- หน้าแรก
- ฉันกินเทพเจ้าเป็นอาหาร
- บทที่ 56 วิญญาณมังกร
บทที่ 56 วิญญาณมังกร
บทที่ 56 วิญญาณมังกร
"หกแสนต่อปี!"
เซี่ยหงเย่าแนะนำ "แค่เธอมาเป็นสมาชิกของสำนักงานความมั่นคงของเรา เธอจะได้รับเงินเดือนอย่างน้อย 600,000 หยวนต่อปี และเหรียญดาวตก 10 เหรียญ"
"เหรียญดาวตก?"
อีกหนึ่งคำศัพท์ที่หลินไป๋สือไม่เข้าใจ
"ในมิติเทพเจ้ามีแร่ธาตุลึกลับชนิดหนึ่งเรียกว่าหินดาวตก ภายในมีพลังงานลึกลับที่นักล่าเทพเรียกว่าพลังเทพ เมื่อผ่านกระบวนการกลั่นกรองพิเศษ พลังเทพนี้สามารถถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้ และมีข่าวลือว่ามันช่วยให้มนุษย์วิวัฒนาการต่อไปได้!"
เซี่ยหงเย่าอธิบาย
"อืม!"
หลินไป๋สือฟังอย่างตั้งใจ
"นักวิจัยของสำนักงานความมั่นคงได้หลอมโลหะพิเศษชนิดหนึ่งขึ้นมา มันสามารถใช้เป็นภาชนะบรรจุพลังเทพได้ และเหรียญดาวตกก็ทำมาจากโลหะชนิดนี้ แต่ละเหรียญมีพลังเทพบรรจุอยู่ในปริมาณที่กำหนด ด้วยเหตุนี้มันจึงกลายเป็นสกุลเงินที่ทุกคนยอมรับ"
เซี่ยหงเย่าให้ความรู้
หลินไป๋สือนึกถึงตอนที่เขากลืนหินดาวตกเพื่อเสริมพลังร่างกายในวัดหลงฉาน
เดี๋ยวก่อน
เขากินแม้กระทั่งซากเทพ ซึ่งอร่อยกว่าหินดาวตกเสียอีก
"สิบเหรียญดาวตกถือเป็นเงินเดือนที่สูง และสำนักงานความมั่นคงยังมีสวัสดิการอื่นๆ อีก"
"ถ้าออกปฏิบัติภารกิจ เข้าไปในมิติเทพเจ้า จะมีโบนัสพิเศษอีกก้อน เงินก้อนนี้ขึ้นอยู่กับระดับความยากของมิติเทพเจ้าและภารกิจที่นักล่ารับผิดชอบ แต่แม้แต่การลาดตระเวนรอบนอกมิติเทพเจ้า ก็ได้อย่างน้อย 1 ล้านหยวน แต่จะได้เหรียญดาวตกแค่หนึ่งเหรียญ"
"สุดท้าย หลังจากที่สำนักงานความมั่นคงประเมินมูลค่าของสิ่งที่ได้มา เธอจะได้รับส่วนแบ่งก้อนใหญ่อีกด้วย!"
"เมื่อมังกรปราบปฏิบัติหน้าที่ ถ้าเกิดความเสียหายต่อพลเรือน ตราบใดที่จำนวนผู้เสียชีวิตอยู่ในขอบเขตที่กำหนด มังกรปราบไม่ต้องรับโทษทางกฎหมาย เธอคิดซะว่ามันคือใบอนุญาตให้ฆ่าคนได้"
"และมังกรปราบเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ใครทำร้ายมังกรปราบ แม้อยู่ไกลก็ต้องถูกลงโทษ!"
เซี่ยหงเย่าอธิบายอย่างใจเย็น
หลินไป๋สือเลียริมฝีปาก
ปีละ 600,000 หยวน งั้นก็เดือนละ 50,000 หยวน
5 หมื่นเชียวนะ!
แม่ของหลินไป๋สือ เพื่อเก็บเงินให้เขา มักจะทำงานล่วงเวลา แม้จะรวมค่าล่วงเวลาและเงินเดือนแล้ว ก็ได้แค่เดือนละสี่พันกว่าหยวนเท่านั้น
"แค่ฉันตกลง เงินที่ได้เดือนเดียวก็เท่ากับที่แม่ทำงานสิบเดือน!"
หลินไป๋สือรู้สึกทึ่ง
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเหรียญดาวตกอีก
หลินไป๋สือผ่านช่วงเจริญเติบโตมาแล้ว แต่หลังจากกลืนพลังเทพจากหินดาวตก เขาก็สูงขึ้นอีกหลายเซนติเมตร และประสาทสัมผัสทั้งหกก็ไวขึ้นด้วย
การเสริมพลังแบบนี้ ใช้เงินซื้อไม่ได้
ถ้าทุกเดือนได้รับเหรียญดาวตกเป็นประจำ ก็ไม่เลวเลย
"นอกจากเงินเดือนแล้ว ยังมีประกันสังคมและกองทุนที่อยู่อาศัย ถ้าออกไปทำงานต่างถิ่นก็มีเบี้ยเลี้ยง ทุกเทศกาลไม่ว่าจะเป็นตวนอู่ ไหว้พระจันทร์ วันชาติ วันขึ้นปีใหม่ และตรุษจีน ก็มีสวัสดิการเทศกาลด้วย"
เซี่ยหงเย่าแนะนำอย่างละเอียด "มีวันหยุดสิบห้าวันต่อปี ถ้าระหว่างวันหยุด เจ้าหน้าที่ถูกเรียกตัวโดยสำนักงานความมั่นคง ต้องกลับมารายงานตัวโดยไม่มีเงื่อนไข แน่นอน หลังจากภารกิจเสร็จสิ้น จะได้รับการชดเชยวันหยุดเป็นสองเท่า!"
"สมควรแล้ว!"
หลินไป๋สือแสดงความเข้าใจ
เมื่อดาวตกลงมา มันไม่สนใจหรอกว่านักล่าเทพกำลังหยุดพักร้อนอยู่หรือเปล่า สำนักงานความมั่นคงเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ต้องบุกเข้ามิติเทพเจ้าในทันที
"ของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น โทรศัพท์มือถือ โน้ตบุ๊ก สามารถขอจากสำนักงานได้ หรือจะซื้อเองก็ได้ ถ้ามีเหตุผลเหมาะสม ราคาไม่แพงเกินไป โดยทั่วไปก็สามารถเบิกคืนได้!"
เซี่ยหงเย่าพูดถึงตรงนี้แล้วก็ยิ้ม "แต่เธอมีเงินเดือน 600,000 แล้ว คงไม่ติดใจเงินแค่นี้หรอก!"
"เงินเดือนจะขึ้นอีกไหม?"
หลินไป๋สือถามอย่างคาดหวัง
"แน่นอนสิ!"
เซี่ยหงเย่าดื่มเบียร์อึกหนึ่ง "ตอนนี้ฉันเป็นหัวหน้าทีม ได้ล้านหนึ่ง เหรียญดาวตกสิบห้าเหรียญ"
"......"
หลินไป๋สือชำเลืองมองหมีตัวใหญ่ที่มีผมหางม้า.
มองผิดที่แล้ว!
ไม่นึกว่าเซี่ยหงเย่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่มีเงินเดือนเป็นล้าน!
ขออภัยที่ไม่เคารพครับ!
เซี่ยหงเย่าเห็นว่าหลินไป๋สือสนใจแล้ว ทำให้เธอดีใจมาก ได้สมาชิกทีมคนแรกแล้ว แต่ก็ยังมีบางอย่างที่ต้องพูดให้ชัดเจน
"เสี่ยวไป๋ สวัสดิการของสำนักงานความมั่นคงดีมาก แต่ในทางกลับกัน เธอก็ต้องเตรียมพร้อมที่จะจ่ายราคาด้วย!"
"คุณว่ามาเลย!"
หลินไป๋สือฟังอย่างตั้งใจ
"เธอคงเห็นมาแล้ว การสำรวจมิติเทพเจ้าเป็นงานที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงสำหรับนักล่าเทพ แต่เมื่อสำนักงานความมั่นคงมอบหมายภารกิจ หากมังกรปราบไม่มีเหตุผลพิเศษ ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้!"
เซี่ยหงเย่าเตือนอย่างจริงจัง "นั่นหมายความว่า ไม่ว่ามิติเทพเจ้าตรงหน้าจะมีระดับมลพิษสูงแค่ไหน ถ้าสั่งให้เข้าไป ก็ต้องเข้า!"
หลินไป๋สือพยักหน้า จริงๆ แล้วเขาก็พอเดาได้
เมื่อเขาให้สวัสดิการดีขนาดนั้น แน่นอนว่าจะไม่เลี้ยงคนไร้ประโยชน์
"แน่นอน สำนักงานความมั่นคงจะไม่ส่งนักล่าเทพไปตายเปล่าๆ และฉันในฐานะหัวหน้าทีมของเธอ ก็จะไม่ยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น!"
เซี่ยหงเย่าให้คำมั่น
มีอีกประโยคที่เธอไม่ได้พูด นั่นคือตอนสำรวจมิติเทพเจ้า เธอจะต้องเดินนำหน้าเสมอ
"คุณแน่ใจหรอว่าผมจะได้อยู่ทีมเดียวกับคุณ?"
หลินไป๋สือสงสัย
เซี่ยหงเย่าเป็นคนดี ถ้าอยู่กับเธอ หลินไป๋สือไม่กังวลว่าจะเสียเปรียบ
"ฮ่าๆ วางใจได้!"
เซี่ยหงเย่าหัวเราะพลางดื่มเบียร์อึกใหญ่ "ฉันเพิ่งได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าทีม มีสิทธิ์จัดตั้งทีมสิบคน สมาชิกทีมทั้งหมดฉันเป็นคนเลือกเอง"
เซี่ยหงเย่ามองหลินไป๋สือด้วยสายตาพอใจและชื่นชม "เธอเป็นคนแรก!"
"ขอบคุณหัวหน้าเซี่ยที่เห็นความสามารถ!"
หลินไป๋สือกล่าวขอบคุณ
"ฮึ่มๆ ฉันมีมาตรฐานสูงนะ!"
เซี่ยหงเย่าทำเสียงขึ้นจมูกอย่างภูมิใจ "อ้อ ใช่ ถ้าพวกเราเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ จะมีเงินชดเชยให้ครอบครัวด้วย!"
"หน้าที่หลักของสำนักงานความมั่นคงคืออะไรครับ?"
หลินไป๋สือจิบเหล้า คำว่า 'เสียชีวิต' นั้นหนักหนาสาหัส แต่ถ้าตายแล้วยังทิ้งเงินก้อนให้แม่ได้ก็คุ้ม
"สำนักงานความมั่นคงของเรา ชื่อเต็มคือสำนักงานความมั่นคงเก้ามณฑล พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือเป็นโล่ศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องเก้ามณฑลของประเทศจีน โล่ศักดิ์สิทธิ์ไม่แตก เก้ามณฑลไม่ตาย"
(อ่าวสรุปจิ่วโจวไม่ใช่ชื่อ แต่เป็นเก้ามณฑลจริงๆครับ โจวแปลว่าแคว้นหรือมณฑล)
เซี่ยหงเย่านั่งตัวตรง น้ำเสียงจริงจัง "สำนักงานความมั่นคงรับผิดชอบจัดการเรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวกับภัยพิบัติจากเทพเจ้า รวมถึงการสำรวจมิติเทพเจ้า ตรวจสอบวัตถุต้องมลทินที่ผิดกฎหมายในตลาด ชำระล้างมลพิษกฎเกณฑ์ ล่าเทพเจ้า และอื่นๆ!"
"และประชาชนทั่วไปไม่ได้รับอนุญาตให้ครอบครองวัตถุต้องมลทิน ดังนั้นก่อนที่ฉันจะจัดการเรื่องเข้าทำงานให้เธอเสร็จ เธอก็ไม่ควรใช้วัตถุต้องมลทินพวกนั้น!"
เซี่ยหงเย่าเตือนอย่างจริงจัง
"เข้าใจครับ!"
นี่ก็เป็นเหตุผลที่หลินไป๋สือต้องการเข้าร่วมสำนักงานความมั่นคง
วัตถุต้องมลทินมีอำนาจทำลายล้างมากกว่าอาวุธปืนหลายเท่า คนธรรมดาอย่าว่าแต่ปืนจริง แม้แต่ปืนอัดลมก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ครอบครอง แล้วจะพูดถึงวัตถุต้องมลทินได้อย่างไร
"นักล่าเทพที่ทำงานในสำนักงานความมั่นคงจะถูกเรียกว่ามังกรปราบ มีเครื่องแบบและตราสัญลักษณ์เฉพาะ"
เซี่ยหงเย่ามองดูหลินไป๋สือ
เขาหน้าตาดีขนาดนี้ รูปร่างดีขนาดนี้ ถ้าใส่ชุดมังกรปราบ จะต้องเท่มากแน่ๆ กลายเป็นหนุ่มหล่อที่สุดในสำนักงาน
"ทีมของฉันอยากก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสิบทีมมังกรปราบยอดฝีมือของสำนักงานความมั่นคง ต้องบุกมิติเทพเจ้าระดับอายุสิบปีให้สำเร็จสักสองสามแห่ง แต่ถ้าจะเป็นทีมที่หล่อที่สุด แค่หลินไป๋สือเข้าร่วมก็พอแล้ว!"
เซี่ยหงเย่าดีใจมาก แม้ว่าผู้ชายที่จะเข้าทีมต่อไปจะเป็นคนขี้เหร่ทั้งหมด หลินไป๋สือก็สามารถดึงค่าเฉลี่ยความหล่อขึ้นมาได้
เอ๊ะ
ฉันสามารถใช้หลินไป๋สือไปล่อหยิงไป๋หลี ดาวรุ่งที่แข็งแกร่งที่สุดปีที่แล้วมาได้นี่!
ได้ยินว่าพวกหัวหน้าทีมแย่งเธอกันจนหัวร้างข้างแตก
เซี่ยหงเย่าไม่กล้าหวังว่าจะได้ดาวรุ่งอย่างหยิงไป๋หลี แต่ตอนนี้มีหลินไป๋สือแล้ว ก็ลองดูได้
"มา ชนแก้ว!"
เซี่ยหงเย่าชนแก้วกับหลินไป๋สือ
สองคนคุยกันจนดึก เซี่ยหงเย่ายังคงอารมณ์ดี แต่นึกขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้หลินไป๋สือต้องตื่นแต่เช้าไปขึ้นรถไฟ จึงต้องยุติการสนทนา
"อย่านอนดึกล่ะ!"
เซี่ยหงเย่าลา กลับถึงห้องแล้วก็อาบน้ำอุ่น.
หลังจากออกมา ยังไม่ง่วง จึงปลดล็อกโทรศัพท์ แล้วเปิดกลุ่มวีแชทชื่อ 'วิญญาณมังกร'
ในกลุ่มนี้ไม่มีคนมาก แต่ล้วนเป็นผู้นำทีมของสำนักงานความมั่นคง แต่ละคนมีผลงานน่าภูมิใจคือบุกมิติเทพเจ้าระดับอายุสิบปีสำเร็จด้วยตัวเอง
เซี่ยหงเย่าส่งอั่งเปาร้อยหยวนก่อน จากนั้น @ทุกคน ไม่ต้องนอน มาสนุกกัน!
เฮ่อเฉิงเซี่ยง: ขอบคุณนักสืบใหญ่
เขาแย่งได้เป็นคนแรก 55.90 หยวน
เซียนหม้อไฟ: เช่นกัน!
พี่งานเลี้ยง: @เซียนหม้อไฟ ไม่จริงใจเลย เอาคืนให้น้องไปเลย ยังไม่รีบพูดว่า 'ขอบคุณหัวหน้าเซี่ย!' อีก.
เซียนหม้อไฟ: เชิญกินขี้ไปเลยครับ!
เขากับพี่งานเลี้ยงเข้ามาพร้อมกัน สนิทกันมาก มักจะแซวกันเป็นประจำ
ลูกสาวฉันที่หนึ่งในใต้หล้า: หงเย่ามีเรื่องอะไรดีใจหรอ?
พี่งานเลี้ยง: ทำให้นักสืบเซี่ยดีใจได้ นอกจากไม่โดนด่า ก็คงเป็นการหาสมาชิกทีมใหม่ได้ ฉันเดาว่าเป็นอย่างหลัง!
นักสืบเซี่ย: เฮ้ๆ วันนี้ระหว่างเดินทางกลับจากทำงานนอกพื้นที่ เจอฉลามดำที่สามแห่งหมี่ฉื่อไฮ่อั้น พวกพี่คงคาดไม่ถึงว่าเจ้านั่นมีเพื่อนร่วมทางด้วย
เซี่ยหงเย่าพิมพ์ติดๆ กันหลายบรรทัด เล่ายุทธวิธีของคู่หูฉลามดำรุ่นที่สามให้ฟัง
พี่งานเลี้ยง: เข้าใจแล้ว ถ้าฉันไปเจอคู่หูพวกนี้โดยไม่ระวัง ก็คงเสียท่าเหมือนกัน ขอบคุณข้อมูลจากนักสืบใหญ่
เซียนหม้อไฟ: นักสืบใหญ่ รอเธอมาเมืองเยว่จิง เดี๋ยวเลี้ยงหม้อไฟ
เฮ่อเฉิงเซียง: @นักสืบเซี่ย คุณปิดบังอะไรไว้ใช่ไหม?
จากที่เฮ่อเฉิงเซียงรู้จักเซี่ยหงเย่า เธอไม่น่าจะฆ่าคนพวกนี้ได้ นั่นเป็นกำลังหลักของหมี่ฉื่อไฮ่อั้น ไม่ใช่ปลาเล็กปลาน้อยในน้ำ.
วิญญาณสีแดงที่เร่ร่อน: อยากรู้เหมือนกัน
พี่งานเลี้ยง: โอ้โฮ แม้แต่วิญญาณยังออกมา แสดงว่าผลงานครั้งนี้ของนักสืบใหญ่ต้องน่าตื่นตาตื่นใจมาก!
นักสืบเซี่ย: อีกไม่กี่วันพวกพี่ก็รู้เอง
เซี่ยหงเย่านอนคว่ำบนเตียง ยิ้มจนตาหยี
ไม่บอกหรอก
เดี๋ยวหลินไป๋สือจะถูกพวกพี่แย่งไปน่ะสิ.
เป็นเวลาหนึ่งนาทีเต็มๆ ที่ไม่มีใครในกลุ่มพูดอะไร เซี่ยหงเย่าอดแล้วอดอีก ทนไม่ไหว ยังอยากอวดสมาชิกทีมใหม่ต่อ
อืม!
ฉันจะโม้นิดหน่อย
นักสืบเซี่ย: ฉันเจอนักเรียนมัธยมปลายคนหนึ่ง เขาเป็นนักล่าเทพมือสมัครเล่น ฆ่าฉลามดำรุ่นสามกับเพื่อนร่วมทางของเขา เขาช่วยเยอะมาก แม้แต่มลพิษกฎเกณฑ์ของวัตถุต้องมลทิน ก็เป็นเขาที่กำจัดมัน.
เซียนหม้อไฟ: เห็นไหม ฉันบอกแล้วว่าเธอต้องทนไม่ไหว แล้วเล่าเองแน่ๆ
พี่งานเลี้ยง: นักสืบใหญ่ มีความอดทนหน่อยได้ไหม?
เฮ่อเฉิงเซียง: นักเรียนมัธยมปลาย? นักล่าเทพ? ฟังดูเกินจริงไปหน่อย เล่ารายละเอียดให้ฟังได้ไหม?
นักสืบเซี่ย: ไม่เล่า!
บอกไปพวกคุณต้องมาแย่งแน่ๆ
องค์หญิงงู: ผู้ชายใช่ไหม? สูง180ไหม?
ทุกคนชินแล้ว องค์หญิงงูจะเริ่มด้วยคำถามนี้ทุกครั้ง ในค่านิยมของเธอ ต่ำกว่า180ไม่นับว่าเป็นผู้ชาย
นักสืบเซี่ย: เด็กหนุ่ม สูงประมาณหนึ่งแปดหก
องค์หญิงงู: หน้าตาดีไหม?
นักสืบเซี่ย: ถ้าเธอเห็นเขา รับรองต้องทุบเขาให้สลบแล้วแบกไปที่อำเภอแล้วไปจดทะเบียนสมรสแน่ๆ
เฮ่อเฉิงเซียง: จริงหรือเปล่าเนี่ย?
วิญญาณสีแดงที่เร่ร่อน: ถามจริ้ง!
พี่งานเลี้ยง: ถามจริ้ง!
เซียนหม้อไฟ: ถามจริ้ง!
ทุกคนรู้ว่าองค์หญิงงูเป็นคนหลงใหลในความหล่อ หลี่เทียนชือที่ได้ชื่อว่าเท่และมีเสน่ห์ที่สุดในสำนักงานความมั่นคง ในสายตาของเธอยังให้แค่เจ็ดคะแนนจากสิบ
องค์หญิงงู: มีรูปไหม? ถ้าไม่มีก็รีบไปแอบถ่ายมาซักรูป
เธอส่งข้อความเสร็จ แล้วส่งอั่งเปาพันหยวนตามมา
เฮ่อเฉิงเซียง: ฮ่องเต้ใจป้ำ!
เซียนหม้อไฟ: ทำไมผมแย่งไม่เคยชนะพรี่เลยวะ?
เฮ่อเฉิงเซียงแย่งอั่งเปาไม่เคยแพ้ เขาอาจจะแย่งไม่ได้เยอะที่สุด แต่ต้องเป็นคนแรกเสมอ
พี่งานเลี้ยง: ทำอะไรก็ไม่เก่ง แต่แย่งอั่งเปาได้อันดับหนึ่ง
ลูกสาวฉันที่หนึ่งในใต้หล้า: เฒ่าเฮ่อ ความเร็วมือชายโสดห้าสิบปีของคุณ ฉันยอมแพ้
นักสืบเซี่ย: แอบถ่าย เป็นไปไม่ได้หรอก เว้นแต่เธอจะยกไป๋หลิวลี่ให้ฉัน
องค์หญิงงู: ถ้านักเรียนมัธยมคนนั้นหล่อจนฉันกรี๊ดจริงๆ ยกไป๋หลิวหลีให้เธอก็ไม่เกินเอื้อม.
ไม่มีใครเชื่อคำพูดนี้
ไป๋หลิวลี่เป็นรุ่นน้องที่องค์หญิงงูให้ความสำคัญที่สุด ทุ่มเททั้งใจและเงินมากมายในการฝึกฝน แม้แต่สำนักงานใหญ่ยังต้องการตัว อยากให้ไป๋หลิวลี่เข้ากองทหารม้ามังกร องค์หญิงงูก็ไม่ยอมให้
วิญญาณสีแดงที่เร่ร่อน: เล่าเรื่องเกมวัตถุต้องมลทินที่พวกเธอเจอให้ฟังหน่อย!
ทุกคนด้วยนิสัยทางอาชีพ สนใจมลพิษกฎเกณฑ์ทุกอย่าง เพราะไม่รู้ว่าวันหน้าอาจจะเจอเกมวัตถุต้องมลทินคล้ายๆ กัน มีประสบการณ์เพิ่มขึ้นอีกหนึ่ง ก็เพิ่มโอกาสรอดชีวิตอีกหนึ่ง
(จบบทที่ 56)