาง
“เปล่าค่ะสัญญาดีมากแล้ว แต่เพราะสุนัขเขี้ยวเพลิงของฉันจะวิวัฒนาการภายในหกเดือน และสัญญานี้มีไว้เพื่อสุนัขเขี้ยวเพลิงโดยเฉพาะ ไม่ใช่ในร่างพัฒนาของมัน ถ้าเกิดมันเกิดวิวัฒนาการร่างก่อนที่เวลาสัญญาจะหมด มันจะมีปัญหาเรื่องการผิดสัญญาเกิดขึ้นได้” เฉียวซางเริ่มชี้แจงเหตุผลของเธอ
แว่นตาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เวลาหนึ่งในสี่ไตรมาสเพื่อออกแบบและผลิต แต่ถ้าหากสุนัขเขี้ยวเพลิงและเฉียวซางเซ็นต์สัญญาแค่ครึ่งปีนั่นหมายความว่าพวกเขาสามารถโปรโมทตามสัญญาเพื่อขายได้เพียงแค่ไตรมาสเดียว
ซ่งหยวน: “......”
วิวัฒนาการในหกเดือนงั้นเหรอ? ถามหน่อยแม่หนู เธอไปเอาความมั่นใจแบบนั้นมาจากไหนกัน!?
เพราะแค่ได้ที่หนึ่งในการแข่งขันหน้าใหม่นับร้อยนี่น่ะเหรอ?
ไม่ใช่ว่าเธอทำสัญญากับอะไรที่วิวัฒนาการได้เร็วแบบพวกหนอนฝ้ายสักหน่อย.....
ความรู้สึกผิดหวังปะทุขึ้นในใจของซ่งหยวง เธอคิดว่าตนไม่น่ามาทำข้อตกลงกับเฉียวซางเลย
ผู้ฝึกสัตว์อสูรมือใหม่หลายคนหลังจากชนะไปได้แค่รอบสองรอบก็มักจะเหลิงและมั่นใจมากเกินไป ไม่ช้าความจริงก็จะอัดพวกเขาให้นอนกองกับพื้น
และเฉียวซางเองก็ดูท่าทางจะเป็นแบบนั้นเช่นกัน
“ก็ได้ หกเดือนก็หกเดือน เอาเป็นว่าฉันจะยึดตามสัญญาฉบับนี้เลยละกัน” ซ่งหยวนพยักหน้ารับ
แม้ภายในใจเธอจะมองเฉียวซางแย่ลงไปมาก แต่เธอก็ยังรักษาภาพลักษณ์และรอยยิ้มบนใบหน้าเอาไว้เหมือนดั่งเคย
อย่างไรก็ตาม เฉียวซางสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงน้ำเสียงที่เธอใช้
แต่หญิงสาวก็ไม่ได้เก็บไปใส่ใจ โดยคิดไปว่าซ่งหยวนน่าจะแค่ไม่พอใจกับระยะเวลาสัญญาที่สั้นลง
เมื่อสัญญาเสร็จสิ้นและการเจรจาสำเร็จเรียบร้อย ทั้งสามก็คุยกันอย่างผ่อนคลาย ก่อนซ่งหยวนจะถามขึ้นว่า “ว่าแต่สุนัขเขี้ยวเพลิงตัวนี้ชื่ออะไรงั้นเหรอ?”
เฉียวซางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงงุนงงปนสับสน “ชื่ออะไรเหรอคะ?”
ซ่งหยวน: “.....”
ไป๋อวิ๋นเหมียวหัวเราะและอธิบายว่า “พี่สาวคนนี้คงอยากถามว่าสุนัขเขี้ยวเพลิงชื่ออะไร? แต่จากที่เห็นเธอยังไม่ได้ตั้งใช่ไหมล่ะ”
ซ่งหยวนพูดเสริมว่า “ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้นะ เมื่อเราเริ่มโปรโมตสินค้าจะให้เรียกมันว่า”สุนัขเขี้ยวเพลิง“ไปตลอดก็คงไม่ได้ มันต้องมีชื่อที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร มันถึงจะโดดเด่นเหนือสุนัขเขี้ยวเพลิงตัวอื่นๆได้ ถ้างั้นเอาเป็นชื่อ เขี้ยวสุดหล่อของฮันกัง เธอว่าเป็นไงบ้าง”