เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10: ดูทีวี

บทที่ 10: ดูทีวี

บทที่ 10: ดูทีวี


ขณะที่เฉียวซางยิ้มอย่างโง่เขลา โทรศัพท์ของเธอก็ส่งเสียงดังพร้อมข้อความจากฟางซือซือ

เฉียวซางสงบสติอารมณ์และเปิดข้อความ เธอสังเกตเห็นว่าเพื่อนร่วมโต๊ะของเธอส่งข้อความมาประมาณแปดถึงเก้าข้อความตั้งแต่เมื่อวาน

[ทำไมวันนี้เธอไม่มาเรียน?]

[ฉันเพิ่งได้ยินว่าอาจารย์โทรหาแม่เธอเมื่อวานนี้ เรื่องจริงเหรอ!!!]

[แม่เธอรู้ยังว่าเธอได้ 0 คะแนน?]

[ทำไมเธอไม่ตอบข้อความฉันเลยล่ะ?]

[เธอยังมีชีวิตอยู่ไหม?]

[แล้วทำไมวันนี้ถึงขาดเรียนอีกล่ะ?]

[ทำไมแม่เธอถึงมาโรงเรียนอีกวัน เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?]

ข้อความล่าสุดถูกส่งมาเมื่อสักครู่นี้

[โดนรถบรรทุกชนจนทะลุมิติไปต่างโลกแล้วเหรอ?]

เฉียวซางพิมพ์คำตอบลงบนโทรศัพท์ของเธอ

[ยังไม่ตาย]

ข้อความของเธอถูกตอบกลับอย่างรวดเร็ว

[ว้าว ยังไม่ตายจริงๆด้วย]

[แล้วทำไมถึงไม่มาโรงเรียน รู้ไหมว่าอาจารย์ยูโกรธจนตัวแดงก่ำอีกไม่นานก็จะกินคนได้แล้ว]

เฉียวซางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

[มันเข้าฤดูร้อนแล้ว บางทีอาจารย์คงแค่ถูกแดดเผามั้ง?]

......

หลักจากสนทนากันต่อเล็กๆน้อยๆ เฉียวซางก็บอกอีกฝ่ายไปว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่

แน่นอนว่าฟางซือซือไม่เชื่อ

ไม่ใช่ว่าเธอดูถูกเฉียวซาง ทว่ามีแต่นักเรียนที่มีพรสวรรค์เท่านั้นถึงจะสามารถปลุกพลังขึ้นได้

โดยปกติแล้วมักจะเป็นพวกตัวท็อปในโรงเรียน หรือต่อให้เรียนไม่เก่งก็ต้องโดดเด่นเปล่งประกายออร่าในด้านอื่น

สำหรับเฉียวซาง ผลการเรียนของเธอแย่กว่าของฟางซือซืออีก ดังนั้นเป็นไปไม่ได้

เฉียวซางขี้เกียจเถียง เลยแค่ถ่ายรูปใบรับรองและส่งไปให้อีกฝ่ายดู

ไม่มีข้อควาามตอบรับใดๆจากอีกฝ่าย

หลังจากนั้นประมาณสิบนาที ฟางซือซือก็ตอบกลับในที่สุด

เฉียวซางมองโทรศัพท์พร้อมมุมปากที่กระตุกถี่

[อย่าลืมกำพืดว่าเธอเองก็เป็นปลาเค็มหางแถวเหมือนกับฉัน]

....

เฉียวซางไม่ลืมพิราบอ้วน หลังจากวางอาหารให้พิราบอ้วนเสร็จท้องเธอเองก็เริ่มร้อง

เธอทำข้าวผัดไข่ง่ายๆบรรเทาความหิว ตอนนี้ก็เป็นเวลากว่า 14.06 น. แล้ว

อาจเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นตอนเช้า ทำให้สุนัขเขี้ยวเพลิงนอนขดตัวหลับสนิทอยู่บนโซฟา

เฉียวซางเลือกที่จะไม่ไปกวนมัน

เดิมทีเธอวางแผนจะเอาเอกสารและไปศูนย์รับรองผู้ฝึกสัตรอสูรในช่วงบ่ายเลย แต่ในเมื่อหมาน้อยของเธอหลับปุ๋ย เธอก็ได้แต่ตัดใจ

เฉียวซางไปที่ห้องของเธออย่างเงียบ ๆ หยิบหนังสือ "การวิเคราะห์สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ตอนที่ 2" ขึ้นมาและนั่งลงบนเตียงเพื่ออ่าน

เธอพึ่งรู้ว่าแท้จริงแล้ว แม้จะเป็นผู้ที่ปลุกพลังขึ้นเองแต่การสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลาย (จงเกา) นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่เพื่อนเธอบอก

จงเกานั้นเป็นข้อสอบทฤษฎีเพียงอย่างเดียว

หลังจากปลุกพลังด้วยคลื่นแม่เหล็ก จะมีคะแนนเพิ่มเติมสำหรับการพัฒนาโดเมนสมอง โดย 1% เท่ากับ 20 คะแนน 2% 40 คะแนนไปเรื่อยๆ

จากคะแนนรวมทั้งหมด 650 คะแนน คะแนนในส่วนปลุกพลังนับว่าไม่มากแต่อย่างใด

กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับบุคคลที่ปลุกพลังด้วยตนเอง และออกนโยบายต่างๆ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้พวกเขาในแต่ละปี

อย่างไรก็ตามนโยบายเหล่านั้นไม่ได้มีข้อที่อนุญาตให้รับนักเรียนที่สอบได้ 0 คะแนนเข้าเรียน

แม้ว่าโรงเรียนมัธยมอาชีวศึกษาอาจยอมรับเธอเข้าเรียน แต่เฉียวซางนั้นไม่สนใจ

สำหรับคนที่ปลุกพลังด้วยตนเองสามารถเข้าโรงเรียนมัธยมฝึกอสูร ได้โดยการแนะนำหรือการรับเข้าเรียนแบบพิเศษ

สำหรับการแนะนำ มันใช้เกรดในการอ้างอิงเป็นหลัก

ข้อมูลของนักเรียนที่ได้รับการแนะนำจะถูกส่งไปให้ทางฝั่งโรงเรียนมัธยมฝึกอสูรเป็นคนพิจารณาอีกครั้ง

และเมื่อพิจารณาจากเกรดที่ย่ำแย่ของเฉียวซาง แม้ว่าเธอจะปลุกพลังขึ้นเอง โรงเรียนก็คงหน้าบางเกินกว่าจะยื่่นการแนะนำ

อีกตัวเลือกที่เหลือคือการรับเข้าเรียนแบบพิเศษ

ในแต่ละปี โรงเรียนมัธยมฝึกอสูรจำนวน 108 แห่งในเมืองฮันกังจะมีนโยบายการรับเข้าเรียนแบบพิเศษ แต่ละคนสามารถสมัครเข้าโรงเรียนมัธยมฝึกอสูรสองแห่งเพื่อรับสิทธิ์

เมื่อเอกสารได้รับการตรวจสอบและอนุมัติแล้ว ก็สามารถเข้าสอบตามโรงเรียนที่สมัครเอาไว้ได้เลย

ทว่าถึงจะผ่านการสอบแบบพิเศษ แต่ก็ยังต้องสอบจงเกาอยู่ดี

มีเพียงคะแนนจงเกาที่ตรงตามมาตรฐานที่กำหนดเท่านั้นที่พวกเขาจะสามารถเข้าเรียนโรงเรียนมัธยมฝึกอสูรได้

แม้ว่าเกณฑ์คะแนนจะแตกต่างกันไปในแต่ละโรงเรียน แต่คะแนนจงเกาก็ยังจำเป็นอย่างยิ่ง

เฉียวซางท้อเล็กน้อย เพราะสุดท้ายเธอก็กลับมาตายรัง ต้องมานั่งอ่านหนังสืออยู่ดี

เมื่อพระอาทิตย์ตกดินเสียงเห่าของสุนัขเขี้ยวเพลิงก็ดังก้องทั่วห้องนั่งเล่น

เฉียวซางวางหนังสือของเธอลงและออกจากห้องของเธอ

"ย่าห์!"

สุนัขเขี้ยวเพลิงกระโดดเข้าไปในอ้อมแขนของเฉียวซาง

เฉียวซางลูบหัวสุนัขเขี้ยวเพลิง หัวใจของเธออ่อนนุ่มระทวย

เธอเลือกสุนัขเขี้ยวเพลิงเพราะมันดึงดูดสายตาเธอที่สุด และไม่ได้คาดคิดเลยว่าเจ้าหมาตัวนี้จะนิสัยน่ารักขนาดนี้ บางทีนี่อาจเป็นโชคชะตาของเราสอง

ทั้งสองนั่งบนโซฟาและเริ่มดูทีวี

พิราบอ้วนซึ่งมีขนาดใหญ่หย่อนตัวลงบนพื้น

สุนัขเขี้ยวเพลิงไม่เคยเห็นสิ่งแปลกใหม่เช่นนี้มาก่อน จ้องมองดูด้วยความตื่นเต้น

หากไม่ได้อยู่ในอ้อมแขนของเฉียวซางบางทีมันอาจจะพุ่งไปที่ทีวีแล้วกดจมูกแนบเข้ากับหน้าจอไปแล้ว

ทีวีกำลังฉายรายการพยากรณ์อากาศ

หญิงสาวในชุดเรียบร้อยพูดด้วยภาษาจีนกลางว่า "จากการตรวจจับของตุ๊กตาพยากรณ์อากาศพรุ่งนี้ที่เมืองปันไท่ สภาพอากาศจะมีเมฆบางส่วน โดยมีอุณหภูมิตั้งแต่ 30°C ถึง 36°C แนะนำให้สวม..."

ดวงตาของสุนัขเขี้ยวเพลิงเบิกกว้าง ทำไมถึงมีคนอยู่ในจอกันล่ะ?

เฉียวซางเปลี่ยนช่อง

ในสังคมผู้ฝึกสัตว์อสูร เรตติ้งรายการมักจะมาจากเหล่าผู้ฝึกสัตว์อสูรชื่อดังหรือไม่ก็สัตว์อสูรที่โดดเด่น

และแน่นอนว่าสถานีโทรทัศน์ก็รู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี ทำให้รายการส่วนมากในทีวีเต็มไปด้วยเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอสูร

"คุณหวังเถียนเอ้อความสัมพันธ์ของคุณกับคุณหลัวถังเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าครับ” ไมโครโฟนของนักข่าวจ่อใกล้จนเกือบจะจิ้มหน้าชายหนุ่ม

“เป็นเรื่องจริงครับ” ชายหนุ่มยอมรับอย่างตรงไปตรงมา

“คุณทั้งสองจะเข้าร่วมการแข่งขันครั้งสำคัญในภูมิภาคเย่หัว หากคุณต้องเผชิญหน้ากันในการแข่งขันคุณจะยอมอ่อนข้อให้เธอรึเปล่าครับ” นักข่าวอีกคนถาม

“ไม่มีทางครับ หลัวถังเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรที่ยอดเยี่ยม ถ้าผมต้องเผชิญหน้ากับเธอ เปอร์เซ็นต์ชนะของผมอาจจะไม่เต็มร้อย” ชายหนุ่มตอบด้วยรอยยิ้ม

“ฉันขอถามเกี่ยวกับหมีหุ้มเกราะของคุณได้ไหมคะ…”

เฉียวซางเปลี่ยนช่องอีกครั้ง หน้าจอเปลี่ยนไปเป็นแรดเขาสายฟ้าสีน้ำเงินเข้ม

แววตาเต็มไปด้วยความเดือดพล่าน ขาหลังแกร่งกล้าคอยตะกุยดินเป็นระยะๆ เส้นโค้งสายฟ้าสีม่วงปกคลุมทั่วร่างกายของมัน  เสียงฟ้าร้องดังสนั่น ราวกับว่ามันอาจจะกระโดดออกจากทีวีได้ทุกเมื่อ

สุนัขเขี้ยวเพลิงเกร็งตัว ขนมันเริ่มพองขึ้นอย่างช้าๆ

“แรดนอสายฟ้ายืนหยัดต่อสู้กับพายุคลั่งของหมาป่าวายุทมิฬได้! มันไม่แม้แต่จะถอย! ดูเหมือนมันเตรียมพร้อมจะใช้ไม้เด็ดต้องรอดูแล้วว่าผู้เข้าแข่งขันซูโจวแอบซ่อนไพ่อะไรไว้บ้าง!” ผู้บรรยายเล่าอย่างตื่นเต้น

นี่คือการฉายซ้ำของการแข่งขันในภูมิภาคต่างๆ

กล้องซูมเข้าไปที่หมาป่าวายุทมิฬ

ดวงตาสีฟ้าของหมาป่าวายุทมิฬเต็มไปด้วยแววอาฆาต ทั่วทั้งตัวปกคลุมไปด้วยเลือดและกำลังหอบอย่างหนัก

ขนสีเข้มของมันช่วยปกปิดอาการบาดเจ็บของมัน แต่เลือดหยดลงพื้นนั้นก็เป็นหลักฐานชิ้นดี

สุนัขเขี้ยวเพลิงผ่อนคลายตัวลง

“ความแข็งแกร่งของหมาป่าวายุทมิฬลดลงอย่างเห็นได้ชัดหลังจากใช้ทักษะพายุคลั่ง…”

ก่อนที่ผู้บรรยายจะพูดจบ หน้าจอก็เปลี่ยนกลับไปเป็นแรดนอสายฟ้า

สายฟ้าสีม่วงของมันทวีความรุนแรงขึ้น เริ่มระเบิดออกนอกลำตัว รัศมีปกคลุมยาวกว่าสองเมตร

"ปัง!"

ทันใดนั้นทีวีก็ส่งเสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอที่ค่อยๆดับลง

บรรยากาศในห้องนิ่งเงียบไปทันที

เฉียวซางจ้องไปที่สุนัขเขี้ยวเพลิงด้วยสีหน้างุนงง และอ้าปากราวกับต้องการจะพููดอะไรสักอย่างแต่เธอก็พูดไม่ออก

“ย่าห์!” สุนัขเขี้ยวเพลิงหันหลังกลับและมุดหัวเข้าไปในอ้อมกอดของเฉียวซาง

เจ้าตัวใหญ่เมื่อกี้เผลอทำให้ตกใจซะได้!

จบบทที่ บทที่ 10: ดูทีวี

คัดลอกลิงก์แล้ว