เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 64 กระบวยเหล็ก ปะทะกับ รูปแบบการต่อสู้สีเลือด

บทที่ 64 กระบวยเหล็ก ปะทะกับ รูปแบบการต่อสู้สีเลือด

บทที่ 64 กระบวยเหล็ก ปะทะกับ รูปแบบการต่อสู้สีเลือด


บทที่ 64

กระบวยเหล็ก ปะทะกับ รูปแบบการต่อสู้สีเลือด

หลี่ฟู่เฉินเลือกใช้เชือกชนิดพิเศษเพื่อเอามาผูกกับแร่ทองแดงสีแดงและลากออกจากถ้ำ

เมื่อเห็นแสง หลี่ฟู่เฉินไม่สามารถปรับตัวเข้ากับแสงได้ในทันที หลังจากนั้นครู่นึงเขาก็ปรับตัวหาทิศทางและจากนั้นก็เตรียมที่จะออกจากภูเขาแร่ตงหลู

“นั้นไม่ใช่หลี่ฟู่เฉิน? เขามีแร่ชนิดประเภทไหนกัน? มันถึงใหญ่ได้มากขนาดนี้”

บนยอดเขามีเงาของบุคคลยืนอยู่ตรงนั้น

ฟึบบ!

เช่นเดียวกับชะมด(สามารถรับกลิ่นได้ดี) ร่างนั้นลงมาอย่างรวดเร็วและปิดกั้นเส้นทางของหลี่ฟู่เฉิน

“หลี่ฟู่เฉิน เผยสิ่งที่เจ้ากำลังถืออยู่ซะ” ชายหนุ่มอายุประมาณ 19 ปี สูงและตั้งมั่น แขนของเขาหนากว่าต้นขาของคนส่วนใหญ่

หลี่ฟู่เฉินที่กำลังเดินไปตามเส้นทางหยุดลง “เจ้าคือ?”

“ข้า ขุ่ยเที่ย หากเจ้ารู้ว่าอะไรดีสำหรับตัวเอง เป็นเช่นนั้นเจ้าควรส่งมอบแร่มา”

เขารู้ว่าไม่ว่าจะมีแร่อะไรอยู่ใต้ผ้านั้น ด้วยขนาดของมัน มันก็คงเป็นแต้มคะแนนที่ไม่เล็กน้อย

‘ขุ่ยเที่ย’ หลี่ฟู่เฉินครุ่นคิดอยู่ครู่นึงว่าขุ่ยเที่ยเป็นใคร

ขุ่ยเที่ย หัวหน้า 7 ผู้เชี่ยวชาญภายใต้ฟางเหล่ยไห่ อันดับที่ 48 ในหอคอยแห่งความลำเค็ญ มีข่าวลือว่าเขามีโครงกระดูกเหล็กทองเหมือนกันกับฟางเหล่ยไห่

แต่ฟางเหล่ยไห่มีโครงกระดูกเหล็กทอง 4 ดาว ในขณะที่ขุ่นเที่ยมีโครงกระดูกเหล็กทองระดับ 3 ดาว

หลี่ฟู่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้าไม่มีคุณสมบัติ ไปบอกให้เจ้านายของเจ้าออกมา บางทีเขาอาจจะเหมาะสมกว่าถ้าต้องการต่อสู้กับข้า”

“โอหัง! คนอย่างเจ้าไม่คู่ควรหากต้องต่อสู้กับฟางเหล่ยไห่ ข้า ขุ่ยเที่ย ก็เพียงพอที่จะดูแลเจ้าแล้ว”

ขุ่ยเที่ยพุ่งเข้าไปหาหลี่ฟู่เฉินราวกับวัวตัวผู้

ปั๊ง!

เมื่อหมัดของพวกเขาปะทะกัน ขุ่ยเที่ยถึงกับถอยออกไป 8 ก้าวและกระอักเลือด

ด้านหลี่ฟู่เฉินเขาไม่ขยับแม้แต่เพียงนิ้วเดียว

ขุ่ยเที่ยสูดหายใจเข้าลึกๆ อดทนต่อความเจ็บปวด เขารู้สึกราวกับว่ากระดูกในหมัดของเขาถูกบดขยี้ เขายังอยู่ในความไม่เชื่อ ขณะที่เขาเงยหน้าขึ้น และมองไปที่หลี่ฟุเฉินที่ด้วยความงุนงง

หลี่ฟู่เฉินอยู่ในอันดับที่ 60 ของหอคอยแห่งความลำเค็ญ ขณะที่เขาอยู่ในอันดับที่ 48

ตามเหตุผล หลี่ฟูเฉินไม่ควรเป็นภัยคุกคามต่อเขา

เขาผู้ที่มีโครงกระดูกเหล็กทองระดับ 3 ดาว ซึ่งเหมาะกับเทคนิคการปรับแต่งร่างกาย

นอกจากนี้ เขายังได้บรรลุทั้งเสื้อหุ้มเหล็กและระฆังทองคำ

เสื้อหุ้มเหล็กและระฆังทองคำต่างก็เสริมซึ่งกันและกันได้

เพียงฝึกฝนหนึ่งในพวกมัน ก็จะเพิ่งความแข็งแกร่งทางกายภาพให้มากกว่า 2000 กิโลกรัม

แต่เมื่อทั้งสองเทคนิคได้รับการฝึกฝนไปพร้อมๆ กัน มันก็จะได้รับความแข็งแรงทางกายภาพ 3,500 กิโลกรัม

นอกจากนั้น กาผสานการป้องกันของทั้งสองเทคนิคมีความทนทานยิ่ง มันคงจะไม่เกินจริงเกินไปหากจะบอกว่าเขามีผิวเป็นทองแดงและกระดูกเป็นเหล็ก แต่พวกมันก็แตกออกอย่างง่ายดายด้วยการชกเพียงครั้งเดียวจากหลี่ฟู่เฉิน

‘นอกจากว่าเขาจะฝึกฝนวิชารูปแบบการต่อสู้สีเลือด?’ ความคิดเปล่งประกายขึ้นในใจของขุ่ยเที่ย

ในบรรดาศิษย์ชั้นนอก หยูเหวินเที่ยนเป็นหมายเลข 1 อย่างไม่ต้องสงสัย

แม้ว่าจะเป็นฟางเหล่ยไห่ เมื่อเผชิญหน้ากับหยูเหวินเที่ยนเขาก็ยังต้องลดความเย่อหยิ่งและความก้าวร้าวลง

หยูเหวินเที่ยนเป็นอัจฉริยะเพียงคนเดียวในบรรดาศิษย์นิกายชั้นนอกจาก 30,000 คนที่ฝึกฝนวิชารูปแบบการต่อสู้สีเลือดสำเร็จ และมีความแข็งแกร่งทางกายภาพ 5,000 กิโลกรัม

หนึ่งปีที่ผ่านมา ศิษย์สาวกสองคนที่ติดหนึ่งในสิบอันดับแรกของหอคอยแห่งความลำเค็ญพยายามต่อสู้กับหยูเหวินเที่ยน แต่หยูเหวินเที่ยนก็สามารถจัดการทั้งคู่ลงได้อย่างง่ายดาย หยูเหวินเที่ยนทำให้ทั้งคู่ต้องตกตะลึงเมื่อตอนที่การโจมตีถูกส่งไปยังเขา หยูเหวินเที่ยนเกิดเพียงแค่บาดแผลตื่นๆ

ตั้งแต่ที่หนึ่งปีนั้นได้ผ่านไปแล้ว ก็มีการกล่าวขานกันว่าหยูเหวินเที่ยนหยิบพยัคฆ์กระเรียนทะยานกำลังขึ้นมาและทำลายขีดจำกัดความแข็งแกร่ง 5,000 กิโลกรัม

‘มันต้องเป็นวิชารูปแบบการต่อสู้สีเลือด สิ่งที่จะอยู่ในระดับที่สูงกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว เทคนิคการขัดเกลาร่างกายระดับสีเหลืองที่สามารถเอาชนะเสื้อหุ้มเหล็กและระฆังทองคำของข้าได้’

ขุ่ยเที่ยคำรามอยู่ในใจของเขาอย่างบ้าคลั่ง

ครืน!

หลี่ฟู่เฉินวางแร่ทองแดงสีแดงลงอย่างช้าๆ และเดินไปยังขุ่ยเที่ย “เจ้าได้ใช้โอกาสที่จะส่งหมัดชกต่อยมายังข้าไปแล้ว ตอนนี้ถึงคราวของข้า”

ได้ยินคำกล่าวดังนั้น ขุ่ยเที่ยไม่ได้โง่ เขาดึงดาบเหล็กของเขาออกมา

ใช่ ไม่ใช่ดาบไม้ แต่เป็นดาบเหล็ก

กับผู้ที่ฝึกฝนวิชารูปแบบการต่อสู้สีเลือด ถ้าใช้ดาบไม้ มันก็จะสร้างบาดแผลให้เขาได้อย่างเบาบาง

“หลี่ฟู่เฉิน การต่อสู้ระหว่างจอมยุทธ์ไม่ได้มีข้อกำหนดที่ว่าการป้องกันของใครดีกว่า!”

ด้วยการขยับข้อมือของเขา คลื่นดาบที่บ้าคลั่งก็ถูกฟาดฟันไปยังหลี่ฟู่เฉิน

“ช้าเกินไป”

หลี่ฟู่เฉินเอียงร่างของตัวเอง และหลบหลีกกระบวนดาบได้อย่างง่ายดาย จากนั้นเขาก็ชกไปที่หน้าอกของขุ่ยเที่ย

ปึก!

เลือดสดถูกพ่นออกมาจากปากของขุ่ยเที่ย เขารู้สึกราวกับว่าซี่โครงของเขาหักไปอย่างน้อย 2 ซี่

เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าหลี่ฟู่เฉินเองก็ฝึกฝนวิชาสกัดกลั้นเต๋าอีกด้วย แม้ว่าความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขาจะไม่เพิ่มขึ้น ความเร็วและปฏิกิริยาตอบสนองของเขาก็ก้าวขึ้นไปอีกระดับแล้ว

หันกลับ หลี่ฟู่เฉินยกแร่ขึ้นและเตรียมที่จะจากไป

“หลี่ฟู่เฉิน เจ้าจะจากไปทั้งๆ ที่ตีคนของข้าไปแล้ว? เจ้าไม่ได้มองเห็นข้า ฟางเหล่ยไห่อยู่ในสายตา?” เสียงดังออกมาจากภายในถ้ำแห่งหนึ่งใกล้เคียง

ในไม่ช้า ฟางเหล่ยไห่ก็ปรากฏตัวออกมาจากถ้ำแห่งหนึ่ง

เดิมที ฟางเหล่ยไห่มาที่ภูเขาแร่ตงหลูพร้อมกับขุ่ยเที่ย แต่พวกเขาก็พึ่งแยกกันไปในไม่กี่วันที่ผ่านมา

“ฟางเหล่ยไห่” เมื่อวางแร่ลง สายตาของหลี่ฟู่เฉินก็ถูกบรรจุไว้ด้วยเจตจำนงแห่งของการต่อสู้แล้ว

หลังจากได้พูดคุยกับเกาช่างเทียน เขาก็ได้รู้ว่าเขาประเมินค่าฟางเหล่ยไห่ในอดีตต่ำเกินไป

ฟางเหล่ยไห่ได้ทำการฝึกฝนระฆังทองคำ เสื้อคลุมเหล็ก และวิชากระบวยเหล็ก ความสามารถของเขาไม่อาจหยั่งรู้ได้

มันราวกับว่าเขาเป็นรุ่นที่พัฒนาแล้วของขุ่ยเที่ย

เหลียวมองไปที่ขุ่ยเที่ย ฟางเหล่นไห่ขมวดคิ้ว ก็ในเมื่อเขาบาดเจ็บสาหัสกว่าที่เขาคิดไว้

“คุณทำลายระฆังทองและเสื้อคลุมเหล็กของขุ่ยเที่ยได้จริงๆ ดูเหมือนว่าข้าจะประเมินเจ้าต่ำไป แต่มันช่างน่าเสียดาย ครั้งนี้จะไม่มีใครสามารถช่วยเจ้าได้”

หากก่อนหน้านี้ไม่ได้เกาช่างเทียนที่เข้ามายุ่มย่าม หลี่ฟู่เฉินก็จะนอนอยู่บนเตียงอย่างน้อยสองถึงสามสัปดาห์

หลี่ฟู่เฉิน “ข้า หลี่ฟูเฉิน ไม่เคยพึ่งพาใครมาก่อน ฟางเหล่ยไห่ ลงมือซะ! ให้ข้าได้ชมดูวิชากระบวยเหล็ก งั้นแล้วข้าจะได้รู้ถึงระดับที่เจ้าไปถึง”

“อะไร? เจ้ารู้ได้ยังไงว่าข้าฝึกฝนวิชากระบวยเหล็ก?”

รูม่านตาของฟางเหล่ยไห่หรี่แคบลงเนื่องจากความประหลาดใจ

“มันต้องเป็นเพราะเกาช่างเทียน แต่ทั้งหมดนี้ก็ไม่สำคัญ เจ้าหักซี่โครงของขุ่ยเที่ยไป 2 ท่อน ข้าจะหักของเจ้าเป็น 4 ท่อน”

ฟางเหล่ยไห่เข้าหาหลี่ฟู่เฉินอย่างช้าๆ

หลี่ฟู่เฉินยิ้มและเข้าหาฟางเหล่ยไห่เช่นกัน

เพิ่มความเร็วของตนเอง ในที่สุดพวกเขาก็ปะทะกัน

ตึง!

ประกายไฟพุ่งออกมาเมื่อหมัดปะทะกัน

กำปั้นของฟางเหล่ยไห่มีร่องรอยของสีทองและสีดำ มันดูไม่เหมือนเนื้อหนังอีกต่อไป แต่กลับกันมันดูเหมือนร่างจำแลงของเหล็ก ด้านนอกของกำปั้นเป็นหนังหุ้มสีดำซึ่งเคลือบพลังฉีที่แข็งแกร่งเอาไว้

กำปั่นของหลี่ฟู่เฉินดูสมดุลและหนักแน่น มันเต็มไปด้วยเจตจำนงแห่งเปลวเพลิง มันอาจดูเหมือนกำปั้นปกติ แต่มันก็เกินขีดจำกัดของมนุษย์ไปแล้วเนื่องจากผิวหนังมีความแข็งแกร่งดุจผิวหนังของสัตว์อสูร กำปั้นถูกปกคลุมไปด้วยชั้นของสีแดงซีด พลังฉีที่บ้าคลั่ง

เมื่อหมัดของพวกเขาชนกัน ก็มีคลื่นกระแทกพลังฉีอันทรงพลังถูกปลดปล่อยออกมา มันราวกับว่ามีหลุมดำดูดทั้งคู่ไว้ตรงกลาง

สิ่งที่ตามมาคือแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ใต้ฝ่าเท้าทั้งสอง

พลังภายในที่คลุ่มคลั่งได้ส่งพวกเขาทั้งสองบินออกไป

ฟางเหล่ยไห่กล่าวออกมาอย่างแค้นเคือง “วิชารูปแบบการต่อสู้สีเลือด!”

พลังฉีของเขาแข็งแกร่งกว่าของหลี่ฟู่เฉิน แต่กำปั้นของเขาก็ไม่ได้ทนทานและไม่ได้มีความแข็งแกร่งทางร่างกายเท่าเขา

หลังจากฝึกฝนรูปวิชากระบวยเหล็ก ความแข็งแกร่งทางร่างกายของเขาอยู่ที่ 4,000+ กิโลกรัม

“แข็งแกร่งจริงๆ”

หลี่ฟู่เฉินรู้ดีว่าเขายังคงประเมินฟางเหล่นไห่น้อยไปมาก

“เขาแม้แต่ทำให้ฟางชีเซียงกระเด็นออกไปได้?”

ขุ่ยเที่ยที่บาดเจ็บหนักกลายเป็นมึนงง เขารู้ความสามารถของฟางเหล่นไห่ดีกว่าใครๆ

เห็นได้ชัดว่าว่าฟางเหล่ยไห่ได้ส่งการโจมตีที่ดีที่สุดไปแล้ว แต่เขาก็ยังไม่สามารถจัดการหลี่ฟู่เฉินลงไปได้

จบบทที่ บทที่ 64 กระบวยเหล็ก ปะทะกับ รูปแบบการต่อสู้สีเลือด

คัดลอกลิงก์แล้ว