เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 70: ชื่ออะไรเหรอ?

บทที่ 70: ชื่ออะไรเหรอ?

บทที่ 70: ชื่ออะไรเหรอ?


เฉียวซางยังคงอกสั่นขวัญแขวนไม่หาย

นกฮูกเพลิงที่เพิ่งอุ้มเธอมาเมืื่อครู่หันหลังและเดินจากไปอย่างห้าวหาญ ราวกับว่ามันเป็นสายลับที่พึ่งภารกิจสำเร็จและหายไปในเงามืด

โหวเซียงหยู่ซึ่งนั่งอยู่ในโซน B มองซ้ายมองขวาด้วยความสับสน เฉียวซางถูกอุ้มขึ้นเวทีโดยนกฮูกเพลิง ส่วนเว่ยเหวินหยาถูกนางแอ่นสี่ทิศพาตัวไป

พิธีมอบรางวัลจะเริ่มแล้วงั้นเหรอ? แล้วเขาล่ะ?

เขายังเป็นผู้ชนะอันดับสามอยู่นะเห้ย!

ทำไมพวกมันไม่บินมาหาเขา? นี่ลืมกันใช่ไหม!?

จะให้เขาวิ่งขึ้นเวทีเองรึไง!

ขณะที่ในหัวของเขากำลังพรั่งพรูไปด้วยเสียงบ่น ร่างของเขาก็ค่อยๆลอยขึ้นฟ้าเหมือนกับเฉียวซางและเว่ยเหวินหยาในก่อนหน้านี้

"อ๊ากกก!"

เฉียวซางมองดูโหวเซียงหยู่ถูกอุ้มขึ้นเวทีโดยนกฮูกเพลิงด้วยสีหน้าแปลกๆ

นี่คือความรู้สึกที่ได้เห็นคนอื่นถูกอุ้มสินะ...

น่าอายโคตรๆ…

เฉียวซางตัดสินใจแล้ว

หากผู้จัดงานขอให้เธอกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับชัยชนะในภายหลัง เธอจะยกเอาเรื่องนี้ขึ้นมาบ่นอย่างแน่นอน

รางวัลถูกแจกจ่ายโดยเริ่มจากผู้ชนะอันดับสาม ในเวลาไม่นานนักก็มาถึงคิวของเฉียวซาง

รางวัลที่หนึ่งคือเหรียญพันธมิตร 200,000 เหรียญและไข่ของสัตว์อสูร

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เฉียวซางได้ไม่ใช่ไข่แต่เป็นบัตรกำนัลสำหรับการเลือกไข่จากฐานเพาะเลี้ยงสัตว์อสูร

ผู้จัดใจป๋ามาก!

เฉียวซางคิดว่าไข่สัตว์อสูรที่ได้จะเป็นแบบสุ่มซะอีก

เธอคิดว่าที่ผู้จัดงานไม่ยอมเปิดเผยประเภทของไข่ออกมาตรงๆก็เพื่อสร้างความสงสัยและเรียกกระแส แต่กลับกลายเป็นว่าเธอสามารถเลือกชนิดและประเภทที่ต้องการได้จากฐานเพาะเลี้ยงสัตว์อสูรโดยตรง

แม้ว่าบัตรกำนัลจะจำกัดให้แลกได้เฉพาะไข่ที่มูลค่าไม่เกิน 500,000 เหรียญ แต่นี่ก็ยังดีกว่าได้ไข่แบบสุ่มมาก

สายสัมพันธ์ระหว่างผู้ฝึกสัตว์อสูรและคู่สัญญานั้นละเอียดอ่อนมา เธอจะต้องพิจารณาตัวเลือกอย่างรอบคอบ

ถ้าไม่มีทางเลือกก็แล้วไป แต่ถ้าเลือกได้ต้องเลือกให้ดีที่สุด

เฉียวซางเล็งสัตว์อสูรประเภทน้ำ หญ้า หรือพวกที่บินได้ สำหรับสัญญาหน้าที่สองของเธอ

ด้วยงบขนาดนี้ทำให้ตัวเลือกของเธอค่อนข้างกว้่าง

“เฉียวซางเธออยากจะพูดอะไรหน่อยไหมสำหรับการได้รับอันดับหนึ่งในการแข่งขันครั้งนี้?” ผู้จัดงานถาม

“ก่อนอื่น ฉันอยากจะขอบคุณแม่ของฉัน หากไม่มีเธอสนับสนุน ฉันคงไม่สามารถทำสัญญากับสุนัขเขี้ยวเพลิงได้ อย่างที่สอง ฉันอยากจะขอบคุณสุนัขเขี้ยวเพลิงที่อยู่ข้างฉันมาโดยตลอด ถ้าไม่มีมัน ฉันไม่สามารถชนะการแข่งขันนี้ได้ สุดท้ายนี้ ฉันอยากจะขอบคุณผู้จัดงาน…”

หลังจากพิธีมอบรางวัลและถ่ายรูป เฉียวซางก็ตรงปรี่ไปหาช่าตั๋วซึ่งเข้ามาถ่ายรูปรวมด้วยกัน “คุณช่าตั๋วค่ะ พอดีฉันมีเพื่อนคนนึงเป็นแฟนคลับของคุณ....”

เฉียวซางเดินกลับไปยังที่นั่งผู้ชมอีกครั้ง

ส่วนสุดท้ายของการแข่งขันในครั้งนี้ คือการจับฉลากผู้โชคดีทั้งห้าคน และน่าเสียดายที่ไป๋อวิ๋นเหมียวซึ่งเฝ้ารอมาโดยตลอดไม่ได้รับเลือก

“อัจฉริยะเฉียว! เธอจะไปหาไข่สัตว์อสูรทันทีเลยรึเปล่าหรือจะรอจนกว่าตำรามีหน้าสัญญาหน้าที่สอง?” ไป๋อวิ๋นเหมียวถามด้วยรอยยิ้ม ไม่มีท่าทีผิดหวังจากการไม่ได้รับเลือกเลยแม้แต่น้อย

“พรุ่งนี้ฉันอาจจะไปที่ฐานเพาะเลี้ยงสัตว์อสูร” เฉียวซางตอบ

ขณะที่ไป๋อวิ๋นเหมียวกำลังจะชวนคุยต่อ ตอนนั้นเองเฉียวซางก็ดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาและยื่นให้เธอ

“นี่ ฉันขอลายเซ็นของช่าตั๋วมาให้เธอแล้วนะ”

ไป๋อวิ๋นเหมียวจ้องมองกระดาษนั่นด้วยสายตาตกตะลึงไปพักหนึ่ง

ก่อนจะ....

“อัจฉริยะเฉียว!!! รักเธอที่สุดเลยยยยย!!!” ไป๋อวิ๋นเหมียวกระโดดกอดเฉียวซางแน่น

"ย่าห์!"

สุนัขเขี้ยวเพลิงที่โดนอัดอยู่ตรงกลางเห่าออกมาด้วยความอึดอัด

ไป๋อวิ๋นเหมียวรีบปล่อยมือ เพราะกลัวว่าสุนัขเขี้ยวเพลิงจะหงุดหงิดจนกัดเธอเข้า

.....

ในร้านกาแฟใกล้ๆกับสวนโฉวเก้อ

แสงไฟเหนือผนังส่องแสงสีนวลให้ความรูสึกอบอุ่นและเงียบสงบ

สัตว์อสูรสีชมพูถือถาดใส่กาแฟสามถ้วยอย่างระมัดระวังและวางลงบนโต๊ะเพื่อเสิร์ฟลูกค้าที่นั่งอยู่บริเวณริมหน้าต่าง ก่อนจะยิ้มจนดวงตาทรงแอลมอนด์ของมันหรี่เล็กลงและเดินจากไป

“แล้วนี่ใคร?” ซ่งหยวนถาม

“เพื่อนของฉันเองค่ะ ชื่อไป๋อวิ๋นเหมียว” เฉียวซางแนะนำคนของเธอให้อีกฝ่ายรู้จัก

"ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ" ไป๋อวิ๋นเหมียวตอบ พร้อมพยายามยืดอกให้เป็นผู้ใหญ่และตีสีหน้าเคร่งขรึม

เฉียวซางรู้สึกหมดหนทางเล็กน้อย นับตั้งแต่เธอเอาลายเซ็นต์ช่าตั๋วให้กับไป๋อวิ๋นเหมียว ระดับมิตรภาพระหว่างพวกเธอก็เหมือนจะถูกยกขึ้นไปอีกระดับทันที

พวกเขาเริ่มพูดถึงข้อมูลเชิงลึกที่ไม่เคยแง้มออกมาในตอนก่อนหน้า

โดยปกติ หลังออกจากสนามประลอง พวกเธอจะแยกทางกัน เพราะพวกเธอใช้รถประจำทางเพื่อกลับบ้านกันคนละสาย

แต่คราวนี้เมื่อไป๋อวิ๋นเหมียวได้ยินว่าเฉียวซางกำลังจะไปคุยเรื่องสัญญาธุรกิจ เธอก็ยืนกรานว่าจะตามมาด้วยให้ได้ โดยอ้างว่าเฉียวซางพึ่งจะอายุครบ 15 ปีมานไม่นาน ยังเด็กเกินไปและรู้ไม่ทันโลกอันแสนโสมม

“เพื่อนเธอหน้าตาดีมากๆเลยเฉียวซาง อย่างว่าแหละ เพื่อนของสาวงามก็ต้องเป็นสาวงามเฉกเช่นเดียวกัน” ซ่งหยวนกล่าวเยินยอ

“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะ” เมื่อได้ยินคำชมไป๋อวิ๋นเหมียวก็ตอบกลับตามมารยาทไป ทว่าใบหน้าเธอกลับแดงก่ำด้วยความเขินอาย

เฉียวซาง......

นี่เขาแค่ยอนิดยอหน่อยหล่อนก็อายม้วนต้วนขนาดนี้ แล้วหล่อนจะใช้ชีวิตในโลกที่แสนโสมมแบบนี้ได้ยังไง?

หลังจากพูดเยินยอกันอีกสักพัก ซ่งหยวนก็เริ่มเข้าประเด็น

“นี่คือร่างสัญญา อ่านดูก่อน ถ้ามีอะไรไม่พอใจก็บอกกันได้”

เฉียวซางรับสัญญามาไว้ในมือและเริ่มกวาดสายตาอ่านอย่างละเอียด

สามนาทีต่อมา....

“ฉันสามารถเซ็นสัญญาได้แค่ครึ่งปีเท่านั้นค่ะ” เฉียวซางกล่าวพร้อมเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร

“ทำไมล่ะ? เงื่อนไขยังไม่ดีพองั้นเหรอ?” ซ่งหยวนขมวดคิ้ว

เงื่อนไขที่เธอร่างมาให้เฉียวซางนั้นนับว่าดูดีมากแล้วจริงๆ หากพิจารณาว่าเฉียวซางพึ่งขึ้นมามีชื่อเสียงจากการชนะศึกหน้าใหม่นับร้อย

ตามปกติแล้วกระแสพวกนี้จะหายไปอย่างรวดเร็ว เธอจะไร้ซึ่งความสามารถในการดึงดูดลูกค้าต่างจากตอนที่เพิ่งชนะใหม่ๆ

ดังนั้นนอกจากตัวเฉียวซางแล้ว ซ่งหยวนต้องงัดทุกกลยุทธ์การตลาดทุกอย่างขึ้นมาเพื่อผลักดันสินค้าและเลี้ยงกระแส

ค่าธรรมเนียมสำหรับหนึ่งปีจำนวนเงิน 600,000 เหรียญ นับว่าเป็นสัญญาที่ดูดีเกินจริงไปเสียด้วยซ้ำ แต่ที่ซ่งหยวนยอมจ่ายมากถึงขนาดนี้เพราะเชื่อมั่นในศักยภาพในอนาคตของเฉียวซาง

“เปล่าค่ะสัญญาดีมากแล้ว แต่เพราะสุนัขเขี้ยวเพลิงของฉันจะวิวัฒนาการภายในหกเดือน และสัญญานี้มีไว้เพื่อสุนัขเขี้ยวเพลิงโดยเฉพาะ ไม่ใช่ในร่างพัฒนาของมัน ถ้าเกิดมันเกิดวิวัฒนาการร่างก่อนที่เวลาสัญญาจะหมด มันจะมีปัญหาเรื่องการผิดสัญญาเกิดขึ้นได้” เฉียวซางเริ่มชี้แจงเหตุผลของเธอ

แว่นตาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เวลาหนึ่งในสี่ไตรมาสเพื่อออกแบบและผลิต แต่ถ้าหากสุนัขเขี้ยวเพลิงและเฉียวซางเซ็นต์สัญญาแค่ครึ่งปีนั่นหมายความว่าพวกเขาสามารถโปรโมทตามสัญญาเพื่อขายได้เพียงแค่ไตรมาสเดียว

ซ่งหยวน: “......”

วิวัฒนาการในหกเดือนงั้นเหรอ? ถามหน่อยแม่หนู เธอไปเอาความมั่นใจแบบนั้นมาจากไหนกัน!?

เพราะแค่ได้ที่หนึ่งในการแข่งขันหน้าใหม่นับร้อยนี่น่ะเหรอ?

ไม่ใช่ว่าเธอทำสัญญากับอะไรที่วิวัฒนาการได้เร็วแบบพวกหนอนฝ้ายสักหน่อย.....

ความรู้สึกผิดหวังปะทุขึ้นในใจของซ่งหยวง เธอคิดว่าตนไม่น่ามาทำข้อตกลงกับเฉียวซางเลย

ผู้ฝึกสัตว์อสูรมือใหม่หลายคนหลังจากชนะไปได้แค่รอบสองรอบก็มักจะเหลิงและมั่นใจมากเกินไป ไม่ช้าความจริงก็จะอัดพวกเขาให้นอนกองกับพื้น

และเฉียวซางเองก็ดูท่าทางจะเป็นแบบนั้นเช่นกัน

“ก็ได้ หกเดือนก็หกเดือน เอาเป็นว่าฉันจะยึดตามสัญญาฉบับนี้เลยละกัน” ซ่งหยวนพยักหน้ารับ

แม้ภายในใจเธอจะมองเฉียวซางแย่ลงไปมาก แต่เธอก็ยังรักษาภาพลักษณ์และรอยยิ้มบนใบหน้าเอาไว้เหมือนดั่งเคย

อย่างไรก็ตาม เฉียวซางสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงน้ำเสียงที่เธอใช้

แต่หญิงสาวก็ไม่ได้เก็บไปใส่ใจ โดยคิดไปว่าซ่งหยวนน่าจะแค่ไม่พอใจกับระยะเวลาสัญญาที่สั้นลง

เมื่อสัญญาเสร็จสิ้นและการเจรจาสำเร็จเรียบร้อย ทั้งสามก็คุยกันอย่างผ่อนคลาย ก่อนซ่งหยวนจะถามขึ้นว่า “ว่าแต่สุนัขเขี้ยวเพลิงตัวนี้ชื่ออะไรงั้นเหรอ?”

เฉียวซางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงงุนงงปนสับสน “ชื่ออะไรเหรอคะ?”

ซ่งหยวน: “.....”

ไป๋อวิ๋นเหมียวหัวเราะและอธิบายว่า “พี่สาวคนนี้คงอยากถามว่าสุนัขเขี้ยวเพลิงชื่ออะไร? แต่จากที่เห็นเธอยังไม่ได้ตั้งใช่ไหมล่ะ”

ซ่งหยวนพูดเสริมว่า “ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้นะ เมื่อเราเริ่มโปรโมตสินค้าจะให้เรียกมันว่า”สุนัขเขี้ยวเพลิง“ไปตลอดก็คงไม่ได้ มันต้องมีชื่อที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร มันถึงจะโดดเด่นเหนือสุนัขเขี้ยวเพลิงตัวอื่นๆได้ ถ้างั้นเอาเป็นชื่อ เขี้ยวสุดหล่อของฮันกัง เธอว่าเป็นไงบ้าง”

จบบทที่ บทที่ 70: ชื่ออะไรเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว