เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 107 หญิงทั้งสองตกตะลึง

บทที่ 107 หญิงทั้งสองตกตะลึง

บทที่ 107 หญิงทั้งสองตกตะลึง


บทที่ 107

หญิงทั้งสองตกตะลึง

“สถานการณ์แย่ยิ่ง มันเป็นกอริล่าหลังเหล็ก”

หลี่ฟูเฉินขมวดคิ้ว

กอริล่าหลังเหล็กเป็นสัตว์ปีศาจระดับ 2 ขั้นสูง ความแข็งแกร่งทางกายภาพของมันอยู่ที่ประมาณ 20,000 กิโลกรัมและควบคู่กับพลังฉีปีศาจของมัน ส่งผลทำให้มันสามารถฆ่าจอมยุทธ์ขอบเขตต้นกำเนิดระดับสูงได้อย่างง่ายดาย

เหตุผลที่หลี่ฟู่เฉินตกเป็นเป้าหมายนั้นง่ายดาย มนุษย์ต้องการวัสดุจากสัตว์ปีศาจ และในทางกลับกัน สัตว์ปีศาจนั้นต้องการเนื้อของมนุษย์

ความแข็งแกร่งทางกายภาพของหลี่ฟู่เฉินอยู่ที่ 15,000 กิโลกรัม ในสายตาของกอริล่าหลังเหล็ก หลี่ฟูเฉินเป็นเหมือนอาหารว่างที่เคลื่อนไหวได้

หลังจากผ่านไปหลายสิบก้าว กอริล่าหลังเหล็กตอนนี้ก็มาปรากฏขึ้นที่หน้าของหลี่ฟู่เฉิน ด้วยความสูง 4 เมตร กำปั้นขนาดใหญ่ของมันก็หวดลงมาที่หลี่ฟู่เฉิน

แรงหมัดอันดุร้ายนี้เพียงพอที่จะสร้างหลุมลึก 3 เมตรลงไปจากพื้นดิน สิ่งนี้ทำให้เส้นผมของหลี่ฟู่เฉินโบกสบัด

บูม!

หลุมขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น ขณะที่โคลนกระจายออกไปทุกพื้นที่

กอริล่าหลังเหล็กดึงกำปั้นของมันออกแล้วมองไปที่หลุมอย่างสับสน

กำปั้นของมันสามารถทำให้ศัตรูแหลกสลายได้ แต่ถึงกับไม่เหลือศพเลย?

“รับดาบข้าไปซะ!”

ด้านหลังของกอริล่าหลังเหล็ก หลี่ฟูเฉินอยู่กลางอากาศขณะที่เขาฟันลงไปที่กอริลลา

ดาบนี้พร่ามั่วราวกับดาวที่กระพริบอยู่บนฟากฟ้า ความเร็วเพียงที่เหลือแต่เพียงเส้นแสงเช่นนี้เพียงพอที่จะทำให้จิตใจสั่นไหวด้วยความหวาดกลัว

จึก!

พลังฉีปีศาจฉีของกอลิลาหลังเหล็กนั้นไม่แตกต่างจากมาเศษกระดาษเมื่อเผชิญหน้ากับดาบนี้ พลังฉีปีศาจสลายออกและเปิดเผยให้ใบดาบ

เวลาต่อมา เลือดก็ฉีดพ่นออกมาด้านนอกอย่างรุนแรง ขณะที่บาดแผลและเลือดนี้ออกมาจากด้านหลังศีรษะของกอลิลาหลังเหล็ก

แต่หลี่ฟู่เฉินส่ายหัว ตามการตอบสนองจากดาบเหล็กดำ เขารู้ว่าใบมีดนี้ไม่สามารถเจาะกะโหลกของกอลิลาหลังเหล็กได้

ก้าวไปทางด้านหลังของกอลิลาหลังเหล็ก หลี่ฟู่เฉินเลี่ยงกำปั้นของกอริลลาขณะที่มันหมุนตัวไปรอบๆ

กอริลลาหลังเหล็กที่ได้รับบาดเจ็บหันกลับมาอย่างก้าวร้าวและไล่ล่าหลี่ฟุเฉินอย่างบ้าคลั่ง

แต่กอลิลาหลังเหล็กนั้นแน่นอนว่าย่อมต้องอ่อนแอ่ในด้านความรวดเร็ว มันสามารถทำได้เพียงแต่ตะโกนใส่หลี่ฟู่เฉินอย่างบ้าคลั่ง ก็ในเมื่อไม่สามารถไล่ตามได้ทัน

“วิชาดาบสะพรั้งอนันย์!”

พลังงานดาบนับไม่ถ้วนระเบิดออก และโดยไม่รู้ตัว หลี่ฟู่เฉินและกอลิลาหลังเหล็กก็เข้าสู่เขตต่อสู้ของเฉินฟางหัว เพ่งความสนใจไปที่หลี่ฟู่เฉินอย่างรวดเร็ว เฉินฟางหัวจึงเริ่มลงมืออย่างโจ่งแจ้ง

ในพริบตา กอลิลาหลังเหล็กก็กลายเป็นรังผึ้งและมีรอยเจาะอยู่ทั่วร่างกาย

เฉินฟางหัวตกใจเมื่อพบว่ากอลิล่าหลังเหล็กไม่ตายลงไปเนื่องจากการป้องกันที่แข็งแกร่ง

“ตาย!”

ใช้ทักษะดาบอื่น เฉินฟางหัวเจาะผ่านทะลุลำคอของกอลิลาหลังเหล็ก

“ขอบคุณมาก” หลี่ฟู่เฉินแสดงความขอบคุณ

เฉินฟางหัวยิ้มให้ซึ่งดูเหมือนจะไม่เป็นรอยยิ้ม “เทคนิคตัวเบาของเจ้าค่อนข้างดี แม้แต่กอลิลาหลังเหล็กก็ไม่สามารถตามเจ้าได้ทัน”

กอลิลาหลังเหล็กนั้นไม่เชี่ยวชาญในเรื่องความเร็วมากนัก แต่นั่นคือเมื่อเปรียบเทียบกับจอมยุทธ์ขอบเขตต้นกำเนิดระดับสูง

หลี่ฟูเฉิน ซึ่งอยู่ระดับที่สี่ของขอบเขตต้นกำเนิด สามารถหลบหนีการไล่ล่าของกอลิลาหลังเหล็กได้อย่างง่ายดาย มันแสดงให้เห็นว่าเขาได้มีเทคนิคตัวเบาเป็นเช่นไร

“มารวมกลุ่มพวกเราสามคน!” จ้าวหมิ๋งเยวี่ยผู้ที่อยู่ข้างๆ ให้คำแนะนำ

เธอค่อนข้างอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับหลี่ฟู่เฉิน บางทีการรวมกลุ่มอาจจะล่วงความลับของเขามาได้บ้าง

“แน่นอน ข้าไม่ได้รังเกียจอันใด” เฉินฟางหัวพยักหน้า

“ข้าก็ไม่รังเกียจเช่นกัน” หลี่ฟู่เฉินพยักหน้าหลังจากใช้ความคิดชั่วครู่

ไม่ว่าอะไรก็ตาม เฉินฟางหัวก็ช่วยเขาแก้ปัญหา เขาไม่ต้องการเพิกเฉยต่อความช่วยเหลือที่เขาเป็นหนี้กับเฉินฟางหัว

เมื่อทั้งสามรวมกลุ่ม ประสิทธิภาพของพวกเขาก็เพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก

ด้วยเฉินฟางหัวที่อยู่ด้านหน้า และหลี่ฟู่เฉินและจ้างหมิ๋งเยวี่ยที่ข้างๆ ประสิทธิภาพในการสังหารของพวกเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าทีม 9 คนของเหลาไห่หลง

แต่สิ่งเดียวที่รบกวนหลี่ฟู่เฉินคือเฉินฟางหัวและจ้างหมิ๋งเยวี่ย พวกเธอมักจะตรวจสอบหลี่ฟู่เฉินเป็นครั้งคราว

เขารู้ว่าทั้งคู่ไม่ได้สนใจเขา แต่ต้องการค้นหาความลับของเขา

‘หากความลับเปิดเผยได้ง่ายๆ มันจะยังถูกเรียกว่าเป็นความลับอยู่หรือไม่?’ หลี่ฟู่เฉินคิด

สิ่งที่หลี่ฟู่เฉินไม่รู้ก็คือทั้งเฉินฟางหัวและจ้าวหมิ๋งเยวี่ยกำลังตกตะลึงอยู่

พวกเธอสังเกตเห็นทักษะของหลี่ฟู่เฉินและค้นพบว่าพวกมันเฉียบคมผิดปกติ ด้วยแสงจากพลังงานดาบ มันรวดเร็วเหมือนประกายไฟ และพลังดาบทุกอันก็มีพลังอันมหาศาล ซึ่งอาจเทียบเท่าได้กับขอบเขตต้นกำเนิดระดับห้าหรือหก

จ้าวหมิ๋งเยวี่ยไม่สามารถทำอย่างไรได้ ได้แต่ถามออกมา “หลี่ฟู่เฉิน เทคนิคเปลวเพลิงลี้ลับของเจ้าอยู่ในระดับใด?”

ระดับการฝึกฝนของเธอเหมือนกับหลี่ฟู่เฉิน เทคนิคลึกลับหยกกระจ่างของเธออยู่ระดับที่สิบ ดังนั้นเธอจึงประเมินว่าเทคนิคเปลวเพลิงลี้ลับของหลี่ฟู่เฉินน่าจะอยู่ในระดับที่สิบเอ็ด

เฉินฟางหัวไม่สามารถทำอย่างไรได้ ได้แต่มองไปที่หลี่ฟู่เฉินด้วยเช่นเดียวกัน

เนื่องจากที่เธอได้กลายเป็นศิษย์ชั้นในตั้งแต่ 6 ปีที่แล้ว เธอก็สามารถบ่มเพาะเทคนิคลึกลับพฤษาสีเขียวได้ถึงระดับที่สิบสอง

หลี่ฟูเฉินไม่คิดว่าเขาจำเป็นต้องซ่อนมัน “ระดับที่สิบสาม”

“สิบสาม? อือ ไม่เลว… อะไรนะ?”

จ้าวหมิ๋งเยวี่ยผงกหัวของเธอโดยไม่รู้ตัว แต่ก็ตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่ามีบางอย่างผิดปกติ ปากสีแดงแสนหวานของเธออ้ากว้างขึ้น

“ระดับที่สิบสาม…..” เฉินฟางหัวสูดหายใจเข้าลึกๆ

เทคนิคบ่มเพาะปลูกนั้นยากที่จะก้าวหน้ามากกว่าทักษะต่อสู้ ความยากของเทคนิคลึกลับขั้นกลางนั้นเท่ากับทักษะต่อสู้ลึกลับขั้นสูง

แม้ว่าเทคนิคบ่มเพาะจะมีข้อจำกัดน้อยกว่าทักษะต่อสู้ ผู้ฝึกสามารถฝึกเทคคนิคลึกลับขั้นกลางได้ ขณะที่ทักษะต่อลึกลับขั้นสูงจะไม่สามารถฝึกฝนหากยังไม่ถึงขอบเขตปฐพี เนื่องจากไม่มีใครสามารถเข้าใจสาระสำคัญของมันได้

แต่ถึงเป็นเช่นนั้นมันก็ยังคงเป็นเทคนิคลึกลับขั้นกลาง พัฒนาได้หนึ่งระดับภายในหนึ่งปี ก็คงได้รับการพิจารณาแล้วว่าบุคคลนั้นจะต้องเป็นอัจฉริยะที่ยอดเยี่ยม การบรรลุสองระดับภายในหนึ่งปีนั้นเป็นสิ่งที่แม้แต่โครงกระดูกระดับ 5 ดาวก็ไม่สามารถทำได้ หลี่ฟูเฉินก้าวขึ้นจากระดับเจ็ดเป็นระดับที่สิบสาม ซึ่งทั้งหมดมันคือหกระดับ

“เมื่อตอนที่ข้าอยู่นิกายชั้นนอก เทคนิคเปลวเพลิงลี้ลับของข้าก็อยู่ระดับที่เก้าแล้ว สองระดับในหนึ่งปีนับว่าไม่เลวไหมล่ะ?” หลี่ฟู่เฉินตอบ

จ้าวหมิ๋งเยวี่ยกรอกตาไปมา “เจ้าไม่รู้หรือไรว่ายิ่งเทคนิคเลื่อนระดับสูงมากขึ้น มันก็ยิ่งยากต่อการก้าวหน้า? ไม่ เดี๋ยวก่อน… เจ้ากล่าวว่าช่วงเวลาที่อยู่นิกายชั้นนอกเทคนิคเปลวเพลิงลี้ลับของเจ้าอยู่ระดับที่เก้า? เป็นไปได้อย่างไร?”

ในช่วงขอบเขตพลังฉี เพื่อยกระดับเพียงหนึ่งระดับในเทคนิคลึกลับขั้นกลางจนไปถึงระดับที่แปดก็ถือว่าเป็นการท้าทายสวรรค์ชั้นฟ้าแล้ว มันเป็นสิ่งที่โครงกระดูกระดับ 5 ดาวเท่านั้นที่จะประสบความสำเร็จ

เพื่อให้ผู้ที่มีโครงกระดูกระดับต่ำกว่า 5 ดาวสามารถบรรลุผลสำเร็จเดียวกัน นั้นย่อมต้องบริโภคเม็ดยาฝึกฝนเทคนิคเป็นจำนวนมาก

หลี่ฟู่เฉินขึ้นมาสองระดับทั้งๆ ที่อยู่ในขอบเขตพลังฉี!

เฉินฟางหัวพยายามกั้นอารมณ์ของเธอไว้ “การรับรู้ของเจ้า… ข้าคิดว่าภายในนิกายคังหลุนทั้งหมด มีเพียงเฉพาะดาบคลั่งเท่านั้นที่อาจเปรียบเทียบกับเจ้าได้”

เธอไม่เปรียบเทียบหลี่ฟู่เฉินกับดาบคลั่งโดยตรง แต่เปรียบเทียนในด้านอื่นๆ แทน ในใจของเธอ เธอคิดว่าการรับรู้ของดาบคลั่งเป็รระดับที่หนึ่ง

“สิ่งเดียวที่ข้าสามารถใช้ประโยชน์ได้ก็คือการรับรู้ของข้า” หลี่ฟูเฉินกล่าว ในขณะที่เขาสังหารสัตว์ปีศาจระดับ 2 ชั้นต่ำ

จ้าวหมิ๋งเยวี่ยกล่าว “การรับรู้ของเจ้าดีแค่ไหนกันแน่”

จบคำพูดของเธอ การแสดงออกของจ้าวหมิ๋งเยวี่ยก็เต็มไปด้วยความอิจฉา ถ้าเธอมีโครงกระดูกระดับ 4 ดาว เธอก็อาจมีระดับการรับรู้เช่นเดียวกับหลี่ฟู่เฉิน โครงกระดูกระดับ 5 ดาวน่าจะด้อยกว่าเธอมาก

“โครงกระดูกของเจ้าเป็นโครงกระดูกธรรมดาจริงๆ หรือไม่?” จ้าวหมิ๋งเยวี่ยไม่สามารถทำอย่างไรได้ ได้แต่ถามอีกครั้ง

หลี่ฟู่เฉินตอบ “ถ้าข้ามีโครงกระดูกเพียงซักดาวนึง เจ้าคิดว่าข้าจะยังอยู่ระดับที่สี่ของขอบเขตต้นกำเนิดอยู่หรือไม่?”

“นั้นก็จริง” จ้าวหมิ๋งเยวี่ยพยักหน้า “หยูเหวินเทียนไม่ได้มีการรับรู้แบบเจ้า แต่เขาก็อยู่ระดับที่ห้าของขอบเขตต้นกำเนิดแล้ว”

โครงกระดูกที่มีคุณภาพสูงขึ้น หมายถึงความสามารถทั้งหมดเองก็จะสูงขึ้นตาม การรับรู้สูงเป็นเพียงหนึ่งคุณลักษณะ

เมื่อเวลาผ่านไป แรงกดดันที่มีต่อทุกคนก็ทวีความรุนแรงมากขึ้น

มันเริ่มต้นจากสัตว์ปีศาจระดับ 2 หนึ่งตัวจากนั้นก็กลายเป็น 1 ร้อยตัว แต่ตอนนี้ ทุกๆ สัตว์ปีศาจระดับ 1 สิบตัว จะมีสัตว์ปีศาจระดับ 2 ปนมาด้วย

ชวู… บูม!

ในสนามรบ ศิษย์ชั้นฉีกยันต์ช่วยเหลือ สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นคือดอกไม้ไฟสีสันสดใสที่ระเบิดขึ้นไปบนท้องฟ้า

บนกำแพง ผู้อาวุโสชั้นนอกพุ่งเข้าไปแล้วจับศิษย์ชั้นในไว้ จากนั้นเขาสบัดฝ่ามือเพื่อสังหารสัตว์ปีศาจสามตนที่ล้อมรอบเขา

ขณะที่เธอกินยาเพื่อเพิ่มพลังฉี จ้าวหมิ๋งเยวี่ยกล่าว “ตอนนี้มีสัตว์ปีศาจระดับ 2 เพิ่มมากขึ้น เราต้องร่วมกับกลุ่มอื่นๆ”

เฉินฟางหัวยังไม่ได้รับแรงกดดันมากนัก แต่เธอก็เห็นด้วยกับความเห็นของจ้าวหมิ๋งเยวี่ย

ขณะที่ทั้งสามกำลังเตรียมตัวเคลื่อนย้าย การปะทุขึ้นของพลังฉีสิบสายจากที่ห่างไกลก็เริ่มขึ้น สัตว์ปีศาจระดับ 1 และระดับ 2 นับไม่ถ้วนถูกกระตุ้นและเข้าสู่ความบ้าคลั่ง ทันใดนั้นเองพวกมันก็กลายเป็นไม่หวาดเกรงความตาย

“สัตว์ปีศาจระดับ 3” รูม่านตาของหลี่ฟู่เฉินหดตัวลง

จบบทที่ บทที่ 107 หญิงทั้งสองตกตะลึง

คัดลอกลิงก์แล้ว