เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 52: การแต่งหน้านี้ไม่สูญเปล่า

บทที่ 52: การแต่งหน้านี้ไม่สูญเปล่า

บทที่ 52: การแต่งหน้านี้ไม่สูญเปล่า


“ครั้งเดียว! แค่โจมตีเพียงครั้งเดียว! คุณคิดยังไงกับการแข่งขันนี้บ้างช่าตั๋ว?” ผู้บรรยายวัยกลางคนกล่าว

การชนะในกระบวนท่าเดียวในการแข่งขันระดับนี้ไม่ได้โดดเด่นอะไรเป็นพิเศษ

ด้วยเวลาการแข่งขันอันแสนสั้นและยากจะเข้าใจ นี่ทำให้บทบาทของผู้บรรยายที่สามารถบอกเล่ารายละเอียดได้เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

“ความเร็วและพลังของการโจมตีของสุนัขเขี้ยวเพลิงเหนือกว่างูโซ่แดง โดยเฉพาะความเร็วในการใช้ทักษะนั่น มันใช้ทักษะทันทีหลังการแข่งขันเริ่มในขณะที่ผู้เข้าแข่งขันเซี่ยเจี้ยนหยินพึ่งจะได้ออกคำสั่ง” ช่าตั๋ววิเคราะห์

ผู้บรรยายวัยกลางคนที่กำลังฟังอยู่ข้างๆคิดต่างออกไป แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่าความเร็วในการออกทักษะมีความสำคัญอย่างไม่ต้องสงสัย แต่กุญแจของชัยชนะในครั้งนี้คือทักษะเพลิงปะทุนั่นต่างหาก

นั่นคือเพลิงปะทุที่ีมีความชำนาญขั้นสูง หากเพลิงปะทุนั่นอยู่เพียงขั้นต้นหรือขั้นกลาง แรงระเบิดคงไม่รุนแรงพอจะจัดการงูโซ่แดงในพริบตาแบบนี้

และถ้าจำไม่ผิดเหมือนเฉียวซางคนนี้จะพึ่งจบมัธยมต้นมาไม่ถึงเดือน...

พิธีกรดำเนินรายการต่อโดยเริ่มแนะนำชื่อผู้เข้าแข่งขันในศึกนัดที่ 4 ขณะที่ผู้ชมยังคงพูดคุยถึงการแข่งขันในนัดที่แล้ว

“เซี่ยเจี้ยนหยินคิดอะไรอยู่? ทำไมเขาถึงใช้งูโซ่แดงทั้งๆที่มีงูหางยาวอยู่?”

“บางทีเขาอาจจะคิดว่าใช้แค่งูโซ่แดงก็คงเอาชนะได้ไม่ยากมั้ง?”

“ทำไมฉันได้กลิ่นล้มมวยแปลกๆ?”

“สุนัขเขี้ยวเพลิงเองก็ไม่ได้อ่อน แถมถ้าล้มมวยจริงพวกเขาคงสู้กันสักยกสองยกก่อนค่อยยอมแพ้คงไม่รีบให้จบภายในยกเดียวแบบนี้หรอก ที่สำคัญที่สุดจะล้มมวยกันในการแข่งขันเล็กๆแบบนี้เพื่อ?”

ปัจจุบันมีสนามประลองและการแข่งขันกระจายอยู่ทั่วทุกที่ ยิ่งเป็นเวทีแข่งขันระดับใหญ่พวกสื่อและแพล็ตฟอร์มออนไลน์ต่างพากันลุมตอมไม่ต่างจากแมลงวัน

หากเป็นงานใหญ่ที่มีผู้ผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ A เข้าร่วมคงมีผู้ชมไม่ต่ำกว่าร้อยล้านคน

ผู้ฝึกสัตว์อสูรที่ปรากฎในงานแข่งแบบที่ว่านั่นจะได้รับชื่อเสียงและผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก

และหากได้รับอันดับสูงๆด้วยแล้วล่ะก็ยิ่งโด่งดังเป็นพลุแตก

ในการแข่งระดับนั้นเป็นธรรมดาที่จะมีเรื่องของการโกงเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งจากตัวผู้ฝึกสัตว์อสูรเองและจากกลุ่มนายทุน

อย่างไร้ก็ตามกับการแข่งขันครั้งนี้ที่มีเพียงแค่ญาติๆของผู้เข้าแข่งเข้าชม จะเสียเงินเพื่อจ้างล้มมวยไปเพื่ออะไร

ในขณะเดียวกันนั้นเฉียวซางและสุนัขเขี้ยวเพลิงพึ่งกลับมาถึงที่นั่ง

“อัจฉริยะเฉียว เจ๋งมาก! ฉันตาค้างไปเลยละตอนที่เธอชนะ” ไป๋อวิ๋นเหมียวหัวเราะ

“ฉันเองก็ค้างไปพักนึงเลยเหมือนกัน” เฉียวซางตอบกลับ

“ย่าห์ ย่าห์!” สุนัขเขี้ยวเพลิงพยักหน้าเห็นด้วย

“ฮ่าฮ่า สีหน้าสับสนของสุนัขเขี้ยวเพลิงตอนชนะนี่โบ๊ะบ๊ะสุดๆ เสียดายที่ไม่ได้บันทึกเอาไว้ แต่เดี๋ยวลองดูย้อนหลังเอา ไม่แน่ว่ามันอาจจะกลายเป็นมีมดังไปเลยก็ได้” ไป๋อวิ๋นเหมียวยังคงหัวเราะคิกคักออกมา

“ย่าห์!”

สุนัขเขี้ยวเพลิงเริ่มร้องอย่างกระสับกระส่าย

ไม่ใช่ควรจะบันทึกเฉพาะด้านเท่ห์ๆของมันรึไง? ไหงจู่ๆจะมีภาพตลกๆของมันได้?

เฉียวซางเองก็อยากเห็นเช่นกัน เพราะบนสนามสุนัขเขี้ยวเพลิงหันหลังให้เธอ ทำให้เธอไม่ได้สังเกตุเห็น

เนื่องจากมันเป็นการถ่ายทอดสด ต้องรอถึงตอนเช้าของวันพรุ่งนี้ถึงจะดูย้อนหลังได้

การแข่งขันยังดำเนินต่อไปได้โดยไม่มีอะไรติดขัด

เมื่อถึงการแข่งขันนัดที่ 20 ไป๋อวิ๋นเหมียวก็หยิบกระจกออกมาส่องหน้าตาพร้อมเพิ่มเครื่องสำอางลงบนใบหน้า

จากนั้นก็เอาหวีออกมาและเริ่มจัดทรงผม

เฉียวซางอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ?”

ไป๋อวิ๋นเหมียวตอบอย่างจริงจังว่า “ฟังนะ ในฐานะผู้ฝึกสัตว์อสูรแสนงดงาม ฉันต้องรักษาภาพลักษณ์ของฉันต่อหน้ากล้องไว้ตลอดเวลา”

เฉียวซาง: …

นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นคนใช้คำว่า งดงาม ในการอธิบายฐานะผู้ฝึกสัตว์อสูรของตัวเอง; ดูแล้วเธอเหมาะจะไปเป็นผู้ประสานงานเสียมากกว่า

เพราะในอาชีพด้านนั้น พวกเขาต้องดูแลทั้งรูปลักษณ์ของตัวเองและสัตว์อสูรไปพร้อมๆกัน

เธอคิดว่าไป๋อวิ๋นเหมียวมีศักยภาพที่จะเป็นผู้ประสานงาน...

การแข่งขันของไป๋อวิ๋นเหมียวเริ่มต้นขึ้นในนัดที่ 25 คู่แข่งของเธอไม่ใช่หนึ่งในรายชื่อเฝ้าระวังของเฉียวซาง

“สุนัขเขี้ยวเพลิง แกคิดว่าใครจะชนะ?” เฉียวซางเหมือนดั่งเคย

“ย่าห์”

สุนัขเขี้ยวเพลิงชี้ไปที่เจ้าพิราบอวบที่ลอยอยู่กลางอากาศ

เพราะไป๋อวิ๋นเหมียวไม่ได้ชมเจ้าหมานี่ ดังนั้นมันเลยเลือกคนชนะอย่างเป็นธรรม

สัตว์อสูรของไป๋อวิ๋นเหมียวคือเถาทองคำ

มันมีส่วนสูงประมาณ 90 เซนติเมตร มีลำตัวกลมเล็กสีเขียวอมฟ้า ดวงตาสีทองที่แทบมองไม่เห็นรูม่านตา และมีเถาวัลย์ยาวห้าเซนติเมตรบนหัว ทำให้มันดูน่ารักและบริสุทธิ์

ในสนามทั้งสองสู้กันนานกว่าสองนาทีจนทั้งคู่เริ่มหมดแรง

พิราบอวบเผลอลดระดับความสูงในการบินลงจากเดิมเล็กน้อย

เปิดโอกาสให้เถาทองคำเหวี่ยงเถาวัลย์บนหัวมันและปล่อยใบมีดใบไม้จำนวนหนึ่งตรงไปที่ร่างของพิราบอวบที่อยู่กลางอากาศ

พิราบอวบกระพือปีกอย่างแรงด้วยความตื่นตระหนกและพยายามจะหลบหนี แต่ทันทีที่มันคิดว่าหนีพ้นแล้ว เถาวัลย์สองอันก็ปรากฎขึ้นบนนิ้วของเถาทองคำและมัดตัวมันไว้แน่น

วินาทีต่อมา มุมมองของพิราบอวบก็พลิกกลับ 180 องศา

“คู!!”

ภายใต้การควบคุมจากเถาวัลย์ พิราบอวบก็ตกกระแทกพื้นในที่สุด

“ไป๋อวิ๋นเหมียวชนะ” จากนั้นกรรมการก็ประกาศผล

สุนัขเขี้ยวเพลิงปิดตาทนมองดูไม่ได้

เฉียวซางเหลือบตามองดูสุนัขเขี้ยวเพลิงที่ปิดตาตัวเองเอาไว้

บางทีเจ้านี่อาจจะแค่โชคร้ายเฉยๆมั้ง?

“ทรงผมฉันตอนอยู่บนสนามเป็นไงบ้าง? มันดูเกะกะไหม?” ไป๋อวิ๋นเหมียวถามอย่างกระตือรือร้นขณะที่เธอกลับมายังที่นั่ง

“ไม่นิ ก็สวยดี” เฉียวซางตอบ

ทรงผมของไป๋อวิ๋นเหมียวถูกมัดเป็นมวยอย่างพิถีพิถัน มันไม่มีทางดูระเกะระกะตราบใดที่ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรรุนแรง

ไป๋อวิ๋นเหมียวพอใจกับคำตอบมาก จากนั้นก็หยิบกระจกออกมาจัดหน้าม้าอีกรอบ

เมื่อการแข่งขันช่วงเช้าสิ้นสุดลง ผู้เข้าแข่งขันและผู้ชมก็ทยอยออกจากสนาม

ที่ทางเข้าสนามประลอง ไป๋อวิ๋นเหมียวชี้อย่างประหม่าไปที่นักข่าวที่ถือไมโครโฟนซึ่งอยู่ไม่ไกล

“ฉันควรทำยังไงดี? แอบกังวลหน่อยๆแหะ ถ้าพวกเขาจ่อไมค์เข้ามาฉันจะพูดว่าอะไรดี?”

เฉียวซางตอบ “ก็ตอบไปตามคำถามนั่นแหละ ส่วนมากก็คงถามว่าการแข่งเป็นไงบ้าง? ทำไมถึงมาแข่งไรเงี้ย”

ไป๋อวิ๋นเหมียวพยักหน้าเชิงเข้าใจและถามย้ำอีกเป็นครั้งที่ร้อยของวันว่า “ตอนนี้ฉันดูเป็นยังไงบ้าง”

"สวย" เฉียวซางยังคงยืนยันคำตอบเดิม

“แล้วฉัน… อ๊ะ! พวกเขากำลังมองมาทางนี้! ว๊ายย! พวกเขาเดินมาทางนี้จริงๆด้วย!” ไป๋อวิ๋นเหมียวอุทานอย่างตื่นเต้น

“ใจเย็นๆรักษาภาพลักษณ์ตัวเองไว้” เฉียวซางแนะนำ

“ใช่เธอพูดถูก… ดูเหมือนพวกเขากำลังเล็งมาที่เราจริงๆ!” ไป๋อวิ๋นเหมียวกระซิบอย่างตื่นเต้น

เฉียวซางเหลือบมองและยืนยันว่านักข่าวที่ถือไมโครโฟนกำลังเดินเข้ามาหาพวกเธอจริงๆ

เหมือนว่าการมองการณ์ไกลของไป๋อวิ๋นเหมียวจะถูก

การแต่งหน้ามาครั้งนี้ไม่สูญเปล่าแล้ว

ไม่นาน นักข่าวและทีมงานของพวกเขาก็เดินมาถึงพวกเธอ

“ผู้เข้าแข่งขันเฉียวซางผมเป็นนักข่าวจากแพล็ตฟอร์มฮันกังรวมใจ ผมอยากจะสัมภาษณ์คุณเกี่ยวกับการแข่งขันและสุนัขเขี้ยวเพลิง คุณพอจะมีเวลาสักสองสามนาทีไหมครับ?”

เฉียวซางนิ่งไปพร้อมจ้องมองไปที่ไมโครโฟนตรงหน้าเธอ

ไป๋อวิ๋นเหมียว: “…..!”

จบบทที่ บทที่ 52: การแต่งหน้านี้ไม่สูญเปล่า

คัดลอกลิงก์แล้ว