- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 52: การแต่งหน้านี้ไม่สูญเปล่า
บทที่ 52: การแต่งหน้านี้ไม่สูญเปล่า
บทที่ 52: การแต่งหน้านี้ไม่สูญเปล่า
“ครั้งเดียว! แค่โจมตีเพียงครั้งเดียว! คุณคิดยังไงกับการแข่งขันนี้บ้างช่าตั๋ว?” ผู้บรรยายวัยกลางคนกล่าว
การชนะในกระบวนท่าเดียวในการแข่งขันระดับนี้ไม่ได้โดดเด่นอะไรเป็นพิเศษ
ด้วยเวลาการแข่งขันอันแสนสั้นและยากจะเข้าใจ นี่ทำให้บทบาทของผู้บรรยายที่สามารถบอกเล่ารายละเอียดได้เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
“ความเร็วและพลังของการโจมตีของสุนัขเขี้ยวเพลิงเหนือกว่างูโซ่แดง โดยเฉพาะความเร็วในการใช้ทักษะนั่น มันใช้ทักษะทันทีหลังการแข่งขันเริ่มในขณะที่ผู้เข้าแข่งขันเซี่ยเจี้ยนหยินพึ่งจะได้ออกคำสั่ง” ช่าตั๋ววิเคราะห์
ผู้บรรยายวัยกลางคนที่กำลังฟังอยู่ข้างๆคิดต่างออกไป แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่าความเร็วในการออกทักษะมีความสำคัญอย่างไม่ต้องสงสัย แต่กุญแจของชัยชนะในครั้งนี้คือทักษะเพลิงปะทุนั่นต่างหาก
นั่นคือเพลิงปะทุที่ีมีความชำนาญขั้นสูง หากเพลิงปะทุนั่นอยู่เพียงขั้นต้นหรือขั้นกลาง แรงระเบิดคงไม่รุนแรงพอจะจัดการงูโซ่แดงในพริบตาแบบนี้
และถ้าจำไม่ผิดเหมือนเฉียวซางคนนี้จะพึ่งจบมัธยมต้นมาไม่ถึงเดือน...
พิธีกรดำเนินรายการต่อโดยเริ่มแนะนำชื่อผู้เข้าแข่งขันในศึกนัดที่ 4 ขณะที่ผู้ชมยังคงพูดคุยถึงการแข่งขันในนัดที่แล้ว
“เซี่ยเจี้ยนหยินคิดอะไรอยู่? ทำไมเขาถึงใช้งูโซ่แดงทั้งๆที่มีงูหางยาวอยู่?”
“บางทีเขาอาจจะคิดว่าใช้แค่งูโซ่แดงก็คงเอาชนะได้ไม่ยากมั้ง?”
“ทำไมฉันได้กลิ่นล้มมวยแปลกๆ?”
“สุนัขเขี้ยวเพลิงเองก็ไม่ได้อ่อน แถมถ้าล้มมวยจริงพวกเขาคงสู้กันสักยกสองยกก่อนค่อยยอมแพ้คงไม่รีบให้จบภายในยกเดียวแบบนี้หรอก ที่สำคัญที่สุดจะล้มมวยกันในการแข่งขันเล็กๆแบบนี้เพื่อ?”
ปัจจุบันมีสนามประลองและการแข่งขันกระจายอยู่ทั่วทุกที่ ยิ่งเป็นเวทีแข่งขันระดับใหญ่พวกสื่อและแพล็ตฟอร์มออนไลน์ต่างพากันลุมตอมไม่ต่างจากแมลงวัน
หากเป็นงานใหญ่ที่มีผู้ผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ A เข้าร่วมคงมีผู้ชมไม่ต่ำกว่าร้อยล้านคน
ผู้ฝึกสัตว์อสูรที่ปรากฎในงานแข่งแบบที่ว่านั่นจะได้รับชื่อเสียงและผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก
และหากได้รับอันดับสูงๆด้วยแล้วล่ะก็ยิ่งโด่งดังเป็นพลุแตก
ในการแข่งระดับนั้นเป็นธรรมดาที่จะมีเรื่องของการโกงเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งจากตัวผู้ฝึกสัตว์อสูรเองและจากกลุ่มนายทุน
อย่างไร้ก็ตามกับการแข่งขันครั้งนี้ที่มีเพียงแค่ญาติๆของผู้เข้าแข่งเข้าชม จะเสียเงินเพื่อจ้างล้มมวยไปเพื่ออะไร
ในขณะเดียวกันนั้นเฉียวซางและสุนัขเขี้ยวเพลิงพึ่งกลับมาถึงที่นั่ง
“อัจฉริยะเฉียว เจ๋งมาก! ฉันตาค้างไปเลยละตอนที่เธอชนะ” ไป๋อวิ๋นเหมียวหัวเราะ
“ฉันเองก็ค้างไปพักนึงเลยเหมือนกัน” เฉียวซางตอบกลับ
“ย่าห์ ย่าห์!” สุนัขเขี้ยวเพลิงพยักหน้าเห็นด้วย
“ฮ่าฮ่า สีหน้าสับสนของสุนัขเขี้ยวเพลิงตอนชนะนี่โบ๊ะบ๊ะสุดๆ เสียดายที่ไม่ได้บันทึกเอาไว้ แต่เดี๋ยวลองดูย้อนหลังเอา ไม่แน่ว่ามันอาจจะกลายเป็นมีมดังไปเลยก็ได้” ไป๋อวิ๋นเหมียวยังคงหัวเราะคิกคักออกมา
“ย่าห์!”
สุนัขเขี้ยวเพลิงเริ่มร้องอย่างกระสับกระส่าย
ไม่ใช่ควรจะบันทึกเฉพาะด้านเท่ห์ๆของมันรึไง? ไหงจู่ๆจะมีภาพตลกๆของมันได้?
เฉียวซางเองก็อยากเห็นเช่นกัน เพราะบนสนามสุนัขเขี้ยวเพลิงหันหลังให้เธอ ทำให้เธอไม่ได้สังเกตุเห็น
เนื่องจากมันเป็นการถ่ายทอดสด ต้องรอถึงตอนเช้าของวันพรุ่งนี้ถึงจะดูย้อนหลังได้
การแข่งขันยังดำเนินต่อไปได้โดยไม่มีอะไรติดขัด
เมื่อถึงการแข่งขันนัดที่ 20 ไป๋อวิ๋นเหมียวก็หยิบกระจกออกมาส่องหน้าตาพร้อมเพิ่มเครื่องสำอางลงบนใบหน้า
จากนั้นก็เอาหวีออกมาและเริ่มจัดทรงผม
เฉียวซางอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ?”
ไป๋อวิ๋นเหมียวตอบอย่างจริงจังว่า “ฟังนะ ในฐานะผู้ฝึกสัตว์อสูรแสนงดงาม ฉันต้องรักษาภาพลักษณ์ของฉันต่อหน้ากล้องไว้ตลอดเวลา”
เฉียวซาง: …
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นคนใช้คำว่า งดงาม ในการอธิบายฐานะผู้ฝึกสัตว์อสูรของตัวเอง; ดูแล้วเธอเหมาะจะไปเป็นผู้ประสานงานเสียมากกว่า
เพราะในอาชีพด้านนั้น พวกเขาต้องดูแลทั้งรูปลักษณ์ของตัวเองและสัตว์อสูรไปพร้อมๆกัน
เธอคิดว่าไป๋อวิ๋นเหมียวมีศักยภาพที่จะเป็นผู้ประสานงาน...
การแข่งขันของไป๋อวิ๋นเหมียวเริ่มต้นขึ้นในนัดที่ 25 คู่แข่งของเธอไม่ใช่หนึ่งในรายชื่อเฝ้าระวังของเฉียวซาง
“สุนัขเขี้ยวเพลิง แกคิดว่าใครจะชนะ?” เฉียวซางเหมือนดั่งเคย
“ย่าห์”
สุนัขเขี้ยวเพลิงชี้ไปที่เจ้าพิราบอวบที่ลอยอยู่กลางอากาศ
เพราะไป๋อวิ๋นเหมียวไม่ได้ชมเจ้าหมานี่ ดังนั้นมันเลยเลือกคนชนะอย่างเป็นธรรม
สัตว์อสูรของไป๋อวิ๋นเหมียวคือเถาทองคำ
มันมีส่วนสูงประมาณ 90 เซนติเมตร มีลำตัวกลมเล็กสีเขียวอมฟ้า ดวงตาสีทองที่แทบมองไม่เห็นรูม่านตา และมีเถาวัลย์ยาวห้าเซนติเมตรบนหัว ทำให้มันดูน่ารักและบริสุทธิ์
ในสนามทั้งสองสู้กันนานกว่าสองนาทีจนทั้งคู่เริ่มหมดแรง
พิราบอวบเผลอลดระดับความสูงในการบินลงจากเดิมเล็กน้อย
เปิดโอกาสให้เถาทองคำเหวี่ยงเถาวัลย์บนหัวมันและปล่อยใบมีดใบไม้จำนวนหนึ่งตรงไปที่ร่างของพิราบอวบที่อยู่กลางอากาศ
พิราบอวบกระพือปีกอย่างแรงด้วยความตื่นตระหนกและพยายามจะหลบหนี แต่ทันทีที่มันคิดว่าหนีพ้นแล้ว เถาวัลย์สองอันก็ปรากฎขึ้นบนนิ้วของเถาทองคำและมัดตัวมันไว้แน่น
วินาทีต่อมา มุมมองของพิราบอวบก็พลิกกลับ 180 องศา
“คู!!”
ภายใต้การควบคุมจากเถาวัลย์ พิราบอวบก็ตกกระแทกพื้นในที่สุด
“ไป๋อวิ๋นเหมียวชนะ” จากนั้นกรรมการก็ประกาศผล
สุนัขเขี้ยวเพลิงปิดตาทนมองดูไม่ได้
เฉียวซางเหลือบตามองดูสุนัขเขี้ยวเพลิงที่ปิดตาตัวเองเอาไว้
บางทีเจ้านี่อาจจะแค่โชคร้ายเฉยๆมั้ง?
“ทรงผมฉันตอนอยู่บนสนามเป็นไงบ้าง? มันดูเกะกะไหม?” ไป๋อวิ๋นเหมียวถามอย่างกระตือรือร้นขณะที่เธอกลับมายังที่นั่ง
“ไม่นิ ก็สวยดี” เฉียวซางตอบ
ทรงผมของไป๋อวิ๋นเหมียวถูกมัดเป็นมวยอย่างพิถีพิถัน มันไม่มีทางดูระเกะระกะตราบใดที่ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรรุนแรง
ไป๋อวิ๋นเหมียวพอใจกับคำตอบมาก จากนั้นก็หยิบกระจกออกมาจัดหน้าม้าอีกรอบ
เมื่อการแข่งขันช่วงเช้าสิ้นสุดลง ผู้เข้าแข่งขันและผู้ชมก็ทยอยออกจากสนาม
ที่ทางเข้าสนามประลอง ไป๋อวิ๋นเหมียวชี้อย่างประหม่าไปที่นักข่าวที่ถือไมโครโฟนซึ่งอยู่ไม่ไกล
“ฉันควรทำยังไงดี? แอบกังวลหน่อยๆแหะ ถ้าพวกเขาจ่อไมค์เข้ามาฉันจะพูดว่าอะไรดี?”
เฉียวซางตอบ “ก็ตอบไปตามคำถามนั่นแหละ ส่วนมากก็คงถามว่าการแข่งเป็นไงบ้าง? ทำไมถึงมาแข่งไรเงี้ย”
ไป๋อวิ๋นเหมียวพยักหน้าเชิงเข้าใจและถามย้ำอีกเป็นครั้งที่ร้อยของวันว่า “ตอนนี้ฉันดูเป็นยังไงบ้าง”
"สวย" เฉียวซางยังคงยืนยันคำตอบเดิม
“แล้วฉัน… อ๊ะ! พวกเขากำลังมองมาทางนี้! ว๊ายย! พวกเขาเดินมาทางนี้จริงๆด้วย!” ไป๋อวิ๋นเหมียวอุทานอย่างตื่นเต้น
“ใจเย็นๆรักษาภาพลักษณ์ตัวเองไว้” เฉียวซางแนะนำ
“ใช่เธอพูดถูก… ดูเหมือนพวกเขากำลังเล็งมาที่เราจริงๆ!” ไป๋อวิ๋นเหมียวกระซิบอย่างตื่นเต้น
เฉียวซางเหลือบมองและยืนยันว่านักข่าวที่ถือไมโครโฟนกำลังเดินเข้ามาหาพวกเธอจริงๆ
เหมือนว่าการมองการณ์ไกลของไป๋อวิ๋นเหมียวจะถูก
การแต่งหน้ามาครั้งนี้ไม่สูญเปล่าแล้ว
ไม่นาน นักข่าวและทีมงานของพวกเขาก็เดินมาถึงพวกเธอ
“ผู้เข้าแข่งขันเฉียวซางผมเป็นนักข่าวจากแพล็ตฟอร์มฮันกังรวมใจ ผมอยากจะสัมภาษณ์คุณเกี่ยวกับการแข่งขันและสุนัขเขี้ยวเพลิง คุณพอจะมีเวลาสักสองสามนาทีไหมครับ?”
เฉียวซางนิ่งไปพร้อมจ้องมองไปที่ไมโครโฟนตรงหน้าเธอ
ไป๋อวิ๋นเหมียว: “…..!”