- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 64: ทันเวลาพอดี
บทที่ 64: ทันเวลาพอดี
บทที่ 64: ทันเวลาพอดี
บนสนาม
กลุ่มดาวสีเทาสว่างไสวขึ้นตรงหน้าโหวเซียงหยู่ สัตว์อสูรสีเทาอ่อน รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนลูกเหล็กมีแขน แต่ตัวไม่ได้แข็งแบบนั้นกลับกันมันออกจะดูนุ่มนิ่มเสียด้วยซ้ำ และตอนนี้มันกำลังลอยตัวอยู่เหนือกลุ่มดาวอัญเชิญ
แต่เขากลับเรียกสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาออกมาด้วยความเคารพ และมันคือตุ๊กตาพลังจิต
โหวเซียงหยู่จ้องมองสุนัขเขี้ยวเพลิงที่อยู่ตรงข้ามเขาซึ่งกำลังเตรียมพร้อมสู้ด้วยสายตาชื่นชม
เขาอยู่ดูการแข่งขันแค่วันแรกเพื่อวัดระดับโดยรวมของผู้เข้าแข่งขัน หลังจากนั้นก็ไม่ได้ให้ความสนใจมันอีก จนกระทั่งรอบก่อนรองชนะเลิศที่แข่งขันขึ้นของเช้าวันนี้
แม้ว่าเขาจะไม่ได้ดูการแข่งขันครั้งก่อนๆของเฉียวซาง แต่เขาก็จำชื่อของเธอได้
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ในการแข่งขันหน้าใหม่แบบนี้จะมีผู้เข้าแข่งขันที่โดดเด่นอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น และความสนใจส่วนใหญ่ก็มักจะวนเวียนอยู่รอบพวกเขา
เนื่องจากเธอเป็นผู้เข้าแข่งขันเพียงคนเดียวที่ทำสัญญากับสัตว์อสูรประเภทไฟเป็นตัวแรก แถมช่าตั๋วยังยอมรับว่าเธออาจเป็นคู่แข่งในอนาคต เป็นเรื่องยากมากที่จะไม่ได้ยินเรื่องของเธอผ่านหู
การแข่งขันเมื่อเช้านี้จะกลายเป็นหนึ่งในหัวข้อข่าวมาแรงของสื่ออย่างแน่นอน ด้วยการวางกลยุทธ์ เธอเอาชนะมาทั้งๆที่มีระดับด้อยกว่าได้อย่างสมบูรณ์แบบ
กลยุทธ์ของเธอนั้นยอดเยี่ยมมากก็จริง แต่หลายคนมองข้ามความจริงที่ว่ากลยุทธ์นี้จะสามารถใช้ได้ก็ต่อเมื่อสัตว์อสูรตัวนั้นมีความสามารถเพียงพอ
ในการแข่งขันเพียงนัดเดียว สุนัขเขี้ยวเพลิงได้ใช้ทักษะออกมาถึงสี่อย่าง ทั้งแยกเงา เพลิงทะยาน วังวนเพลิง และเพลิงปะทุ
แถมยังมีตอนที่มันกระโดดไปหาเต่าสองหางขณะพื้นดินกำลังพังทลายอีก
หากไม่มีความคล่องตัวหรือปฏิกิริยาตอบสนองเป็นเลิศ ไม่มีทางเลยที่จะทำแบบนั้นได้
แทบไม่น่าเชื่อเลยว่ามันจะเป็นเพียงสัตว์อสูรที่พึ่งทำสัญญากับมือใหม่ที่พึ่งเรียนจมหมาดๆ
หลังจากดูการแข่งขันในรอบนั้นแล้ว แม้แต่เขาเองก็อยากที่จะทำสัญญากับสุนัขเขี้ยวเพลิง
เหตุผลที่เขาเรียกตุ๊กตาพลังจิตออกมาสู้ ไม่ใช่เพราะเขาคิดว่าผีเสื้อหิมะจะพ่ายแพ้ แค่อยากจะเรียกสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาเพื่อเป็นการยอมรับและเคารพคู่ต่อสู้
เมื่อทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว
เมื่อสิ้นเสียงนกหวีด ทั้งสองฝ่ายก็พุ่งเข้ากัน
ร่างของตุ๊กตาพลังจิตเปล่งแสงสีฟ้าโปร่งใสจางๆออกมา มันชี้นิ้วมือเล็กๆที่มีกรงเล็บไปทางสุนัขเขี้ยวเพลิง
ส่วนทางด้านสุนัขเขี้ยวเพลิง มันพุ่งเข้าหาศัตรูพร้อมๆกับร่างที่ค่อยๆเบลอและแบกออกจากหนึ่งเป็นสองและสองเป็นสี่
สุนัขเขี้ยวเพลิงทั้งสี่ใช้ทักษะพุ่งเข้าชนออกมาพร้อมกัน
พลังจิตหนาแน่นที่รวบรวมไว้ที่นิ้วมือหยุดชะงักลง เนื่องจากไม่รู้ว่าควรจะโจมตีเป้าหมายไหนดี
ในช่วงเวลาสั้นๆที่มันลังเล สุนัขเขี้ยวเพลิงตัวหนึ่งก็โผล่มายังเบื้องหน้าของมัน
ตุ๊กตาพลังจิตกลับมาได้สติ มันเปลี่ยนทักษะที่ใช้และเคลื่อนย้ายไปยังตำแหน่งอื่นทันที ปล่อยให้สุนัขเขี้ยวเพลิงคว้าไว้เพียงอากาศที่ว่างเปล่า
นี่มันแย่สุดๆไปเลย…
เฉียวซางลอบถอนหายใจ
เจ้าตุ๊กตาพลังจิตนี่ใช้เทเลพอร์ตได้ด้วย ในนัดก่อนๆเธอไม่เคยเห็นมันใช้ออกมาสักครั้ง
ก่อนหน้าการแข่งเธอได้คิดกลยุทธ์หลายอย่างเพื่อรับมือกับมัน
ต่อให้มันจะเป็นอสูรประเภทพลังจิตที่ทรงพลัง แต่พลังงานในร่างมันก็มีขีดจำกัด แถมถ้าโจมตีตอนที่มันไม่ทันได้ระวังตัวสำเร็จ โอกาสคว้าชัยชนะของเธอก็ไม่ต่ำ
ใครมันจะไปคิดว่าเจ้าตุ๊กตานี่ใช้เทเลพอร์ตได้ด้วย
นี่ทำให้การโจมตีของสุนัขเขี้ยวเพลิงโดนตัวมันได้ยากขึ้น
เทเลพอร์ตเป็นทักษะที่สามารถเปิดใช้ได้ทันทีตามใจต้องการ ทำให้มันเร็วกว่าการออกทักษะของสุนัขเขี้ยวเพลิง
แม้ว่าจะสามารถประชิดตัวได้ ต่อให้เหลือระยะห่างระหว่างพวกมันแค่หนึ่งเมตร แต่มันก็ยังสามารถเทเลพอร์ตหนีได้ในพริบตา
แถมการโจมตีระยะไกลเองก็ยากที่จะเข้าเป้า
ดูเหมือนเธอจำเป็นต้องเล่นเกมยื้อจนพลังของมันหมดไปแทน...
ทั้งสองรักษาระยะห่างจากกัน เกิดความเงียบในสนามไปชั่วขณะหนึ่ง
“ลำแสงมึนงง” โหวเซียงหยู่สั่งการก่อน
ตุ๊กตาพลังจิตกางกรงเล็บเล็กจิ๋วของมันออก พร้อมทั้งยิงลำแสงที่มีสีสันหลากหลายออกมา
ลำแสงมึนงงเข้าปะทะกับร่างของสุนัขเขี้ยวเพลิงตัวหนึ่ง ทำให้ร่างนั้นจางหายไปทันที—มันคือร่างเงา
ลำแสงมึนงงยังคงกวาดผ่านสนามประลองต่อและกำจัดร่างเงาไปได้อีกสองตัว
มีเพียงแค่สุนัขเขี้ยวเพลิงตัวจริงเท่านั้นที่สามารถหลบการโจมตีนั้นไปได้
ขณะที่ตุ๊กตาพลังจิตมุ่งความสนใจไปในการโจมตีสุนัขเขี้ยวเพลิงตัวสุดท้ายในสนาม เฉียวซางก็รีบออกคำสั่งเพื่อแก้เกม “แยกเงา”
สุนัขเขี้ยวเพลิงตัวกะพริบและแยกออกเป็นสี่ตัวอีกครั้ง
ตุ๊กตาพลังจิต: …!
โหวเซียงหยู่ขมวดคิ้ว ตอนนี้เขารู้แล้วทันแผนการของอีกฝ่ายแล้ว
ลำแสงมึนงงเป็นทักษะที่ใช้พลังงานสูงมาก โดยเฉพาะตอนที่ใช้เพื่อโจมตีเพื่อกวาดล้างทั้งสนาม
ในขณะเดียวกัน สุนัขเขี้ยวเพลิงนั้นเอาแค่หลบและใช้แยกเงาวนไปเรื่อยๆเท่านั้น ไม่ได้กินพลังงานภายในร่างนัก
แม้ว่าตุ๊กตาพลังจิตจะเป็นสัตว์อสูรระดัับกลางที่มีพลังงานเหลือล้นกว่า แต่ในอัตราส่วนการใช้พลังงานที่ไม่เท่าเทียมกันนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่ตุ๊กตาพลังจิตจะเป็นฝ่ายหมดแรงก่อน
"หยุดใช้ทักษะ" โหวเซียงหยูสั่งอย่างใจเย็น
ตุ๊กตาพลังจิตลดกรงเล็บลง ทั้งคู่กลับมายืนเผชิญหน้ากันเฉยๆอีกครั้ง
ต้องรีบจบการแข่งให้เร็วที่สุด โหวเซียงหยู่วิเคราะห์สถานการณ์และตัดสินใจ
“แยกเงา”
ด้วยการสูญเสียพลังงานเพียงเล็กน้อย ตุ๊กตาพลังจิตสี่ตัวก็ปรากฏขึ้นบนสนาม
เฉียวซางเบิกตากว้าง
มันมีทักษะที่แอบซ่อนเอาไว้มากขนาดไหนกันแน่?
ทักษะพวกนี้มันไม่เคยใช้ออกมาในการแข่งขันรอบก่อนๆเลย!
ทั่วร่างของตุ๊กตาพลังจิตพลันส่องแสงแวววาว พริบตานั้นแต่่ละตัวก็ปรากฏขึ้นเบื้องหลังสุนัขเขี้ยวเพลิง
“สุนัขเขี้ยวเพลิงสี่ตัวปะทะตุ๊กตาพลังจิตสี่ตัว สถานการณ์เริ่มเข้มข้นขึ้น น่าแปลกใจที่โหวเซียงหยู่ไม่สามารถปิดเกมในพริบตาเหมือนในรอบก่อนๆ พวกคุณคิดว่าปัญหาอยู่ที่ตรงไหนครับ?” ผู้บรรยายถามขณะสายตายังจับจ้องไปที่สนามประลอง
ก่อนที่ช่าตั๋วจะได้พูด เกาซู่ลู่ก็เป็นคนเอ่ยปากออกมาก่อน “เพราะเฉียวซางเก่ง”
ผู้บรรยายหลัก: …
“เอาล่ะ เรากลับมารับชมสิ่งที่เกิดขึ้นในสนามกันต่อดีกว่าครับ”
"ลำแสงมึนงง" โหวเซียงหยู่ออกคำสั่ง
ลำแสงหลากสีทั้งสี่สายถูกยิงออกมาพร้อมกันโดยมีเป้าหมายไปที่สุนัขเขี้ยวเพลิงทั้งสี่ตัว
ขณะที่ทุกคนกำลังคิดว่าการแข่งขันน่าจะจบลงที่ตรงนี้...
“แยกเงา!” เฉียวซางตะโกน
แยกเงา?
ผู้ชมทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนที่ดูผ่านการถ่ายทอดสดหรือในสนามต่างงุนงง
แยกเงา มันใช้ไปแล้วไม่ใช่รึไง?
สุนัขเขี้ยวเพลิงเองก็ยืนนึ่งด้วยความสับสน
แต่ทันใดนั้นมันก็รับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของพลังภายในร่างได้อย่างรวดเร็ว
ร่างของมันกระพริบ และสุนัขเขี้ยวเพลิงในสนามจากสี่ตัวก็กลายเป็นแปดตัว
“ย่าห์?”
สุนัขเขี้ยวเพลิงเอียงศีรษะด้วยความงุนงง
ทำไมจู่ๆทักษะแยกเงาของมันถึงแข็งแกร่งขึ้น?
ทั่วทั้งเวทีตาค้าง
ทุกวันนี้มือใหม่เขาต้องซ่อนไพ่ตายกันเยอะขนาดนี้เลยใช่ไหม?
ในที่นั่งแขกรับเชิญพิเศษ:
“ไม่คิดเลยว่าสุนัขเขี้ยวเพลิงตัวนั้นจะยังกั๊กความสามารถของตัวเองเอาไว้”
“เหมือนกัน จากที่ได้เห็นจากการแข่งขันก่อนหน้านี้ สุนัขเขี้ยวเพลิงตัวนี้ชำนาญทั้งเขี้ยวเพลิงและเพลิงปะทุในขั้นสูง แถมวังวนเพลิงของมันก็ยังอยู่ในความชำนาญขั้นกลางแล้ว ใครจะไปคิดว่าทักษะแยกเงาของมันยังล้ำหน้าได้ถึงขั้นนี้อีก”
“ทีแรกฉันคิดว่ามันยังเด็ก เพราะตัวมันค่อนข้างเล็ก แต่ถ้ามันเก่งขนาดนี้อย่างน้อยต้องมีอายุระดับหนึ่งแล้วล่ะ”
“ไม่น่าใช่ ปกติถ้าสุนัขเขี้ยวเพลิงอายุได้ 1 ปี ขนสีส้มแดงบนหัวของมันจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเหมือนกับสีขนตามลำตัว แต่บนหัวของเจ้าตัวนี้ยังสีส้มแดงอยู่เลย”
“นายอยากจะบอกว่าสุนัขเขี้ยวเพลิงที่เรียนรู้และชำนาญทักษะได้มากมายขนาดนี้ อายุยังไม่ถึง 1 ปี?”
“อย่าไปฟังเขา เขาสอบไม่ผ่านการรับรองผู้พัฒนาสัตว์อสูรระดับ F ด้วยซ้ำ”
แขกที่สอบใบรับรองไม่ผ่าน: “…..”
เมื่อเห็นสุนัขเขี้ยวเพลิงทั้งแปดตัวบนสนาม เฉียวซางก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ทันเวลาพอดี