เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 64: ทันเวลาพอดี

บทที่ 64: ทันเวลาพอดี

บทที่ 64: ทันเวลาพอดี


บนสนาม

กลุ่มดาวสีเทาสว่างไสวขึ้นตรงหน้าโหวเซียงหยู่ สัตว์อสูรสีเทาอ่อน รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนลูกเหล็กมีแขน แต่ตัวไม่ได้แข็งแบบนั้นกลับกันมันออกจะดูนุ่มนิ่มเสียด้วยซ้ำ และตอนนี้มันกำลังลอยตัวอยู่เหนือกลุ่มดาวอัญเชิญ

แต่เขากลับเรียกสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาออกมาด้วยความเคารพ และมันคือตุ๊กตาพลังจิต

โหวเซียงหยู่จ้องมองสุนัขเขี้ยวเพลิงที่อยู่ตรงข้ามเขาซึ่งกำลังเตรียมพร้อมสู้ด้วยสายตาชื่นชม

เขาอยู่ดูการแข่งขันแค่วันแรกเพื่อวัดระดับโดยรวมของผู้เข้าแข่งขัน หลังจากนั้นก็ไม่ได้ให้ความสนใจมันอีก จนกระทั่งรอบก่อนรองชนะเลิศที่แข่งขันขึ้นของเช้าวันนี้

แม้ว่าเขาจะไม่ได้ดูการแข่งขันครั้งก่อนๆของเฉียวซาง แต่เขาก็จำชื่อของเธอได้

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ในการแข่งขันหน้าใหม่แบบนี้จะมีผู้เข้าแข่งขันที่โดดเด่นอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น และความสนใจส่วนใหญ่ก็มักจะวนเวียนอยู่รอบพวกเขา

เนื่องจากเธอเป็นผู้เข้าแข่งขันเพียงคนเดียวที่ทำสัญญากับสัตว์อสูรประเภทไฟเป็นตัวแรก แถมช่าตั๋วยังยอมรับว่าเธออาจเป็นคู่แข่งในอนาคต เป็นเรื่องยากมากที่จะไม่ได้ยินเรื่องของเธอผ่านหู

การแข่งขันเมื่อเช้านี้จะกลายเป็นหนึ่งในหัวข้อข่าวมาแรงของสื่ออย่างแน่นอน ด้วยการวางกลยุทธ์ เธอเอาชนะมาทั้งๆที่มีระดับด้อยกว่าได้อย่างสมบูรณ์แบบ

กลยุทธ์ของเธอนั้นยอดเยี่ยมมากก็จริง แต่หลายคนมองข้ามความจริงที่ว่ากลยุทธ์นี้จะสามารถใช้ได้ก็ต่อเมื่อสัตว์อสูรตัวนั้นมีความสามารถเพียงพอ

ในการแข่งขันเพียงนัดเดียว สุนัขเขี้ยวเพลิงได้ใช้ทักษะออกมาถึงสี่อย่าง ทั้งแยกเงา เพลิงทะยาน วังวนเพลิง และเพลิงปะทุ

แถมยังมีตอนที่มันกระโดดไปหาเต่าสองหางขณะพื้นดินกำลังพังทลายอีก

หากไม่มีความคล่องตัวหรือปฏิกิริยาตอบสนองเป็นเลิศ ไม่มีทางเลยที่จะทำแบบนั้นได้

แทบไม่น่าเชื่อเลยว่ามันจะเป็นเพียงสัตว์อสูรที่พึ่งทำสัญญากับมือใหม่ที่พึ่งเรียนจมหมาดๆ

หลังจากดูการแข่งขันในรอบนั้นแล้ว แม้แต่เขาเองก็อยากที่จะทำสัญญากับสุนัขเขี้ยวเพลิง

เหตุผลที่เขาเรียกตุ๊กตาพลังจิตออกมาสู้ ไม่ใช่เพราะเขาคิดว่าผีเสื้อหิมะจะพ่ายแพ้ แค่อยากจะเรียกสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาเพื่อเป็นการยอมรับและเคารพคู่ต่อสู้

เมื่อทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว

เมื่อสิ้นเสียงนกหวีด ทั้งสองฝ่ายก็พุ่งเข้ากัน

ร่างของตุ๊กตาพลังจิตเปล่งแสงสีฟ้าโปร่งใสจางๆออกมา มันชี้นิ้วมือเล็กๆที่มีกรงเล็บไปทางสุนัขเขี้ยวเพลิง

ส่วนทางด้านสุนัขเขี้ยวเพลิง มันพุ่งเข้าหาศัตรูพร้อมๆกับร่างที่ค่อยๆเบลอและแบกออกจากหนึ่งเป็นสองและสองเป็นสี่

สุนัขเขี้ยวเพลิงทั้งสี่ใช้ทักษะพุ่งเข้าชนออกมาพร้อมกัน

พลังจิตหนาแน่นที่รวบรวมไว้ที่นิ้วมือหยุดชะงักลง เนื่องจากไม่รู้ว่าควรจะโจมตีเป้าหมายไหนดี

ในช่วงเวลาสั้นๆที่มันลังเล สุนัขเขี้ยวเพลิงตัวหนึ่งก็โผล่มายังเบื้องหน้าของมัน

ตุ๊กตาพลังจิตกลับมาได้สติ มันเปลี่ยนทักษะที่ใช้และเคลื่อนย้ายไปยังตำแหน่งอื่นทันที ปล่อยให้สุนัขเขี้ยวเพลิงคว้าไว้เพียงอากาศที่ว่างเปล่า

นี่มันแย่สุดๆไปเลย…

เฉียวซางลอบถอนหายใจ

เจ้าตุ๊กตาพลังจิตนี่ใช้เทเลพอร์ตได้ด้วย ในนัดก่อนๆเธอไม่เคยเห็นมันใช้ออกมาสักครั้ง

ก่อนหน้าการแข่งเธอได้คิดกลยุทธ์หลายอย่างเพื่อรับมือกับมัน

ต่อให้มันจะเป็นอสูรประเภทพลังจิตที่ทรงพลัง แต่พลังงานในร่างมันก็มีขีดจำกัด แถมถ้าโจมตีตอนที่มันไม่ทันได้ระวังตัวสำเร็จ โอกาสคว้าชัยชนะของเธอก็ไม่ต่ำ

ใครมันจะไปคิดว่าเจ้าตุ๊กตานี่ใช้เทเลพอร์ตได้ด้วย

นี่ทำให้การโจมตีของสุนัขเขี้ยวเพลิงโดนตัวมันได้ยากขึ้น

เทเลพอร์ตเป็นทักษะที่สามารถเปิดใช้ได้ทันทีตามใจต้องการ ทำให้มันเร็วกว่าการออกทักษะของสุนัขเขี้ยวเพลิง

แม้ว่าจะสามารถประชิดตัวได้ ต่อให้เหลือระยะห่างระหว่างพวกมันแค่หนึ่งเมตร แต่มันก็ยังสามารถเทเลพอร์ตหนีได้ในพริบตา

แถมการโจมตีระยะไกลเองก็ยากที่จะเข้าเป้า

ดูเหมือนเธอจำเป็นต้องเล่นเกมยื้อจนพลังของมันหมดไปแทน...

ทั้งสองรักษาระยะห่างจากกัน เกิดความเงียบในสนามไปชั่วขณะหนึ่ง

“ลำแสงมึนงง” โหวเซียงหยู่สั่งการก่อน

ตุ๊กตาพลังจิตกางกรงเล็บเล็กจิ๋วของมันออก พร้อมทั้งยิงลำแสงที่มีสีสันหลากหลายออกมา

ลำแสงมึนงงเข้าปะทะกับร่างของสุนัขเขี้ยวเพลิงตัวหนึ่ง ทำให้ร่างนั้นจางหายไปทันที—มันคือร่างเงา

ลำแสงมึนงงยังคงกวาดผ่านสนามประลองต่อและกำจัดร่างเงาไปได้อีกสองตัว

มีเพียงแค่สุนัขเขี้ยวเพลิงตัวจริงเท่านั้นที่สามารถหลบการโจมตีนั้นไปได้

ขณะที่ตุ๊กตาพลังจิตมุ่งความสนใจไปในการโจมตีสุนัขเขี้ยวเพลิงตัวสุดท้ายในสนาม เฉียวซางก็รีบออกคำสั่งเพื่อแก้เกม “แยกเงา”

สุนัขเขี้ยวเพลิงตัวกะพริบและแยกออกเป็นสี่ตัวอีกครั้ง

ตุ๊กตาพลังจิต: …!

โหวเซียงหยู่ขมวดคิ้ว ตอนนี้เขารู้แล้วทันแผนการของอีกฝ่ายแล้ว

ลำแสงมึนงงเป็นทักษะที่ใช้พลังงานสูงมาก โดยเฉพาะตอนที่ใช้เพื่อโจมตีเพื่อกวาดล้างทั้งสนาม

ในขณะเดียวกัน สุนัขเขี้ยวเพลิงนั้นเอาแค่หลบและใช้แยกเงาวนไปเรื่อยๆเท่านั้น ไม่ได้กินพลังงานภายในร่างนัก

แม้ว่าตุ๊กตาพลังจิตจะเป็นสัตว์อสูรระดัับกลางที่มีพลังงานเหลือล้นกว่า แต่ในอัตราส่วนการใช้พลังงานที่ไม่เท่าเทียมกันนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่ตุ๊กตาพลังจิตจะเป็นฝ่ายหมดแรงก่อน

"หยุดใช้ทักษะ" โหวเซียงหยูสั่งอย่างใจเย็น

ตุ๊กตาพลังจิตลดกรงเล็บลง ทั้งคู่กลับมายืนเผชิญหน้ากันเฉยๆอีกครั้ง

ต้องรีบจบการแข่งให้เร็วที่สุด โหวเซียงหยู่วิเคราะห์สถานการณ์และตัดสินใจ

“แยกเงา”

ด้วยการสูญเสียพลังงานเพียงเล็กน้อย ตุ๊กตาพลังจิตสี่ตัวก็ปรากฏขึ้นบนสนาม

เฉียวซางเบิกตากว้าง

มันมีทักษะที่แอบซ่อนเอาไว้มากขนาดไหนกันแน่?

ทักษะพวกนี้มันไม่เคยใช้ออกมาในการแข่งขันรอบก่อนๆเลย!

ทั่วร่างของตุ๊กตาพลังจิตพลันส่องแสงแวววาว พริบตานั้นแต่่ละตัวก็ปรากฏขึ้นเบื้องหลังสุนัขเขี้ยวเพลิง

“สุนัขเขี้ยวเพลิงสี่ตัวปะทะตุ๊กตาพลังจิตสี่ตัว สถานการณ์เริ่มเข้มข้นขึ้น น่าแปลกใจที่โหวเซียงหยู่ไม่สามารถปิดเกมในพริบตาเหมือนในรอบก่อนๆ พวกคุณคิดว่าปัญหาอยู่ที่ตรงไหนครับ?” ผู้บรรยายถามขณะสายตายังจับจ้องไปที่สนามประลอง

ก่อนที่ช่าตั๋วจะได้พูด เกาซู่ลู่ก็เป็นคนเอ่ยปากออกมาก่อน “เพราะเฉียวซางเก่ง”

ผู้บรรยายหลัก: …

“เอาล่ะ เรากลับมารับชมสิ่งที่เกิดขึ้นในสนามกันต่อดีกว่าครับ”

"ลำแสงมึนงง" โหวเซียงหยู่ออกคำสั่ง

ลำแสงหลากสีทั้งสี่สายถูกยิงออกมาพร้อมกันโดยมีเป้าหมายไปที่สุนัขเขี้ยวเพลิงทั้งสี่ตัว

ขณะที่ทุกคนกำลังคิดว่าการแข่งขันน่าจะจบลงที่ตรงนี้...

“แยกเงา!” เฉียวซางตะโกน

แยกเงา?

ผู้ชมทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนที่ดูผ่านการถ่ายทอดสดหรือในสนามต่างงุนงง

แยกเงา มันใช้ไปแล้วไม่ใช่รึไง?

สุนัขเขี้ยวเพลิงเองก็ยืนนึ่งด้วยความสับสน

แต่ทันใดนั้นมันก็รับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของพลังภายในร่างได้อย่างรวดเร็ว

ร่างของมันกระพริบ และสุนัขเขี้ยวเพลิงในสนามจากสี่ตัวก็กลายเป็นแปดตัว

“ย่าห์?”

สุนัขเขี้ยวเพลิงเอียงศีรษะด้วยความงุนงง

ทำไมจู่ๆทักษะแยกเงาของมันถึงแข็งแกร่งขึ้น?

ทั่วทั้งเวทีตาค้าง

ทุกวันนี้มือใหม่เขาต้องซ่อนไพ่ตายกันเยอะขนาดนี้เลยใช่ไหม?

ในที่นั่งแขกรับเชิญพิเศษ:

“ไม่คิดเลยว่าสุนัขเขี้ยวเพลิงตัวนั้นจะยังกั๊กความสามารถของตัวเองเอาไว้”

“เหมือนกัน จากที่ได้เห็นจากการแข่งขันก่อนหน้านี้ สุนัขเขี้ยวเพลิงตัวนี้ชำนาญทั้งเขี้ยวเพลิงและเพลิงปะทุในขั้นสูง แถมวังวนเพลิงของมันก็ยังอยู่ในความชำนาญขั้นกลางแล้ว ใครจะไปคิดว่าทักษะแยกเงาของมันยังล้ำหน้าได้ถึงขั้นนี้อีก”

“ทีแรกฉันคิดว่ามันยังเด็ก เพราะตัวมันค่อนข้างเล็ก แต่ถ้ามันเก่งขนาดนี้อย่างน้อยต้องมีอายุระดับหนึ่งแล้วล่ะ”

“ไม่น่าใช่ ปกติถ้าสุนัขเขี้ยวเพลิงอายุได้ 1 ปี ขนสีส้มแดงบนหัวของมันจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเหมือนกับสีขนตามลำตัว แต่บนหัวของเจ้าตัวนี้ยังสีส้มแดงอยู่เลย”

“นายอยากจะบอกว่าสุนัขเขี้ยวเพลิงที่เรียนรู้และชำนาญทักษะได้มากมายขนาดนี้ อายุยังไม่ถึง 1 ปี?”

“อย่าไปฟังเขา เขาสอบไม่ผ่านการรับรองผู้พัฒนาสัตว์อสูรระดับ F ด้วยซ้ำ”

แขกที่สอบใบรับรองไม่ผ่าน: “…..”

เมื่อเห็นสุนัขเขี้ยวเพลิงทั้งแปดตัวบนสนาม เฉียวซางก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ทันเวลาพอดี

จบบทที่ บทที่ 64: ทันเวลาพอดี

คัดลอกลิงก์แล้ว